Category  |  ODB

เครื่องหมายของมิตรภาพ

ผมโตมาในประเทศกานา ตอนเป็นเด็กผมมีความสุขที่ได้จูงมือพ่อเดินไปด้วยกันตามสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ท่านเป็นทั้งพ่อและเพื่อนของผม เพราะในวัฒนธรรมของผมการจูงมือกันเป็นเครื่องหมายของมิตรภาพแท้ เราคุยกันหลายเรื่องขณะเดินไปด้วยกัน เวลารู้สึกเหงา ผมได้รับการปลอบโยนเมื่ออยู่กับพ่อ มิตรภาพของเราจึงมีค่ามากสำหรับผม

พระเยซูเรียกสาวกว่า มิตรสหาย และสำแดงให้พวกเขาเห็นเครื่องหมายของมิตรภาพหลายประการ เช่น “พระบิดาทรงรักเราฉันใดเราก็รักท่านทั้งหลายฉันนั้น” (ยน.15:9) ทรงสละชีวิตเพื่อพวกเขาได้ (ข้อ 13) แสดงให้พวกเขาเห็นราชกิจเพื่อแผ่นดินของพระองค์ (ข้อ 15) สอนพวกเขาให้รู้ทุกสิ่งที่ทรงได้รับจากพระบิดา (ข้อ 15) และให้โอกาสพวกเขาได้มีส่วนในภารกิจของพระองค์ (ข้อ 16)

พระเยซูเดินไปกับเราเป็นเพื่อนตลอดชีวิต ทรงรับฟังความเจ็บปวดใจและความปรารถนาของเรา ยามเหงาและท้อใจ ทรงอยู่เป็นเพื่อนเราเสมอ

มิตรภาพระหว่างเรากับพระเยซูจะแน่นแฟ้นขึ้น เมื่อเรารักซึ่งกันและกัน และเชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์ (ข้อ 10,17) เมื่อเชื่อฟังพระบัญชา เราจะเกิดผลที่ “คงอยู่” (ข้อ 16)

เมื่อเดินผ่านตรอกซอยที่แออัดและหนทางอันตรายในโลกที่วุ่นวายนี้ เราวางใจในพระเจ้าผู้ร่วมทางของเราได้ นี่คือเครื่องหมายว่าพระองค์เป็นเพื่อนของเรา

กลับมีความหวัง

ดวงอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า น้ำในมหาสมุทรมีรสเค็ม อะตอมของโคบอลต์มีน้ำหนัก 58.9 ใช่ไหม ผู้ตอบข้อสุดท้ายต้องเป็นคนที่หลงใหลในวิทยาศาสตร์หรือชอบรายละเอียด แต่ว่าคำถามข้ออื่นๆ มีคำตอบชัดเจน ใช่แล้ว ที่จริงคำถามแบบนี้มักเจือด้วยการเสียดสี

พระองค์อยู่ที่นั่นไหม

ตอนที่ภรรยาป่วยเป็นโรคร้ายแรงที่รักษาไม่หาย ไมเคิลอยากให้เธอพบสันติสุขเหมือนที่เขาได้รับผ่านสัมพันธภาพกับพระเจ้า เขาเคยแบ่งปันเรื่องความเชื่อให้เธอฟังแต่เธอไม่สนใจ วันหนึ่งขณะเดินผ่านร้านหนังสือเขาสะดุดตากับหนังสือชื่อ พระเจ้า พระองค์อยู่ที่นั่นไหม เขาไม่แน่ใจว่าภรรยาจะตอบสนองอย่างไร เขาจึงเข้าออกร้านอยู่หลายครั้งก่อนจะซื้อในที่สุด แล้วก็ต้องประหลาดใจที่เธอยอมอ่าน

ถูกเผาผลาญอยู่ภายใน

ออส กินเนส เล่าไว้ในหนังสือชื่อ เดอะคอล ว่าวินสตัน เชอร์ชิลนั่งลงข้างเตาผิงเพื่อให้อบอุ่นในคืนหนาวเย็นขณะพักผ่อนช่วงวันหยุดกับเพื่อนในฝรั่งเศส อดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้มองกองไฟไม้สน “ปะทุฟู่ๆ และพ่นน้ำเมื่อถูกเผาไหม้ แล้วเสียงพร่าต่ำที่คุ้นหูก็ดังขึ้นว่า ‘ผมรู้ว่าทำไมท่อนฟืนจึงพ่นน้ำออกมา ผมรู้ว่าเวลาถูกเผาไหม้รู้สึกยังไง’ ”

ใจเปี่ยมสันติสุข

เป็นเวลาถึง 45 ปีหลังจากสิ้นสุดการเป็นนักกีฬาอาชีพที่เจอร์รี่ เครเมอร์ ไม่เคยได้รับเลือกให้มีชื่อในหอเกียรติยศด้านกีฬา (ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุด) เขาได้รางวัลเกียรติยศและรางวัลความสำเร็จอื่นๆ มากมาย แต่กลับพลาดรางวัลนี้ แม้จะเคยได้รับการเสนอชื่อถึง 10 ครั้ง แม้ความหวังของเครเมอร์พังทลายลงหลายครั้ง แต่เขากลับพูดอย่างอ่อนน้อมว่า “ผมรู้สึกว่า [สโมสรอเมริกันฟุตบอลระดับประเทศ] ได้ให้ของขวัญนับร้อยชิ้นกับผมมาแล้วทั้งชีวิตจึงเป็นเรื่องโง่เขลาถ้าผมจะหงุดหงิดหรือโกรธเพราะรางวัลเดียวที่ไม่ได้รับ”

เมื่อผ่านหุบเขาเงามัจจุราช

แฮ วู (นามสมมุติ) ถูกขังในค่ายแรงงานที่เกาหลีเหนือเพราะเธอข้ามชายแดนเข้าไปในประเทศจีน เธอเล่าถึงความทรมานทั้งกลางวันและกลางคืนจากผู้คุมที่โหดเหี้ยม งานหนักแสนสาหัส และการนอนไม่เต็มอิ่มบนพื้นที่เย็นเหมือนน้ำแข็งซึ่งมีทั้งหนูและหมัด แต่พระเจ้าช่วยเธอทุกวันและบอกให้เธอรู้ว่าจะเป็นเพื่อนและแบ่งปันความเชื่อกับนักโทษคนใดได้บ้าง

วูได้รับการปล่อยตัวและอาศัยอยู่ที่เกาหลีใต้ เมื่อนึกถึงช่วงที่ถูกกักขัง เธอบอกว่าสดุดี 23 ได้สรุปประสบการณ์ครั้งนั้น แม้จะถูกขังอยู่ในหุบเขาที่ดำมืด พระเยซูทรงเป็นผู้เลี้ยงและประทานสันติสุขให้ “แม้จะรู้สึกราวกับอยู่ในหุบเขาเงามัจจุราชจริงๆ แต่ฉันกลับไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระเจ้าปลอบโยนฉันทุกวัน” เธอได้สัมผัสกับความดีและความรักของพระเจ้าเมื่อทรงยืนยันว่าเธอเป็นลูกสาวที่พระองค์รัก “ฉันอยู่ในที่ที่น่ากลัว แต่ฉันรู้ว่า...ฉันจะได้สัมผัสกับความดีและความรักของพระเจ้า” และเธอรู้ว่าจะได้อยู่จำเพาะพระพักตร์ของพระเจ้าตลอดไป

เรื่องของวูหนุนใจเรา เพราะแม้ในสถานการณ์ที่เลวร้าย เธอยังสัมผัสได้ว่าพระเจ้าทรงรักและทรงนำเธอ ทรงเสริมกำลังและขจัดความกลัว ถ้าเราติดตามพระเยซู พระองค์จะค่อยๆ นำเราผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราไม่จำเป็นต้องกลัวเพราะ “[เรา]จะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์” (23:6)

มีข่าวดีมาบอก

"คุณชื่ออะไร” อาร์มานนักศึกษาชาวอิหร่านถาม พอฉันบอกว่าชื่อเอสเท-รา ใบหน้าเขาก็ดูสนใจมากขึ้น และอุทานว่า “ชื่อเราเหมือนกันเลยในภาษาฟาร์ซี อ่านว่าซีแทร์” จุดเชื่อมโยงเล็กๆ นั้นเปิดทางไปสู่บทสนทนาที่น่าทึ่ง ฉันบอกเขาว่าชื่อของฉันตรงกับบุคคลในพระคัมภีร์ที่ชื่อ “เอสเธอร์” ซึ่งเป็นราชินีเชื้อสายยิวในเปอร์เซีย (ปัจจุบันคืออิหร่าน) แล้วเล่าข่าวประเสริฐให้เขาฟังโดยเริ่มจากเรื่องของเอสเธอร์ การสนทนาครั้งนั้นทำให้อาร์มานมาร่วมศึกษาพระคัมภีร์ทุกสัปดาห์เพื่อเรียนรู้เรื่องพระคริสต์เพิ่มเติม

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำฟีลิปสาวกของพระเยซูให้ตั้งคำถามที่ก่อให้เกิดบทสนทนากับข้าราชการชาวเอธิโอเปียที่กำลังเดินทางด้วยรถม้าว่า “ซึ่งท่านอ่านนั้นท่านเข้าใจหรือ” (กจ.8:30) ชาวเอธิโอเปียคนนั้นกำลังอ่านหนังสืออิสยาห์และแสวงหาความเข้าใจฝ่ายวิญญาณ ฟีลิปถามในเวลาที่เหมาะสม เขาเชิญฟีลิปขึ้นมานั่งด้วยกันแล้วฟังด้วยความถ่อมใจ ฟีลิปรู้ว่านี่เป็นโอกาสที่น่าอัศจรรย์ “จึงเริ่มเล่าจับต้นกล่าวตามพระคัมภีร์ข้อนั้น ชี้แจงถึงข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซู” (ข้อ 35)

เช่นเดียวกับฟีลิป เราต่างก็มีข่าวดีที่จะบอก จงฉวยโอกาสที่มีในแต่ละวันในที่ทำงาน ในร้านของชำ หรือในละแวกบ้าน จงให้พระวิญญาณบริสุทธิ์นำย่างเท้าของเราและให้ถ้อยคำแก่เรา เพื่อแบ่งปันความหวังและความชื่นชมยินดีที่เรามีในพระเยซู

ผู้ชนะที่คาดไม่ถึง

เรื่องที่คาดไม่ถึงที่สุดในโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 น่าจะเป็นตอนที่เอสเทอร์ ลีเดคกา แชมป์โลกกีฬาสโนว์บอร์ดจากสาธารณรัฐเช็ก ชนะการแข่งขันสกี ทั้งที่เป็นกีฬาคนละประเภทกัน เธอได้ที่หนึ่งและได้เหรียญทองแม้จะรั้งอันดับที่ 26 ในการเล่นสกีซึ่งไม่ใช่อันดับที่น่าอิจฉาเท่าไร เป็นความสำเร็จที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

คุณเปลี่ยนแปลงได้

อนุชนที่โบสถ์มารวมตัวกันบ่ายวันเสาร์แล้วช่วยกันตอบคำถามยากๆ ที่พวกเราตั้งขึ้นเองจากฟีลิปปี 2:3-4 ที่ว่า “อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆ ด้วย” ตัวอย่างคำถามยากเช่นคุณสนใจคนอื่นบ่อยแค่ไหน คนอื่นบอกว่าคุณอ่อนน้อมถ่อมตนหรือหยิ่งยโส เพราะเหตุใด

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา