ผู้เขียน

ดูทั้งหมด
Keila Ochoa

Keila Ochoa

Keila and her husband are very busy parents of two young children. She helps Media Associates International with their training ministry for writers around the world and has written several books in Spanish for children, teens, and women. She teaches in an International School. When she has time, she enjoys reading, talking to friends over a cup of hot chocolate, and watching a good movie.

บทความ โดย Keila Ochoa

หวานและขม

บางคนชอบช็อคโกแลตรสขมและบางคนชอบช็อคโกแลตรสหวานชาวมายาโบราณในอเมริกากลางชอบดื่มช็อคโกแลตที่ปรุงรสด้วยพริก พวกเขาชอบดื่มเครื่องดื่มชนิดที่เรียกว่า “น้ำขม” นี้ หลายปีต่อมา เครื่องดื่มนี้แพร่ไปถึงสเปน แต่ชาวสเปนชอบดื่มช็อคโกแลตหวาน จึงเติมน้ำตาลและน้ำผึ้งลงไปเพื่อตัดรสขมธรรมชาติของช็อคโกแลต

จงดูและนิ่งเงียบ

ในบทเพลง “จงมองดูที่พระองค์ (Look at Him)” รูเบน โซเทโล นักประพันธ์ชาวเม็กซิกัน บรรยายถึงพระเยซูถูกตรึงที่กางเขน เขาเชื้อเชิญให้เรามองดูที่พระองค์และนิ่งเงียบ เพราะเราได้แต่นิ่งงันต่อหน้าความรักซึ่งพระองค์ทรงสำแดงบนกางเขน โดยความเชื่อเราจึงคิดภาพตามพระกิตติคุณได้ เราคิดถึงกางเขนและพระโลหิต ตะปูและความเจ็บปวด

เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ คนทั้งปวง “ที่มาชุมนุมกันเพื่อจะดูการณ์นั้น..พากันตีอกของตัวกลับไป” (ลก.23:48) บางคน “ยืนอยู่แต่ไกลมองเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น” (ข้อ 49) พวกเขานิ่งเงียบ มีเพียงนายร้อยที่พูดว่า “แท้จริงท่านผู้นี้เป็นคนชอบธรรม” (ข้อ 47)

มีบทเพลงและบทกลอนที่บรรยายความรักยิ่งใหญ่ เยเรมีย์เขียนไว้หลายปีมาแล้ว ถึงความเจ็บปวดเมื่อเยรูซาเล็มล่มสลาย “ท่านทั้งหลายที่เดินผ่านไป ท่านไม่เกิดความรู้สึกอะไรบ้างหรือ” (พคค.1:12) ท่านบอกประชาชน เพราะท่านคิดว่าไม่มีความทุกข์ใดใหญ่หลวงเท่ากับทุกข์ของกรุงเยรูซาเล็มแล้ว ไม่มีการทนทุกข์ใด เทียบได้กับที่พระเยซูต้องทนแบกรับ

เราทุกคนต้องผ่านเส้นทางกางเขน เราจะมองเห็นความรักของพระองค์หรือไม่? อีสเตอร์นี้ ไม่มีบทกวีใดเพียงพอจะขอบพระคุณและอธิบายความรักของพระเจ้าได้ ให้เราใคร่ครวญการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู และกระซิบบอกว่าเรารักพระองค์จากส่วนลึกของจิตใจ

กล้าที่จะสัตย์ซื่อ

ความกลัวอยู่กับฮาดัสสาห์เสมอ ฮาดัสสาห์ซึ่งเป็นตัวละครในนิยายเรื่องเสียงในสายลมของฟรานซีน ริเวอร์ส เป็นหญิงสาวชาวยิวสมัยศตวรรษแรก หลังจากตกเป็นทาสในบ้านชาวโรมัน เธอกลัวว่าจะถูกข่มเหงเพราะความเชื่อ เธอรู้ว่าคริสเตียนถูกรังเกียจและหลายคนถูกฆ่าตายหรือถูกปล่อยให้สู้กับสิงโตในสนามกีฬา เธอจะกล้ายืนหยัดเพื่อความจริงเมื่อถูกทดสอบหรือไม่

ขาวอย่างหิมะ

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ฉันและครอบครัวไปเที่ยวภูเขา เราอาศัยอยู่ในเขตร้อนชื้นมาตลอดชีวิต จึงเป็นครั้งแรกที่เราเห็นหิมะและความงดงามของมัน ขณะที่เรามองดูผ้าคลุมสีขาวผืนนี้ที่ห่มทับทุ่งนาอยู่นั้น สามีของฉันก็เอ่ยข้อความจากอิสยาห์ว่า “ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ” (อสย.1:18)

หลังจากที่ถามความหมายของคำว่าสีแดงเข้มแล้ว ลูกสาววัยสามขวบของเราก็ถามอีกว่า “สีแดงไม่ดีหรือคะ” เธอรู้ว่าความบาปเป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย แต่พระธรรมตอนนี้ไม่ได้พูดเกี่ยวกับสี ผู้เผยพระวจนะกำลังบรรยายถึงสีย้อมผ้าแดงสดที่ได้จากไข่ของแมลงตัวเล็กซึ่งต้องนำผ้าย้อมในสีแดงสดนี้สองครั้ง สีจึงจะติดทน น้ำฝนหรือการซักผ้าก็ไม่ทำให้สีหลุดออก ความบาปก็เป็นเช่นนั้น ความพยายามของมนุษย์ไม่สามารถลบล้างบาปได้ มันฝังรากลงในจิตใจ

มีเพียงพระเจ้าที่สามารถชำระความบาปออกจากใจของเรา และขณะที่เรามองดูภูเขา เราชื่นชมในความขาวบริสุทธิ์ ที่ขาวกว่าผ้าสีแดงเข้มซึ่งถูกขัดและฟอกจนขาว เมื่อเราทำตามคำสอนของเปโตร “จงหันกลับและตั้งใจใหม่ เพื่อพระเจ้าจะทรงลบล้างความผิดบาปของท่านเสีย” (กจ.3:19) พระเจ้าจะทรงให้อภัยและประทานชีวิตใหม่แก่เรา โดยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเท่านั้น ที่เราสามารถได้รับจิตใจอันบริสุทธิ์ ซึ่งไม่มีผู้ใดให้ได้ เป็นของขวัญที่แสนอัศจรรย์!

ติดตาตรึงใจ

นกฮัมมิ่งเบิร์ดได้ชื่อในภาษาอังกฤษมาจากเสียงที่มันกระพือปีกรัวเร็วชื่อในภาษาอื่นคือ “นักจูบดอกไม้” (โปรตุเกส) หรือ “อัญมณีบินได้” (สเปน) แต่ชื่อหนึ่งที่ฉันชอบมากคือ บิวลู แปลว่า “สิ่งที่ติดตาตรึงใจ” (เม็กซิกัน ซาโพเท็ค) คือ เมื่อคุณเห็นนกฮัมมิ่งเบิร์ดแล้ว คุณจะไม่ลืมมันเลย

จี.เค. เชสเตอร์ตันเขียนไว้ว่า “โลกจะไม่มีวันขาดสิ่งน่าอัศจรรย์ใจ ยกเว้นคนเราจะขาดความอัศจรรย์ใจเสียเอง” นกฮัมมิ่งเบิร์ดเป็นสิ่งหนึ่งในที่น่าอัศจรรย์ นกตัวเล็กนี้มีอะไรที่น่าสนใจหรือ อาจเป็นเพราะมันตัวเล็ก (ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว) หรือมันกระพือปีกเร็วประมาณ 50-200 ครั้งต่อวินาที

เราไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้เขียนสดุดี 104 แต่แน่นอนว่าผู้เขียนหลงใหลในความงามของธรรมชาติ หลังจากที่ได้บรรยายความอัศจรรย์ของการทรงสร้าง เช่น สนสีดาร์แห่งเลบานอนและลาป่าแล้ว ผู้เขียนร้องว่า “ขอพระเจ้าทรงเปรมปรีดิ์ในบรรดาพระราชกิจของพระองค์” (ข้อ 31) จากนั้นก็อธิษฐานว่า “ขอการภาวนาของข้าเป็นสิ่งที่พอพระทัย” (ข้อ 34)

ธรรมชาติมีความงดงามและความสมบูรณ์มากมายที่ติดตาตรึงใจ เราจะใคร่ครวญถึงธรรมชาติเหล่านั้นและทำให้พระเจ้าพอพระทัยได้อย่างไร? เราสามารถสังเกต ชื่นชมยินดี และขอบพระคุณได้ เมื่อเราพิจารณาพระราชกิจของพระองค์และคิดถึงความมหัศจรรย์อีกครั้ง

โอกาสอีกครั้ง

"คุณใจดีกับฉันขนาดนี้ได้อย่างไรทั้งที่ไม่รู้จักกัน!” เพราะการตัดสินใจผิดพลาดบางอย่าง ลินดาจึงต้องถูกขังในเรือนจำในต่างแดนนานถึงหกปี เมื่อถูกปล่อยตัวออกมาเธอจึงไม่มีที่ไป เธอคิดว่าชีวิตจบสิ้นแล้ว! ขณะที่ครอบครัวกำลังรวบรวมเงินเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอกลับบ้าน สามีภรรยาใจดีคู่หนึ่งให้ที่พักอาหารและความช่วยเหลือ ลินดาซาบซึ้งต่อความกรุณาของทั้งคู่มากจนยินดีเปิดใจฟังข่าวประเสริฐของพระเจ้าผู้ทรงรักเธอและต้องการให้โอกาสเธออีกครั้ง

เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงนาโอมี หญิงหม้ายในพระคัมภีร์ที่สูญเสียสามีกับบุตรชายทั้งสองไปในต่างแดน และคิดว่าชีวิตเธอสิ้นสุดแล้ว (นรธ.1) แต่พระเจ้าไม่เคยลืมนาโอมี นาโอมีเห็นความรักของพระเจ้าและได้รับโอกาสอีกครั้งผ่านความรักของลูกสะใภ้และความเมตตาจากโบอาส ชายที่รักพระเจ้า (4:13-17)

วันนี้พระเจ้าองค์เดียวกันนี้ก็ทรงห่วงใยเรา ความรักที่ผู้อื่นสำแดงต่อเราทำ ให้เราระลึกว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ด้วย เราได้เห็นพระคุณของพระเจ้าผ่านความช่วยเหลือของผู้คน แม้เป็นคนที่เราไม่รู้จักดี แต่เหนืออื่นใดพระเจ้าทรงเต็มใจให้เราได้เริ่มต้นใหม่ เราเพียงแต่ต้องเป็นเหมือนลินดาและนาโอมีที่เห็นว่าพระเจ้าทรงทำงานในชีวิตของเราทุกวัน และตระหนักว่าพระองค์ไม่เคยหยุดสำแดงพระกรุณาแก่เรา

พ่อชื่ออะไร

ตอนไปซื้อโทรศัพท์มือถือในตะวันออกกลาง ฉันถูกถามข้อมูลทั่วไปทั้งชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ แต่เมื่อพนักงานกรอกแบบฟอร์มถามว่า “พ่อคุณชื่ออะไรครับ” ฉันตกใจและสงสัยว่าจะรู้ไปทำไม การรู้ชื่อพ่อไม่ใช่เรื่องสำคัญในวัฒนธรรมของฉัน แต่จำเป็นสำหรับการระบุตัวตนที่นี่ ในบางวัฒนธรรมวงศ์ตระกูลเป็นสิ่งสำคัญ

ชาวอิสราเอลเชื่อในความสำคัญของวงศ์ตระกูลเช่นกัน พวกเขาภูมิใจกับอับราฮัมผู้เป็นต้นตระกูล และคิดว่าการเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อสายอับราฮัม ทำให้พวกเขาเป็นลูกของพระเจ้า พวกเขาเข้าใจว่าต้นตระกูลที่เป็นมนุษย์มีความเชื่อมโยงกับครอบครัวฝ่ายวิญญาณ

หลายร้อยปีต่อมา เมื่อพระเยซูสนทนากับพวกยิว พระองค์ชี้ให้เห็นว่าไม่ใช่เช่นนั้น พวกเขาเรียกอับราฮัมว่าเป็นบรรพบุรุษฝ่ายโลกได้ แต่ถ้าพวกเขาไม่รักพระองค์ผู้ที่พระบิดาทรงส่งมา พวกเขาก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของครอบครัวพระเจ้า

ทุกวันนี้ก็เช่นกัน เราเลือกครอบครัวฝ่ายโลกไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฝ่ายวิญญาณแบบใด ถ้าเราเชื่อพระนามพระเยซู พระเจ้าก็ประทานสิทธิให้เราเป็นบุตรของพระองค์ (ยน.1:12)

บิดาฝ่ายวิญญาณของคุณคือผู้ใด คุณตัดสินใจติดตามพระเยซูแล้วหรือไม่ ขอให้วันนี้เป็นวันที่คุณจะวางใจให้พระเยซูอภัยบาปของคุณ และมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้า

ขับเคลื่อนโดยพระเจ้า

ไม่กี่เดือนก่อน ฉันได้รับอีเมล์เชิญให้เข้าร่วมกลุ่ม “คนที่ถูกขับเคลื่อน” ฉันพบว่าความหมายของคำว่าถูกขับเคลื่อน คือ คนที่มีแรงกระตุ้นสูงเพื่อประสบความสำเร็จและจะทุ่มเทอย่างหนักเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย

การเป็นคนที่ถูกขับเคลื่อนนั้นดีหรือไม่? วิธีทดสอบที่แน่นอนคือ “จงกระทำเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า” (1 คร.10:31) บ่อยครั้งที่เราทำเพื่อเกียรติของตน หลังน้ำท่วมโลกในสมัยโนอาห์ คนกลุ่มหนึ่งสร้างหอขึ้นเพื่อ “ทำชื่อเสียง” ให้ตนเอง (ปฐก.11:4) พวกเขาต้องการชื่อเสียงและไม่อยากกระจายไปทั่วโลก แต่แรงขับเคลื่อนของพวกเขาผิดเพราะไม่ได้ทำเพื่อพระเกียรติพระเจ้า

แต่กษัตริย์ซาโลมอนตรัสเมื่อมอบถวายหีบพันธสัญญาและวิหารหลังใหม่ว่า “ข้าพเจ้าได้สร้างพระนิเวศสำหรับพระนามของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอล” (1 พกษ.8:20) และอธิษฐานว่า “เพื่อพระองค์ทรงโน้มจิตใจของเราให้มาหาพระองค์ ที่จะดำเนินในทางทั้งสิ้นของพระองค์” (ข้อ 58)

เมื่อเราตั้งใจจริงที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้าและเชื่อฟัง เราจะเป็นคนที่ถูกขับเคลื่อน ซึ่งแสวงหาที่จะรักและปรนนิบัติพระเยซูโดยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณ ขอให้เราอธิษฐานอย่างซาโลมอน ว่า “ขอให้จิตใจของท่านทั้งหลายบริสุทธิ์ต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเรา คือที่จะดำเนินอยู่ในกฎเกณฑ์ของพระองค์และรักษาพระบัญญัติของพระองค์” (ข้อ 61)

แหวนและพระคุณ

ทุกครั้งที่มองดูมือตัวเอง ฉันรู้สึกถูกตอกย้ำว่าฉันทำแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานหาย ฉันทำหลายอย่างพร้อมกันตอนจัดกระเป๋าไปเที่ยว จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าไปลืมไว้ที่ไหน

ฉันไม่กล้าบอกสามีเรื่องความสะเพร่าครั้งนี้ กังวลว่าจะทำให้เขาไม่สบายใจ แต่เขาตอบสนองด้วยความเมตตาและห่วงใยฉันมากยิ่งกว่าห่วงแหวน กระนั้นก็ยังมีบางเวลาที่ฉันอยากทำอะไรเพื่อให้สมกับความใจดีของเขา! ส่วนเขานั้นตรงกันข้าม เขาไม่เคยถือโทษฉันเลย

หลายต่อหลายครั้งเราจดจำความบาปของเราและรู้สึกว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อขอการอภัยจากพระเจ้า แต่พระเจ้าตรัสว่าเรารอดโดยพระคุณ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เราทำ (อฟ.2:8-9) พระเจ้าทรงสัญญากับชนอิสราเอลเมื่อตรัสถึงพันธสัญญาใหม่ว่า “เราจะให้อภัยบาปชั่วของเขา และจะไม่จดจำบาปของเขาทั้งหลายอีกต่อไป” (ยรม.31:34) เรามีพระเจ้าผู้ทรงให้อภัยและไม่รื้อฟื้นสิ่งผิดที่เราทำ

เราอาจยังรู้สึกเสียใจกับอดีต แต่เราต้องวางใจในพระสัญญาและเชื่อว่าพระคุณและการอภัยของพระองค์เป็นความจริงผ่านทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ข่าวนี้ควรทำให้เราขอบพระคุณและมีความมั่นใจในความเชื่อเมื่อพระเจ้าทรงให้อภัย พระองค์ไม่ทรงจดจำอีก