ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย James Banks

ผู้พิทักษ์ความสว่าง

ผู้พิทักษ์ความสว่าง” คือชื่อที่ใช้เรียกพวกเขา ประภาคารบนเกาะแฮททีรัส นอกชายฝั่งนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา มีอนุสรณ์ระลึกถึงผู้คนที่ดูแลแหล่งกำเนิดแสงแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1803 ไม่นานหลังจากที่โครงสร้างเดิมถูกย้ายขึ้นบกเพราะชายฝั่งถูกกัดเซาะ ชื่อผู้พิทักษ์เหล่านี้ได้ถูกสลักลงบนก้อนหินซึ่งเป็นฐานเดิมของมัน และนำมาจัดวางเป็นแถวรูปครึ่งวงกลมโดยหันหน้าออก จากคำอธิบายในแผ่นพับ ผู้มาเยี่ยมชมในปัจจุบันสามารถตามรอยเท้าเหล่าผู้พิทักษ์ในประวัติศาสตร์ และ “ดูแล” ประภาคารนี้เช่นกัน

พระเยซูทรงเป็นผู้ประทานความสว่าง พระองค์ตรัสว่า “เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่ตามเรามาจะไม่เดินในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต” (ยน.8:12) นี่เป็นการกล่าวอ้างแบบสุดโต่งสำหรับใครก็ตาม แต่พระเยซูตรัสเพื่อยืนยันสัมพันธภาพของพระองค์กับพระบิดาบนสวรรค์ ผู้สร้างความสว่างและชีวิต และเป็นผู้ที่ส่งพระองค์มา

เมื่อเรามองหาการช่วยกู้จากพระเยซู และทำตามคำสอนของพระองค์ เราก็ได้ฟื้นความสัมพันธ์กับพระเจ้า และพระองค์ให้กำลังและวัตถุประสงค์ใหม่แก่เรา ชีวิตใหม่และความรักของพระองค์คือ “ความสว่างของมนุษย์” (1:4) ที่ส่องมายังเราและผ่านเราไปสู่โลกที่มืดมิดและอันตราย

ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราก็เป็น “ผู้พิทักษ์ความสว่าง” ขอให้ผู้อื่นเห็นแสงสว่างที่ส่องจากเรา และได้พบชีวิตและความหวัง ที่พระองค์ผู้เดียวประทานให้ได้

ผู้ทรงมองเห็น

โอ้ ไม่นะ!” เสียงภรรยาของผมดังขึ้นเมื่อเธอก้าวเข้าไปในครัว ในเวลาเดียวกันกับที่เจ้า “แม็กซ์” สุนัขพันธ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ น้ำหนัก 90 ปอนด์ กำลังกระโจนออกจากห้อง

ขาแกะชิ้นที่อยู่ใกล้กับขอบของเคาน์เตอร์ ถ้าเจ้าแม็กซ์เขมือบจนเหลือแต่กระทะที่ว่างเปล่า มันพยายามเข้าไปซ่อนใต้เตียง แต่เข้าไปได้แค่หัวกับไหล่ ส่วนสะโพกและหางยังโผล่ออกมา

“โอ้ แม็กซ์” ฉันบ่น “‘บาป’ ของแกจะตามแกจนทัน” ฉันยืมวลีนี้มาจากโมเสสเมื่อท่านเตือนชาวอิสราเอลสองเผ่า ให้เชื่อฟังพระเจ้าและรักษาคำสัญญาของพวกเขาท่านบอกพวกเขาว่า “แต่ถ้าท่านทั้งหลายมิได้กระทำเช่นนี้ ดูเถิด ท่านทั้งหลายได้กระทำบาปต่อพระเจ้า จงรู้แน่เถิดว่า บาปของท่านก็ตามทัน” (กดว.32:23)

บาปอาจทำให้รู้สึกดีอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่จะสร้างความเจ็บปวดที่สุดให้ด้วยการถูกแยกขาดจากพระเจ้า โมเสสเตือนประชาชนว่าพระเจ้าไม่เคยมองพลาด ดังที่ผู้เขียนพระคัมภีร์ท่านหนึ่งกล่าวว่า “ทุกสิ่งปรากฏแจ้งต่อพระองค์ ผู้ซึ่งเราต้องสัมพันธ์ด้วย” (ฮบ.4:13)

แม้จะทรงมองเห็นทุกสิ่ง แต่พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ยังทรงนำเราด้วยความรักให้เราสารภาพบาป กลับใจ (หันจากบาป) และเดินกับพระองค์อย่างถูกต้อง (1 ยน.1:9) ขอให้เราติดตามพระองค์ด้วยความรักในวันนี้

ผู้ช่วยให้รอด

คนเรียกเดสมอนว่าเป็น “หนึ่งในผู้กล้าที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่” แต่เขาไม่ได้เป็นเช่นที่คนอื่นคาดไว้ เขาเป็นทหารผู้ปฏิเสธการถือปืน ในฐานะแพทย์เขาช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ 75 นายเพียงลำพังจากสมรภูมิรบ รวมถึงคนที่เคยว่าเขาขี้ขลาดและเยาะเย้ยเรื่องความเชื่อ เดสมอนอธิษฐานขณะวิ่งฝ่าดงกระสุนเข้าไป “พระเจ้า โปรดให้ผมช่วยได้อีกหนึ่งคน” เขาได้รับเหรียญกล้าหาญจากวีรกรรมนี้

พระคัมภีร์บอกเราว่าพระเยซูถูกเข้าใจผิดอย่างมาก คำพยากรณ์ของเศคาริยาห์ (9:9) พูดถึงพระเยซูที่ทรงลาเสด็จเข้าเยรูซาเล็ม มีฝูงชนโบกทางอินทผลัมร้องว่า “โฮซันนา” พวกเขาร้องจากสดุดี 118:26 ว่า “ขอให้พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ” (ยน.12:13) แต่ในข้อต่อมาได้กล่าวถึงการถวายเครื่องบูชา “ด้วยการถือกิ่งไม้” (สดด.118:27) แม้ฝูงชนในยอห์น 12 จะคาดหวังว่ากษัตริย์บนโลกจะปลดปล่อยพวกเขาจากโรม แต่พระเยซูเป็นมากกว่านั้น พระองค์เป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์และเป็นเครื่องบูชาแทนเรา คือเป็นพระเจ้าในสภาพมนุษย์ที่ยอมแบกรับกางเขนเพื่อไถ่เราจากบาป ตามที่มีคำพยากรณ์ไว้หลายร้อยปีล่วงหน้า

“ทีแรกพวกสาวกของพระองค์ไม่เข้าใจในเหตุการณ์นั้น” แต่หลังจากนั้น “เขาจึงระลึกได้ว่ามีคำเช่นนั้นเขียนไว้กล่าวถึงพระองค์” (ยน.12:16) ตามที่ปรากฏในพระวจนะ พระประสงค์นิรันดร์ของพระเจ้านั้นชัดเจนมากขึ้น พระองค์รักเรามากจนส่งพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงฤทธิ์มาช่วยเรา

รู้จักอย่างดี

คุณไม่น่าจะอยู่ตรงนี้ได้ด้วยซ้ำ มีคนบนนั้นเฝ้าดูแลคุณอยู่” คนขับรถบรรทุกลากบอกแม่ของผมหลังจากดึงรถของท่านขึ้นจากเหวในหุบเขาชัน และมองตามรอยล้อที่ทอดยาวไปถึงจุดที่รถตกอยู่ แม่กำลังตั้งท้องผมในตอนนั้น เมื่อผมโตขึ้นท่านมักเล่าเรื่องที่พระเจ้าทรงช่วยชีวิตเราในวันนั้น และย้ำกับผมว่าพระเจ้าทรงเห็นคุณค่าของผมแม้ก่อนที่ผมจะเกิดเสียอีก

ไม่มีใครหลีกหนีจากสายตาขององค์พระผู้สร้างผู้ทรงสัพพัญญู (ทรงรอบรู้ทุกอย่าง) ได้ เมื่อกว่า 2,500 ปีที่แล้ว พระองค์ตรัสกับผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ว่า “เราได้รู้จักเจ้า ก่อนที่เราได้ก่อร่างตัวเจ้าที่ในครรภ์” (ยรม.1:5) พระเจ้าทรงรู้จักเราอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าใคร และประทานความหมายและจุดประสงค์ให้กับชีวิตเราอย่างที่ไม่มีใครให้ได้ พระองค์ไม่เพียงทรงสร้างเราโดยพระปัญญาและฤทธิ์อำนาจของพระองค์ แต่ยังทรงใส่ใจทุกช่วงเวลาในชีวิตเรา รวมถึงรายละเอียดของเราที่เกิดขึ้นตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการเต้นของหัวใจหรือการทำงานที่ซับซ้อนของสมอง ดาวิดกล่าวถึงการที่พระบิดาในสวรรค์ทรงอุ้มชูทุกรายละเอียดของการดำรงอยู่ของเรา โดยกล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้า พระดำริของพระองค์ประเสริฐแก่ข้าพระองค์จริงๆ” (สดด.139:17)

พระเจ้าทรงอยู่ใกล้เรายิ่งกว่าลมหายใจสุดท้ายของเรา พระองค์ทรงสร้างเรา รู้จักเรา และรักเรา และพระองค์ทรงสมควรรับการสรรเสริญและการนมัสการจากเรา

แม้ในพื้นที่ที่ยากเย็นแสนเข็ญ

ปัจจุบันเจฟฟ์เป็นศิษยาภิบาลอนุชนในเมืองที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเสพเฮโรอีน พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงทั้งจิตใจและสถานการณ์ของเขาอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ “ผมอยากปกป้องเด็กๆ ไม่ให้ทำผิดพลาดและเจ็บปวดอย่างผม” เจฟฟ์กล่าว “และพระเยซูจะช่วยพวกเขา” ที่ผ่านมาพระเจ้าทรงปลดปล่อยเจฟฟ์จากการเป็นทาสของสิ่งเสพติดและประทานพันธกิจสำคัญแก่เขาแม้ว่าอดีตของเขาจะเป็นเช่นนั้น

พระเจ้ามีวิธีทำให้เกิดสิ่งดีที่ไม่คาดคิดจากสถานการณ์ที่ดูหมดหวัง โยเซฟถูกขายไปเป็นทาสที่อียิปต์และถูกกล่าวหา และถูกส่งเข้าเรือนจำ เขาถูกขังลืมไปหลายปี แต่พระเจ้าทรงช่วยกู้และให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจขึ้นตรงต่อฟาโรห์ ทำให้เขาช่วยชีวิตคนได้มากมาย ซึ่งรวมถึงชีวิตของพี่ชายที่เคยทอดทิ้งเขาด้วย ที่อียิปต์โยเซฟแต่งงานและมีลูก เขาตั้งชื่อลูกคนที่สองว่า เอฟราอิม (มาจากภาษาฮีบรูที่แปลว่า “เกิดผลสองเท่า”) โดยให้เหตุผลว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงโปรดให้ข้าพเจ้ามีพงศ์พันธุ์ทวีขึ้นในดินแดนที่ข้าพเจ้าได้รับความทุกข์ใจ” (ปฐก.41:52)

แม้เรื่องราวของเจฟฟ์กับโยเซฟจะเกิดขึ้นห่างกันสามถึงสี่พันปี ชี้ให้เห็นความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงข้อเดียวกัน คือ แม้แต่ที่ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตเราก็อาจกลายเป็นผืนดินอันอุดมเพื่อพระเจ้าจะทรงช่วยและอวยพรคนจำนวนมาก ความรักและฤทธิ์อำนาจของพระผู้ช่วยให้รอดของเราไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และพระองค์ทรงสัตย์ซื่อเสมอต่อผู้ที่ไว้วางใจพระองค์ - JBB

ไม่ต้องเข้าแถวรอรับรัก

เวลาที่สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ของผมต้องการความสนใจ มันจะคาบของของผมเดินผ่านหน้าผมไปมา เช้าวันหนึ่งขณะที่ผมนั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะ แม็กซ์คาบกระเป๋าสตางค์ของผมแล้ววิ่งออกไป แต่เมื่อมันรู้ว่าผมไม่ได้สังเกต มันจึงกลับมา เอาจมูกดุนผม ปากคาบกระเป๋าสตางค์ ตาเป็นประกาย หางกระดิก เว้าวอนให้ผมมาเล่นกัน

พฤติกรรมของแม็กซ์ทำให้ผมหัวเราะ แต่ก็ทำให้ผมตระหนักว่าผมมีข้อจำกัดเรื่องการเอาใจใส่ผู้อื่น หลายครั้งที่ผมตั้งใจจะใช้เวลากับครอบครัวหรือเพื่อน แต่สิ่งอื่นจะมาแย่งเวลาและความสนใจของผมไป มารู้ตัวอีกทีเวลาของวันนั้นก็หมดลงโดยที่ยังไม่ได้แสดงความรัก

เรารู้สึกอบอุ่นใจที่ได้รู้ว่าพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ของเราทรงยิ่งใหญ่ ทรงดูแลเราแต่ละคนได้แม้ในเรื่องที่ละเอียดที่สุด อย่างการดูแลรักษาทุกลมหายใจในปอดของเรายาวนานตราบเท่าที่เรามีชีวิต พระองค์ทรงสัญญากับคนของพระองค์ว่า “จนกระทั่งเจ้าแก่เราก็คือพระองค์นั้น เราจะอุ้มเจ้าจนเจ้าถึงผมหงอก เราได้สร้าง เราจะชูไว้ เราจะอุ้มและเราจะช่วยให้รอด” (อสย.46:4)

พระเจ้าทรงมีเวลาให้เราเสมอ ทรงเข้าใจรายละเอียดทุกอย่างในชีวิตเรา ไม่ว่าจะสลับซับซ้อนหรือยากแค่ไหน พระองค์ทรงอยู่ด้วยเมื่อเราร้องเรียกพระองค์โดยการอธิษฐาน เราไม่เคยต้องเข้าแถวรอรับความรักอันไม่จำกัดขององค์พระผู้ช่วยให้รอด

เตือนใจให้อธิษฐาน

"หลายปีก่อน ฉันได้รับการเตือนใจให้อธิษฐานเผื่อคุณบ่อยครั้ง และฉันสงสัยว่าเพราะอะไร”

เพื่อนเก่าส่งข้อความมาพร้อมกับรูปถ่ายของกระดาษบันทึกข้อความที่เธอเก็บไว้ในพระคัมภีร์เขียนว่า “อธิษฐานเผื่อเจมส์ ทั้งจิตใจ ความคิด และคำพูด” ข้างชื่อของผมมีปีค.ศ.ที่ไม่เรียงกันเขียนไว้ 3 ปี

ผมมองปีค.ศ.ที่เขียนไว้แล้วต้องชะงัก ผมเขียนกลับไปถามว่าเธอเริ่มอธิษฐานเมื่อเดือนอะไร เธอตอบว่า “ประมาณเดือนกรกฎาคม”

ในเดือนนั้นผมกำลังเตรียมไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้องเจอวัฒนธรรมและภาษาที่ไม่คุ้นเคย และความเชื่อของผมจะถูกท้าทายอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ผมตระหนักว่าผมได้รับของขวัญล้ำค่าคือการอธิษฐานเผื่อด้วยใจกรุณา

น้ำใจจากเพื่อนทำให้ผมนึกถึงการ “เตือนใจ” ให้อธิษฐาน ซึ่งเปาโลแนะนำทิโมธีมิชชันนารีหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนของท่านว่า “เหตุฉะนั้นก่อนสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้าขอร้องท่านทั้งหลายให้วิงวอนอธิษฐานทูลขอ และขอบพระคุณเพื่อคนทั้งปวง” (1 ทธ.2:1) วลีที่ว่า “ก่อนสิ่งอื่นใด” ทำให้รู้ว่าสำคัญที่สุด คำอธิษฐานของเราสำคัญ เปาโลอธิบายว่าเพราะพระเจ้า “ทรงมีพระประสงค์ให้คนทั้งปวงรอด และให้รู้ความจริง” เกี่ยวกับพระเยซู (ข้อ 4)

โดยคำอธิษฐานที่สัตย์ซื่อพระเจ้าทรงทำงานด้วยวิธีการมากมาย เพื่อหนุนใจและนำให้เขาใกล้ชิดพระองค์ เราอาจไม่รู้สถานการณ์ของคนที่เราระลึกถึง แต่พระเจ้ารู้ และพระองค์จะทรงช่วยเขาเมื่อเราอธิษฐาน

เติบโตเป็นผู้ให้

“ผมเอาของขวัญมาให้ครับ” หลานปู่อายุสองขวบตะโกนอย่างตื่นเต้นพร้อมวางกล่องใบหนึ่งใส่มือผม “เขาเลือกเองหมดเลยนะ” ภรรยาผมกล่าวยิ้มๆ

วงล้อมเตือนภัย

ละมั่งพันธุ์อัฟริกาจะสร้าง “วงล้อมเตือนภัย” ตามสัญชาตญาณขณะพักผ่อนในทุ่งหญ้าสะวันนา มันรวมกลุ่มกันหันหน้าออกไปตามทิศทางที่ต่างกัน ซึ่งช่วยให้มันมองเห็นบริเวณโดยรอบได้ทั้ง 360 องศา และสื่อสารกันถึงอันตรายหรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้น