ผู้เขียน

ดูทั้งหมด
Adam Holz

Adam Holz

Adam is senior associate editor at Focus on the Family’s media review website, Plugged In. Adam has also served as associate editor at Discipleship Journal. He is the author of the NavPress Bible study Beating Busyness. Adam is married to Jennifer, an ordained Presbyterian minister. They have three children whose passions include swimming, gymnastics, drama, piano, and asking dad what’s for dessert. In his free time, Adam enjoys playing electric guitar.

บทความ โดย Adam Holz

สัญญา สัญญา

ผมกับลูกสาวคนเล็กเล่นเกมที่เราเรียกว่า “นักหยิก” เมื่อลูกขึ้นบันไดผมจะไล่ตามและพยายามหยิกเธอเบาๆ กติกาคือ ผมจะหยิก (เบาๆ) ได้เฉพาะตอนเธออยู่บนขั้นบันได เมื่อถึงข้างบนแล้วเธอจะปลอดภัย บางครั้งเธอก็ไม่อยากเล่น แต่ถ้าผมตามไปที่บันได เธอจะพูดเสียงเข้มว่า “ไม่เอานักหยิก!” ผมจะตอบไปว่า “ไม่มีนักหยิก พ่อสัญญา”

ตอนนี้คำสัญญาอาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อผมทำตามที่พูด ลูกจะเริ่มรู้ว่าผมเสมอต้นเสมอปลาย ผมพูดจริงและเชื่อใจได้ การรักษาสัญญาแบบนี้อาจดูเล็กน้อย แต่การทำเช่นนี้ช่วยสร้างรากฐานของความรักและความเชื่อใจ

ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เปโตรต้องการสื่อ เมื่อท่านเขียนว่าพระสัญญาของพระเจ้าทำให้เรา “ได้รับส่วนในสภาพของพระองค์” (2 ปต.1:4) เมื่อเราเชื่อในพระสัญญา วางใจในสิ่งที่พระองค์ตรัสถึงพระองค์เองและถึงเรา เราจะรู้น้ำพระทัยของพระองค์ เมื่อเราเชื่อว่าพระดำรัสเป็นความจริง เราจะได้เห็นพระองค์สำแดงความสัตย์ซื่อ ผมขอบพระคุณที่พระวจนะเต็มไปด้วยพระสัญญาของพระองค์ สิ่งเหล่านี้ย้ำเตือนว่า “พระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด เป็นของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า” (พคค.3:22-23)

หัวใจผู้รับใช้

วันนี้เป็นวันทำงานที่ยาวนาน แต่พอผมกลับถึงบ้าน ก็ได้เวลาเริ่ม “อีก” งานหนึ่งคือการเป็นพ่อที่ดี ในไม่ช้าคำทักทายจากภรรยาและลูกๆ ก็กลายเป็น “พ่อฮะ เย็นนี้กินอะไรดี” “พ่อ ช่วยหยิบน้ำให้ผมหน่อยครับ” “พ่อครับมาเล่นฟุตบอลกันเถอะ”

อันที่จริงผมอยากจะนั่งพักผ่อน แม้ใจหนึ่งผมต้องการจะเป็นพ่อที่ดี แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่พร้อมจะทำตามความต้องการของครอบครัว ตอนนั้นผมเองเหลือบไปเห็นการ์ดขอบคุณที่ภรรยาผมได้รับจากคนที่โบสถ์ เป็นรูปอ่างใส่น้ำ ผ้าขนหนู และรองเท้าแตะสกปรก ใต้ภาพเป็นข้อความจากลูกา 22:27 “แต่ว่าเราอยู่ท่ามกลางท่านทั้งหลายเหมือนผู้รับใช้”

ข้อความที่กล่าวถึงพระราชกิจของพระเยซู คือรับใช้คนที่พระองค์มาแสวงหาและช่วยให้รอด (ลก.19:10) คือสิ่งที่ผมต้องการอย่างเฉพาะเจาะจง ถ้าพระเยซูยังเต็มใจทำสิ่งต่ำต้อยให้กับสาวกได้ เช่นล้างเท้าสาวกที่สกปรก (ยน.13:1-17) ผมก็ย่อมเสิร์ฟน้ำให้ลูกชายโดยไม่บ่นได้ ในตอนนั้น ผมถูกเตือนให้รับใช้คนในครอบครัวไม่ใช่เพียงเพราะหน้าที่เท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่จะสะท้อนถึงหัวใจผู้รับใช้อย่างพระคริสต์ และความรักที่ทรงมีต่อคนในครอบครัวผมด้วย เมื่อมีคนขอความช่วยเหลือจากเรา นั่นเป็นโอกาสให้เราได้เป็นเหมือนพระคริสต์ผู้ทรงรับใช้สาวกด้วยการสละชีวิตของพระองค์