ผู้เขียน

ดูทั้งหมด
Adam R. Holz

Adam Holz

Adam is senior associate editor at Focus on the Family’s media review website, Plugged In. Adam has also served as associate editor at Discipleship Journal. He is the author of the NavPress Bible study Beating Busyness. Adam is married to Jennifer, an ordained Presbyterian minister. They have three children whose passions include swimming, gymnastics, drama, piano, and asking dad what’s for dessert. In his free time, Adam enjoys playing electric guitar.

บทความ โดย Adam Holz

ตั้งใจเต็มที่

เทคโนโลยีปัจจุบันดูจะเรียกร้องความสนใจจากเราอยู่ตลอด “ความมหัศจรรย์” ของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ ทำให้เราเข้าถึงความรู้ที่มนุษยชาติรวบรวมไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แต่การเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้บ่อยๆทำให้หลายคนต้องสูญเสียบางอย่าง

ลินดา สโตนนักเขียนได้บัญญัติวลีว่า “การแบ่งความสนใจให้ตลอดเวลา” คือความรู้สึกในยุคใหม่ที่เรามักอยากรู้ตลอดเวลาว่ามีอะไรเกิดขึ้น “รอบตัว” เราจะได้ไม่พลาดอะไรไป ฟังดูเหมือนจะนำไปสู่โรควิตกกังวลเรื้อรัง แต่เป็นอย่างนั้นจริงๆ

แม้อัครทูตเปาโลจะต่อสู้กับความกังวลที่เกิดจากสาเหตุอื่น แต่ท่านรู้ว่าจิตวิญญาณของเราต้องแสวงหาสันติสุขในพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ ในจดหมายที่ท่านเขียนถึงผู้เชื่อใหม่ที่ต้องอดทนต่อการข่มเหง (1 ธส.2:14) เปาโลจึงลงท้ายจดหมายด้วยการหนุนใจว่า “จงชื่นบานอยู่เสมอ จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ จงขอบพระคุณในทุกกรณี” (5:16-18)

การอธิษฐาน “อย่างสม่ำเสมอ” อาจฟังดูแล้วเป็นไปได้ยาก แต่เราดูโทรศัพท์ของเราบ่อยแค่ไหน เราน่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นการพูดคุยกับพระเจ้าบ่อยๆแทน

ที่สำคัญกว่านั้น เราน่าจะเปลี่ยนความอยาก “รู้” ทุกสิ่งตลอดเวลา ให้เป็นการพักสงบด้วยใจอธิษฐานต่อพระพักตร์ของพระเจ้าอยู่เสมอ เมื่อเราพึ่งพาองค์พระวิญญาณ เราจะได้เรียนรู้การให้ความสนใจทั้งหมดกับพระบิดาในสวรรค์ตลอดเวลาที่เราดำเนินชีวิตแต่ละวัน - ARH

หอเอน

คุณคงเคยได้ยินเรื่องหอเอนอันโด่งดังที่เมืองปิซาในอิตาลี แต่คุณเคยได้ยินเรื่องหอเอนในซานฟรานซิสโกหรือไม่ คืออาคารมิลเลเนียมทาวเวอร์ สร้างขึ้นในปี 2008 เป็นตึกระฟ้าสูง 58 ชั้นตั้งตระหง่านแต่เอียงเล็กน้อยอยู่ใจกลางเมืองซานฟรานซิสโก

ปัญหาคือวิศวกรไม่ได้ขุดดินให้ลึกลงไปมากพอเพื่อวางฐานราก ตอนนี้พวกเขาจึงถูกบังคับให้เสริมฐานรากด้วยการซ่อมแซมที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าตอนที่เริ่มสร้างตึก เป็นการซ่อมที่หลายคนเชื่อว่าจำเป็นเพื่อป้องกันตึกถล่มจากแผ่นดินไหว

บทเรียนที่เจ็บปวดก็คือ รากฐานเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อรากฐานของคุณไม่มั่นคง หายนะก็เกิดขึ้นได้ พระเยซูทรงสอนบางสิ่งที่คล้ายกันนี้ในตอนท้ายคำเทศนาบนภูเขา ในมัทธิว 7:24-27 พระองค์เปรียบเทียบช่างก่อสร้างสองคน คนหนึ่งสร้างบนศิลา อีกคนหนึ่งสร้างบนทราย เมื่อพายุพัดมา มีเพียงบ้านที่มีรากฐานมั่นคงที่ยังตั้งอยู่ได้

สิ่งนี้มีความหมายอย่างไรต่อเรา พระเยซูตรัสอย่างชัดเจนว่าชีวิตของเราต้องสร้างขึ้นผ่านการเชื่อฟังและวางใจในพระองค์ (ข้อ 24) เมื่อเราพักพิงในพระองค์ ชีวิตของเราจะพบรากฐานอันมั่นคงผ่านฤทธานุภาพและพระคุณอันไม่สิ้นสุดของพระเจ้า

พระคริสต์ไม่ได้สัญญาว่าเราจะไม่เผชิญกับพายุ แต่ตรัสว่าพระองค์ทรงเป็นศิลาของเรา พายุจะไม่สามารถพัดให้รากฐานปราการแห่งความเชื่อของเราในพระองค์ทะลายลงได้

พระเจ้าผู้อยู่เหนือ...ตะปู

ผมเห็นแสงสะท้อนจากล้อตอนจะขึ้นรถ มีตะปูที่ปักอยู่ด้านข้างล้อหลัง ผมฟังดูเพื่อหาเสียงลมรั่ว ขอบคุณพระเจ้าที่ตะปูอุดรูไว้ อย่างน้อยก็ครู่หนึ่ง ผมสงสัยว่าตะปูปักอยู่ตั้งแต่เมื่อไร กี่วัน กี่สัปดาห์ นานเท่าไหร่แล้วที่ผมได้รับการปกป้องจากอันตรายที่ผมไม่รู้ว่ามีอยู่

พระบิดา พระองค์อยู่ที่ไหน

"พ่อ พ่ออยู่ไหน” ผมกำลังขับรถเข้าบ้านตอนที่ลูกสาวโทรมาหาผมด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ผมต้องถึงบ้านตอนหกโมงเย็นเพื่อพาลูกไปซ้อมละครและผมก็ตรงเวลา แต่เสียงของลูกสาวบอกว่าลูกไม่ไว้ใจผม ผมตอบเธอว่า “พ่ออยู่นี่ ทำไมไม่เชื่อใจกันเลย”

สู้ต่อไป

พ่อตาของผมเพิ่งเข้าสู่วัย 78 ปี เมื่อครอบครัวของเรามาพบกันเพื่อให้เกียรติแก่ท่าน มีคนถามว่า “อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ท่านเรียนรู้ในชีวิตนี้” ท่านตอบว่า “สู้ต่อไป”

เมื่อรู้ว่าใครชนะ

หัวหน้าของผมเป็นแฟนตัวยงของทีมบาสเก็ตบอลมหาวิทยาลัยที่ชนะเลิศการแข่งขันระดับประเทศในปีนี้ เพื่อนร่วมงานจึงส่งข้อความไปแสดงความยินดีกับเขา แต่หัวหน้าของผมยังไม่มีโอกาสได้ดูการแข่งขันรอบสุดท้ายนั้นเลย เขาบอกว่าเขาโมโหที่รู้ผลการแข่งขันเสียก่อน แต่ก็ยอมรับว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลตอนที่ผลการแข่งขันสูสี เขารู้ว่าใครชนะ

สุนัขบุลล์ด็อกกับหัวรดน้ำในสวน

เกือบทุกเช้าตอนหน้าร้อน ที่สวนหลังบ้านเรามีเหตุการณ์น่าชมระหว่างหัวรดน้ำในสวนกับสุนัขบุลล์ด็อก หัวรดน้ำเริ่มทำงานราว 6.30 นาฬิกาสักพักเจ้าฟีฟี่ (ชื่อที่ครอบครัวเราเรียกมัน) สุนัขบุลล์ด็อกก็ตามมา

ไม่หนีอีกแล้ว

วันที่ 18 กรกฎาคม 1983 เรืออากาศเอกคนหนึ่งของกองทัพอากาศสหรัฐหายตัวไปจากแอลบูเคอร์คี รัฐนิวเม็กซิโกอย่างไร้ร่องรอย 35 ปีต่อมา ทางการพบตัวเขาที่รัฐแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า “เขารู้สึกท้อแท้กับงาน” จึงหนีไปเสียเฉยๆ

เขาต้องหนีถึง 35 ปี ใช้เวลาครึ่งชีวิตในความหวาดระแวง ความวิตกกังวลและหวาดระแวงคงติดตามชายคนนี้ไปทุกที่

ผมยอมรับว่าผมพอจะรู้เรื่องการ “หนี” ซึ่งทางกายภาพในชีวิตผมไม่เคยต้องหนีจากสิ่งใดอย่างกะทันหันในชีวิต แต่หลายครั้งผมรู้ว่าพระเจ้าอยากให้ผมทำบางอย่าง ต้องเผชิญหรือสารภาพบางอย่าง แล้วผมไม่อยากทำผมจึงหนีในแบบของผม

ผู้เผยพระวจนะโยนาห์มีชื่อเสียงไม่ดี เพราะท่านหนีจากงานที่พระเจ้าทรงใช้ให้ไปเทศนาที่เมืองนีนะเวห์ (ยนา.1:1-3) แต่ท่านหนีพระเจ้าไม่พ้นอย่างแน่นอน คุณคงได้รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น (ข้อ 4,17) เรื่องพายุ ปลา ถูกปลากลืน และการได้ใคร่ครวญอยู่ในท้องสัตว์มหึมาซึ่งทำให้ท่านหันมาเผชิญสิ่งที่ได้ทำและร้องขอให้พระเจ้าช่วย (2:2)

โยนาห์ ไม่ใช่ผู้เผยพระวจนะที่สมบูรณ์แบบ แต่เรื่องราวที่น่าจดจำของท่านหนุนใจผม เพราะแม้ท่านจะดื้อรั้น แต่พระเจ้าก็ไม่ละทิ้งท่าน ยังทรงตอบคำอธิษฐานที่สิ้นหวังและทรงพระคุณฟื้นฟูผู้รับใช้ ผู้ไม่เต็มใจทำงานของพระองค์ (ข้อ 2) ดังที่พระองค์ทรงกระทำต่อเรา

พระผู้ช่วยให้รอดรู้จักเรา

"พ่อครับ กี่โมงแล้ว” ลูกชายถามผมจากเบาะหลัง “5:30 น.ครับ” ผมรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ “ไม่ใช่ครับ ขณะนี้เวลา 5:28 น.” แล้วผมก็เหลือบไปดูใบหน้าและรอยยิ้มกว้างของเขาที่หลอกผมสำเร็จ ผมดีใจที่รู้ว่าลูกชอบอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่เท่านั้นที่รู้