ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Randy Kilgore

หาทางกลับบ้าน

บางครั้งหนทางชีวิตก็ยากลำบากจนเรารู้สึกหมดแรง เหมือนความมืดมิดไม่สิ้นสุด เมื่อครอบครัวเราประสบช่วงเวลาเช่นนั้น ภรรยาผมได้รับบทเรียนใหม่จากการเฝ้าเดี่ยวเช้าวันหนึ่ง “ฉันคิดว่าพระเจ้าต้องการให้เราไม่ลืมสิ่งที่เราได้เรียนรู้ยามมืดมิด เมื่อเราอยู่ในความสว่าง”

การปรนนิบัติที่ไม่เห็นแก่ตัว

คนกลุ่มเล็กๆ ที่ยืนอยู่ ดูเล็กมากเมื่อเทียบกับต้นไม้ยักษ์ที่ล้มอยู่ในสนาม หญิงชราซึ่งใช้ไม้เท้าอธิบายถึงการได้เห็นพายุเมื่อคืนโค่น “ต้นเอล์มของเรา ซึ่งแย่ที่สุดเลย” เสียงของเธอสั่นเครือ “พายุทำลายกำแพงหินแสนสวยของเราด้วย สามีของฉันสร้างขึ้นตอนเราเพิ่งแต่งงาน เขาชอบมาก ฉันก็ชอบตอนนี้ไม่มีกำแพงแล้ว และไม่มีเขาด้วยเช่นกัน”

ทุกนาทีมีค่า

ตอนที่ผมพบเอด้า เธออายุยืนกว่าบรรดาเพื่อนและครอบครัว และพักอยู่ที่บ้านผู้สูงอายุ เธอบอกผมว่า “สิ่งที่ยากที่สุดในการเป็นคนชราคือ การเฝ้ามองใครต่อใครจากไปและทิ้งคุณไว้ข้างหลัง” วันหนึ่งผมถามเอด้าว่าเธอสนใจอะไรและทำอะไรบ้าง เธอตอบผมด้วยข้อพระคัมภีร์ของเปาโล (ฟป.1:21) ว่า “สำหรับข้าพเจ้านั้นการมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระคริสต์และการตายก็ได้กำไร” เธอกล่าวว่า “ขณะที่ฉันยังอยู่ ฉันมีงานต้องทำวันไหนที่รู้สึกแข็งแรง ฉันจะไปคุยกับคนที่นี่เรื่องพระเยซู ส่วนวันไหนที่ไม่ค่อยสบาย ฉันก็ยังอธิษฐานได้”

ฉลาดโดยบังเอิญ

หลายปีก่อน ผู้หญิงคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า ได้เห็นลูกชายที่กำลังย่างเข้าวัยรุ่นกำลังดูข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง โดยสัญชาตญาณเธอรีบหยิบรีโมตมาเปลี่ยนช่อง “ลูกไม่จำเป็นต้องดูเรื่องพวกนั้น” เธอบอกลูกในทันที และเกิดการโต้เถียงกันตามมา สุดท้ายเธอบอกลูกว่า ต้องคิดถึง “สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก...” (ฟป.4:8) หลังอาหารเย็น เธอกับสามีกำลังนั่งดูข่าว จู่ๆ ลูกสาววัยห้าขวบวิ่งเข้ามาปิดทีวีบอกด้วยน้ำเสียงแบบ “แม่” ว่า “พ่อกับแม่ไม่ต้องดูเรื่องพวกนั้นหรอก ให้คิดถึงเรื่องในพระคัมภีร์สิ”

พระคุณที่ไม่คาดคิด

เช้าวันเสาร์วันหนึ่งตอนผมอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผมกระตือรือร้นจะไปทำงานที่ลานโบว์ลิ่ง คืนก่อนหน้านั้นผมอยู่ดึกเพราะถูพื้นเปื้อนโคลน เนื่องจากภารโรงลาป่วย ผมไม่ได้บอกเจ้านายเรื่องภารโรง เพราะอยากทำให้เขาประหลาดใจ ผมคิดว่าไม่น่ามีอะไรเสียหาย

พระหัตถ์อันชูใจ

"คนไข้มักต่อสู้” พยาบาลเขียนข้อความไว้เช่นนี้ สิ่งที่พยาบาลไม่รู้จนในเวลาต่อมาก็คือ ฉันมีอาการแพ้ขณะตื่นขึ้นมาหลังการผ่าตัดหัวใจ สภาพฉันแย่มาก มีท่อสอดอยู่ในลำคอ ร่างกายเริ่มสั่นอย่างรุนแรง ถึงกับต้องใช้เชือกมัดแขนฉันไว้ไม่ให้ดึงท่อช่วยหายใจออก เวลานั้นช่างน่ากลัวและเจ็บปวดมาก มีครั้งหนึ่งที่ผู้ช่วยพยาบาลที่อยู่ด้านขวาของเตียงเอื้อมมาจับมือฉันไว้ เป็นสัมผัสอ่อนโยนที่ไม่คาดคิดจนฉันนิ่งงัน ทำให้ร่างกายเริ่มผ่อนคลายและหยุดอาการสั่นรุนแรงนั้น

วันที่อธิษฐานไม่ได้

ในเดือนพฤศจิกายน 2015 ผมรับรู้ว่าผมต้องผ่าตัดหัวใจ ผมไม่คาดคิดกลัวและอดคิดถึงความตายไม่ได้ ผมต้องคืนดีกับใครบ้าง ผมต้องเตรียมด้านการเงินให้ครอบครัวอย่างไรบ้าง มีงานอะไรที่ทำล่วงหน้าได้และงานใดเร่งด่วน และผมจะส่งต่องานให้ใคร นี่เป็นเวลาที่ผมต้องทั้งอธิษฐานและลงมือทำ

หาวาลโด

วาลโดเป็นตัวการ์ตูนใน “วาลโดอยู่ไหน” หนังสือเด็กที่ขายดีตลอดกาล วาลโดซ่อนตัวอยู่ในภาพวาดฝูงชน ให้เด็กๆ มองหาว่าเขาซ่อนอยู่ที่ไหน พ่อแม่ทั่วโลกชอบวินาทีที่ใบหน้าเด็กๆ แย้มยิ้มบ่งบอกว่าพบแล้วและยินดีเมื่อลูกชวนให้ช่วยกันหาด้วย

เกียรติ

ผมประทับใจในความเรียบง่ายแต่สง่างามของการเปลี่ยนเวรยามในสุสานนิรนามที่สุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน ท่วงท่าที่จริงจังเป็นการยกย่องเหล่าทหารที่ “มีพระเจ้าเท่านั้นที่รู้จัก” ชื่อและการเสียสละของเขา แม้เมื่อผู้คนกลับไปแล้ว ก้าวย่างที่พร้อมเพรียงก็ยังคงดำเนินต่อทั้งไปและกลับ ทุกชั่วโมง ทุกวัน ไม่ว่าสภาพอากาศจะเลวร้ายอย่างไร