ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย James Banks

ที่ลี้ภัยของผู้ถูกปฏิเสธ

จอร์จ วิทฟิลด์ (1714-1770) เป็นนักเทศน์ที่เก่งและมีความสามารถที่สุดคนหนึ่ง ท่านนำคนเป็นพันๆมาเชื่อพระเยซู แต่ชีวิตท่านก็ยังมีคนไม่เห็นด้วย วิธีประกาศกลางแจ้ง(ที่รองรับคนจำนวนมาก) บางครั้งถูกวิจารณ์จากผู้ที่สงสัยในแรงจูงใจของท่านและคิดว่าท่านควรพูดในที่มิดชิดภายในคริสตจักรเท่านั้น คำจารึกที่หลุมฝังศพคือท่าทีของท่านต่อ”คำวิจารณ์”เหล่านั้น “ข้าพเจ้าพอใจรอวันแห่งการพิพากษาเพื่อจะแก้ข้อสงสัยเกี่ยวกับชีวิตของข้าพเจ้า และหลังจากตายแล้ว ข้าพเจ้าไม่อยากได้ข้อความใดที่หลุมฝังศพนอกจากข้อความว่า “นี่คือจอร์จ วิทฟิลด์ เขาเป็นคนอย่างไร พระเจ้าจะเปิดเผยในวันนั้น”

ในพระคัมภีร์เดิม เมื่อดาวิดเผชิญกับคำต่อว่าที่รุนแรง ท่านได้มอบตัวเองให้พระเจ้าเช่นกัน เมื่อถูกซาอูลกล่าวร้ายว่าเป็นผู้นำกบฏและต้องซ่อนตัวในถ้ำจากกองทัพซาอูลที่ใกล้เข้ามา ดาวิดบรรยายการ “อยู่ท่ามกลางฝูงสิงโต” ท่ามกลาง “ผู้ที่ฟันของเขาทั้งหลายคือหอกและลูกธนู ลิ้นของเขาคือดาบคม” (สดด.57:4) แม้ในสถานการณ์ย่ำแย่ ท่านหันไปหากำลังใจจากพระเจ้า “เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ใหญ่ยิ่งถึงฟ้าสวรรค์ ความสัตย์สุจริตของพระองค์สูงถึงเมฆ” (ข้อ 10)

เมื่อผู้อื่นเข้าใจผิดหรือปฏิเสธเรา พระเจ้าทรงเป็น “ที่ลี้ภัย” (ข้อ 1) ขอพระองค์สรรเสริญพระองค์ตราบนิรันดร์ในความรักและความเมตตาที่ไม่มีวันสูญสิ้น!

ปกปักรักษา

ขณะที่ผมกำลังจัดระเบียบสวนเพื่อเตรียมปลูกพืชของฤดูใบไม้ผลิ ผมดึงวัชพืชฤดูหนาวกอใหญ่ออก... แล้วกระโดดตัวลอย! งูพิษคอปเปอร์เฮทซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ด้านล่างมือผม ถ้าต่ำกว่านี้อีกนิ้วเดียว ผมอาจพลาดไปจับโดนมันเข้า ผมเห็นลายหลากสีสันของมันทันทีที่ดึงวัชพีชขึ้น ลำตัวส่วนที่เหลือนั้นขดอยู่ในดงวัชพืชระหว่างเท้าของผม

ตอนที่เท้าของผมเหยียบไปบนพื้นห่างออกไปไม่กี่ฟุต ผมขอบคุณพระเจ้าที่ไม่โดนกัด และผมนึกประหลาดใจว่ามีอีกกี่ครั้งที่พระองค์ได้ทรงช่วยผมไว้จากอันตรายที่ผมไม่รู้ว่าอยู่ตรงนั้น

พระเจ้าทรงเฝ้าระวังอยู่เหนือคนของพระองค์ โมเสสบอกคนอิสราเอลก่อนพวกเขาจะเข้าไปยังดินแดนแห่งพระสัญญา “ผู้ที่ไปข้างหน้าคือพระเจ้า พระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่านเสีย อย่ากลัวและอย่าขยาดเลย” (ฉธบ.31:8) พวกเขามองไม่เห็นพระเจ้า ถึงกระนั้นพระองค์ทรงอยู่กับเขา

บางครั้งความลำบากเกิดขึ้นโดยที่เราไม่เข้าใจ แต่เราสามารถระลึกถึงเหตุการณ์ในหลายๆครั้งที่พระเจ้าทรงปกป้องเราโดยที่เราไม่รู้ตัวได้!

พระคัมภีร์ย้ำเตือนเราว่าการจัดเตรียมที่สมบูรณ์ของพระองค์นั้นมีสำหรับประชากรของพระองค์ทุกวัน พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอ (มธ.28:20)

รอคอยพระพร

ร้านอาหารยอดนิยมในกรุงเทพเสิร์ฟน้ำซุปที่ทำจากน้ำต้มกระดูกซึ่งผ่านการปรุงรสมาเป็นเวลานานถึง 45 ปี และมีการเติมใหม่ทุกวัน กรรมวิธีในการตุ๋นหรือเคี่ยวอย่างต่อเนื่องยาวนานนี้มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง เช่นเดียวกับที่ “ของเหลือ” บางอย่างมักมีรสดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เวลาในการปรุงที่ยาวนานก็จะช่วยผสมผสานและสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับอาหาร ร้านแห่งนี้ชนะรางวัลน้ำซุปที่อร่อยที่สุดในประเทศไทยหลายรางวัลด้วยกัน

สิ่งดีมักต้องใช้เวลา แต่ธรรมชาติมนุษย์มักมีปัญหาเรื่องความอดทน คำถามที่ว่า “อีกนานแค่ไหน” จึงปรากฏอยู่ทั่วพระคัมภีร์ ตัวอย่างเช่นผู้เผยพระวจนะฮาบากุกผู้เริ่มต้นหนังสือของท่านด้วยคำถามที่ว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะร้องทุกข์นานสักเท่าใด และพระองค์มิได้ทรงฟัง” (ฮบก.1: 2) ฮาบากุก (แปลว่า “นักสู้”) ได้พยากรณ์ถึงการที่พระเจ้าทรงพิพากษาประเทศของท่าน (ยูดาห์) โดยการรุกรานจากอาณาจักรบาบิโลน ท่านปล้ำสู้กับการที่พระเจ้าทรงปล่อยให้คนชั่วเจริญขึ้นโดยการหาประโยชน์จากผู้อื่น แต่พระเจ้าสัญญาว่าความหวังและการฟื้นฟูจะมาในเวลาของพระองค์ “เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่...ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่ คงไม่ล่าช้านัก” (2:3)

ชาวยิวตกเป็นเชลยในบาบิโลนถึง 70 ปี ซึ่งอาจดูว่านานในสายตาของมนุษย์ แต่พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและรักษาพระดำรัสของพระองค์

พระพรที่ดีที่สุดบางอย่างอาจต้องรอนานกว่าจะได้รับ แม้พระพรนั้นดูเหมือนช้า แต่จงมองไปที่พระองค์! พระองค์ทรงเตรียมพระพรทุกประการด้วยสติปัญญาและการดูแลที่สมบูรณ์แบบ และพระองค์ทรงควรค่าแก่การรอคอยเสมอ

รอยพระบาทของพระเจ้า

“ผมรู้ว่าพระเจ้าอยู่ที่ไหน” หลานชายวัยสี่ขวบบอกแครี่ภรรยาของผม “ที่ไหนหรือจ๊ะ” เธอถามด้วยความอยากรู้ “พระองค์อยู่ในป่าข้างบ้านของย่าฮะ” เขาตอบ

แครี่เล่าสิ่งที่คุยกับหลานให้ผมฟัง เธอสงสัยว่าอะไรทำให้เขาคิดเช่นนั้น“ผมรู้” ผมตอบ “ตอนที่เราเข้าไปเดินเล่นในป่ากับเขาคราวก่อน ผมบอกเขาว่าแม้เราจะมองไม่เห็นพระเจ้า แต่เรามองเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำได้” “หลานเห็นรอยเท้าของปู่ไหม” ผมถามหลานชายตอนที่เราย่ำลงบนพื้นทรายริมแม่น้ำ “สัตว์ต่างๆ ต้นไม้ และแม่น้ำ ก็เป็นเหมือนรอยเท้าของพระเจ้า เรารู้ว่าพระองค์ทรงอยู่ที่นี่เพราะเราเห็นสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง”

ผู้เขียนสดุดี 104 ชี้ให้เห็นพระเจ้าผ่านสิ่งที่ทรงสร้างเช่นกัน ท่านร้องว่า“ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจของพระองค์มากมายจริงๆ พระองค์ทรงสร้างการงานนั้นทั้งสิ้นด้วยพระปัญญา แผ่นดินโลกมีสิ่งที่ทรงสร้างเต็มหมด” (ข้อ 24) คำว่าพระปัญญาในภาษาฮีบรูในที่นี้มักใช้บ่อยครั้งในพระคัมภีร์เพื่อบรรยายถึงงานฝีมือชั้นเยี่ยม พระราชกิจของพระเจ้าในธรรมชาติประกาศถึงการมีอยู่ของพระองค์และทำให้เราอยากสรรเสริญพระองค์

สดุดี 104 เริ่มและจบด้วยประโยค “จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า” (ข้อ 1, 35) จากมือของทารกถึงดวงตาของนกอินทรี ผลงานขององค์พระผู้สร้างที่อยู่รอบตัวเราบอกถึงฝีพระหัตถ์อันยอดเยี่ยมของพระองค์ ขอให้เราชื่นชมอย่างอัศจรรย์ใจในวันนี้ และสรรเสริญพระองค์!

พระเจ้าผู้ไม่มีตัวตน

“บางครั้งฉันรู้สึกเหมือนไร้ตัวตน แต่ฉันก็อยากให้พระเจ้าใช้ฉันเหมือนกัน” ผมได้คุยกับแอนขณะที่เธอเก็บกวาดห้องออกกำลังกายในโรงแรมที่ผมไปใช้บริการ จากการสนทนาผมค้นพบเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของเธอ

“ฉันเคยติดยาและขายตัวอยู่ข้างถนน” เธอเล่า “แต่ฉันรู้ว่าพระเจ้าต้องการให้ฉันเลิกยาและเดินไปกับพระองค์ วันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ฉันคุกเข่าลงที่พระบาทของพระเยซู และพระองค์ทรงปลดปล่อยฉันให้เป็นอิสระ”

ผมขอบคุณแอนที่แบ่งปันเรื่องราวที่พระเจ้าได้ทรงกระทำเพื่อเธอและยืนยันว่าเธอไม่ได้ไร้ตัวตน พระเจ้าทรงใช้เธอในการสนทนานี้ด้วยวิธีที่งดงาม เพื่อเตือนผมถึงฤทธานุภาพในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของพระองค์

พระเจ้าทรงรักที่จะใช้บุคคลที่มักถูกมองข้าม อัครทูตอันดรูว์ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักดีเท่ากับเปโตรพี่ชายของเขา แต่พระคัมภีร์บันทึกว่า “แล้วอันดรูว์ก็ไปหาซีโมน[เปโตร]พี่ชายของตนก่อน และบอกเขาว่า ‘เราได้พบพระเมสสิยาห์แล้ว’...อันดรูว์จึงพาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู” (ยน.1:41-42)

เปโตรได้พบพระเยซูผ่านอันดรูว์ เมื่ออันดรูว์ซึ่งเป็นศิษย์คนหนึ่งของยอห์นผู้ให้บัพติศมาได้รู้จักพระเยซูผ่านยอห์น เขาติดตามและเชื่อในพระองค์ และเขาบอกกับพี่ชายของเขาทันที ความสัตย์ซื่ออย่างเงียบๆของอันดรูว์ได้สร้างผลกระทบที่เขย่าโลกนี้

พระเจ้าทรงให้คุณค่าการรับใช้ที่สัตย์ซื่อมากกว่าชื่อเสียง พระองค์ทรงใช้เราได้อย่างทรงพลานุภาพในทุกที่ที่เราอยู่ แม้กระทั่งในยามที่ไม่มีใครเห็น

เมื่อเกิดสันติสุข

ในคืนก่อนคริสต์มาสอันหนาวเย็นที่เบลเยียมในปี 1914 เสียงร้องเพลงดังมาจากสนามเพลาะที่ทหารอยู่ เนื้อร้อง “ราตรีสงัด” ดังออกมาเป็นภาษาเยอรมันสลับกับภาษาอังกฤษ ทหารที่ยิงต่อสู้กันเมื่อตอนกลางวันวางอาวุธลงและออกมาจากสนามเพลาะเพื่อจับมือกันใน “เขตแดนไร้เจ้าของ” ที่อยู่ระหว่างพวกเขา แลกเปลี่ยนคำอวยพรคริสต์มาสและของขวัญเท่าที่มีซึ่งไม่ได้เตรียมไว้ล่วงหน้า การหยุดยิงดำเนินต่อไปถึงวันรุ่งขึ้น ทหารได้พูดคุยและหัวเราะด้วยกัน จนถึงขั้นจัดการแข่งขันฟุตบอลกัน

การหยุดยิงในวันคริสต์มาสปี 1914 ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซึ่งเกิดขึ้นตลอดแนวรบที่เรียกว่าเวสเทิร์นฟรอนต์ แสดงให้เห็นสันติสุขที่ทูตสวรรค์กล่าวถึงในคืนก่อนคริสต์มาสแรกเมื่อนานมาแล้ว ทูตสวรรค์องค์หนึ่งกล่าวกับคนเลี้ยงแกะที่หวาดกลัวว่า “อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​นำ​ข่าว​ดี​มายัง​ท่าน​ทั้ง​หลาย คือ​ความ​ปรีดี​ยิ่ง​ซึ่ง​จะ​มาถึง​คน​ทั้ง​ปวง​ เพราะ​ว่า​ใน​วันนี้​พระ​ผู้ช่วย​ให้​รอด​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย คือ​พระ​คริสต​เจ้ามา​บังเกิด​ที่​เมือง​ดาวิด​” (ลก.2:10-11) จากนั้นทูตสวรรค์อีกหมู่หนึ่งปรากฏขึ้น “สรรเสริญ​พระ​เจ้า​ว่า ‘พระ​สิริ​จง​มี​แด่​พระ​เจ้า​ใน​ที่​สูงสุด ส่วนบน​แผ่นดิน​โลก สันติ​สุข​จง​มี​ท่ามกลาง​มนุษย์​ทั้ง​ปวง ซึ่ง​พระ​องค์​ทรง​โปรด​ปราน​นั้น’” (ข้อ 13-14)

พระเยซูคือ “องค์สันติราช” ที่ช่วยเราให้รอดจากบาปของเรา (อสย.9:6) ด้วยการเสียสละบนกางเขน พระองค์หยิบยื่นการอภัยโทษและสันติสุขร่วมกับพระเจ้าให้แก่ทุกคนที่วางใจในพระองค์

คริสต์มาสอยู่กับเรา

“ไม่มีผู้ใดได้ยินเสียง เมื่อพระองค์เสด็จมา คนผิดคนบาปที่สารภาพ พระองค์จะทรงเมตตา” เนื้อร้องจากบทเพลงสรรเสริญอันเป็นที่รักของคนทั่วโลกโดยฟิลิปส์ บรู๊คที่ชื่อว่า “มีบ้านหมู่น้อยชื่อเบธเลเฮม” บอกถึงหัวใจของคริสต์มาส พระเยซูเสด็จเข้ามาในโลกที่แตกสลายเพื่อช่วยกู้เราจากความผิดบาป และประทานให้ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ได้มีความสัมพันธ์แห่งชีวิตใหม่กับพระบิดา

หลายสิบปีหลังจากเขียนเพลงนี้ บรู๊คเขียนจดหมายถึงเพื่อนบรรยายผลลัพธ์ของความสัมพันธ์นี้ในชีวิตของเขาว่า “ผมบอกคุณไม่ได้ว่าความสัมพันธ์นี้เติบโตขึ้นในตัวผมอย่างไร พระองค์ทรงอยู่ที่นี่ ทรงรู้จักผมและผมรู้จักพระองค์ นี่ไม่ใช่คำพูดลอยๆ แต่เป็นเรื่องจริงที่สุดในโลก และเป็นจริงยิ่งขึ้นทุกวัน และเป็นความพิศวงอันน่ายินดีว่าความสัมพันธ์นี้จะเติบโตไปเป็นแบบใดเมื่อเวลาผ่านไป”

ความเชื่อมั่นในการสถิตอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของบรู๊คสะท้อนถึงพระนามหนึ่งของพระเยซูตามที่อิสยาห์ได้พยากรณ์ไว้ว่า “หญิงสาวคนหนึ่งจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนหนึ่งและเขาจะเรียกนามของท่านว่า อิมมานูเอล” (อสย. 7:14) พระกิตติคุณมัทธิวได้ให้ความหมายชื่อภาษาฮีบรูนี้ไว้ว่า “พระเจ้าทรงอยู่กับเรา” (1:23)

พระเจ้าเสด็จมาใกล้เราโดยทางพระเยซูเพื่อเราจะรู้จักกับพระองค์เป็นการส่วนตัว และอยู่กับพระองค์ตลอดไป การทรงสถิตอยู่กับเราด้วยความรักเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

พระเจ้าทรงได้ยินทุกสิ่ง

หนึ่งในความล่าช้าที่สุดของการส่งไปรษณีย์ที่มีบันทึกไว้ใช้เวลายาวนานถึง 89 ปี ในปี 2008 เจ้าของบ้านในประเทศอังกฤษได้รับบัตรเชิญงานเลี้ยงซึ่งถูกส่งมาให้กับเจ้าของบ้านคนก่อนตั้งแต่ปี 1919 บัตรเชิญถูกส่งตรงจากไปรษณีย์ของราชวงศ์มาถึงตู้จดหมาย แต่สาเหตุของความล่าช้ายังคงเป็นปริศนา

แม้แต่ความพยายามในการสื่อสารที่ดีที่สุดของมนุษย์ยังทำให้เราผิดหวังได้ในบางครั้ง แต่พระคัมภีร์บอกเราอย่างชัดเจนว่าพระเจ้าไม่เคยพลาดที่จะได้ยินประชากรผู้สัตย์ซื่อของพระองค์ ใน 1 พงศ์กษัตริย์ 18 เอลียาห์แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่น่าตื่นตะลึงระหว่างพระบาอัลกับพระเยโฮวาห์ ในการเผชิญหน้าเพื่อสำแดงว่าใครคือพระเจ้าผู้เที่ยงแท้ หลังจากผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลสวดอ้อนวอนหลายชั่วโมง เอลียาห์เยาะเย้ยพวกเขาว่า “ร้องให้ดังๆซี เพราะท่านเป็นพระเจ้าองค์หนึ่ง ท่านกำลังติดธุระอยู่ หรือท่านกำลังไปทุ่ง หรือท่านไปเที่ยว หรือชะรอยท่านกำลังหลับอยู่และจะต้องปลุก” (ข้อ 27) แล้วเอลียาห์ก็อธิษฐานขอให้พระเยโฮวาห์ทรงตอบเพื่อประชากรของพระองค์จะกลับมีความเชื่อ และฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าได้สำแดงให้เห็นอย่างชัดเจน

ขณะที่คำอธิษฐานของเราอาจจะไม่ได้รับคำตอบทันทีเหมือนของเอลียาห์ แต่เรามั่นใจได้ว่าพระเจ้าทรงได้ยิน (สดด.34:17) พระคัมภีร์ย้ำเตือนเราว่าพระองค์ให้ความสำคัญกับคำอธิษฐานของเรามากจนใส่มันไว้ใน “ขันทองคำ” ต่อหน้าพระพักตร์พระองค์เหมือนเครื่องหอม (วว.5:8) พระเจ้าจะทรงตอบทุกคำอธิษฐานตามพระปัญญาและวิธีที่สมบูรณ์แบบของพระองค์ ไม่มีจดหมายฉบับใดหายในแผ่นดินสวรรค์

ฟังเสียงข้ามดวงดาว

ลองจินตนาการถึงชีวิตที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ สัญญาณอินเตอร์เน็ต จีพีเอส บลูทูธ หรือเตาไมโครเวฟ นี่คือวิถีชีวิตในเมืองเล็กชื่อว่ากรีนแบงก์ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็น ”เมืองที่เงียบที่สุดในอเมริกา” นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของหอดูดาวกรีนแบงก์ ซึ่งมีกล้องโทรทรรศน์วิทยุนำทางที่ใหญ่ที่สุดในโลก กล้องนี้ต้องการความ ”เงียบ” เพื่อจะ “ฟัง” คลื่นวิทยุที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ ที่มาจากการเคลื่อนที่ของกลุ่มวัตถุและหมู่ดาวในอวกาศ มันมีพื้นผิวรับสัญญาณใหญ่กว่าสนามฟุตบอล และตั้งอยู่ใจกลางเขตปลอดสัญญาณวิทยุแห่งชาติบนพื้นที่ 34,000 ตารางกิโลเมตร ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อป้องกันกล้องโทรทรรศน์ที่มีความไวสูงไม่ให้ถูกรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์

ความเงียบที่เกิดขึ้นอย่างตั้งใจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้ยิน “ดนตรีของหมู่ดาวในอวกาศ” สิ่งนี้ยังช่วยเตือนผมถึงความจำเป็นที่เราต้องเงียบเสียงลงเพื่อจะฟังเสียงขององค์ผู้สร้างจักรวาล พระเจ้าทรงสื่อสารกับประชากรที่หลงหาย และถูกรบกวนผ่านทางผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ว่า “เอียงหูของเจ้าและมาหาเรา จงฟังเพื่อจิตวิญญาณของเจ้าจะมีชีวิต และเราจะทำพันธสัญญานิรันดร์กับเจ้า” (อสย.55:3) พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะมอบความรักอันสัตย์ซื่อของพระองค์ แก่ผู้ที่เสาะหาและหันกลับมาหาพระเจ้าเพื่อรับการอภัยโทษบาป

เราตั้งใจฟังเสียงของพระเจ้าได้โดยหันจากสิ่งรบกวนมาพบพระองค์ในการอ่านพระคัมภีร์และการอธิษฐาน พระเจ้าไม่ได้ทรงอยู่ห่างไกล พระองค์ปรารถนาให้เราจัดสรรเวลาให้กับพระองค์ เพื่อพระองค์จะเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในชีวิตประจำวันของเรา และในตลอดนิรันดร์