ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Julie Schwab

มรดก

"ขอบคุณสำหรับอาหารเย็นค่ะพ่อ” ฉันพูดขณะวางผ้าเช็ดปากลงบนโต๊ะในร้านอาหาร ฉันกลับบ้านในช่วงมหาวิทยาลัยปิดเทอม หลังจากแยกไปอยู่เองสักพัก ฉันรู้สึกแปลกที่ให้พ่อแม่จ่ายค่าอาหารให้ “ไม่เป็นไรจูลี่” พ่อตอบ “ลูกไม่ต้องขอบคุณพ่อสำหรับทุกอย่างตลอดเวลา พ่อรู้ว่าลูกแยกไปอยู่เองแล้ว แต่ลูกยังเป็นลูกของพ่อและเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเรา” ฉันยิ้ม “ขอบคุณค่ะพ่อ”

ในครอบครัว ฉันไม่เคยต้องทำอะไรเพื่อจะได้รับความรักของพ่อแม่ หรือเพื่อให้ท่านทำให้ฉัน แต่คำพูดของพ่อเตือนใจฉันว่า ฉันไม่เคยต้องทำอะไรเพื่อจะได้เป็นครอบครัวของพระเจ้าเช่นกัน

ในพระธรรมเอเฟซัส เปาโลบอกผู้อ่านว่าพระเจ้าทรงเลือกพวกเขาให้ “บริสุทธิ์และปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระองค์” (1:4) และยืนต่อหน้าพระองค์อย่างไร้ซึ่งมลทิน (5:25-27) ซึ่งจะเป็นไปได้ผ่านทางพระเยซูเท่านั้น ในพระองค์ “เราได้รับการไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์คือได้รับการอภัยโทษบาปของเราโดยพระกรุณาอันอุดมของพระองค์” (1:7) เราไม่ต้องทำอะไรเพื่อให้ได้มาซึ่งพระคุณ การอภัยโทษ หรือการเข้าร่วมในครอบครัวของพระเจ้า เราแค่รับเอาของขวัญที่พระองค์ให้เราเปล่าๆ

เมื่อเรามอบชีวิตให้พระเยซู เราก็เป็นลูกของพระเจ้า หมายความว่าเราได้รับชีวิตนิรันดร์และมีมรดกอยู่ในสวรรค์ สรรเสริญพระเจ้าที่ประทานของขวัญล้ำค่าเช่นนี้!

สิ่งที่เราทำสำคัญหรือ

ฉันวางหลังมือที่หน้าผากแล้วถอนหายใจ “ฉันไม่รู้จะทำให้สำเร็จทั้งหมดได้อย่างไร” เสียงของเพื่อนฉันดังมาทางโทรศัพท์ว่า “เธอต้องเชื่อบ้างว่าตัวเองทำได้ เธอทำตั้งหลายอย่าง” แล้วเขาก็พูดถึงสิ่งที่ฉันพยายามทำ มีทั้งดูแลสุขภาพ ทำงาน เรียนปริญญาโท เขียนหนังสือ และร่วมศึกษาพระคัมภีร์ ฉันต้องการทำทุกสิ่งเพื่อพระเจ้า แต่กลับใส่ใจว่าตัวเองทำอะไรมากกว่าทำอย่างไร หรือฉันอาจพยายามทำหลายอย่างเกินไป

เปาโลเตือนคริสตจักรในเมืองโคโลสีว่า พวกเขาควรจะใช้ชีวิตในวิถีทางที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า ในท้ายที่สุดสิ่งที่พวกเขามุ่งกระทำในแต่ละวันไม่สำคัญเท่ากับพวกเขาทำอย่างไร พวกเขาต้องทำงานด้วย “ใจเมตตา ใจกรุณา ใจถ่อม ใจสุภาพอ่อนโยน ใจอดทน” (คส.3:12) จงให้อภัยกัน และเหนือสิ่งอื่นใดให้รักกันและกัน (ข้อ 13-14) และ “ทำทุกสิ่งในนามของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า” (ข้อ 17) งานของพวกเขาจะต้องไม่แยกกันกับการดำเนินชีวิตเหมือนพระคริสต์

สิ่งที่เราทำก็สำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ เราทำอย่างไร เพราะอะไร และเพื่อใคร ในแต่ละวันเราเลือกได้ว่าจะทำงานแบบมีความเครียด หรือทำแบบที่พระเจ้าได้รับเกียรติและแสวงหาความหมายที่พระเยซูทรงเพิ่มเติมให้กับการงานของเรา เมื่อเราทำเพื่อให้พระเจ้าได้รับเกียรติ เราจะพบความพึงพอใจ - JS

ดูแลเอาใจใส่

ก่อนที่ลูกชายจะวิ่งออกประตูเพื่อไปโรงเรียน ฉันถามลูกว่าแปรงฟันหรือยัง ฉันถามลูกอีกครั้งก็เพื่อเตือนเขาเรื่องความสำคัญของการพูดความจริง คำเตือนที่อ่อนโยนของฉันไม่ส่งผลใดๆ ต่อเขา ลูกล้อว่าฉันควรมีกล้องวงจรปิดในห้องน้ำจะได้คอยตรวจสอบเขาว่าแปรงฟันหรือยัง และเขาจะได้ไม่ถูกล่อลวงให้โกหก

สามัคคีธรรมกับพระเยซู

ผมไม่เคยลืมว่าครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสนั่งติดกับบิลลี่ เกรแฮมในการรับประทานอาหารเย็น ผมรู้สึกเป็นเกียรติแต่ก็รู้สึกประหม่าว่าจะพูดอะไรดี ผมคิดว่าคงจะน่าสนใจถ้าจะเริ่มต้นด้วยการถามว่า สิ่งที่ท่านรักมากที่สุดตลอดเวลาหลายปีในการรับใช้คืออะไร แล้วผมก็หลุดปากพูดคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้ ว่าคือการได้รู้จักประธานาธิบดี กษัตริย์ และพระราชินีใช่ไหม หรือเป็นการได้เทศนาข่าวประเสริฐแก่คนนับล้านทั่วโลก

ศิลปะของใจกตัญญู

ในวันแต่งงาน ผมและมาร์ตี้ได้ให้คำปฏิญาณว่าจะสัตย์ซื่อต่อกันไม่ว่าจะ “ยามทุกข์หรือยามสุข เจ็บป่วยหรือสุขสบาย มั่งมีหรือยากจน” อาจฟังดูแปลกที่เราพูดถึงความทุกข์ ความเจ็บป่วย และความยากจนในวันที่น่ายินดี แต่ก็เป็นการตอกย้ำถึงความจริงของชีวิตที่ว่า ช่วงเวลา “ความทุกข์” มักเกิดขึ้นบ่อยๆ