ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Amy Boucher Pye

สำแดงความกรุณา

เมื่อเกิดเรื่องเศร้าหรือเจ็บปวด เรามีโอกาสที่จะสำแดงความกรุณาหรือไม่ก็แก้แค้น” ชายที่เพิ่งสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักกล่าวว่า “ผมเลือกแสดงความกรุณา” ภรรยาของศิษยาภิบาลเอริค ฟิตซ์เจอรัลด์เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่มีเหตุจากนักดับเพลิงผู้อิดโรยหลับในขณะขับรถกลับบ้าน อัยการถามว่าเขาอยากให้ผู้กระทำผิดรับโทษสูงสุดหรือไม่ ศิษยาภิบาลผู้นี้เลือกที่จะยกโทษให้ตามคำที่เขามักเทศนา ทั้งเขาและนักดับเพลิงต่างก็ประหลาดใจที่ทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนกัน

อาจารย์เอริคสำแดงความกรุณาที่ได้รับจากพระเจ้า ผู้ทรงยกโทษความผิดบาปทั้งสิ้นของเขา การกระทำนี้สะท้อนคำของผู้เผยพระวจนะมีคาห์ ท่านสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงยกโทษให้เมื่อเราทำผิด (7:18) ท่านใช้ภาษาเปรียบเทียบให้เห็นว่าพระเจ้าทรงทำสิ่งใดเพื่อยกโทษบาปให้เรา คือพระองค์จะทรง “เหยียบความผิดของเราไว้” และจะทรงเหวี่ยงบาปทั้งหลายของเราลงไปในที่ลึกของทะเล (ข้อ 19) นักดับเพลิงคนนั้นได้รับอิสรภาพเป็นของขวัญที่นำเขาเข้ามาใกล้พระเจ้า

ไม่ว่าเราเผชิญความทุกข์ใด เรารู้ว่าพระเจ้าทรงเอื้อมพระหัตถ์มาหาเราด้วยความรัก ต้อนรับเราเข้าสู่อ้อมกอดอันปลอดภัย “ทรงพอพระทัยในความรักมั่นคง” (ข้อ 18) เมื่อเรารับความรักและพระคุณจากพระองค์ พระองค์ทรงให้กำลังเรายกโทษผู้ที่ทำให้เราเจ็บเช่นเดียวกับที่อาจารย์เอริคได้ทำ

แขกวันคริสต์มาส

คืนก่อนวันคริสต์มาสปี 1944 ชายที่ทุกคนเรียกว่า “บริงเกอร์เฒ่า” นอนใกล้ตายอยู่ในโรงพยาบาลของเรือนจำ รอการนมัสการวันคริสต์มาสที่นำโดยเพื่อนผู้ต้องขัง “เมื่อไรจะเริ่มร้องเพลง” เขาถามวิลเลียม แมคดูกอลที่ถูกจองจำด้วยกันที่เรือนจำมันต๊อกในสุมาตรา “อีกไม่นาน” แมคดูกอลตอบ “ดีเลย ฉันจะได้จินตนาการว่าเป็นเพลงของทูตสวรรค์”

ของขวัญจากเบื้องบน

จากเรื่องที่เล่าต่อกันมา ชายที่ชื่อนิโคลัส (เกิดในปีค.ศ. 270) ได้ยินว่าพ่อผู้ยากจน ไม่มีเงินเลี้ยงดูลูกสาวสามคนและยิ่งไม่อาจมีเพียงพอให้ลูกได้แต่งงานในอนาคต นิโคลัสอยากช่วยชายผู้นี้อย่างลับๆ จึงโยนถุงใส่ทองเข้าไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ ถุงนั้นตกลงไปในถุงเท้าหรือรองเท้าที่ตากอยู่บนเตาผิง ชายผู้นั้นเป็นที่รู้จักในนามเซนต์นิโคลัส ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้มีซานตาคลอสในเวลาต่อมา

เมื่อฉันฟังเรื่องของขวัญที่มาจากเบื้องบน ฉันคิดถึงพระเจ้าพระบิดาผู้ประทานพระบุตรของพระองค์โดยความรักและกรุณาคุณ เพื่อเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผ่านการบังเกิดอย่างอัศจรรย์ จากพระธรรมมัทธิวพระเยซูเสด็จมาตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมที่ว่า หญิงพรหมจารีจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามท่านว่า อิมมานูเอล แปลว่า “พระเจ้าทรงอยู่กับเรา” (1:23)

ของขวัญจากนิโคลัสนั้นน่าชื่นใจ ของขวัญที่น่าอัศจรรย์มากยิ่งกว่าคือองค์พระเยซู พระองค์เสด็จจากสวรรค์มาเป็นมนุษย์ สิ้นพระชนม์และฟื้นจากความตายและเป็นพระเจ้าผู้อยู่กับเรา พระองค์ปลอบประโลมเมื่อเราเจ็บปวดและเศร้าใจ ทรงหนุนใจเมื่อเราท้อ และเปิดเผยความจริงเมื่อเราถูกล่อลวง

ที่กำบังพายุ

เล่ากันว่า ในปี 1763 ผู้รับใช้หนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินทางบนถนนริมผาในมณฑลซอมเมอร์เซต ประเทศอังกฤษ ได้เข้าไปในถ้ำเพื่อหลบฟ้าผ่าและฝนกระหน่ำ ขณะที่มองไปรอบถ้ำเชดดาร์ จอร์จ เขาได้ใคร่ครวญถึงของประทานที่เขาได้รับเมื่อพบที่ลี้ภัยและสันติสุขในพระเจ้า ขณะที่รออยู่ เขาได้แต่งบทเพลงนมัสการ “พระเยซูเปรียบดังศิลา” ซึ่งขึ้นต้นได้น่าจดจำว่า “พระเยซูเปรียบดังศิลา ซึ่งกำบังข้าให้พ้นภัย”

“แค่ที่ทำงาน”

ฉันมองดูเนินเขาสูงๆ ต่ำๆ สีเขียวในแลงคาเชอร์ทางเหนือของอังกฤษและเห็นรั้วหินที่มีไว้กั้นแกะกระจายอยู่ทั่วเนิน ปุยเมฆเคลื่อนที่บนฟ้าสดใสและฉันสูดหายใจลึกดื่มด่ำกับทัศนียภาพ เมื่อฉันพูดถึงทิวทัศน์งดงามให้คนที่ทำงานที่ศูนย์พักผ่อนที่ฉันไปพักฟัง เธอกล่าวว่า “ฉันไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยจนเมื่อแขกของเราพูดให้ฟัง เราอยู่ที่นี่มานานและเราเป็นชาวสวน ที่นี่ก็เป็นแค่ที่ทำงานของเรา”

ติดอยู่กับเถา

ฤดูใบไม้ผลิหลังจากฤดูหนาวอันโหดร้ายที่เธอช่วยสมาชิกในครอบครัวผ่านความเจ็บป่วยยาวนาน เอ็มม่าได้รับการหนุนใจทุกครั้งที่เดินผ่านต้นเชอรี่ใกล้บ้านในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ กลีบดอกสีขาวเบ่งบานต่อยอดจากกลีบดอกสีชมพู คนสวนผู้ชาญฉลาดได้นำกิ่งของดอกสีขาวมาทาบกิ่งกับต้นไม้ต้นนี้ เมื่อเอ็มม่าเดินผ่านต้นไม้พิเศษนี้ เธอคิดถึงถ้อยคำของพระเยซูที่ว่าพระองค์ทรงเป็นเถาและสาวกเป็นแขนง (ยน.15:1-8)

ชีวิตเปลี่ยนแปลง

สตีเฟนเติบโตขึ้นในแหล่งเสื่อมโทรมทางตะวันออกของลอนดอนและเริ่มก่ออาชญากรรมเมื่ออายุสิบขวบ เขาเล่าว่า “ถ้าทุกคนขาย ยาเสพติด ปล้น และคดโกง คุณย่อมเข้าไปมีส่วนด้วย ชีวิตก็เป็นแบบนี้” แต่เมื่ออายุยี่สิบปี เขาฝันและความฝันนั้นเปลี่ยนชีวิตเขา “ผมได้ยินพระเจ้าตรัสว่า สตีเฟน เจ้าจะต้องถูกจองจำเพราะฆ่าคน” ความฝันชัดเจนนั้นเป็นเหมือนคำเตือน เขาจึงมาหาพระเจ้าและต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา

มุมานะเพื่อพระเจ้า

คนที่โตมาในอังกฤษในหมู่บ้านเดียวกับวิลเลียม แครีย์ (1761-1834) อาจคิดว่าเขาคงไม่ประสบความสำเร็จ แต่ทุกวันนี้เขาคือบิดาของมิชชั่นสมัยใหม่ พ่อแม่ของเขาเป็นช่างทอ เขาเป็นครูและช่างทำรองเท้าที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เขาก็เรียนภาษากรีก ฮีบรู และละตินด้วยตัวเอง หลายปีผ่านไปเขาตระหนักว่า เขาใฝ่ฝันจะเป็นมิชชันนารีในอินเดีย แต่เขาเผชิญความยากลำบาก ทั้งลูกเสียชีวิต ภรรยามีปัญหาสุขภาพจิตและไม่มีการตอบสนองใดๆ จากคนที่เขาประกาศด้วยนานหลายปี

พบสันติสุข

"คุณคิดว่าสันติสุขคืออะไร” เพื่อนถามฉันขณะกินข้าวกลางวัน “สันติสุขหรือ” ฉันพูดอย่างแปลกใจ “ไม่แน่ใจ แต่ถามทำไมหรือ” เขาตอบว่า “ตอนที่คุณขยับเท้าไปมาตอนนมัสการที่คริสตจักร ผมสงสัยว่าคุณกังวลใจเรื่องอะไร คุณเคยคิดเรื่องสันติสุขที่พระเจ้าประทานให้คนที่รักพระองค์บ้างไหม”