ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย James Banks

สันติสุขและความวางใจ

ตอนที่ผมอายุ 6 ขวบ ผมได้นั่งรถไฟเหาะเป็นครั้งแรกกับพี่ชาย ขณะที่รถไฟกำลังเลี้ยวด้วยความเร็วสูง ผมร้องว่า “หยุดเดี๋ยวนี้ ผมจะลง ”แน่นอนว่ารถไฟเหาะไม่หยุด ผมจึงต้อง “นั่งเกร็ง” บนรถไฟเหาะไปจนจบ

มอบให้พระเยซู

ใครๆ เรียกมันว่า “รอยเท้ามาร” เป็นรูปรอยเท้าที่ปรากฏบนแผ่นหินตรงเนินเขาข้างโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองอิพสวิตช์ รัฐแมสซาชูเซ็ท ตามตำนานท้องถิ่นกล่าวว่า “รอยเท้า” ปรากฏขึ้นวันหนึ่งในปี 1740 เมื่อนักประกาศจอร์จ ไวท์ฟิลด์ เทศนาอย่างทรงพลังจนมารกระโดดหนีออกจากหลังคาโบสถ์ลงมายังแผ่นหินนี้และออกไปจากเมือง

พระเจ้าเรียก

เช้าวันหนึ่งลูกสาวผมเอาโทรศัพท์มือถือให้ลูกชายวัย 11 เดือน เล่นแก้เบื่อ ไม่ถึงนาทีโทรศัพท์ผมดังขึ้น และผมได้ยินเสียงเขาเมื่อรับสาย เขาไปกดถูกปุ่ม “โทรด่วน” ที่เป็นเบอร์ผม และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “บทสนทนา” ที่ผมจะจำไปอีกนาน หลานชายผมพูดได้เพียงไม่กี่คำ แต่เขาจำเสียงผมได้และตอบ ผมจึงคุยกับเขาและบอกว่ารักเขามาก

สวยงามในความแตกร้าว

คินทสึกิ (Kintsugi) คือศิลปะการซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผาโดยใช้ผงทองคำผสมกับเรซินเป็นตัวประสานชิ้นส่วนที่แตกหรือเติมในรอยร้าว เกิดเป็นการเชื่อมประสานที่แปลกตา ศิลปะนี้เผยให้เห็นความงามของรอยแตกแทนที่จะพยายามปกปิดรอยซ่อมนั้น

พระคัมภีร์บอกเราว่า พระเจ้าทรงเห็นคุณค่าของใจที่แตกสลายเพราะสำนึกบาป เมื่อดาวิดล่วงประเวณีกับบัทเชบาและวางแผนฆ่าสามีของเธอ ผู้เผยพระวจนะนาธันตักเตือนและท่านได้สารภาพบาป คำอธิษฐานของท่านหลังจากนั้นทำให้เราได้เห็นถึงสิ่งที่พระเจ้าปรารถนา นั่นคือ “เพราะพระองค์มิได้ทรงปีติยินดีในเครื่องสัตวบูชา ถึงข้าพระองค์จะถวายเครื่องเผาบูชาพระองค์จะมิได้พอพระทัย เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงรับได้คือจิตใจที่ชอกช้ำ จิตใจที่สำนึกผิดและชอกช้ำนั้น ข้าแต่พระเจ้าพระองค์มิได้ทรงดูถูก” (สดด.51:16-17)

เมื่อใจของเราแตกร้าวเพราะบาป พระเจ้าจะทรงซ่อมด้วยการยกโทษ โดยพระผู้ช่วยของเราที่กางเขนทรงยอมรับเราด้วยความรักเมื่อเราถ่อมตัวลงหน้าพระองค์ และความสนิทสนมกับพระองค์จะกลับคืนมา

พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงปรารถนาจิตใจที่ถ่อมและทรงมีพระกรุณาต่อเรา ขอให้ข้อพระคัมภีร์ที่จะเป็นคำอธิษฐานของเราในวันนี้คือ “ข้าแต่พระเจ้าขอทรงค้นดูข้าพระองค์และทรงทราบจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงลองข้าพระองค์และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์ และทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใดๆ ในข้าพระองค์หรือไม่ และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในมรรคานิรันดร์” (สดด.139:23-24)

หาทางออก

ถนนสายหนึ่งในเมืองซานตาบาบาร่า รัฐแคลิฟอร์เนีย มีชื่อที่น่าสนใจว่า “ซัลซิเปวเดส” แปลว่า “ถ้าเป็นได้ จงไปให้พ้น” ตอนที่ตั้งชื่อถนน แถวนั้นมีน้ำล้อมรอบและมักมีน้ำท่วม คนวางผังเมืองที่พูดภาษาสเปน จึงเรียกชื่อแถบนั้น เป็นคำเตือนให้อยู่ห่างๆ

พระคำพระเจ้าเตือนเราให้อยู่ห่าง “เส้นทางที่ผิด” ของบาปและการทดลอง “จงหลีกเสียอย่าเดินบนนั้น เลี้ยวออกไปเสียและจงผ่านไป” (สภษ.4:15) ซึ่งไม่ใช่เพียง “ถ้าทำได้ จงไปให้พ้น” แต่ยังให้คำมั่นว่า “พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วยเพื่อท่านจะมีกำลังทนได้” (1 คร.10:13)

พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่ยอมให้เราถูกทดลองจนเกินกว่าที่เราจะทนได้ เป็นคำเตือนที่หนุนใจเรา เมื่อเราหันมาหาพระเจ้ายามที่ถูกทดลอง เรารู้ว่าพระองค์ทรงยินดีที่จะช่วยให้เราห่างจากการทดลองนั้น

พระคัมภีร์ย้ำว่าพระเยซูทรง “เห็นใจในความอ่อนแอของเรา” พระองค์ได้ทรง “ถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป” (ฮบ.4:15) พระเยซูทรงรู้จักทางที่จะออกจากทุกการทดลอง พระเยซูจะทรงชี้ให้เราเห็นเมื่อเราวิ่งไปหาพระองค์!

สรรเสริญในความมืด

ถึงแม้ว่ามิกกี้ เพื่อนของผมจะสูญเสียการมองเห็น แต่เขาบอกผมว่า “ผมจะสรรเสริญพระเจ้าทุกวัน เพราะพระองค์ทรงทำสิ่งต่างๆ มากมายให้ผม”

พระเยซูได้ประทานสิ่งที่ทำให้มิกกี้และเราสรรเสริญพระองค์ได้ไม่รู้จบ มัทธิว 26 เล่าถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงเสวยมื้อปัสการ่วมกับเหล่าสาวกในคืนก่อนทรงถูกตรึงกางเขน ข้อ 30 บอกว่าอาหารมื้อนั้นจบลงอย่างไร “เมื่อร้องเพลงสรรเสริญแล้ว เขาก็พากันออกไปยังภูเขามะกอกเทศ”

เพลงที่สาวกร้องในคืนนั้นเป็นเพลงสรรเสริญ นานนับพันปีแล้วที่ชาวยิวจะร้องเพลงสดุดีที่เรียกว่า “เพลงฮัลเลล” ในเทศกาลปัสกา (ฮัลเลล เป็นภาษาฮีบรูแปลว่า “สรรเสริญ”) ท่อนสุดท้ายของคำอธิษฐานและบทเพลงสรรเสริญนี้มาจากสดุดี 113-118 ที่ยกย่องพระเจ้าผู้ทรงเป็นความรอดของเรา (สดด.118:21) พูดถึงศิลาที่ถูกทอดทิ้งซึ่งกลายเป็นศิลามุมเอก (สดด.118:22) และผู้ซึ่งเสด็จมาในพระนามของพระเจ้า (สดด.118:26) พวกเขาคงร้องเพลงร่วมกันว่า “นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้าได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น” (สดด.118:24)

ขณะที่พระเยซูทรงร่วมร้องเพลงกับสาวกในคืนปัสกา พระองค์กำลังสอนให้เราละสายตาจากปัญหาเพื่อมองไปยังเบื้องบน พระองค์ทรงนำเราให้สรรเสริญความรักและความสัตย์ซื่ออันไม่สิ้นสุดของพระเจ้า

ฟังเสมอ

พ่อเป็นคนพูดน้อย ท่านมีปัญหาการได้ยินหลังจากเป็นทหารหลายปีและต้องใส่เครื่องช่วยฟัง บ่ายวันหนึ่งเมื่อผมกับแม่คุยกันนานเกินไป พ่อพูดติดตลกว่า “เมื่อใดที่ต้องการความสงบ พ่อแค่ทำแบบนี้” ท่านยกมือสองข้างขึ้นปิดเครื่องช่วยฟัง เอามือหนุนหัว หลับตาและยิ้มอย่างสบายใจ

เราหัวเราะ สำหรับพ่อ การสนทนาจบแล้ว!

สิ่งที่พ่อทำวันนั้นทำให้ผมคิดว่าพระเจ้าทรงแตกต่างจากเรามาก พระองค์ทรงต้องการฟังลูกของพระองค์เสมอ ความจริงนี้ได้รับการตอกย้ำในคำอธิษฐานสั้นๆ ในพระคัมภีร์ วันหนึ่งเนหะมีย์ผู้เป็นคนรับใช้ของพระราชาอาร์ทาเซอร์ซีสแห่งเปอร์เซียมีสีหน้าเศร้าหมอง เมื่อพระราชาตรัสถามสาเหตุ เนหะมีย์จึงทูลว่าเป็นเพราะกรุงเยรูซาเล็ม เมืองของบรรพบุรุษที่ถูกยึด ได้กลายเป็นซากปรักหักพัง เนหะมีย์เล่าว่า “พระราชาตรัสกับข้าพเจ้าว่า 'เจ้าปรารถนาจะขออะไร' ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าของฟ้าสวรรค์และข้าพเจ้าทูลพระราชาว่า...” (เนหะมีย์ 2:4-5)

เนหะมีย์อธิษฐานครู่เดียว แต่พระเจ้าทรงฟัง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบคำอธิษฐานด้วยพระเมตตาต่อคำอธิษฐานมากมายก่อนหน้านี้ของเนหะมีย์เกี่ยวกับเยรูซาเล็ม ชั่วเวลานั้นเอง อาร์ทาเซอร์ซีสอนุญาตให้เนหะมีย์กลับไปสร้างเมืองขึ้นใหม่

เราเป็นสุขใจที่ได้รู้ว่าพระเจ้าทรงห่วงใยที่จะฟังคำอธิษฐานทุกคำของเรา ตั้งแต่ที่สั้นที่สุดไปจนถึงยาวที่สุด

สหายเลิศ

ตอนที่ผมอายุสิบสอง ครอบครัวของเราย้ายไปอยู่เมืองในทะเลทราย หลังจากเรียนวิชาพละที่โรงเรียนในอากาศร้อนระอุ พวกเรารีบไปที่เครื่องกดน้ำดื่ม ผมเป็นคนผอมและอายุน้อยกว่าคนอื่นในชั้น บางครั้งจึงถูกผลักออกจากแถวที่ยืนรอ วันหนึ่ง เพื่อนชื่อโฮเซ่ ซึ่งตัวใหญ่และแข็งแรงเห็นเข้า เขาเดินเข้ามายื่นแขนที่แข็งแรงแหวกทางให้ เขาพูดว่า “นี่! พวกนายให้แบงค์ส ดื่มก่อนสิ!” แล้วผมก็ไม่เคยมีปัญหาที่เครื่องกดน้ำอีกเลย

พระเยซูทรงเข้าใจว่าการถูกผู้อื่นกระทำอย่างไร้ความเมตตาปรานีเป็นอย่างไร พระคัมภีร์บอกเราว่า “ท่านได้ถูกมนุษย์ดูหมิ่นและทอดทิ้ง” (อิสยาห์ 53:3) แต่พระเยซูไม่ได้ทรงเป็นเพียงเหยื่อของการทนทุกข์นี้ พระองค์ยังทรงเป็นทนายแก้ต่างให้เราด้วย การสละพระชนม์ของพระองค์เป็นการเปิด “หนทางใหม่และเป็นทางที่มีชีวิต” ให้เราเข้าไปสู่สัมพันธภาพกับพระเจ้า (ฮีบรู 10:20) พระองค์ทรงกระทำเพื่อเราซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่อาจทำเพื่อตัวเองได้ ทรงมอบของขวัญแห่งความรอดให้เราเปล่าๆ เมื่อเรากลับใจจากบาปและไว้วางใจพระองค์

พระเยซูทรงเป็นสหายที่ดีที่สุดที่เรามี พระองค์ตรัสว่า “ผู้ที่มาหาเรา เราก็จะไม่ทิ้งเขาเลย” คนอื่นอาจคบเราห่างๆ หรืออาจผลักไสเรา แต่พระเจ้าได้ทรงกางแขนรับเราผ่านทางไม้กางเขน พระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงยิ่งใหญ่!

ด้วยรักกับรองเท้าคู่เก่า

บางครั้งผมกับภรรยาพูดต่อประโยคที่อีกฝ่ายกำลังจะพูดได้ กว่าสามสิบปีของชีวิตแต่งงาน เราคุ้นเคยกับวิธีที่อีกฝ่ายคิดและพูดมากขึ้นเรื่อยๆ เราอาจไม่ต้องพูดจนจบประโยค แค่คำคำเดียวหรือการชำเลืองมองก็เพียงพอที่จะสื่อความคิดได้

การที่เราเป็นแบบนี้ทำให้เราสบายใจเหมือนรองเท้าคู่เก่าที่คุณใส่อยู่เรื่อยๆ เพราะสวมสบายพอดี บางครั้งเราถึงกับเรียกกันและกันด้วยความรักว่า “รองเท้าเก่าของฉัน” ซึ่งเป็นคำชื่นชมที่อาจเข้าใจยาก หากคุณไม่รู้จักเราดี ตลอดหลายปีความสัมพันธ์ของเราได้พัฒนาภาษาเฉพาะตัวขึ้น ทั้งยังมีการแสดงออกที่เป็นผลของความรักและความไว้ใจตลอดหลายสิบปี

เรารู้สึกอุ่นใจที่ได้รู้ว่าพระเจ้าทรงรักเราด้วยความสนิทสนมอันลึกซึ้ง ดาวิดเขียนว่า “ข้าแต่พระเจ้า แม้ก่อนที่ลิ้นของข้าพระองค์จะพูด พระองค์ก็ทรงทราบความเสียหมดแล้ว” (สดด.139:4) ลองนึกภาพว่าคุณได้สนทนากับพระเยซูเงียบๆ และคุณกำลังพูดจากส่วนลึกที่สุดในใจให้พระองค์ฟัง เมื่อใดที่คุณพูดไม่ออก พระองค์ก็ทรงยิ้มกับคุณด้วยความเข้าใจและทรงตอบสนองอย่างถูกต้อง แม้คุณไม่ได้พูดออกมา ช่างดีจริงที่ได้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเลือกสรรคำเหมาะๆ จึงจะพูดกับพระเจ้าได้ พระองค์ทรงรักเราและรู้จักเราดีพอที่จะเข้าใจ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

> ODB

ประโยชน์ของคนอื่น

เจมี เพื่อนของผม ทำงานให้กับบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ ในช่วงที่เข้าไปทำงานใหม่ๆ มีชายคนหนึ่งแวะมาพูดคุยกับเขาที่โต๊ะทำงานและถามเขาว่าทำอะไรที่นี่ หลังจากที่เล่าเรื่องงานที่ตนรับผิดชอบจนจบ เจมีก็ถามชื่อของชายคนนั้น และเขาตอบว่า“ผมชื่อริช”

บาปหมดสิ้น

ตอนที่เป็นวัยรุ่น ฉันชวนเพื่อนคนหนึ่งไปเดินเล่นที่ร้านกิฟท์ช็อปแถวบ้าน เธอทำให้ฉันตกใจด้วยการหยิบกิ๊บติดผมกำมือหนึ่งหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อของฉัน และรีบฉุดฉันออกจากร้านโดยไม่จ่ายเงิน ฉันรู้สึกผิดอยู่หนึ่งอาทิตย์ จึงไปสารภาพกับแม่ทั้งน้ำตา

ถึงเวลาเกี่ยวแล้ว

ในช่วงปลายฤดูร้อน เราไปเดินเล่นในป่านิวฟอเรสต์ที่อังกฤษ และสนุกกับการเด็ดผลแบล็คเบอร์รี่ในป่า ขณะที่มองดูม้าวิ่งเล่นกันอยู่ใกล้ๆ ระหว่างที่กำลังมีความสุขกับผลไม้รสหวาน ซึ่งคนอื่นปลูกไว้เมื่อหลายปีก่อน พระดำรัสของพระเยซูที่ว่า “เราใช้ท่านทั้งหลายไปเกี่ยวสิ่งที่ท่านมิได้ลงแรงทำ” (ยน.4:38) ก็ผุดขึ้นในความคิด