ผู้เขียน

ดูทั้งหมด
Keila Ochoa

Keila Ochoa

Keila and her husband are very busy parents of two young children. She helps Media Associates International with their training ministry for writers around the world and has written several books in Spanish for children, teens, and women. She teaches in an International School. When she has time, she enjoys reading, talking to friends over a cup of hot chocolate, and watching a good movie.

บทความ โดย Keila Ochoa

ติดตาตรึงใจ

นกฮัมมิ่งเบิร์ดได้ชื่อในภาษาอังกฤษมาจากเสียงที่มันกระพือปีกรัวเร็วชื่อในภาษาอื่นคือ “นักจูบดอกไม้” (โปรตุเกส) หรือ “อัญมณีบินได้” (สเปน) แต่ชื่อหนึ่งที่ฉันชอบมากคือ บิวลู แปลว่า “สิ่งที่ติดตาตรึงใจ” (เม็กซิกัน ซาโพเท็ค) คือ เมื่อคุณเห็นนกฮัมมิ่งเบิร์ดแล้ว คุณจะไม่ลืมมันเลย

จี.เค. เชสเตอร์ตันเขียนไว้ว่า “โลกจะไม่มีวันขาดสิ่งน่าอัศจรรย์ใจ ยกเว้นคนเราจะขาดความอัศจรรย์ใจเสียเอง” นกฮัมมิ่งเบิร์ดเป็นสิ่งหนึ่งในที่น่าอัศจรรย์ นกตัวเล็กนี้มีอะไรที่น่าสนใจหรือ อาจเป็นเพราะมันตัวเล็ก (ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว) หรือมันกระพือปีกเร็วประมาณ 50-200 ครั้งต่อวินาที

เราไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้เขียนสดุดี 104 แต่แน่นอนว่าผู้เขียนหลงใหลในความงามของธรรมชาติ หลังจากที่ได้บรรยายความอัศจรรย์ของการทรงสร้าง เช่น สนสีดาร์แห่งเลบานอนและลาป่าแล้ว ผู้เขียนร้องว่า “ขอพระเจ้าทรงเปรมปรีดิ์ในบรรดาพระราชกิจของพระองค์” (ข้อ 31) จากนั้นก็อธิษฐานว่า “ขอการภาวนาของข้าเป็นสิ่งที่พอพระทัย” (ข้อ 34)

ธรรมชาติมีความงดงามและความสมบูรณ์มากมายที่ติดตาตรึงใจ เราจะใคร่ครวญถึงธรรมชาติเหล่านั้นและทำให้พระเจ้าพอพระทัยได้อย่างไร? เราสามารถสังเกต ชื่นชมยินดี และขอบพระคุณได้ เมื่อเราพิจารณาพระราชกิจของพระองค์และคิดถึงความมหัศจรรย์อีกครั้ง

โอกาสอีกครั้ง

"คุณใจดีกับฉันขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งที่ไม่รู้จักกัน!” เพราะการตัดสินใจผิดพลาดบางอย่าง ลินดาจึงต้องถูกขังในเรือนจำในต่างแดนนานถึงหกปี เมื่อถูกปล่อยตัวออกมาเธอจึงไม่มีที่ไป เธอคิดว่าชีวิตจบสิ้นแล้ว! ขณะที่ครอบครัวกำลังรวบรวมเงินเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอกลับบ้าน สามีภรรยาใจดีคู่หนึ่งให้ที่พักอาหารและความช่วยเหลือ ลินดาซาบซึ้งต่อความกรุณาของทั้งคู่มากจนยินดีเปิดใจฟังข่าวประเสริฐของพระเจ้าผู้ทรงรักเธอและต้องการให้โอกาสเธออีกครั้ง

เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงนาโอมี หญิงหม้ายในพระคัมภีร์ที่สูญเสียสามีกับบุตรชายทั้งสองไปในต่างแดน และคิดว่าชีวิตเธอสิ้นสุดแล้ว (นรธ.1) แต่พระเจ้าไม่เคยลืมนาโอมี นาโอมีเห็นความรักของพระเจ้าและได้รับโอกาสอีกครั้งผ่านความรักของลูกสะใภ้และความเมตตาจากโบอาส ชายที่รักพระเจ้า (4:13-17)

วันนี้พระเจ้าองค์เดียวกันนี้ก็ทรงห่วงใยเรา ความรักที่ผู้อื่นสำแดงต่อเราทำ ให้เราระลึกว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย เราได้เห็นพระคุณของพระเจ้าผ่านความช่วยเหลือของผู้คน แม้เป็นคนที่เราไม่รู้จักดี แต่เหนืออื่นใดพระเจ้าทรงเต็มใจให้เราได้เริ่มต้นใหม่ เราเพียงแต่ต้องเป็นเหมือนลินดาและนาโอมีที่เห็นว่าพระเจ้าทรงทำงานในชีวิตของเราทุกวัน และตระหนักว่าพระองค์ไม่เคยหยุดสำแดงพระกรุณาแก่เรา

พ่อชื่ออะไร

ตอนไปซื้อโทรศัพท์มือถือในตะวันออกกลาง ฉันถูกถามข้อมูลทั่วไปทั้งชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ แต่เมื่อพนักงานกรอกแบบฟอร์มถามว่า “พ่อคุณชื่ออะไรครับ” ฉันตกใจและสงสัยว่าจะรู้ไปทำไม การรู้ชื่อพ่อไม่ใช่เรื่องสำคัญในวัฒนธรรมของฉัน แต่จำเป็นสำหรับการระบุตัวตนที่นี่ ในบางวัฒนธรรมวงศ์ตระกูลเป็นสิ่งสำคัญ

ชาวอิสราเอลเชื่อในความสำคัญของวงศ์ตระกูลเช่นกัน พวกเขาภูมิใจกับอับราฮัมผู้เป็นต้นตระกูล และคิดว่าการเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อสายอับราฮัม ทำให้พวกเขาเป็นลูกของพระเจ้า พวกเขาเข้าใจว่าต้นตระกูลที่เป็นมนุษย์มีความเชื่อมโยงกับครอบครัวฝ่ายวิญญาณ

หลายร้อยปีต่อมา เมื่อพระเยซูสนทนากับพวกยิว พระองค์ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่เช่นนั้น พวกเขาเรียกอับราฮัมว่าเป็นบรรพบุรุษฝ่ายโลกได้ แต่ถ้าพวกเขาไม่รักพระองค์ผู้ที่พระบิดาทรงส่งมา พวกเขาก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของครอบครัวพระเจ้า

ทุกวันนี้ก็เช่นกัน เราเลือกครอบครัวฝ่ายโลกไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฝ่ายวิญญาณแบบใด ถ้าเราเชื่อพระนามพระเยซู พระเจ้าก็ประทานสิทธิให้เราเป็นบุตรของพระองค์ (ยน.1:12)

บิดาฝ่ายวิญญาณของคุณคือผู้ใด คุณตัดสินใจติดตามพระเยซูแล้วหรือไม่ ขอให้วันนี้เป็นวันที่คุณจะวางใจให้พระเยซูอภัยบาปของคุณ และมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้า

ขับเคลื่อนโดยพระเจ้า

ไม่กี่เดือนก่อน ฉันได้รับอีเมล์เชิญให้เข้าร่วมกลุ่ม “คนที่ถูกขับเคลื่อน” ฉันพบว่าความหมายของคำว่าถูกขับเคลื่อน คือ คนที่มีแรงกระตุ้นสูงเพื่อประสบความสำเร็จและจะทุ่มเทอย่างหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

การเป็นคนที่ถูกขับเคลื่อนนั้นดีหรือไม่? วิธีทดสอบที่แน่นอนคือ “จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า” (1 คร.10:31) บ่อยครั้งที่เราทำเพื่อเกียรติของตน หลังน้ำท่วมโลกในสมัยโนอาห์ คนกลุ่มหนึ่งสร้างหอขึ้นเพื่อ “ทำชื่อเสียง” ให้ตนเอง (ปฐก.11:4) พวกเขาต้องการชื่อเสียงและไม่อยากกระจายไปทั่วโลก แต่แรงขับเคลื่อนของพวกเขาผิดเพราะไม่ได้ทำเพื่อพระเกียรติพระเจ้า

แต่กษัตริย์ซาโลมอนตรัสเมื่อมอบถวายหีบพันธสัญญาและวิหารหลังใหม่ว่า “ข้าพเจ้าได้สร้างพระนิเวศสำหรับพระนามของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล” (1 พกษ.8:20) และอธิษฐานว่า “เพื่อพระองค์ทรงโน้มจิตใจของเราให้มาหาพระองค์ ที่จะดำเนินในทางทั้งสิ้นของพระองค์” (ข้อ 58)

เมื่อเราตั้งใจจริงที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้าและเชื่อฟัง เราจะเป็นคนที่ถูกขับเคลื่อน ซึ่งแสวงหาที่จะรักและปรนนิบัติพระเยซูโดยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณ ขอให้เราอธิษฐานอย่างซาโลมอน ว่า “ขอให้จิตใจของท่านทั้งหลายบริสุทธิ์ต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเรา คือที่จะดำเนินอยู่ในกฎเกณฑ์ของพระองค์และรักษาพระบัญญัติของพระองค์” (ข้อ 61)

แหวนและพระคุณ

ทุกครั้งที่มองดูมือตัวเอง ฉันรู้สึกถูกตอกย้ำว่าฉันทำแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานหาย ฉันทำหลายอย่างพร้อมกันตอนจัดกระเป๋าไปเที่ยว จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าไปลืมไว้ที่ไหน

ฉันไม่กล้าบอกสามีเรื่องความสะเพร่าครั้งนี้ กังวลว่าจะทำให้เขาไม่สบายใจ แต่เขาตอบสนองด้วยความเมตตาและห่วงใยฉันมากยิ่งกว่าห่วงแหวน กระนั้นก็ยังมีบางเวลาที่ฉันอยากทำอะไรเพื่อให้สมกับความใจดีของเขา! ส่วนเขานั้นตรงกันข้าม เขาไม่เคยถือโทษฉันเลย

หลายต่อหลายครั้งเราจดจำความบาปของเราและรู้สึกว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อขอการอภัยจากพระเจ้า แต่พระเจ้าตรัสว่าเรารอดโดยพระคุณ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำ (อฟ.2:8-9) พระเจ้าทรงสัญญากับชนอิสราเอลเมื่อตรัสถึงพันธสัญญาใหม่ว่า “เราจะให้อภัยบาปชั่วของเขา และจะไม่จดจำบาปของเขาทั้งหลายอีกต่อไป” (ยรม.31:34) เรามีพระเจ้าผู้ทรงให้อภัยและไม่รื้อฟื้นสิ่งผิดที่เราทำ

เราอาจยังรู้สึกเสียใจกับอดีต แต่เราต้องวางใจในพระสัญญาและเชื่อว่าพระคุณและการอภัยของพระองค์เป็นความจริงผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ข่าวนี้ควรทำให้เราขอบพระคุณและมีความมั่นใจในความเชื่อเมื่อพระเจ้าทรงให้อภัย พระองค์ไม่ทรงจดจำอีก

ผู้เลี้ยงตลอดชีวิต

เมื่อลูกชายของฉันขึ้นชั้นเรียนใหม่ เขาโอดครวญว่า “ผมอยากได้ครูคนเดิมไปตลอดชีวิต” เราต้องช่วยให้เขาเข้าใจว่าการเปลี่ยนครูเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เราอาจสงสัยว่า มีความสัมพันธ์ใดที่จะดำรงไปตลอดชีวิต

ยาโคบผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวได้พบความสัมพันธ์นั้นแล้ว หลังจากใช้ชีวิตผ่านความเปลี่ยนแปลงหลายครั้งและการสูญเสียผู้เป็นที่รัก เขาตระหนักว่ายังมีผู้หนึ่งที่อยู่กับเขาเสมอ เขาอธิษฐานว่า “ขอพระเจ้า...ผู้ทรงบำรุงเลี้ยงชีวิตข้าพเจ้าตั้งแต่เกิดมาจนวันนี้...โปรดอวยพรแก่เด็กทั้งสองนี้” (ปฐมกาล 48:15-16)

ยาโคบเป็นคนเลี้ยงแกะ เขาจึงเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระเจ้าเป็นดั่งผู้เลี้ยงกับแกะ นับตั้งแต่แกะเกิด เติบโต จนแก่ ผู้เลี้ยงจะดูแลมันทั้งกลางวันและกลางคืน เขานำทางมันในเวลากลางวันและคอยปกป้องมันในเวลากลางคืน ดาวิดก็เป็นคนเลี้ยงแกะ และมีความมั่นใจเช่นเดียวกัน แต่เขาย้ำความมั่นใจนี้ในมุมมองนิรันดร์กาลว่า “ข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์” (สดุดี 23:6)

การเปลี่ยนครูเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ถือเป็นข่าวดีที่ได้รู้ว่าเรามีความสัมพันธ์ที่คงอยู่ไปตลอดทั้งชีวิต องค์พระผู้เลี้ยงทรงสัญญาว่าจะอยู่กับเราตลอดเวลาที่เราอยู่บนโลกนี้ (มัทธิว 28:20) และเมื่อชีวิตที่นี่สิ้นสุดลง เราจะได้ใกล้ชิดพระองค์มากกว่าเดิม

มรดกประเสริฐ

คุณตาคุณยายบ้านแฮริสไม่ได้มีเงินมากมาย แต่ท่านจัดงานคริสต์มาสที่น่าจดจำให้ฉันและลูกพี่ลูกน้องทุกปี เรามีอาหาร เรื่องสนุกและความรักมากมายเสมอ เราได้เรียนรู้ตั้งแต่เป็นเด็กว่าพระคริสต์คือผู้ทำให้มีงานฉลองนี้

เราอยากส่งมอบมรดกเดียวกันนี้ให้กับลูกๆ ตอนคริสต์มาสปีที่แล้วเมื่อครอบครัวใหญ่มาพบกัน เรารู้ว่านี่คือธรรมเนียมพิเศษที่คุณตาคุณยายได้เริ่มต้นไว้ ท่านไม่อาจทิ้งเงินทองเป็นมรดกให้เรา แต่ท่านเอาใจใส่หว่านเมล็ดพันธ์ุแห่งความรัก การยกย่องให้เกียรติและความเชื่อ เพื่อเราซึ่งเป็นลูกหลานของท่านจะเลียนแบบ

ในพระคัมภีร์เราพบว่ายายโลอิสกับแม่ยูนีสแบ่งปันความเชื่อแท้ไปถึงทิโมธี (2 ทธ.1:5) อิทธิพลของทั้งสองได้เตรียมชายหนุ่มผู้นี้ให้แบ่งปันข่าวประเสริฐแก่คนเป็นอันมาก

เราเตรียมมรดกฝ่ายวิญญาณให้กับคนที่เรามีอิทธิพลต่อพวกเขาได้ด้วยการดำเนินชีวิตติดสนิทกับพระเจ้า คือทำให้ความรักของพระองค์เป็นจริงต่อคนอื่น คือการเอาใจใส่โดยไม่เลือกปฏิบัติ สนใจว่าพวกเขาคิดและทำอะไร และแบ่งปันชีวิตของเรากับเขา เราอาจเชื้อเชิญให้พวกเขามาร่วมเฉลิมฉลองกับเรา! เมื่อใดที่ชีวิตเราสะท้อนความจริงเรื่องความรักของพระเจ้า เมื่อนั้นเราก็ได้ทิ้งมรดกที่ยั่งยืนไว้ให้ผู้อื่น

ดีกว่าปิญาตา

ไม่มีงานปาร์ตี้เม็กซิกันงานไหนที่ไม่มีปิญาตา ซึ่งเป็นกล่องหรือภาชนะดินที่บรรจุขนมและลูกกวาดไว้เต็ม เด็กๆ จะพยายามเอาไม้ตีให้แตกเพื่อจะได้กินขนมข้างใน

นักบวชสมัยศตวรรษที่ 16 ใช้ปิญาตาสอนชนพื้นเมืองในเม็กซิโก ปิญาตามีรูปร่างเป็นดาวเจ็ดแฉกที่ใช้แทนบาปเจ็ดประการ การตีปิญาตาก็คือการต่อสู้กับความชั่วร้าย และเมื่อขนมข้างในตกลงพื้น ทุกคนสามารถเก็บขนมกลับบ้านเป็นที่ระลึกแทนรางวัลของการรักษาความเชื่อ

แต่เราไม่สามารถต่อสู้ความชั่วร้ายได้ด้วยตัวเอง พระเจ้าไม่ได้ทรงรอให้เราพยายามแล้วจึงทรงสำแดงพระเมตตา พระธรรมเอเฟซัสสอนว่า “ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ...พระเจ้าทรงประทานให้” (2:8) เราไม่ได้ชนะความบาปเอง เพราะพระเยซูทรงชนะแล้ว

เด็กๆ ต่อสู้เพื่อจะได้ขนมในปิญาตา แต่ของประทานของพระเจ้าเป็นของเราทุกคนเมื่อเราเชื่อพระเยซู พระเจ้า “ทรงโปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรานานาประการ” (1:3) เราได้รับการอภัยบาป การไถ่ การเป็นบุตร ชีวิตใหม่ ความชื่นชมยินดี ความรักและอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเราได้รับพระพรฝ่ายวิญญาณเหล่านี้ เพราะเรารักษาความเชื่อและเข้มแข็ง แต่เราได้รับเพราะเราเชื่อพระเยซู พระพรฝ่ายวิญญาณมาได้ทางเดียวคือ ทางพระคุณที่เราไม่สมควรได้รับ

ดี แย่และเลวร้าย

เพื่อนรักคนหนึ่งของฉันส่งข้อความมาว่า “ฉันดีใจที่เราสามารถเล่าให้กันและกันฟังได้ทั้งเรื่องดี เรื่องแย่และเรื่องเลวร้าย” เราเป็นเพื่อนกันมาหลายปีและเรียนรู้ที่จะแบ่งปันความชื่นชมยินดีและความล้มเหลว เรารู้ว่าเราห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ เราจึงแบ่งเบาปัญหาซึ่งกันและกัน และยังยินดีในความสำเร็จของอีกฝ่ายด้วย

ดาวิดและโยนาธานมีมิตรภาพที่แน่นแฟ้นเช่นกัน เริ่มจากช่วงเวลาดีๆ ที่ดาวิดมีชัยชนะเหนือโกลิอัท (1ซมอ.18:1-4) พวกเขาร่วมในความกลัวในช่วงเวลาแย่ๆ ที่บิดาของโยนาธานเกิดความอิจฉา (1 ซมอ.18:6-11; 20:1-2) สุดท้าย พวกเขาทนทุกข์ด้วยกันในช่วงเวลาอันเลวร้ายที่ซาอูลวางแผนจะฆ่าดาวิด (1 ซมอ.20:42)

เพื่อนที่ดีไม่ทอดทิ้งเราเมื่อสถานการณ์ภายนอกเปลี่ยนไป พวกเขาอยู่กับเราทั้งในช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี เพื่อนที่ดีนำเราไปหาพระเจ้าในช่วงเวลาอันเลวร้าย เมื่อเรารู้สึกอยากเดินออกห่างจากพระองค์

มิตรภาพแท้เป็นของขวัญจากพระเจ้า เพราะมิตรภาพแท้เป็นตัวอย่างของพระองค์ผู้ทรงเป็นสหายอันสมบูรณ์พร้อม ผู้ทรงสัตย์ซื่อทั้งในเวลาที่ดี ในเวลาที่ไม่ดี และในเวลาที่เลวร้าย องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงย้ำกับเราว่า “เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย” (ฮบ.13:5)