มานาประจำวัน

แหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์

ในออสเตรเลียมีรายงานเกี่ยวกับ “เรื่องราวที่น่ากลัว” ของความร้อนความแห้งแล้งและไฟป่าที่รุนแรง รายงานระบุว่าเป็นปีที่น่าสยดสยองด้วยปริมาณน้ำฝนเพียงเล็กน้อยทำให้พุ่มไม้แห้งกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟเผาผลาญหมู่บ้านในชนบท ปลาตายและพืชก็ไม่เกิดผล ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขาไม่มีทรัพยากรธรรมดาที่เรามักมองข้าม นั่นคือน้ำซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

อิสราเอลพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและน่ากลัว ขณะที่ผู้คนตั้งค่ายอยู่ในทะเลทรายที่แห้งแล้ง เราก็อ่านพบประโยคที่น่าตกใจคือ “ไม่มีน้ำให้ประชาชนดื่ม” (อพย.17:1) ประชาชนรู้สึกหวาดหวั่น คอของพวกเขาแห้ง ท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ ลูกๆของพวกเขาหิวน้ำ ด้วยความหวาดกลัว ประชาชนจึง “กล่าวหาว่าเป็นความผิดของโมเสส” และร้องขอน้ำจากท่าน (ข้อ 2) แต่โมเสสจะทำอะไรได้นอกจากไปหาพระเจ้าเท่านั้น

พระเจ้าทรงประทานคำสั่งที่ประหลาดคือให้โมเสส “ถือไม้เท้า...ตีศิลานั้น แล้วน้ำจะไหลออกมาให้ประชาชนดื่ม” (ข้อ 5-6) โมเสสจึงเอาไม้เท้าตีหินและน้ำก็ไหลออกมาราวกับแม่น้ำให้ประชาชนและฝูงสัตว์ของพวกเขา วันนั้นอิสราเอลตระหนักว่าพระเจ้าทรงรักพวกเขาและทรงจัดเตรียมน้ำให้อย่างอุดมสมบูรณ์

หากคุณกำลังประสบกับความแห้งแล้งหรือถิ่นทุรกันดารในชีวิต จงรู้เถิดว่าพระเจ้าทรงทราบและทรงสถิตอยู่ด้วยกับคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือขาดแคลนสิ่งใด ขอให้คุณพบความหวังและความสดชื่นในแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ของพระองค์

วิสัยทัศน์ใหม่

หลังการผ่าตัดเล็กที่ตาข้างซ้าย แพทย์แนะนำให้ฉันทดสอบการมองเห็นด้วยความมั่นใจฉันปิดตาขวาและอ่านไล่ไปทีละบรรทัดอย่างสบาย แต่เมื่อปิดตาซ้ายฉันถึงกับอ้าปากค้าง ฉันไม่รู้เลยหรือว่าตัวเองตาบอดขนาดนี้

ในขณะที่ปรับแว่นและมุมมองใหม่ ฉันก็คิดถึงการทดลองในชีวิตประจำวันที่มักจะทำให้สายตาฝ่ายวิญญาณของฉันสั้นลง การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่มองเห็นได้ในระยะใกล้ เช่น ความเจ็บปวดและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทำให้ฉันมองไม่เห็นความสัตย์ซื่อของพระเจ้าผู้เป็นนิรันดร์และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ด้วยมุมมองที่จำกัดนี้ ความหวังจึงกลายเป็นภาพเลือนลางที่ไม่มีวันเป็นจริงได้

1 ซามูเอล 1 เป็นเรื่องราวของผู้หญิงอีกคนซึ่งไม่เชื่อในความสัตย์ซื่อของพระเจ้า แต่กลับจดจ่ออยู่กับความปวดร้าว ความไม่แน่นอน และการสูญเสียที่กำลังเผชิญ หลายปีที่ฮันนาห์ต้องทนกับการไม่มีบุตร และคำพูดทิ่มแทงจากเปนินนาห์ภรรยาอีกคนของเอลคานาห์สามีของนาง แม้สามีจะรักนางแต่ก็ไม่ทำให้นางพอใจ วันหนึ่งนางได้อธิษฐานอย่างขมขื่น เมื่อเอลีปุโรหิตถาม นางจึงเล่าสถานการณ์ของนางให้ท่านฟัง ก่อนที่นางจะไป ท่านอธิษฐานขอให้พระเจ้าประทานตามคำขอของนาง (1 ซมอ.1:17) แม้ว่าสถานการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลงในทันที แต่ฮันนาห์ก็เดินจากไปด้วยความหวังและความมั่นใจ (ข้อ 18)

คำอธิษฐานของนางใน 1 ซามูเอล 2:1-2 เผยให้เห็นมุมมองที่เปลี่ยนไป แม้สถานการณ์จะยังคงเหมือนเดิม แต่วิสัยทัศน์ใหม่ทำให้มุมมองและทัศนคติของฮันนาห์เปลี่ยนไป นางชื่นชมยินดีในการทรงสถิตของพระเจ้า ผู้ทรงเป็นพระศิลาและความหวังนิรันดร์ของนาง

ฟังคำแนะนำที่ฉลาด

ในช่วงสงครามกลางเมืองของอเมริกา ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์นพบว่าตัวเองออกคำสั่งให้ย้ายกองทหารสหภาพบางส่วนเพื่อต้องการเอาใจนักการเมือง เมื่อเลขาธิการสงครามเอ็ดวิน สแตนตัน ได้รับคำสั่ง เขาปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามและบอกว่าประธานาธิบดีเป็นคนโง่ เมื่อลินคอล์นทราบว่าสแตนตันพูดเช่นนั้น เขาตอบว่า “ถ้าสแตนตันบอกว่าผมโง่ ผมก็คงโง่จริงๆนั่นแหละเพราะเขามักจะพูดถูกเสมอ ผมจะพิสูจน์ด้วยตัวเอง” เมื่อทั้งสองคนได้คุยกันประธานาธิบดีก็ตระหนักทันทีว่า การตัดสินใจของเขานั้นผิดพลาดอย่างแรงและยกเลิกคำสั่งนั้นโดยไม่ลังเล แม้สแตนตันจะบอกว่าลินคอล์นโง่ แต่เขาก็พิสูจน์ตนเองว่าเป็นคนฉลาดโดยการไม่ดึงดันทำตามความคิดของตนเมื่อสแตนตันไม่เห็นด้วย ตรงกันข้ามเขารับฟังคำแนะนำ คิดพิจารณา และเปลี่ยนใจ

คุณเคยเจอคนที่ไม่ยอมฟังคำแนะนำที่ชาญฉลาดหรือไม่ (ดู 1 พกษ.12:1-11) มันน่าโมโหใช่มั้ย หรือถ้าให้ใกล้ตัวเข้ามาอีกนิด คุณเคยปฏิเสธที่จะฟังคำแนะนำหรือไม่ ดังที่สุภาษิต 12:15 กล่าวว่า “ทางของคนโง่นั้นถูกต้องในสายตาของเขาเอง แต่ปราชญ์ย่อมฟังคำแนะนำ” คนเราอาจไม่ได้ทำถูกเสมอไป แต่สิ่งเดียวกันนี้ก็อาจเกิดขึ้นกับเราได้! เมื่อตระหนักว่าทุกคนล้วนทำผิดพลาด มีแต่คนโง่เท่านั้นที่คิดว่าพวกเขาจะได้รับการยกเว้น แทนที่จะคิดเช่นนั้น ขอให้เราใช้สติปัญญาจากพระเจ้าและรับฟังคำแนะนำที่ชาญฉลาดของผู้อื่นแม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยในตอนแรก บางครั้งพระเจ้าก็ทรงใช้คำแนะนำเหล่านั้นเพื่อประโยชน์ของเราเอง (ข้อ 2)

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา