ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย David C. McCasland

ไม่เกี่ยง

คริสตจักรในเมืองของผมทำบัตรต้อนรับที่แสดงถึงความรักและพระคุณของพระเจ้าที่มีให้ทุกคน บัตรนั้นเขียนว่า “ถ้าคุณคือ...คนดี คนบาป ผู้แพ้ ผู้ชนะ” ตามด้วยคำที่ใช้เรียกคนที่มีปัญหา เช่น “คนติดเหล้า คนหน้าซื่อใจคด คนขี้โกง คนขี้กลัว คนแปลกแยก...เราขอต้อนรับคุณ” ศิษยาภิบาลบอกผมว่า “ในการนมัสการวันอาทิตย์ เราอ่านออกเสียงข้อความในบัตรนี้ด้วยกัน”

พูดแบบนี้ได้ไหม?

ดร.บาร์บาร่า ฮาเวิร์ด กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการพฤติกรรมกล่าวว่า “การมีลูกคนโปรดเป็นปัจจัยใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งที่ทำให้พี่น้องทะเลาะกัน” ตัวอย่างจากพระคัมภีร์เดิมก็คือ โยเซฟซึ่งเป็นลูกชายคนโปรดของบิดาที่ทำให้พี่น้องไม่พอใจ (ปฐก.37:3-4) พี่น้องจึงขายโยเซฟให้กับพ่อค้าที่กำลังเดินทางไปอียิปต์ และแกล้งกุเรื่องว่าเขาถูกสัตว์ร้ายฆ่าตาย (ปฐก.37:12-36) ความฝันของเขาแตกสลายและอนาคตมืดดับลงไปทันที

บรรเลงคอนเสิร์ต

ผมประทับใจการบรรเลงเพลงร่วมกันของหลานสาวกับเพื่อนๆ วัย11-12 ปี ในคอนเสิร์ต หากเด็กแต่ละคนต้องการแสดงเดี่ยว แต่ละคนก็จะไม่อาจสำเร็จได้ในแบบที่ทั้งกลุ่มทำได้ร่วมกัน ผู้เล่นเครื่องเป่าไม้ ทองเหลืองและเครื่องประกอบจังหวะต่างก็ทำหน้าที่ของตนและผลลัพธ์คือ ดนตรีที่ไพเราะ!

จังหวะแห่งพระคุณ

เพื่อนของผมกับภรรยาซึ่งทั้งคู่อายุ 90 ต้นๆ และแต่งงานกันมา 66 ปีแล้ว ได้เขียนประวัติศาสตร์ครอบครัวไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้อ่าน บทสุดท้ายชื่อว่า “จดหมายจากพ่อกับแม่” มีบทเรียนชีวิตสำคัญๆ ที่ท่านได้เรียนรู้ มีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมหยุดและทบทวนชีวิตตัวเอง “ถ้าคุณพบว่าคริสตศาสนาทำให้คุณเหนื่อย ทำให้หมดพลัง แสดงว่าคุณกำลังปฏิบัติศาสนกิจแทนที่จะมีความสุขในความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ การเดินกับพระเจ้าจะไม่ทำให้คุณเหนื่อย แต่จะทำให้คุณมีกำลัง ฟื้นเรี่ยวแรงและทำให้มีชีวิตชีวา” (มธ.11:28-29)

ท้าทายตัวเองสิบห้านาที

ดร.ชาร์ลส์ ดับเบิลยู. อีเลียต อธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดหลายสมัย เชื่อว่าคนธรรมดาที่อ่านวรรณกรรมเอกของโลกเป็นประจำแม้จะวันละไม่กี่นาทีจะได้วิชาความรู้อันมีค่า ในปี 1910 เขาได้รวบรวมบทอ่านที่เลือกจากหนังสือประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ปรัชญาและศิลปะเข้าเป็นหนังสือชุด 50 เล่มชื่อว่า ฮาร์วาร์ด คลาสสิคส์ แต่ละชุดมีคำแนะนำจากดร.อีเลียตชื่อว่า “วันละสิบห้านาที” ซึ่งมีตอนที่แนะนำให้อ่านวันละ 8-10 หน้าตลอดทั้งปี

ทุกสิ่งที่จำเป็น

ผมมักรู้สึกไม่เก่งพอสำหรับงานที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการสอนรวีฯ การให้คำปรึกษาเพื่อนหรือเขียนบทความมานาประจำวัน ความท้าทายดูจะใหญ่กว่าความสามารถที่ผมมี ผมต้องเรียนรู้อีกมาก เช่นเดียวกับเปโตร

ความบกพร่อง

คำว่า บกพร่อง ใช้อธิบายถึงคน ครอบครัว ความสัมพันธ์ องค์กร และแม้แต่รัฐบาล คำว่า สมบูรณ์แบบ หมายถึงการทำงานตามหน้าที่อย่างเหมาะสม ส่วนคำว่า บกพร่อง มีความหมายตรงกันข้ามคือ เสีย ทำงานไม่ปกติ ไม่สามารถทำตามที่ออกแบบมา

ในจดหมายที่เปาโลเขียนถึงชาวโรม ท่านเริ่มต้นด้วยการบรรยายถึงมนุษยชาติที่บกพร่องฝ่ายวิญญาณ (รม.1:18-32) เราทุกคนล้วนมีส่วนในการกบฎนั้น “เขาทุกคนหลงผิดไปหมด เขาทั้งปวงเลวทรามเหมือนกันสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี ไม่มีเลย....เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า” (รม.3:12,23 )

ข่าวดีคือ “พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่าโดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว...โดยความเชื่อจึงได้ผล” (รม.3:24-25) เมื่อเราเชิญพระคริสต์เขามาในชีวิตและยอมรับข้อเสนอแห่งการอภัยโทษและชีวิตใหม่จากพระเจ้า เรากำลังก้าวไปสู่การเป็นบุคคลในแบบที่พระเจ้าทรงสร้างให้เป็น เราจะไม่ได้สมบูรณ์แบบขึ้นในทันทีทันใด แต่เราไม่ต้องเป็นคนที่ล้มเหลวและบกพร่องอีกต่อไป

ทุกวันพระวิญญาณบริสุทธิ์จะประทานกำลังให้เราถวายเกียรติพระเจ้าในคำพูดและการกระทำ และ “ทิ้งตัวเก่า...และจงให้วิญญาณจิตของท่านเปลี่ยนใหม่และให้ท่านสวมสภาพใหม่ซึ่งทรงสร้างขึ้นใหม่ตามแบบอย่างของพระเจ้าในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง” (อฟ.4:22-24)

สอนลูกหลาน

ในเว็บไซต์เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกหลายเว็บมีประโยคที่ว่า “จงเตรียมลูกให้พร้อมเดินบนหนทาง ไม่ใช่เตรียมหนทางพร้อมเดินสำหรับลูก” แทนที่จะเตรียมทางที่ไร้อุปสรรคให้เด็กๆ เราควรจะเตรียมพวกเขาให้รับมือกับความยากลำบากบนเส้นทางข้างหน้า

ผู้เขียนสดุดีบันทึกไว้ว่า “จะบอกแก่ชาติพันธุ์ที่กำลังเกิดมา ถึงพระราชกิจอันควรสรรเสริญของพระเจ้าและฤทธานุภาพของพระองค์ และการอัศจรรย์ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำเพราะพระองค์ทรงสถาปนากฎเกณฑ์ไว้...ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาแก่บรรพบุรุษของ เราว่าให้แจ้งเรื่องราวเหล่านั้นแก่ลูกหลานของเขา...เพื่อชาติพันธุ์รุ่นต่อไป...จะลุกขึ้นบอกลูกหลานของเขา” (สดด.78:4-6) เป้าหมายเพื่อ “เขาจะตั้งความหวังของเขาไว้ในพระเจ้า และไม่ลืมพระราชกิจของพระเจ้า แต่รักษาพระบัญญัติของพระองค์” (สดด.78:7)

ลองคิดถึงบุคคลที่คำพูดหรือการใช้ชีวิตของเขามีอิทธิพลต่อเราในฝ่ายจิตวิญญาณ ทำให้เราสนใจและอยากติดตามพระเยซูเหมือนอย่างเขา

เรามีสิทธิพิเศษและหน้าที่ยิ่งใหญ่ในการแบ่งปันพระคำและแผนการของพระเจ้าในชีวิตเราแก่คนรุ่นต่อๆ ไป เราต้องการให้พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วยพระกำลังของพระเจ้า

เมล็ดที่กระจัดกระจาย

ผมได้รับอีเมล์ที่น่าชื่นใจจากผู้หญิงคนหนึ่งเขียนมาว่า “แม่ของคุณเป็นครูชั้นป.1 ของฉันที่เมืองพัทนัมในปี 1958 แม่คุณเป็นครูที่เก่ง ใจดีมาก แต่เข้มงวด ตอนนั้นครูให้พวกเราท่องสดุดี 23 หน้าชั้นเรียนและฉันกลัวมาก แต่นั่นเป็นครั้งเดียวที่ฉันได้เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์ จนกระทั่งฉันมาเป็นคริสเตียนในปี 1997 และพอฉันได้อ่านสดุดีบทนี้อีกรอบ ทำให้ฉันนึกถึงครูแมคคาสแลนด์ขึ้นมาอีกครั้ง”

พระเยซูเล่าให้ฝูงชนฟังถึงคำอุปมาเกี่ยวกับชาวนาที่หว่านเมล็ดตกลงไปบนดินหลายประเภท มีทั้งดินแข็ง ดินที่มีหิน ดินที่มีหนามปกคลุม และดินดี (มธ.13:1-9) “ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง” (มธ.13:23)

ช่วง 20 ปีที่แม่ของผมสอนชั้นป.1 ในโรงเรียนรัฐบาล นอกจากสอนการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์แล้ว ท่านยังได้หว่านเมล็ดแห่งความกรุณาและถ้อยคำแห่งความรักของพระเจ้าด้วย

ในอีเมล์ฉบับนั้น อดีตนักเรียนของแม่ลงท้ายว่า “แน่นอนว่าฉันได้รับอิทธิพลจากคนอื่นในการดำเนินชีวิตในความเชื่อ แต่หัวใจของฉันยังคงคิดถึงสดุดี 23 และอุปนิสัยอันอ่อนโยนของแม่ของคุณอยู่เสมอ”

เมล็ดพันธุ์ความรักของพระเจ้าที่หว่านในวันนี้ จะออกผลอย่างล้นเหลือในเวลาเก็บเกี่ยว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

> ODB

ประดับกาย

ในหนังสือ ประดับกายด้วยพระเจ้า ลอเรน วินเนอร์ กล่าวว่าเสื้อผ้าของเราสามารถบอกให้รู้ว่าเราเป็นใคร สิ่งที่เราสวมใส่อาจบ่งบอกถึงอาชีพ ชุมชน ตัวตน อารมณ์ หรือสถานะทางสังคม ลองคิดถึงเสื้อยืดที่มีข้อความ ชุดสูท เครื่องแบบ หรือกางเกงยีนส์เขรอะๆ และสิ่งที่เครื่องแต่งกายเหล่านี้สื่อสารออกมา เธอเขียนว่า ในทำนองเดียวกัน คริสเตียนอาจบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพระเยซูโดยไม่ต้องพูด

วาระสำหรับทุกสิ่ง

เมื่อเร็วๆ นี้ขณะกำลังโดยสารเครื่องบิน ฉันมองดูคุณแม่ลูกสองที่นั่งถัดไปด้านหน้าไม่กี่แถว ขณะที่ลูกวัยเตาะแตะกำลังเล่นอยู่อย่างสบายใจ แม่จ้องมองลูกอ่อน ยิ้มพลางลูบแก้มของเขา ทารกสบตาแม่ด้วยความพิศวง ฉันเพลิดเพลินกับช่วงเวลานั้นโดยอดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงเวลาที่ลูกๆ ของฉันยังเล็กเท่าพวกเขา ฉันรู้สึกโหยหาช่วงเวลาที่ผ่านไป

ทรงมหิทธิฤทธ์ิสูงสุด

น้ำตกอีกวาซู บนรอยต่อพรมแดนประเทศบราซิลและประเทศอาร์เจนติน่ามีขนาดมหึมา ประกอบด้วยน้ำตกที่เกิดจากแม่น้ำอีกวาซู 275 แห่งเป็นแนวยาวถึง 2.7 กิโลเมตร บนผนังน้ำตกฝั่งประเทศบราซิลมีข้อความจาก สดุดี 93:4 สลักไว้ว่า “พระเจ้าบนที่สูงนั้นทรงมหิทธิฤทธิ์ ยิ่งกว่าเสียงของน้ำมากหลาย ทรงมหิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าคลื่นทะเล” ข้างใต้มีข้อความว่า “พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าปัญหาของเราเสมอ”