จังหวะแห่งพระคุณ
เพื่อนของผมกับภรรยาซึ่งทั้งคู่อายุ 90 ต้นๆ และแต่งงานกันมา 66 ปีแล้ว ได้เขียนประวัติศาสตร์ครอบครัวไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้อ่าน บทสุดท้ายชื่อว่า “จดหมายจากพ่อกับแม่” มีบทเรียนชีวิตสำคัญๆ ที่ท่านได้เรียนรู้ มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมหยุดและทบทวนชีวิตตัวเอง “ถ้าคุณพบว่าคริสตศาสนาทำให้คุณเหนื่อย ทำให้หมดพลัง แสดงว่าคุณกำลังปฏิบัติศาสนกิจแทนที่จะมีความสุขในความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ การเดินกับพระเจ้าจะไม่ทำให้คุณเหนื่อย แต่จะทำให้คุณมีกำลัง ฟื้นเรี่ยวแรงและทำให้มีชีวิตชีวา” (มธ.11:28-29)
มองดูก้อนเมฆ
วันหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว ผมกับลูกชายนอนมองฟ้า ดูก้อนเมฆเคลื่อนผ่านสนามหลังบ้าน ลูกคนหนึ่งถามว่า “พ่อครับ ทำไมเมฆถึงลอย” “คืออย่างนี้ลูก” ผมเริ่มตั้งใจจะให้ความรู้เต็มที่ แต่แล้วผมก็นิ่งเงียบ “ไม่รู้สิ” ผมยอมรับ “แต่เดี๋ยวพ่อไปค้นมาให้”
ไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์
ในปีที่สามที่ฉันต้องต่อสู้กับความท้อใจและซึมเศร้าเพราะเคลื่อนไหวได้จำกัดและความเจ็บปวดเรื้อรัง ฉันบอกกับเพื่อนว่า “ร่างกายของฉันกำลังจะพัง ฉันรู้สึกไม่มีค่าพอที่จะทำอะไรให้พระเจ้าหรือให้ใครได้”
ท่าทีในจิตใจ
เมื่อสามีของฉันเล่นฮาโมนิกาให้กับทีมนมัสการของคริสตจักร ฉันสังเกตว่าบางครั้งเขาจะหลับตาเมื่อเล่นเพลง เขาบอกว่ามันช่วยให้มีสมาธิและขจัดสิ่งรบกวนเพื่อจะเล่นได้ดีที่สุด มีเพียงฮาโมนิกา ดนตรีและเขา สรรเสริญพระเจ้าร่วมกัน
หาวาลโด
วาลโดเป็นตัวการ์ตูนใน “วาลโดอยู่ไหน” หนังสือเด็กที่ขายดีตลอดกาล วาลโดซ่อนตัวอยู่ในภาพวาดฝูงชน ให้เด็กๆ มองหาว่าเขาซ่อนอยู่ที่ไหน พ่อแม่ทั่วโลกชอบวินาทีที่ใบหน้าเด็กๆ แย้มยิ้มบ่งบอกว่าพบแล้วและยินดีเมื่อลูกชวนให้ช่วยกันหาด้วย
เหตุให้ร้องเพลง
การร้องเพลงทำให้สมองเปลี่ยน! เมื่อเราร้องเพลงร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนที่ช่วยคลายความเครียดและกังวล มีงานวิจัยบอกว่าเมื่อร้องเพลงร่วมกันเป็นกลุ่ม จังหวะการเต้นของหัวใจทุกคนจะสัมพันธ์กัน
แหวนและพระคุณ
ทุกครั้งที่มองดูมือตัวเอง ฉันรู้สึกถูกตอกย้ำว่าฉันทำแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานหาย ฉันทำหลายอย่างพร้อมกันตอนจัดกระเป๋าไปเที่ยว จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าไปลืมไว้ที่ไหน
ฉันไม่กล้าบอกสามีเรื่องความสะเพร่าครั้งนี้ กังวลว่าจะทำให้เขาไม่สบายใจ แต่เขาตอบสนองด้วยความเมตตาและห่วงใยฉันมากยิ่งกว่าห่วงแหวน กระนั้นก็ยังมีบางเวลาที่ฉันอยากทำอะไรเพื่อให้สมกับความใจดีของเขา! ส่วนเขานั้นตรงกันข้าม เขาไม่เคยถือโทษฉันเลย
หลายต่อหลายครั้งเราจดจำความบาปของเราและรู้สึกว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อขอการอภัยจากพระเจ้า แต่พระเจ้าตรัสว่าเรารอดโดยพระคุณ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำ (อฟ.2:8-9) พระเจ้าทรงสัญญากับชนอิสราเอลเมื่อตรัสถึงพันธสัญญาใหม่ว่า “เราจะให้อภัยบาปชั่วของเขา และจะไม่จดจำบาปของเขาทั้งหลายอีกต่อไป” (ยรม.31:34) เรามีพระเจ้าผู้ทรงให้อภัยและไม่รื้อฟื้นสิ่งผิดที่เราทำ
เราอาจยังรู้สึกเสียใจกับอดีต แต่เราต้องวางใจในพระสัญญาและเชื่อว่าพระคุณและการอภัยของพระองค์เป็นความจริงผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ข่าวนี้ควรทำให้เราขอบพระคุณและมีความมั่นใจในความเชื่อเมื่อพระเจ้าทรงให้อภัย พระองค์ไม่ทรงจดจำอีก
พระเจ้าเรียก
เช้าวันหนึ่งลูกสาวผมเอาโทรศัพท์มือถือให้ลูกชายวัย 11 เดือน เล่นแก้เบื่อ ไม่ถึงนาทีโทรศัพท์ผมดังขึ้น และผมได้ยินเสียงเขาเมื่อรับสาย เขาไปกดถูกปุ่ม “โทรด่วน” ที่เป็นเบอร์ผม และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “บทสนทนา” ที่ผมจะจำไปอีกนาน หลานชายผมพูดได้เพียงไม่กี่คำ แต่เขาจำเสียงผมได้และตอบ ผมจึงคุยกับเขาและบอกว่ารักเขามาก
ท้าทายตัวเองสิบห้านาที
ดร.ชาร์ลส์ ดับเบิลยู. อีเลียต อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดหลายสมัย เชื่อว่าคนธรรมดาที่อ่านวรรณกรรมเอกของโลกเป็นประจำแม้จะวันละไม่กี่นาทีจะได้วิชาความรู้อันมีค่า ในปี 1910 เขาได้รวบรวมบทอ่านที่เลือกจากหนังสือประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ปรัชญาและศิลปะเข้าเป็นหนังสือชุด 50 เล่มชื่อว่า ฮาร์วาร์ด คลาสสิคส์ แต่ละชุดมีคำแนะนำจากดร.อีเลียตชื่อว่า “วันละสิบห้านาที” ซึ่งมีตอนที่แนะนำให้อ่านวันละ 8-10 หน้าตลอดทั้งปี