ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Cindy Hess Kasper

ปรับจูนกับพระวิญญาณ

ขณะที่ฟังช่างปรับจูนเสียงแกรนด์เปียโนอันสง่างาม ฉันคิดถึงเวลาที่ได้ฟังเสียงอันน่าทึ่งของเปียโนตัวนี้ในเพลง “วอร์ซอ คอนแชร์โต้” และบทเพลงไพเราะ “พระเจ้ายิ่งใหญ่” แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เปียโนต้องมีการปรับจูนจริงๆ บางตัวโน้ตระดับเสียงถูกต้อง บางตัวกลับสูงหรือต่ำเกินไปจนเกิดเสียงที่ไม่พึงประสงค์ ช่างจูนเปียโนไม่ได้ต้องทำให้แป้นคีย์มีเสียงเดียวกัน แต่ต้องทำให้เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของโน้ตแต่ละตัว เมื่อบรรเลงพร้อมกันแล้วประสานกลมกลืนกันอย่างลงตัว

แม้แต่ในคริสตจักร เราจะสังเกตเห็นความไม่ลงรอยกัน คนที่ทะเยอทะยานหรือมีตะลันต์ไม่เหมือนใคร อาจสร้างความขัดแย้งเมื่อมารวมตัวกัน ในกาลาเทีย 5 เปาโลวิงวอนให้ผู้เชื่อเลิก “การวิวาทกัน การริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง” ซึ่งจะทำลายความสัมพันธ์กับพระเจ้าหรือกับผู้อื่น เปาโลยังหนุนใจให้เรามีผลของพระวิญญาณคือ “ความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพ อ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน” (ข้อ 20, 22-23)

เมื่อเราดำเนินชีวิตโดยพระวิญญาณ เราจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในเรื่องที่ไม่เป็นสาระได้โดยง่าย เป้าหมายที่เรามีร่วมกันนั้นยิ่งใหญ่กว่าความแตกต่างที่เรามี และโดยการช่วยเหลือของพระเจ้า เราแต่ละคนเติบโตในพระคุณและในความเป็นหนึ่งเดียวกันได้เมื่อเราปรับจูนหัวใจของเรากับพระองค์

คิดถึงความชื่นชมยินดี

แชปิโรรวบรวมบทสัมภาษณ์ที่ชื่อว่าของสะสม แต่ละคนพูดถึงของชิ้นหนึ่งที่ถือว่าเป็นของสำคัญและเป็นความชื่นชมยินดีและจะไม่มีวันละทิ้ง

เรื่องนี้ทำให้ฉันคิดถึงทรัพย์สมบัติที่มีความหมายกับฉันมากที่สุดและนำความยินดีมาให้ ชิ้นหนึ่งเป็นการ์ดสูตรอาหารธรรมดาอายุ 40 ปีที่เป็นลายมือของแม่ อีกชิ้นหนึ่งเป็นถ้วยชาสีชมพูของคุณยาย บางคนอาจให้คุณค่ากับความทรงจำที่มีค่า เช่น คำชมที่เสริมกำลังใจ เสียงหัวเราะของหลานๆ หรือความเข้าใจพิเศษที่ได้รับจากพระคัมภีร์

แต่บ่อยครั้งสิ่งที่เราเก็บซ่อนไว้ในใจ ก็ทำให้เราเป็นทุกข์มาก เช่น ความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่แต่มักนึกถึงอยู่เสมอ ความโกรธที่ปกปิดไว้แต่พร้อมที่จะระเบิดออก ความขุ่นเคืองใจที่กัดกร่อนความคิดของเราอยู่เงียบๆ

อัครทูตเปาโลพูดถึงการ “ใคร่ครวญ” ในเชิงบวก ในจดหมายถึงคริสต-จักรที่ฟีลิปปี ท่านหนุนใจให้คนในคริสตจักรชื่นชมยินดีทุกเวลา อ่อนสุภาพ และทูลทุกสิ่งต่อพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน (ฟป.4:4-9)

ถ้อยคำชูใจของเปาโลที่บอกว่าเราควรใคร่ครวญอะไรช่วยให้เราเห็นว่าเป็นไปได้ที่จะผลักไสความคิดไม่ดีออกไปและยอมให้สันติสุขของพระเจ้าคุ้มครองจิตใจและความคิดของเราไว้ในพระเยซูคริสต์ (ข้อ 7) เมื่อใดที่สิ่งที่เต็มอยู่ในความคิดของเราเป็นสิ่งที่จริง น่านับถือ ยุติธรรม บริสุทธิ์ น่ารัก ทรงคุณ และควรแก่การสรรเสริญ เมื่อนั้นเราก็รักษาสันติสุขของพระองค์ไว้ในใจของเราแล้ว (ข้อ 8) - CHK

นำสิ่งที่มีมา

"ซุปหิน" เป็นเรื่องเล่าเก่าแก่ที่มีเนื้อหาหลายฉบับต่างกันไป พูดถึงชายผู้หิวโหยคนหนึ่งที่เข้าไปในหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครปันเศษอาหารให้เขาเลย เขานำเอาหินและน้ำมาใส่ในหม้อแล้วตั้งไฟ ชาวบ้านมาดูด้วยความประหลาดใจขณะที่เขาคน “ซุป” หม้อนั้น จากนั้นค่อยๆมีคนนำเอามันฝรั่งมาใส่รวมลงไป อีกคนใส่แครอท อีกคนนำหัวหอมมา อีกคนนำข้าวบาร์เลย์มา ชาวนามอบนมให้เล็กน้อย ไม่นาน “ซุปหิน” ก็กลายเป็นน้ำแกงแสนอร่อย

เรื่องนี้แสดงถึงคุณค่าของการแบ่งปัน แต่ก็ยังเตือนใจเราเรื่องการนำสิ่งที่เรามีมาให้อีกด้วย แม้สิ่งนั้นอาจดูไม่สำคัญ ในยอห์น 6:1-14 พูดถึงเด็กชายที่ดูจะเป็นคนเดียวในฝูงชนที่คิดได้ว่าควรพกอาหารมาด้วย สาวกของพระเยซูทำอะไรไม่ได้มากนักกับอาหารเล็กน้อยของเด็กชายที่มีขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัว แต่เมื่อนำของนั้นถวายให้พระเจ้า พระเยซูทรงเพิ่มจำนวนอาหารนั้นและเลี้ยงคนที่หิวโหยได้ถึงห้าพันคน

ฉันเคยได้ยินคนพูดเอาไว้ว่า “คุณไม่ต้องเลี้ยงคนห้าพันคน คุณแค่นำขนมปังกับปลาของคุณมาก็พอ” พระเยซูทรงรับอาหารของคนคนเดียวมา และทรงเพิ่มพูนจำนวนขึ้นมากมายเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดหรือจินตนาการได้ (ข้อ 11) ในทำนองเดียวกัน พระองค์จะทรงรับเอาความพยายาม ของประทาน และการรับใช้ที่เราจะมอบถวายแด่พระองค์ พระองค์เพียงต้องการให้เราเต็มใจนำสิ่งที่เรามีมาให้พระองค์

ความดีโดยเจตนา

ขณะอยู่บนเครื่องบินกับลูกตามลำพัง คุณแม่วัยสาวพยามอย่างที่สุดให้ลูกสาวสามขวบของเธอสงบเพราะเธอเริ่มเตะและร้องไห้ ขณะที่ลูกชายสี่เดือนที่กำลังหิวก็เริ่มโยเยเช่นกัน

ผู้โดยสารที่นั่งข้างเธอรีบเสนอตัวอุ้มทารกน้อยให้ขณะที่เจสสิการัดเข็มขัดให้ลูกสาว ชายคนนั้นคิดย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เขาเพิ่งเป็นพ่อจึงเริ่มระบายสีกับเด็กหญิง ขณะเจสสิกาให้นมลูกชาย และในเที่ยวบินต่อเนื่องถัดไป ชายคนเดิมก็เสนอตัวช่วยเมื่อจำเป็น

เจสสิกาเล่าว่า “ฉันซาบซึ้งในพระหัตถ์ของพระเจ้าในวันนั้น เราอาจนั่งถัดจากใครก็ได้ แต่เราได้นั่งใกล้ผู้ชายที่ใจดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ”

ใน 2 ซามูเอล 9 เราได้เห็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ฉันเรียกว่า ความดีโดยเจตนา หลังกษัตริย์ซาอูลและโอรสโยนาธานถูกประหาร บางคนคาดว่าดาวิดจะฆ่าทุกคนที่เป็นภัยต่อบัลลังก์ แต่ท่านกลับถามว่า “ไม่มีใครในวงศ์ซาอูลยังเหลืออยู่บ้างหรือ เพื่อเราจะได้แสดงความรักมั่นคงของพระเจ้าต่อเขา” (ข้อ 3) โอรสของโยนาธาน ชื่อ เมฟีโบเชทถูกพามาเข้าเฝ้าดาวิด แล้วดาวิดได้คืนสมบัติให้แก่เขาและต้อนรับเขาที่โต๊ะอาหารจากวันนั้นเป็นต้นมา ราวกับเป็นโอรสของท่านเอง (ข้อ 11)

ในฐานะที่เราได้รับพระเมตตาอันมากมายจากพระเจ้า ให้เราหาโอกาสที่จะแสดงความดีโดยเจตนาต่อผู้อื่น (กท.6:10)

เกาะติดง่าย

ทหารที่ต่อสู้ในป่าเขตร้อนเมื่อหลายปีก่อนเผชิญปัญหาที่น่าหงุดหงิด เถาไม้เลื้อยที่มีอยู่มากมายมักพันตัวและเสื้อผ้าของพวกเขา ทำให้ขยับตัวไม่ได้ ยิ่งพวกเขาพยายามปลดมันออก กิ่งก้านก็ยิ่งเกาะพันแน่นขึ้น บรรดาทหารจึงตั้งชื่อวัชพืชต้นนั้นว่า “ต้นรอเดี๋ยว ”เพราะเมื่อพวกเขาถูกพันและขยับไม่ได้ก็จำต้องตะโกนบอกคนอื่นในกลุ่มว่า “นี่ รอเดี๋ยว ฉันติด”

กินแล้วกินอีก

เมื่อเคอร์รี่และพอลแต่งงานกัน ทั้งคู่ทำอาหารไม่เป็น แต่คืนหนึ่งเคอร์รี่ตัดสินใจลองทำสปาเกตตี้ และทำไว้มากมายจนทั้งคู่ต้องเก็บไว้กินในมื้อค่ำวันต่อมา ในวันที่สาม พอลอาสาทำอาหาร เขาเพิ่มพาสตาและซอสอีกเท่าตัว และหวังว่าอาหารในหม้อใบใหญ่จะพอกินจนถึงสุดสัปดาห์ ขณะที่ทั้งคู่นั่งกินอาหารในคืนนั้น เคอร์รี่ก็สารภาพว่า “ฉันเบื่อสปาเกตตี้จะแย่แล้ว”

ยิ่งกว่าเพื่อนบ้าน

ฤดูร้อนปี 2017 พายุเฮอริเคนฮาร์วีย์สร้างความเสียหายครั้งใหญ่แก่ชีวิตและทรัพย์สินในแถบกัลฟ์โคสต์ สหรัฐอเมริกา ผู้คนพากันจัดเตรียมอาหาร น้ำ เสื้อผ้า และที่พักพิงให้แก่ผู้ประสบภัยที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

หลีกหนีเสียงรบกวน

หลายปีก่อน อธิการบดีมหาวิทยาลัยชักชวนให้นักศึกษาเข้าร่วมการ “สงบจิตใจ” ในช่วงเย็น แม้ทุกคนจะตกลง แต่ก็เก็บโทรศัพท์มือถือแล้วไปเข้าโบสถ์อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก หนึ่งชั่วโมงผ่านไป พวกเขาได้นั่งเงียบๆ ในการนมัสการด้วยเสียงดนตรีและคำอธิษฐาน หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมคนหนึ่งอธิบายความรู้สึกว่า “เป็นช่วงเวลาอันยอดเยี่ยมที่ได้สงบจิตใจ...เป็นที่ที่ปราศจากเสียงรบกวนทุกอย่าง”

ได้รับเกียรติ

ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 ภาพเขียนรูปบุคคลหรือสัตว์ที่ดูผิดธรรมดาคือ ดวงตาโตและเศร้าเป็นที่นิยม บางคนอาจมองว่าภาพเหล่านี้ “ขาดคุณภาพ” หรือไร้รสนิยม แต่หลายคนกลับชอบ เมื่อสามีของจิตรกรโฆษณาผลงานของภรรยา ทั้งคู่ก็เริ่มมั่งคั่ง แต่ลายเซ็นของจิตรกรที่ชื่อมาร์กาเรต คีน กลับไม่ได้อยู่บนภาพเขียน สามีของมาร์กาเรตนำเสนอว่าเป็นผลงานของเขา มาร์กาเรตนิ่งเงียบด้วยความกลัวมาตลอด 20 ปี จนทั้งสองยุติชีวิตสมรส และมีการพิสูจน์ในศาลว่าใครเป็นจิตรกรตัวจริง