ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Xochitl Dixon

เปิดไฟ

ขณะที่ฉันและสามีเตรียมตัวที่จะย้ายข้ามประเทศ ฉันอยากให้แน่ใจว่าเรายังติดต่อกับลูกชายของเราได้ ฉันพบของขวัญชิ้นพิเศษเป็นตะเกียงมิตรภาพที่เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายและสามารถเปิดได้จากระยะไกล ตอนที่มอบตะเกียงให้ ฉันอธิบายว่าตะเกียงของพวกเขาจะเปิดเมื่อฉันสัมผัสตะเกียงของฉัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรักและคำอธิษฐานที่ไม่หยุดหย่อนของฉัน ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันเพียงใด การแตะบนตะเกียงของพวกเขาก็จะเปิดไฟในบ้านของเราเช่นกัน แม้จะรู้ว่าไม่มีสิ่งใดมาแทนที่ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์ที่แนบแน่นนี้ แต่เราก็ยังได้รับการหนุนใจเมื่อรู้ว่ามีผู้ที่รักและอธิษฐานเผื่อทุกครั้งที่เราเปิดไฟ

บุตรของพระเจ้าทุกคนได้รับสิทธิพิเศษในการเป็นผู้แบ่งปันแสงสว่างโดยกำลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเราถูกออกแบบให้มีชีวิตเป็นแสงสว่างแห่งความหวังที่ยั่งยืนและความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้า เมื่อแบ่งปันพระกิตติคุณและรับใช้ผู้อื่นในพระนามพระเยซู เรากลายเป็นดวงไฟที่ส่องสว่างและคำพยานที่มีชีวิต การทำดี รอยยิ้มที่เมตตา คำหนุนใจที่อ่อนสุภาพ และคำอธิษฐานอย่างจริงใจทำให้เกิดแสงที่ย้ำเตือนถึงความสัตย์ซื่อ และรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้าซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต (มธ.5:14-16)

ไม่ว่าพระเจ้านำไปที่ใด และไม่ว่าเราจะรับใช้อย่างไร พระองค์ทรงใช้เราเพื่อช่วยผู้อื่นให้ฉายแสงของพระองค์ได้ พระเจ้าทรงประทานแสงสว่างแท้แก่เราผ่านพระวิญญาณ เราจึงสำแดงถึงความสว่างและความรักในการทรงสถิตได้

ภาพเหมือน

ระหว่างออกไปเที่ยว เราพบผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักกับครอบครัวของสามีฉันตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เธอมองดูอลันแล้วก็ลูกชายของเราซาเวียร์ “เขาเป็นภาพเหมือนของพ่อเขา” เธอพูด “ทั้งดวงตา รอยยิ้ม ใช่แล้ว เหมือนเขาทุกอย่าง” ขณะที่เธอยินดีในความเหมือนที่เห็นได้ชัดระหว่างพ่อกับลูกชาย เธอยังเห็นบุคลิกที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย ถึงแม้พวกเขาจะมีหลายสิ่งที่เหมือนกัน แต่ลูกชายของฉันก็ยังไม่สามารถสะท้อนภาพพ่อของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มีบุตรชายคนเดียวเท่านั้นคือพระเยซู ที่สามารถสะท้อนภาพพระบิดาของพระองค์ได้อย่างสมบูรณ์ พระคริสต์ทรงเป็น “พระฉายของพระเจ้าผู้ซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา” (คส.1:15) ในพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์ ทุกอย่างได้ถูกสร้างขึ้น (ข้อ 16) “พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวงและสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นระเบียบอยู่โดยพระองค์” (ข้อ 17)

เราสามารถใช้เวลาในการอธิษฐาน ศึกษาพระคำ เพื่อค้นหาพระลักษณะของพระบิดาโดยการมองที่พระเยซูผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่มีเลือดเนื้อ พระองค์เชื้อเชิญเราให้เป็นพยานถึงความรักของพระองค์ ที่ทรงสำแดงออกต่อผู้คนในพระคัมภีร์และในการดำเนินชีวิตของเราแต่ละวัน หลังจากที่เรายอมมอบชีวิตของเราให้กับพระคริสต์ และได้รับของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราก็สามารถเติบโตในการรู้จักและวางใจในพระบิดาที่รักของเรา พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงเราเพื่อให้เราสะท้อนพระลักษณะของพระองค์ ดังนั้นเราจึงสามารถมีชีวิตเพื่อพระองค์

จะน่าชื่นชมยินดีเพียงไร หากผู้อื่นสามารถพูดได้ว่าเราเหมือนพระเยซู

ความเชื่อที่มั่นคง

เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าลูกชายคนแรกเป็นออทิสติก ไดแอน ด็อคโค คิมและสามี ทุกข์ใจที่ต้องดูแลเด็กมีปัญหาด้านกระบวนการคิดไปตลอดชีวิต ในหนังสือ ความเชื่อที่มั่นคง เธอยอมรับว่าต้องต่อสู้กับการปรับเปลี่ยนความฝันและความคาดหวังที่มีต่ออนาคตของลูกชายที่รัก แต่ในกระบวนการอันเจ็บปวดนี้พวกเขารู้ว่า พระเจ้าทรงรับมือกับความโกรธ ความสงสัย และความกลัวของพวกเขา ตอนนี้ลูกชายพวกเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไดแอนใช้ประสบการณ์นี้หนุนใจพ่อแม่ของเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษ เธอบอกคนอื่นถึงพระสัญญาที่มั่นคง ฤทธิ์อำนาจที่ไร้ขีดจำกัด และความรักมั่นคงของพระเจ้า เธอยืนยันว่าพระเจ้าทรงอนุญาตให้เรารู้สึกเสียใจได้ เมื่อความฝัน ความคาดหวัง หนทางหรือฤดูกาลในชีวิตของเรามาถึงจุดจบ

ในอิสยาห์ 26 ผู้เผยพระวจนะประกาศว่า ประชากรของพระเจ้าสามารถวางใจพระเจ้าเป็นนิตย์ “เพราะพระเจ้าทรงเป็นศิลานิรันดร์” (ข้อ 4) ทรงสามารถค้ำจุนเราด้วยสันติสุขที่เหนือความเข้าใจในทุกสถานการณ์ (ข้อ 12) การเพ่งมองพระลักษณะอันไม่เปลี่ยนแปลงและร้องทูลต่อพระองค์ในยามยากลำบาก ทำให้เรามีหวังอีกครั้ง (ข้อ 15)

เมื่อเราเผชิญความสูญเสีย ความผิดหวัง หรือสถานการณ์ยากลำบากใด พระเจ้าทรงเชื้อเชิญให้เราเปิดใจกับพระองค์ พระองค์ทรงรับมือกับอารมณ์แปรปรวนและคำถามของเราได้ ทรงอยู่กับเราและฟื้นฟูจิตวิญญาณของเราด้วยความหวังอันมั่นคง แม้เรารู้สึกว่าชีวิตกำลังพังทลาย พระเจ้ายังทรงทำให้ความเชื่อของเรามั่นคง

วิถีชีวิตของการนมัสการ

ขณะที่ฉันเข้าแถวรอตักอาหารเช้าที่ศูนย์ประชุมของคริสเตียน ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในห้องอาหาร ฉันยิ้มและทักทายผู้หญิงที่เดินมาต่อแถวข้างหลังฉัน เธอทักทายกลับและพูดว่า “ฉันรู้จักคุณ” เราตักไข่ใส่จานและพยายามคิดว่าเราเคยเจอกันที่ไหน แต่ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเธอจำผิดคน

เมื่อเรากลับมาตอนอาหารกลางวัน ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาถามว่า “คุณขับรถสีขาวใช่ไหม”

ฉันยักไหล่ “ฉันเคย เมื่อไม่กี่ปีก่อน”
เธอหัวเราะ “เราจอดติดไฟแดงด้วยกันที่หน้าโรงเรียนประถมเกือบทุกเช้า” เธอพูด “คุณยกมือร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีตลอดเวลา ฉันคิดว่าคุณกำลังนมัสการพระเจ้า และนั่นทำให้ฉันอยากร่วมด้วยแม้ในวันที่หนักหน่วง”

สรรเสริญพระเจ้า เราอธิษฐาน สวมกอดและทานอาหารร่วมกัน เพื่อนใหม่ของฉันยืนยันว่าผู้คนคอยสังเกตว่าผู้ที่ติดตามพระเยซูประพฤติตัวอย่างไร แม้ในเวลาที่เราคิดว่าไม่มีใครเห็น เมื่อเราสวมชีวิตแห่งการนมัสการด้วยความชื่นชมยินดี เราสามารถเข้าเฝ้าพระผู้สร้างของเราทุกที่ทุกเวลา เมื่อรับรู้ถึงความรักมั่นคงและความสัตย์ซื่อของพระองค์ เราสามารถชื่นชมยินดีในการเข้าสนิทกับพระองค์ และขอบพระคุณที่ทรงดูแลเราเสมอ (สดด.100) ไม่ว่าจะร้องสรรเสริญพระองค์อยู่ในรถ อธิษฐานในที่ชุมชน หรือสำแดงความรักของพระองค์ด้วยการกระทำที่มีเมตตา เราสามารถเร้าใจคนอื่นให้ “สาธุการแด่พระนามของพระองค์” (ข้อ 4) การนมัสการพระเจ้านั้นเป็นมากกว่าแค่กิจกรรมในเช้าวันอาทิตย์

ไม่วาววับ แค่รุ่งโรจน์

เมื่อมองดูของตกแต่งคริสต์มาสที่เซเวียร์ลูกชายของฉันทำขึ้นปีแล้วปีเล่า กับของประดับเล็กๆที่ไม่เข้ากันซึ่งยายส่งมาให้เขาทุกปี ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่พอใจกับการตกแต่งของเรา ฉันให้คุณค่ากับการสร้างสรรค์และความทรงจำที่ผูกกับของตกแต่งทุกชิ้นเสมอมา แต่ทำไมของโชว์ในร้านค้าจึงดึงดูดให้ฉันอยากได้ต้นคริสต์มาสที่มีไฟประดับ ลูกบอลเงาวับและโบว์ผ้าซาตินที่เข้าชุดกัน

เมื่อฉันละสายตาจากต้นคริสต์มาสในบ้าน ฉันเหลือบไปเห็นของประดับสีแดงรูปหัวใจที่มีคำเรียบๆ เขียนไว้ว่า พระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดของฉัน ฉันลืมไปได้อย่างไรว่าครอบครัวกับความหวังในพระคริสต์คือสาเหตุที่ฉันรักการฉลองวันคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสที่เรียบง่ายของเราอาจดูไม่เหมือนต้นคริสต์มาสในร้าน แต่ความรักที่อยู่เบื้องหลังของประดับทุกชิ้นทำให้มันสวยงาม

เช่นเดียวกับต้นคริสต์มาสเล็กๆของเรา พระเมสสิยาห์ไม่ได้ทรงเป็นไปตามที่โลกคาดหวังไว้เลย (อสย.53:2) พระเยซู “ถูก​มนุษย์​ดู​หมิ่น​และ​ทอดทิ้ง” (ข้อ 3) แต่ในการแสดงความรักอันยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงเลือกที่จะ “ถูก​บาดเจ็บ​เพราะ​ความ​ทรยศ​ของ​เรา​ทั้ง​หลาย” (ข้อ 5) พระองค์อดทนกับการถูกลงโทษเพื่อให้เรามีสันติสุข (ข้อ 5) ไม่มีสิ่งใดงดงามกว่านี้อีกแล้ว

ด้วยใจขอบคุณสำหรับของประดับของเราที่ไม่สมบูรณ์แบบ และองค์พระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงสมบูรณ์พร้อมทั้งสิ้น ฉันเลิกปรารถนาในสิ่งแวววับและสรรเสริญพระเจ้าสำหรับความรักอันรุ่งโรจน์ของพระองค์ ของประดับแวววาวไม่อาจเทียบได้กับความงดงามของพระเยซูผู้เป็นของขวัญแห่งการเสียสละพระองค์เอง

ทีมเดียวกัน

เมื่อคาร์สัน เวนซ์กองหลังของทีมฟิลาเดลเฟียอีเกิ้ลกลับลงสนามหลังอาการบาดเจ็บรุนแรง นิค โฟลส์กองหลังสำรองก็กลับไปนั่งข้างสนามอย่างเต็มใจแม้จะเป็นคู่แข่งในตำแหน่งเดียวกัน แต่ทั้งสองเลือกที่จะสนับสนุนกันและทำหน้าที่ของตนต่อไป นักข่าวคนหนึ่งสังเกตว่าทั้งคู่มี “ความสัมพันธ์ที่พิเศษไม่เหมือนใครซึ่งหยั่งรากอยู่ในความเชื่อในพระคริสต์” โดยสำแดงออกผ่านการอธิษฐานเผื่อกันและกัน พวกเขาถวายเกียรติแด่พระเจ้าโดยระลึกว่าตนอยู่ในทีมเดียวกัน ไม่ใช่แค่ในฐานะกองหลังของทีมอีเกิ้ล แต่ในฐานะผู้เชื่อและตัวแทนของพระเยซู

อัครทูตเปาโลเตือนผู้เชื่อให้ใช้ชีวิตอย่าง “บุตรของความสว่าง” ที่คอยการเสด็จกลับมา (1 ธส.5:5-6) ด้วยความหวังในความรอดที่พระคริสต์ทรงจัดเตรียมให้ เราจะสลัดการทดลองที่อยากจะแข่งขันด้วยความอิจฉาริษยา ความรู้สึกไม่มั่นคง หรือความกลัวออกไปได้ และเราจะ “หนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้น” (ข้อ 11) เราสามารถให้ความเคารพผู้นำที่ถวายเกียรติพระเจ้าและ “อยู่อย่างสงบสุข” ในการรับใช้เพื่อเป้าหมายร่วมกัน คือการประกาศพระกิตติคุณและหนุนใจผู้อื่นให้ดำเนินชีวิตเพื่อพระเยซู (ข้อ 12-15)

ขณะที่เราร่วมรับใช้ในทีมเดียวกันนั้น เราสามารถทำตามคำสอนของเปาโลที่ว่า “จงชื่นบานอยู่เสมอ จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ จงขอบพระคุณในทุกกรณีเพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าซึ่งปรากฏอยู่ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย​” (ข้อ 16-18)

ให้สิ่งที่ดีที่สุด

เราจ้องดูกองรองเท้าซึ่งมีคนนำมาบริจาคขณะเดินเข้าไปในสถานพักพิงสำหรับคนจรจัด กลุ่มเยาวชนของเราได้รับเชิญให้มาช่วยคัดรองเท้าที่ใช้แล้ว เราใช้เวลาในช่วงเช้าจับคู่และเรียงรองเท้าบนพื้น ตกบ่ายเราโยนรองเท้าทิ้งไปกว่าครึ่งเพราะมันพังเกินกว่าจะใช้ได้ แม้ว่าสถานพักพิงจะไม่อาจห้ามคนนำของด้อยคุณภาพมาบริจาค แต่พวกเขาก็เลือกที่จะไม่นำรองเท้าที่พังแล้วนั้นไปแจก

ชาวอิสราเอลก็มีปัญหาเรื่องการถวายของที่ไม่ดีให้กับพระเจ้า พระเจ้าทรงตำหนิชาวอิสราเอลผ่านผู้เผยพระวจนะมาลาคีที่พวกเขานำสัตว์ตาบอด พิการ หรือเป็นโรคมาถวาย แทนที่จะนำสัตว์ที่แข็งแรงมา (มลค.1:6-8) พระองค์ประกาศว่าไม่ทรงพอพระทัย (ข้อ 10) ทรงยืนยันถึงคุณค่าของพระองค์ และทรงตำหนิชาวอิสราเอลที่เก็บสิ่งที่ดีที่สุดไว้สำหรับตัวเอง (ข้อ 14) แต่พระเจ้าทรงสัญญาด้วยว่าจะส่งพระเมสสิยาห์มา ผู้ซึ่งพระคุณและความรักของพระองค์จะเปลี่ยนแปลงจิตใจของพวกเขาและจุดประกายความปรารถนาที่พวกเขาจะนำเครื่องบูชาที่พระองค์ทรงพอพระทัยมาถวาย (3:1-4)

บางครั้งเราอาจถูกทดลองให้นำของเหลือมาถวายพระเจ้า เราสรรเสริญพระเจ้าและคาดหวังให้พระองค์ประทานทุกสิ่งให้กับเรา แต่เรากลับถวายเศษเล็กเศษน้อยให้กับพระองค์ เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำทั้งสิ้น เราสามารถชื่นชมยินดีในการเฉลิมฉลองว่าพระองค์ทรงคุณค่าคู่ควรและมอบสิ่งดีที่สุดของเราให้กับพระองค์

ไม่มีอุปสรรคใดที่เป็นไปไม่ได้

ในฐานะผู้นำที่เป็นผู้ใหญ่ ฉันพานักเรียนไปออกภาคสนามที่ด่านเครื่องกีดขวาง เราสอนนักเรียนให้สวมอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและให้ปีนกำแพงสูงแปดฟุต พวกที่ปีนขึ้นไปได้ก่อนให้กำลังใจผู้ปีนคนอื่นให้เชื่อมั่นในสายรัดตัวและปีนขึ้นไปโดยไม่มองลงข้างล่าง นักเรียนคนหนึ่งจ้องที่เครื่องกีดขวางขณะที่พวกเราใส่สายรัดที่เอวเธอและตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย “ฉันไม่มีทางทำได้” เธอพูด เรายืนยันกับเธอถึงความแข็งแรงของสายรัดตัว เราให้กำลังใจขณะที่เธอปีนและส่งเสียงยินดีเมื่อเธอขึ้นไปยืนที่แท่นบนกำแพง

เมื่อเราเผชิญปัญหาที่ดูเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะ ความกลัวและความรู้สึกไม่มั่นคงอาจทำให้เราสงสัย การรับรองถึงฤทธิ์อำนาจ ความดีงามและความสัตย์ซื่อที่ไม่เปลี่ยนแปลงของพระเจ้าช่วยสร้างสายรัดตัวที่แข็งแกร่งของความไว้วางใจ การรับรองที่หนักแน่นนี้เพิ่มความกล้าให้ผู้รับใช้ในพันธสัญญาเดิมพวกเขาสำแดงให้เห็นว่าความเชื่อสามารถเอาชนะความต้องการที่จะรู้ทุกรายละเอียดในแผนการของพระเจ้า (ฮบ.11:1-13, 39) เราแสวงหาพระเจ้าอย่างจริงจังด้วยความเชื่อมั่น และมักจะต้องยืนเพียงลำพังเมื่อเราวางใจในพระองค์ เราสามารถปรับเปลี่ยนวิธีเผชิญความท้าทายโดยมองสถานการณ์ของเราจากมุมมองของนิรันดร์กาล คือรู้ว่าอุปสรรคของเรานั้นอยู่เพียงชั่วคราว (ข้อ 13-16)

การเพ่งมองแต่เส้นทางที่สูงชันในชีวิตอาจปิดกั้นเราไม่ให้เชื่อว่าพระเจ้าทรงสามารถนำเราผ่านพ้นมันไปได้ แต่หากเรารู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา เราสามารถใช้ความเชื่อเป็นสายรัดควบคุมความไม่มั่นคงเหล่านั้น เมื่อเราไว้วางใจว่าพระเจ้าจะทรงช่วยเราเอาชนะอุปสรรคที่ครั้งหนึ่งดูเหมือนเป็นไปไม่ได้

อธิษฐานบนชายหาดลาพลาย่า

ในระหว่างการท่องเที่ยวเพื่อฉลองการแต่งงานครบรอบ 25 ปี ฉันและสามีอ่านพระคัมภีร์อยู่ที่ชายหาด พ่อค้าแม่ค้าเดินตะโกนขายของผ่านไปมาหลายคน เราขอบคุณพวกเขาแต่ไม่ได้ซื้ออะไร เฟอร์นันโด้พ่อค้าคนหนึ่งยิ้มกว้างให้เมื่อฉันปฏิเสธและพยายามชักชวนให้เราซื้อของขวัญให้เพื่อน หลังจากที่ฉันปฏิเสธ เฟอร์นันโด้เก็บของและกำลังจะลุกจากไปพร้อมรอยยิ้ม ฉันบอกกับเขาว่า “ฉันอธิษฐานขอให้พระเจ้าอวยพระพรคุณในวันนี้”

เฟอร์นันโด้หันกลับมาและพูดว่า “พระองค์อวยพรผมแล้ว! พระเยซูทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของผม” เฟอร์นันโด้คุกเข่าลงระหว่างเก้าอี้ของเรา “ผมรู้สึกว่าพระเจ้าทรงสถิตที่นี่” จากนั้นเขาแบ่งปันถึงการที่พระเจ้าปลดปล่อยเขาจากการติดยาและติดเหล้าเมื่อ 14 ปีก่อน

ฉันน้ำตาไหลเมื่อเขาท่องบทกลอนจากพระธรรมสดุดีและอธิษฐานเผื่อเรา พวกเราร่วมกันสรรเสริญพระเจ้าและชื่นชมยินดีที่ทรงสถิตกับเราที่ลาพลาย่า

สดุดีบทที่ 148 เป็นคำอธิษฐานแห่งการสรรเสริญ ผู้เขียนสดุดีหนุนใจทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง “ให้สิ่งเหล่านั้นสรรเสริญพระนามพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงบัญชา สิ่งเหล่านั้นก็ถูกเนรมิตขึ้นมา” (ข้อ 5) “เพราะพระนามของพระองค์เท่านั้นที่ควรเยินยอ พระสิริของพระองค์อยู่เหนือแผ่นดินโลกและฟ้าสวรรค์” (ข้อ 13)

แม้พระเจ้าทรงเรียกให้เรามอบความต้องการของเราไว้ต่อพระองค์ และวางใจว่าพระองค์ทรงฟังและห่วงใยเรา แต่พระองค์ก็ทรงยินดีในคำอธิษฐานที่เราสรรเสริญพระองค์ด้วยความขอบพระคุณไม่ว่าจะอยู่ที่ใด แม้กระทั่งที่ชายหาด