ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Leslie Koh

ฝึกฝนชีวิต

การฝึกวิ่งแข่งระยะไกลของผมแย่มาก โดยเฉพาะการวิ่งครั้งล่าสุดยิ่งน่าผิดหวัง ผมใช้เวลาครึ่งหนึ่งเดิน ทั้งยังต้องนั่งพักเหนื่อยระหว่างทาง ผมรู้สึกเหมือนสอบตกการทดสอบย่อย

แต่แล้วผมก็คิดได้ว่า ผมกำลังฝึกฝน ไม่ใช่เพื่อให้สอบผ่าน หรือเพื่อได้คะแนน แต่นี่เป็นสิ่งที่เราต้องทำต่อไป ครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อพัฒนาความทรหดของร่างกายไปเรื่อยๆ

คุณอาจรู้สึกแย่กับการทดลองที่กำลังเผชิญ พระเจ้าทรงอนุญาตให้เราได้รับบททดสอบเพื่อให้เราแข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้เกิดกล้ามเนื้อและความทรหดฝ่ายวิญญาณ ทรงสอนให้เราพึ่งพาพระองค์ และชำระเราให้บริสุทธิ์ เพื่อที่เราจะเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น

ไม่แปลกใจเลยที่ผู้เขียนสดุดีสามารถสรรเสริญพระเจ้าที่ทรงขัดเกลาคนอิสราเอลโดยให้พวกเขาลุยไฟลุยน้ำ (สดด.66:10-12) ขณะที่พวกเขาเจ็บปวดกับการเป็นทาสและถูกเป็นเชลย พระเจ้าไม่เพียงสงวนพวกเขาไว้และนำเขามาถึงที่ที่อุดมสมบูรณ์ แต่พระองค์ยังทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นผ่านกระบวนการต่างๆ

ขณะที่เราอยู่ในการทดสอบ เราสามารถพึ่งพาพระเจ้าเพื่อขอกำลังและความบากบั่น พระองค์กำลังขัดเกลาเราผ่านช่วงเวลายากเย็นเหล่านี้

สิทธิพิเศษ

แม้จะเป็นเพียงสถานที่จำลอง แต่พลับพลาที่สร้างขึ้นทางตอนใต้ของอิสราเอลก็ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ทั้งยังตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในทะเลทรายเนเกบด้วยขนาดเท่าของจริงและมีรายละเอียดที่ใกล้เคียงมากกับที่ระบุไว้ในพระธรรมอพยพ 25-27

เมื่อคณะเราผ่านเข้าไปยัง “วิสุทธิสถาน” และ “อภิสุทธิสถาน” เพื่อดู “หีบพันธสัญญา” พวกเราบางคนลังเลเพราะมีเพียงปุโรหิตสูงสุดที่ได้รับอนุญาตให้เข้าในอภิสุทธิสถาน แล้วเราจะเข้าไปง่ายๆ ได้อย่างไร

ฉันนึกภาพออกว่าชาวอิสราเอลจะรู้สึกเกรงกลัวแค่ไหน ทุกครั้งที่เข้าไปใกล้เต็นท์นัดพบเพื่อถวายเครื่องบูชา เพราะรู้ว่ากำลังเข้าเฝ้าต่อหน้าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์สูงสุด และรู้สึกอัศจรรย์ใจเมื่อพระเจ้ามีข้อความมาถึงพวกเขาผ่านทางโมเสส

ในปัจจุบัน คุณและฉันสามารถเข้ามาหาพระเจ้าได้โดยตรงด้วยความมั่นใจ เพราะรู้ว่าการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูได้ทำลายกำแพงที่กั้นระหว่างเรากับพระเจ้าลง (ฮบ.12:22-23) เราแต่ละคนสามารถพูดคุยกับพระเจ้าได้ทุกเวลาที่เราต้องการ และฟังเสียงของพระองค์ได้โดยตรง เมื่ออ่านพระวจนะเรามีความสุขในการเข้าหาพระเจ้าได้โดยตรง อย่างที่คนอิสราเอลได้แต่ฝัน ขอให้เราอย่ามองข้ามความสำคัญ แต่ให้หวงแหนสิทธิพิเศษของการเข้าเฝ้าพระบิดาในฐานะลูกที่รักของพระองค์ได้ทุกวัน

เหมือนพ่อ

น่าเอ็นดูใช่ไหม เวลาที่เห็นลูกเลียนแบบพ่อแม่ เรามักเห็นเด็กชายตัวเล็กในที่นั่งเด็กในรถยนต์ทำท่าหมุนพวงมาลัยในจินตนาการอย่างจริงจัง ขณะจ้องมองไปที่คนขับเพื่อดูว่าพ่อจะทำอะไรต่อ

ผมจำได้ว่าตอนเป็นเด็กผมก็ทำอย่างนั้น ไม่มีอะไรทำให้ผมดีใจมากไปกว่าการได้ทำเหมือนที่พ่อทำ และผมแน่ใจว่าพ่อชอบใจยิ่งกว่า ที่ได้เห็นว่าผมเลียนแบบการกระทำของท่าน

ผมคิดว่าพระเจ้าทรงรู้สึกเช่นเดียวกันเมื่อเห็นพระบุตรที่รักทำเหมือนกับที่พระบิดาทรงทำคือทรงตามหาผู้หลงทาง ช่วยเหลือผู้ขัดสนและรักษาผู้เจ็บป่วย พระเยซูตรัสว่า “พระบุตรจะกระทำสิ่งใดตามใจไม่ได้ นอกจากที่ได้เห็นพระบิดาทรงกระทำ เพราะสิ่งใดที่พระบิดาทรงกระทำ สิ่งนั้นพระบุตรจึงทรงกระทำด้วย” (ยน.5:19)

เราเองก็ถูกเรียกให้ทำเช่นนั้นด้วย คือ “เหตุฉะนั้นจงเลียนแบบของพระเจ้าให้สมกับเป็นบุตรที่รัก และจงดำเนินชีวิตในความรัก” (อฟ.5:1-2) ขณะเมื่อเราจำเริญขึ้นเหมือนพระเยซู ขอให้เรารักเหมือนอย่างที่พระบิดาทรงรัก ยกโทษอย่างที่พระองค์ทรงยกโทษ ห่วงใยอย่างที่พระองค์ทรงห่วงใย และใช้ชีวิตในทางที่พระองค์พอพระทัย เรายินดีที่ได้ทำตามพระเจ้าโดยอาศัยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะรู้ว่ารางวัลของเราคือความรักและรอยยิ้มอ่อนโยนของพระบิดาผู้ทรงรักเรา