ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Xochitl Dixon

วิสัยทัศน์ใหม่

หลังการผ่าตัดเล็กที่ตาข้างซ้าย แพทย์แนะนำให้ฉันทดสอบการมองเห็นด้วยความมั่นใจฉันปิดตาขวาและอ่านไล่ไปทีละบรรทัดอย่างสบาย แต่เมื่อปิดตาซ้ายฉันถึงกับอ้าปากค้าง ฉันไม่รู้เลยหรือว่าตัวเองตาบอดขนาดนี้

ในขณะที่ปรับแว่นและมุมมองใหม่ ฉันก็คิดถึงการทดลองในชีวิตประจำวันที่มักจะทำให้สายตาฝ่ายวิญญาณของฉันสั้นลง การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่มองเห็นได้ในระยะใกล้ เช่น ความเจ็บปวดและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทำให้ฉันมองไม่เห็นความสัตย์ซื่อของพระเจ้าผู้เป็นนิรันดร์และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ด้วยมุมมองที่จำกัดนี้ ความหวังจึงกลายเป็นภาพเลือนลางที่ไม่มีวันเป็นจริงได้

1 ซามูเอล 1 เป็นเรื่องราวของผู้หญิงอีกคนซึ่งไม่เชื่อในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า แต่กลับจดจ่ออยู่กับความปวดร้าว ความไม่แน่นอน และการสูญเสียที่กำลังเผชิญ หลายปีที่ฮันนาห์ต้องทนกับการไม่มีบุตร และคำพูดทิ่มแทงจากเปนินนาห์ภรรยาอีกคนของเอลคานาห์สามีของนาง แม้สามีจะรักนางแต่ก็ไม่ทำให้นางพอใจ วันหนึ่งนางได้อธิษฐานอย่างขมขื่น เมื่อเอลีปุโรหิตถาม นางจึงเล่าสถานการณ์ของนางให้ท่านฟัง ก่อนที่นางจะไป ท่านอธิษฐานขอให้พระเจ้าประทานตามคำขอของนาง (1 ซมอ.1:17) แม้ว่าสถานการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลงในทันที แต่ฮันนาห์ก็เดินจากไปด้วยความหวังและความมั่นใจ (ข้อ 18)

คำอธิษฐานของนางใน 1 ซามูเอล 2:1-2 เผยให้เห็นมุมมองที่เปลี่ยนไป แม้สถานการณ์จะยังคงเหมือนเดิม แต่วิสัยทัศน์ใหม่ทำให้มุมมองและทัศนคติของฮันนาห์เปลี่ยนไป นางชื่นชมยินดีในการทรงสถิตของพระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระศิลาและความหวังนิรันดร์ของนาง

ทำงานร่วมกัน

โจทำงานมากกว่าสิบสองชั่วโมงต่อวันโดยมักจะไม่ได้พักเลย การเริ่มต้นธุรกิจเพื่อการกุศลทำให้เขาต้องทุ่มเทเวลาและกำลังจนแทบจะไม่มีเวลาให้กับภรรยาและลูกๆเมื่อกลับถึงบ้าน หลังจากที่ความเครียดสะสมทำให้โจต้องเข้าโรงพยาบาล เพื่อนคนหนึ่งเสนอให้มีทีมช่วยงานเขา แม้เขารู้สึกกลัวที่จะปล่อยมือ แต่โจรู้ว่าเขาไม่สามารถก้าวต่อไปแบบเดิมได้ เขายอมไว้ใจเพื่อนและพระเจ้า และมอบหมายงานให้กลุ่มคนที่พวกเขาช่วยกันเลือก หนึ่งปีต่อมาโจยอมรับว่าองค์กรการกุศลและครอบครัวของเขาไม่มีทางเจริญรุ่งเรืองได้หากเขาปฏิเสธความช่วยเหลือที่พระเจ้าประทานให้

พระเจ้าไม่ได้ออกแบบมนุษย์ให้เติบโตโดยไร้ซึ่งการสนับสนุนจากชุมชนแห่งความรัก ในอพยพบทที่ 18 โมเสสนำชนชาติอิสราเอลผ่านถิ่นทุรกันดาร ท่านรับใช้คนของพระเจ้าด้วยตัวคนเดียวทั้งในฐานะครู ที่ปรึกษา และผู้พิพากษา เมื่อเยโธรพ่อตาของท่านมาเยี่ยม เขาได้ให้คำแนะนำแก่โมเสสว่า “​ท่านและประชาชนที่มาหาท่านนั้นคงจะอ่อนระอาใจเพราะภาระอันหนักนี้เหลือกำลังของท่าน ท่านไม่สามารถที่จะทำแต่ผู้เดียวได้​” (อพย.18:18) เขาหนุนใจให้โมเสสแบ่งภาระความรับผิดชอบให้แก่คนที่สัตย์ซื่อ โมเสสยอมรับความช่วยเหลือ และชุมชนทั้งหมดได้รับประโยชน์

เมื่อเราวางใจว่าพระเจ้าทรงทำงานอยู่ภายในและในท่ามกลางคนของพระองค์ทุกคนซึ่งทำงานร่วมกัน เราจะได้พบการพักสงบที่แท้จริง

ทรงตัวบนคลื่น

ขณะที่สามีของฉันเดินเล่นไปตามหาดหินเพื่อถ่ายภาพขอบฟ้าของเกาะฮาวาย ฉันนั่งอยู่บนก้อนหินใหญ่ ในใจคิดกังวลเรื่องปัญหาสุขภาพ แม้จะมีปัญหารออยู่ที่บ้านแต่ ณ เวลานั้นฉันต้องการสันติสุข ฉันมองดูคลื่นที่ซัดกระแทกหินคมสีดำเหล่านั้น มีเงาดำตรงแนวโค้งของคลื่นสะดุดตาฉัน เมื่อใช้กล้องซูมภาพจากรูปทรงก็บอกได้ว่าเป็นเต่าทะเลกำลังว่ายไปตามแนวคลื่นอย่างสงบในท่ากางขาออก ฉันยิ้มออกมาขณะหันหน้าไปสูดกลิ่นไอทะเล

“ฟ้าสวรรค์จงสรรเสริญการอัศจรรย์ของพระองค์” (สดด.89:5) พระเจ้าผู้ไม่มีใครเปรียบได้ของเราทรงปกครอง “การเดือดดาลของทะเล เมื่อคลื่นสูงขึ้นพระองค์ทรงให้สงบ” (ข้อ 9) พระองค์ “ได้ทรงตั้งพิภพ และบรรดาสิ่งที่อยู่ในนั้น” (ข้อ 11) พระองค์ทรงสร้างทุกสิ่ง ทรงเป็นเจ้าของ ทรงจัดการ และกำหนดจุดมุ่งหมายทั้งสิ้นเพื่อพระสิริของพระองค์และเพื่อความชื่นชมยินดีของเรา

การยืนอยู่บนรากฐานของความเชื่อ คือในความรักของพระบิดาผู้ไม่เปลี่ยนแปลงนั้น ทำให้เรา “เดินในสว่างแห่งพระพักตร์ของพระองค์” (ข้อ 15) พระเจ้ายังทรงฤทธิ์อำนาจยิ่งใหญ่และทรงพระเมตตาในการปฏิบัติต่อเรา เราเต้นโลดอยู่ในพระนามของพระองค์ได้วันยังค่ำ (ข้อ 16) ไม่ว่าอุปสรรคใดที่เราเผชิญหรือต้องอดทนกับความล้มเหลวอีกกี่ครั้ง พระเจ้าทรงยึดเราไว้ในขณะที่คลื่นซัดขึ้นและลง

ผ้าคลุมไหล่สีม่วง

ในขณะทำหน้าที่ดูแลแม่ที่ศูนย์มะเร็งซึ่งอยู่ห่างจากบ้านไปหลายร้อยกิโลเมตร ฉันขอให้พี่น้องช่วยอธิษฐานเผื่อพวกเรา หลายเดือนผ่านไปความโดดเดี่ยวและความเหงาบั่นทอนกำลังของฉัน ฉันจะดูแลแม่ได้อย่างไรถ้าฉันยอมแพ้ความอ่อนล้าของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์

วันหนึ่งมีเพื่อนส่งของมาให้กำลังใจฉันโดยไม่ได้คาดคิด โจดี้ถักผ้าคลุมไหล่อธิษฐานสีม่วงให้กับฉัน ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจอันอบอุ่นว่ามีคนอธิษฐานเผื่อเราทุกวัน ทุกครั้งที่ฉันคลุมไหล่ด้วยผ้าอันอ่อนนุ่ม ฉันรู้สึกว่าพระเจ้ากำลังกอดฉันด้วยคำอธิษฐานจากประชากรของพระองค์ หลายปีต่อมาพระองค์ยังคงใช้ผ้าคลุมไหล่สีม่วงในการปลอบโยนและเสริมกำลังในยามที่ฉันอ่อนล้า

อัครทูตเปาโลยืนยันถึงความสำคัญและพลังของการอธิษฐานเพื่อผู้อื่นที่ช่วยรื้อฟื้นจิตใจขึ้นใหม่ เปาโลขอร้องให้อธิษฐานเผื่อและหนุนน้ำใจท่านในระหว่างการเดินทางเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าคนที่อธิษฐานเผื่อผู้อื่นก็ได้กลายเป็นหุ้นส่วนในพันธกิจการรับใช้ (รม.15:30) ด้วยการบอกหัวข้ออธิษฐานที่เฉพาะเจาะจง เปาโลไม่เพียงแสดงให้เห็นว่าท่านพึ่งพาการสนับสนุนจากผู้เชื่อ แต่ยังแสดงถึงความไว้วางใจว่าพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานอย่างทรงพลัง (ข้อ 31-33)

เราทุกคนล้วนมีวันที่รู้สึกอ้างว้าง แต่เปาโลสอนเราให้รู้จักที่จะขอให้ผู้อื่นอธิษฐานเผื่อเรา เมื่อเราถูกปกคลุมด้วยคำอธิษฐานวิงวอนจากประชากรของพระเจ้า เราสามารถสัมผัสถึงพระกำลังและการปลอบประโลมของพระองค์ไม่ว่าชีวิตของเราจะเผชิญสิ่งใด

สงบนิ่งและปลอดภัย

เซเวียร์ลูกชายฉันเป็นเด็กวัยอนุบาลที่เต็มไปด้วยพลัง เขามักหลีกเลี่ยงเวลาสงบยามบ่าย การอยู่นิ่งมักนำไปสู่การงีบหลับอันไม่พึงประสงค์แต่เป็นสิ่งจำเป็น เขาจะขยับตัวออกจากที่นั่ง เลื่อนตัวจากโซฟาไถลไปบนพื้นไม้ แม้แต่กลิ้งไปทั่วห้องเพื่อหนีจากความเงียบ “แม่ ผมหิว... ผมคอแห้ง.​.. ผมต้องไปห้องน้ำ... ผมอยากกอด”

ฉันเข้าใจถึงประโยชน์ของความนิ่งฉันจึงช่วยเซเวียร์ให้สงบโดยการให้เขาซบและพิงตัวฉันจนหลับไป

ในช่วงแรกของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ ฉันเห็นตัวเองมีความต้องการแบบลูกชายที่จะตื่นตัวอยู่ตลอด ความยุ่งทำให้ฉันรู้สึกสำคัญ ได้รับการยอมรับและควบคุมทุกอย่างได้ ในขณะที่เสียงรอบข้างดึงความสนใจฉันจากความกังวลในข้อบกพร่องและความลำบาก การยอมหยุดพักยิ่งยืนยันถึงความเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ ฉันจึงหลีกเลี่ยงการอยู่นิ่งและความสงบ ไม่เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงจัดการได้โดยไม่มีฉัน

แต่พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของเรา ไม่ว่าปัญหาหรือความไม่แน่นอนรอบตัวเราจะมากมายเพียงใด ทางข้างหน้าอาจดูเหมือนยาวไกล น่ากลัวและท่วมท้น แต่ความรักพระองค์อยู่ล้อมรอบเรา พระองค์ทรงได้ยินเรา ตอบเรา และอยู่กับเรา... ทั้งบัดนี้และตลอดไปเป็นนิตย์ (สดด. 91)

เราโอบกอดความเงียบและพักพิงในความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลงและการสถิตอยู่ของพระเจ้าได้ เราสงบนิ่งและพักในพระองค์ได้ เพราะเราปลอดภัยอยู่ภายใต้ความสัตย์สุจริตของพระองค์ (ข้อ 4)

เปิดไฟ

ขณะที่ฉันและสามีเตรียมตัวที่จะย้ายข้ามประเทศ ฉันอยากให้แน่ใจว่าเรายังติดต่อกับลูกชายของเราได้ ฉันพบของขวัญชิ้นพิเศษเป็นตะเกียงมิตรภาพที่เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายและสามารถเปิดได้จากระยะไกล ตอนที่มอบตะเกียงให้ ฉันอธิบายว่าตะเกียงของพวกเขาจะเปิดเมื่อฉันสัมผัสตะเกียงของฉัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรักและคำอธิษฐานที่ไม่หยุดหย่อนของฉัน ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลกันเพียงใด การแตะบนตะเกียงของพวกเขาก็จะเปิดไฟในบ้านของเราเช่นกัน แม้จะรู้ว่าไม่มีสิ่งใดมาแทนที่ช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์ที่แนบแน่นนี้ แต่เราก็ยังได้รับการหนุนใจเมื่อรู้ว่ามีผู้ที่รักและอธิษฐานเผื่อทุกครั้งที่เราเปิดไฟ

บุตรของพระเจ้าทุกคนได้รับสิทธิพิเศษในการเป็นผู้แบ่งปันแสงสว่างโดยกำลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเราถูกออกแบบให้มีชีวิตเป็นแสงสว่างแห่งความหวังที่ยั่งยืนและความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้า เมื่อแบ่งปันพระกิตติคุณและรับใช้ผู้อื่นในพระนามพระเยซู เรากลายเป็นดวงไฟที่ส่องสว่างและคำพยานที่มีชีวิต การทำดี รอยยิ้มที่เมตตา คำหนุนใจที่อ่อนสุภาพ และคำอธิษฐานอย่างจริงใจทำให้เกิดแสงที่ย้ำเตือนถึงความสัตย์ซื่อ และรักที่ไม่มีเงื่อนไขของพระเจ้าซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต (มธ.5:14-16)

ไม่ว่าพระเจ้านำไปที่ใด และไม่ว่าเราจะรับใช้อย่างไร พระองค์ทรงใช้เราเพื่อช่วยผู้อื่นให้ฉายแสงของพระองค์ได้ พระเจ้าทรงประทานแสงสว่างแท้แก่เราผ่านพระวิญญาณ เราจึงสำแดงถึงความสว่างและความรักในการทรงสถิตได้

ภาพเหมือน

ระหว่างออกไปเที่ยว เราพบผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักกับครอบครัวของสามีฉันตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก เธอมองดูอลันแล้วก็ลูกชายของเราซาเวียร์ “เขาเป็นภาพเหมือนของพ่อเขา” เธอพูด “ทั้งดวงตา รอยยิ้ม ใช่แล้ว เหมือนเขาทุกอย่าง” ขณะที่เธอยินดีในความเหมือนที่เห็นได้ชัดระหว่างพ่อกับลูกชาย เธอยังเห็นบุคลิกที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย ถึงแม้พวกเขาจะมีหลายสิ่งที่เหมือนกัน แต่ลูกชายของฉันก็ยังไม่สามารถสะท้อนภาพพ่อของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

มีบุตรชายคนเดียวเท่านั้นคือพระเยซู ที่สามารถสะท้อนภาพพระบิดาของพระองค์ได้อย่างสมบูรณ์ พระคริสต์ทรงเป็น “พระฉายของพระเจ้าผู้ซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา” (คส.1:15) ในพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์ ทุกอย่างได้ถูกสร้างขึ้น (ข้อ 16) “พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวงและสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นระเบียบอยู่โดยพระองค์” (ข้อ 17)

เราสามารถใช้เวลาในการอธิษฐาน ศึกษาพระคำ เพื่อค้นหาพระลักษณะของพระบิดาโดยการมองที่พระเยซูผู้ทรงเป็นพระเจ้าที่มีเลือดเนื้อ พระองค์เชื้อเชิญเราให้เป็นพยานถึงความรักของพระองค์ ที่ทรงสำแดงออกต่อผู้คนในพระคัมภีร์และในการดำเนินชีวิตของเราแต่ละวัน หลังจากที่เรายอมมอบชีวิตของเราให้กับพระคริสต์ และได้รับของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราก็สามารถเติบโตในการรู้จักและวางใจในพระบิดาที่รักของเรา พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงเราเพื่อให้เราสะท้อนพระลักษณะของพระองค์ ดังนั้นเราจึงสามารถมีชีวิตเพื่อพระองค์

จะน่าชื่นชมยินดีเพียงไร หากผู้อื่นสามารถพูดได้ว่าเราเหมือนพระเยซู

ความเชื่อที่มั่นคง

เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าลูกชายคนแรกเป็นออทิสติก ไดแอน ด็อคโค คิมและสามี ทุกข์ใจที่ต้องดูแลเด็กมีปัญหาด้านกระบวนการคิดไปตลอดชีวิต ในหนังสือ ความเชื่อที่มั่นคง เธอยอมรับว่าต้องต่อสู้กับการปรับเปลี่ยนความฝันและความคาดหวังที่มีต่ออนาคตของลูกชายที่รัก แต่ในกระบวนการอันเจ็บปวดนี้พวกเขารู้ว่า พระเจ้าทรงรับมือกับความโกรธ ความสงสัย และความกลัวของพวกเขา ตอนนี้ลูกชายพวกเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไดแอนใช้ประสบการณ์นี้หนุนใจพ่อแม่ของเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษ เธอบอกคนอื่นถึงพระสัญญาที่มั่นคง ฤทธิ์อำนาจที่ไร้ขีดจำกัด และความรักมั่นคงของพระเจ้า เธอยืนยันว่าพระเจ้าทรงอนุญาตให้เรารู้สึกเสียใจได้ เมื่อความฝัน ความคาดหวัง หนทางหรือฤดูกาลในชีวิตของเรามาถึงจุดจบ

ในอิสยาห์ 26 ผู้เผยพระวจนะประกาศว่า ประชากรของพระเจ้าสามารถวางใจพระเจ้าเป็นนิตย์ “เพราะพระเจ้าทรงเป็นศิลานิรันดร์” (ข้อ 4) ทรงสามารถค้ำจุนเราด้วยสันติสุขที่เหนือความเข้าใจในทุกสถานการณ์ (ข้อ 12) การเพ่งมองพระลักษณะอันไม่เปลี่ยนแปลงและร้องทูลต่อพระองค์ในยามยากลำบาก ทำให้เรามีหวังอีกครั้ง (ข้อ 15)

เมื่อเราเผชิญความสูญเสีย ความผิดหวัง หรือสถานการณ์ยากลำบากใด พระเจ้าทรงเชื้อเชิญให้เราเปิดใจกับพระองค์ พระองค์ทรงรับมือกับอารมณ์แปรปรวนและคำถามของเราได้ ทรงอยู่กับเราและฟื้นฟูจิตวิญญาณของเราด้วยความหวังอันมั่นคง แม้เรารู้สึกว่าชีวิตกำลังพังทลาย พระเจ้ายังทรงทำให้ความเชื่อของเรามั่นคง

วิถีชีวิตของการนมัสการ

ขณะที่ฉันเข้าแถวรอตักอาหารเช้าที่ศูนย์ประชุมของคริสเตียน ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในห้องอาหาร ฉันยิ้มและทักทายผู้หญิงที่เดินมาต่อแถวข้างหลังฉัน เธอทักทายกลับและพูดว่า “ฉันรู้จักคุณ” เราตักไข่ใส่จานและพยายามคิดว่าเราเคยเจอกันที่ไหน แต่ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าเธอจำผิดคน

เมื่อเรากลับมาตอนอาหารกลางวัน ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาถามว่า “คุณขับรถสีขาวใช่ไหม”

ฉันยักไหล่ “ฉันเคย เมื่อไม่กี่ปีก่อน”
เธอหัวเราะ “เราจอดติดไฟแดงด้วยกันที่หน้าโรงเรียนประถมเกือบทุกเช้า” เธอพูด “คุณยกมือร้องเพลงด้วยความชื่นชมยินดีตลอดเวลา ฉันคิดว่าคุณกำลังนมัสการพระเจ้า และนั่นทำให้ฉันอยากร่วมด้วยแม้ในวันที่หนักหน่วง”

สรรเสริญพระเจ้า เราอธิษฐาน สวมกอดและทานอาหารร่วมกัน เพื่อนใหม่ของฉันยืนยันว่าผู้คนคอยสังเกตว่าผู้ที่ติดตามพระเยซูประพฤติตัวอย่างไร แม้ในเวลาที่เราคิดว่าไม่มีใครเห็น เมื่อเราสวมชีวิตแห่งการนมัสการด้วยความชื่นชมยินดี เราสามารถเข้าเฝ้าพระผู้สร้างของเราทุกที่ทุกเวลา เมื่อรับรู้ถึงความรักมั่นคงและความสัตย์ซื่อของพระองค์ เราสามารถชื่นชมยินดีในการเข้าสนิทกับพระองค์ และขอบพระคุณที่ทรงดูแลเราเสมอ (สดด.100) ไม่ว่าจะร้องสรรเสริญพระองค์อยู่ในรถ อธิษฐานในที่ชุมชน หรือสำแดงความรักของพระองค์ด้วยการกระทำที่มีเมตตา เราสามารถเร้าใจคนอื่นให้ “สาธุการแด่พระนามของพระองค์” (ข้อ 4) การนมัสการพระเจ้านั้นเป็นมากกว่าแค่กิจกรรมในเช้าวันอาทิตย์

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา