ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Dave Branon

ไม่ใช่ฉัน

ในช่วงวันหยุดเมื่อเร็วๆ นี้ ผมหยุดโกนหนวดและเริ่มไว้เครา เพื่อนและผู้ร่วมงานตอบสนองต่างกันๆ ส่วนมากชม วันหนึ่งผมมองดูเคราแล้วตัดสินใจว่า “นี่ไม่ใช่ผม” แล้วผมก็โกนเคราออก

พิงพระเยซู

บางครั้งเมื่อผมล้มตัวหนุนหมอนและอธิษฐาน ผมจะจินตนาการว่า ผมเอนกายพิงพระเยซู ทุกครั้งที่ทำเช่นนี้ผมจะนึกถึงพระวจนะที่พูดถึงอัครทูตยอห์น ยอห์นบันทึกว่าท่านนั่งข้างพระเยซูในพระกระยาหารมื้อสุดท้าย “ที่สำรับมีสาวกคนหนึ่งที่พระองค์ทรงรัก ได้เอนกายอยู่ใกล้พระทรวงของพระองค์” (ยน.13:23)

มอบให้ทั้งหมด

สมัยที่ผมเล่นบาสเก็ตบอลวิทยาลัย ผมตั้งใจแน่วแน่ทุกต้นฤดูกาลแข่งว่าผมจะเดินเข้าโรงยิมและอุทิศตนเองทั้งหมดให้โค้ช ผมจะทำทุกสิ่งที่โค้ชบอกให้ทำ

เก่าแต่ใหม่

ในปี 2014 เกิดหลุมยุบใต้พิพิธภัณฑ์รถคอร์เวตต์แห่งชาติในเคนตักกี ทำให้รถสปอร์ตโบราณเชฟโรเลต คอร์เวตต์ตกลงไป 8 คัน สร้างความเสียหายรุนแรงแก่ตัวรถ บางคันไม่สามารถซ่อมได้อีก

ถึงเวลาแล้ว

แม็กกี้ หลานสาววัยก่อนอนุบาลกับเคธี่ พี่สาววัยอนุบาลขนผ้าห่มหลายผืนไปที่สนามหลังบ้าน เพื่อสร้างเต็นท์ผ้าห่มเอาไว้เล่นด้วยกัน ทั้งสองอยู่ข้างนอกพักหนึ่งก่อนที่แม่จะได้ยินเสียงแม็กกี้ร้องเรียก

รับใช้พระเจ้าด้วยคำอธิษฐาน

พระเจ้ามักทรงเจตนากระทำพระราชกิจของพระองค์ให้สำเร็จผ่านคำอธิษฐานของเรา เราได้เห็นตัวอย่างนี้ เมื่อพระเจ้าตรัสแก่ผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ว่า “เราจะส่งฝนมาเหนือพื้นดิน” ทรงสัญญาว่าจะยุติความกันดารในอิสราเอลที่ยาวนานถึงสามปีครึ่ง (ยก.5:17) แม้พระเจ้าจะทรงสัญญาแล้ว แต่ต่อมาไม่นาน “เอลียาห์ก็ขึ้นไปที่ยอดภูเขาคารเมล ท่านก็โน้มตัวลงถึงดิน ซบหน้าระหว่างเข่า” อธิษฐานอย่างร้อนรนให้ฝนมา (1 พกษ.18:42) จากนั้นเมื่อยังอธิษฐานอยู่ เอลียาห์ให้คนใช้มองไปทางทะเลถึง “เจ็ดครั้ง” เพื่อดูว่ามีฝนตั้งเค้ามาหรือยัง (1พกษ.18:43)

เสียงรอบทิศทาง

วอลท์ ดิสนีย์ เป็นสตูดิโอรายแรกที่คิดค้นนิยามใหม่ในการชมภาพยนตร์ที่เรียกว่า “ระบบเสียงสเตอริโอ” หรือเสียงรอบทิศทาง เพราะผู้สร้างต้องการให้ผู้ชมได้ฟังดนตรีรูปแบบใหม่

บทสนทนาเงียบๆ

คุณเคยคุยกับตัวเองไหม บางครั้งเวลาผมทำงาน โดยเฉพาะตอนที่ผมซ่อมรถอยู่ใต้กระโปรงรถ ผมพบว่าเวลาซ่อมรถ การคิดแล้วพูดดังๆ เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดนั้นช่วยได้มาก ถ้ามีคนมาเห็นผม “พูด” ผมอาจรู้สึกอายนิดหน่อย ทั้งที่พวกเราส่วนใหญ่ก็คุยกับตัวเองแทบทุกวันอยู่แล้ว

งดงาม

นึกภาพวัยรุ่นหญิงสองคน คนแรกสุขภาพดีแข็งแรง อีกคนไม่เคยรู้จักการได้ไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง เธอต้องนั่งรถเข็นและไม่เพียงเจอความท้าทายทางอารมณ์เช่นคนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังต้องพบความลำบากและเจ็บปวดทางร่างกายอยู่เสมอ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

> ODB

ชีวิตและความตาย

ฉันจะไม่มีวันลืมเหตุการณ์ที่ได้นั่งอยู่ข้างเตียงพี่ชายของเพื่อน ขณะที่เขากำลังจะจากโลกนี้ไป เหตุการณ์แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปแต่ไม่ใช่สำหรับเราเลย ขณะที่เราสามคนคุยกันเบาๆ ริชาร์ดเริ่มหายใจลำบากขึ้น เรามาล้อมรอบเขา เฝ้าดู รอคอย และอธิษฐาน เมื่อเขาสูดลมหายใจครั้งสุดท้าย ฉันรู้สึกว่าเป็นช่วงเวลาที่บริสุทธิ์และสงบที่สัมผัสได้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ท่ามกลางน้ำตาที่อาลัยคนดีๆ อย่างชายวัยสี่สิบผู้นี้

วีรบุรุษแห่งความเชื่อของเราหลายคน ก็ได้สัมผัสถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้าขณะที่กำลังจะเสียชีวิต เช่น ยาโคบประกาศว่าในไม่ช้า “เราจะไปอยู่ร่วมกับคนของเรา” (ปฐก.49:29-33) โยเซฟ บุตรชายของยาโคบก็พูดถึงความตายของตนที่ใกล้เข้ามาว่า “เราจวนจะตายแล้ว” เขาพูดกับพี่น้องขณะที่สอนให้พวกเขายึดมั่นในความเชื่อ เขาดูเปี่ยมด้วยสันติสุข แต่ก็กระตือรือร้นที่พี่น้องของเขาวางใจในพระเจ้า (ปฐก.50:24)

ไม่มีใครรู้ว่าลมหายใจสุดท้ายของเราจะมาถึงเมื่อไหร่ หรืออย่างไรแต่เราสามารถทูลขอให้พระเจ้าช่วยให้เราวางใจว่า พระองค์จะทรงอยู่กับเรา เราเชื่อในพระสัญญาได้ว่า พระเยซูจะจัดเตรียมที่ไว้สำหรับเราในบ้านของพระบิดา (ยน.14:2-3)

ทดสอบด้วยไฟ

ฉันได้ไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติในรัฐโคโล-ราโดเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว ฉันได้รู้ข้อมูลน่าทึ่งเกี่ยวกับต้นแอสเพนคือ ต้นแอสเพนลำต้นสีขาวทั้งป่าสามารถเกิดจากเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว โดยใช้ระบบรากร่วมกัน ระบบรากเหล่านี้คงอยู่ได้เป็นพันปีไม่ว่าจะมีลำต้นงอกออกมาหรือไม่ เมื่อเกิดไฟป่า น้ำท่วม หรือหิมะถล่ม แล้วเกิดพื้นที่โล่ง รากของต้นแอสเพนที่ได้รับแสงอาทิตย์ก็จะมีต้นอ่อนงอกขึ้นมา

สำหรับต้นแอสเพน มันเติบโตขึ้นใหม่ได้เพราะภัยพิบัติทางธรรมชาติ ยากอบเขียนไว้ว่าการเติบโตในความเชื่อของเราก็เกิดขึ้นได้จากความยากลำบาก “เมื่อท่านทั้งหลายประสบความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่าการทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์ เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วนไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย” (ยก.1:2-4)

เป็นเรื่องยากที่จะยินดีท่ามกลางการทดลอง แต่เราหวังใจได้จากความจริงที่ว่า พระเจ้าทรงใช้สถานการณ์ที่ยากลำบากเพื่อช่วยให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เช่นเดียวกับต้นแอสเพน ความเชื่อจะเติบโตได้ก็ในยามที่มีการทดลอง ความลำบากทำให้เกิดพื้นที่โล่งในใจเราเพื่อให้แสงสว่างของพระเจ้าสัมผัสเราได้

เกิดผลดี

ทิวทัศน์ที่ผมเห็นจากหน้าต่างเครื่องบินช่างน่าตื่นตา ทุ่งข้าวสาลีที่กำลังออกรวงกับสวนผลไม้ทอดยาวระหว่างภูเขาแห้งแล้งสองลูก กลางหุบเขามีแม่น้ำไหลผ่าน ถ้าไม่มีลำน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตสายนี้ ต้นไม้ย่อมไม่เกิดผล

ผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์ขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำสะอาดฉันใด คุณภาพของ “ผล” ในชีวิตของผมซึ่งก็คือคำพูด การกระทำ ทัศนคติ ก็ขึ้นอยู่กับสารอาหารฝ่ายวิญญาณของผมฉันนั้น ผู้เขียนสดุดี 1 อธิบายว่าบุคคลที่ “ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า...เขาเป็นเช่นต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล” (ข้อ 1-3) เปาโลบอกในกาลาเทีย 5 ว่า ผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณจะเห็นได้จาก “ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน” (ข้อ 22-23)

บางครั้งผมมีมุมมองอันขมขื่นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น หรือการกระทำและคำพูดของผมก็ไม่เป็นมิตรเท่าที่ควร ซึ่งไม่ใช่ผลที่ดี และผมตระหนักว่า เพราะผมไม่ได้ใช้เวลาเงียบสงบกับพระวจนะของพระเจ้า แต่เมื่อผมเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการหยั่งรากในพระองค์ ผมก็เกิดผลดี มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วยความอดทน และอ่อนโยน อีกทั้งไม่ยากที่จะเลือกขอบพระคุณแทนการพร่ำบ่น

พระเจ้าผู้เปิดเผยพระองค์ต่อเรา ทรงเป็นแหล่งกำลัง สติปัญญา ความชื่นชมยินดี ความเข้าใจ และสันติสุข (สดด.119:28, 98, 111, 144, 165) เมื่อเราให้จิตวิญญาณของเราอยู่ในพระคำซึ่งชี้ไปที่พระองค์ การงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะเด่นชัดในชีวิตของเรา