ความหวังในยามโศกเศร้า
ตอนที่ฉันอายุ 19 ปีเพื่อนสนิทคนหนึ่งเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์ หลายสัปดาห์และหลายเดือนต่อมา ฉันดำเนินอยู่ในอุโมงค์แห่งความเศร้าโศกทุกวัน ความเจ็บปวดที่สูญเสียคนที่ทั้งดีและอายุยังน้อยบดบังสายตาของฉันในตอนนั้น ฉันไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ฉันรู้สึกว่าตาบอดเพราะความเจ็บปวดและเศร้าโศก จนมองไม่เห็นพระเจ้า
ผึ้งและงู
ปัญหาบางอย่างก็เหมาะกับคนที่เป็นพ่อมากๆ ตัวอย่างเช่น ลูกของผมเพิ่งจะพบว่ามีรังผึ้งอยู่ในรอยปูนแตกที่ระเบียงหน้าบ้าน ผมคว้ายาฆ่าแมลงพร้อมออกไปรบกับพวกมัน
สำแดงความรักล้นเหลือ
ในวันครบรอบแต่งงาน อลัน สามีของฉันมักให้ดอกไม้ช่อใหญ่กับฉัน เมื่อเขาตกงานในช่วงที่บริษัทปรับโครงสร้าง ฉันไม่ได้คาดหวังให้เขาแสดงออกเกินจำเป็นเหมือนเคย แต่ในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 19 ช่อดอกไม้สีสันสดใสมาต้อนรับฉันอยู่ที่โต๊ะอาหาร เพราะเขาให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกปี อลันได้เก็บเงินทุกเดือนเพื่อจะมีเพียงพอสำหรับการแสดงความรัก
การปรนนิบัติที่ไม่เห็นแก่ตัว
คนกลุ่มเล็กๆ ที่ยืนอยู่ ดูเล็กมากเมื่อเทียบกับต้นไม้ยักษ์ที่ล้มอยู่ในสนาม หญิงชราซึ่งใช้ไม้เท้าอธิบายถึงการได้เห็นพายุเมื่อคืนโค่น “ต้นเอล์มของเรา ซึ่งแย่ที่สุดเลย” เสียงของเธอสั่นเครือ “พายุทำลายกำแพงหินแสนสวยของเราด้วย สามีของฉันสร้างขึ้นตอนเราเพิ่งแต่งงาน เขาชอบมาก ฉันก็ชอบตอนนี้ไม่มีกำแพงแล้ว และไม่มีเขาด้วยเช่นกัน”
ความไม่สมบูรณ์แบบโดยแท้
ฉันทำงานล่าช้าเพราะอยากให้สมบูรณ์แบบ อาจารย์จึงแนะว่า “อย่าให้ความสมบูรณ์แบบมาเป็นศัตรูของการทำสิ่งที่ดี” เพราะจะทำให้ขาดความเสี่ยงซึ่งช่วยให้เราพัฒนา การยอมรับได้ว่างานของฉันไม่สมบูรณ์แบบ จะทำให้ฉันมีเสรีภาพที่จะพัฒนาตัวเอง
พระเยซูรู้ว่าทำไม
ฉันมีเพื่อนที่เคยได้รับการรักษาโรค แต่ยังคงทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดซึ่งเป็นผลต่อเนื่องของโรคนั้น เพื่อนบางคนได้รับการรักษาจนเลิกยาเสพติดได้ แต่ยังคงทุกข์ทรมานกับความรู้สึกว่างเปล่าและเกลียดตัวเอง ฉันจึงสงสัยว่าทำไมพระเจ้าไม่รักษาพวกเขาให้หาย คือ ครั้งเดียวก็เพียงพอ
ดูแลเอาใจใส่
ก่อนที่ลูกชายจะวิ่งออกประตูเพื่อไปโรงเรียน ฉันถามลูกว่าแปรงฟันหรือยัง ฉันถามลูกอีกครั้งก็เพื่อเตือนเขาเรื่องความสำคัญของการพูดความจริง คำเตือนที่อ่อนโยนของฉันไม่ส่งผลใดๆ ต่อเขา ลูกล้อว่าฉันควรมีกล้องวงจรปิดในห้องน้ำจะได้คอยตรวจสอบเขาว่าแปรงฟันหรือยัง และเขาจะได้ไม่ถูกล่อลวงให้โกหก
หวังใจอยู่เสมอ
ในบรรดาหลายร้อยบทความที่ผมเขียนให้กับมานาประจำวันตั้งแต่ปี 1988 มีบทความหนึ่งที่ผมเขียนเมื่อกลางทศวรรษที่ 1990 ซึ่งผมเล่าว่าลูกสาวสามคนไปเข้าค่าย ทำให้ผมกับสตีฟลูกชายวัยหกขวบได้ใช้เวลาแบบลูกผู้ชายด้วยกัน
ที่ลี้ภัยพายุ
สมัยที่ผมอยู่ที่โอคลาโฮมา ผมมีเพื่อนนัก “ล่า” ทอร์นาโด จอห์นเฝ้าระวังติดตามพายุโดยใช้วิทยุติดต่อกับนักล่าคนอื่นๆ และเรดาร์ท้องถิ่น เขาพยายามอยู่ห่างให้ปลอดภัย เมื่อเฝ้าดูทางที่พายุเคลื่อนไปทำลายล้างเพื่อจะแจ้งให้ผู้คนที่อยู่ในเส้นทางพายุทราบ หากมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน