ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Kirsten Holmberg

เหตุผลที่ร้องเพลง

ตอนที่ฉันอายุ 13 ปี โรงเรียนกำหนดให้นักเรียนทุกคนเรียน 4 วิชาได้แก่ คหกรรม ศิลปะ ร้องเพลงประสานเสียง และงานไม้ วันแรกที่เรียนวิชาร้องเพลงประสานเสียง ครูให้นักเรียนแต่ละคนทดลองร้องเพลงตามเสียงเปียโนเพื่อจัดกลุ่มตามระดับเสียง เมื่อถึงลำดับของฉัน ฉันร้องโน้ตที่ครูเล่นหลายครั้ง แต่ครูไม่ได้จัดให้เข้ากลุ่ม หลังจากพยายามซ้ำๆ ครูส่งฉันไปห้องแนะแนวเพื่อจะหาวิชาอื่นเรียน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ควรร้องเพลง และเสียงของฉันไม่ควรร่วมร้องเพลง

ที่เราอยากได้ยิน

ธรรมชาติของมนุษย์มักจะหาข้อมูลที่สนับสนุนความคิดเห็นของตน มีงานวิจัยที่บอกว่าเรามีแนวโน้มเป็นสองเท่าที่จะหาข้อมูลที่สนับสนุนจุดยืนของตน เมื่อเรายึดมั่นในวิธีคิดของเรา เราจะหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้ความคิดของเราถูกฝ่ายตรงข้ามท้าทาย

ความเชื่อสามพยางค์

ฉันเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย จึงสรุปทันทีว่าชีวิตฉันจะต้องเจอเรื่องแย่ๆ ถ้าฉันล้มเหลวในงานหนึ่ง ฉันจะเชื่ออย่างง่ายดายว่าฉันจะไม่มีวันทำงานสำเร็จได้เลย แม้แต่เรื่องที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เช่น ฉันคิดกระทั่งว่าคงไม่มีวันก้มลงเอามือแตะหัวแม่เท้าของตัวเองได้อย่างสบายๆ ฉันสุดจะอาภัพ ฉันเป็นแม่ที่ไม่เคยทำอะไรถูกเลย ความล้มเหลวหนึ่งอย่างส่งผลต่อความรู้สึกของฉันในเรื่องอื่นโดยใช่เหตุ

คำสั่งโดยตรง

ลูกคนที่สองของฉันตื่นเต้นที่จะได้นอน “เตียงของผู้ใหญ่” และอยู่ร่วมห้องกับพี่สาว ทุกคืนฉันห่มผ้าห่มให้บริตตา และกำชับห้ามเธอลงจากเตียง มิฉะนั้นเธอจะต้องกลับไปนอนเปลเด็ก คืนแล้วคืนเล่าที่ฉันออกมาพบเธอที่ทางเดิน และพาลูกน้อยที่เสียขวัญกลับไปที่เปลเด็ก หลายปีต่อมาฉันได้รู้ว่าพี่สาวของเธอไม่ชอบการมีเพื่อนร่วมห้องและมักบอกบริตตาซ้ำๆ ว่าได้ยินเสียงแม่เรียกหา บริตตาเชื่อคำของพี่จึงออกไปหาฉัน เธอจึงต้องกลับไปอยู่ในเปลเด็ก

เมตตาเหนือการพิพากษา

ตอนที่ลูกทะเลาะกันและวิ่งมาฟ้อง ฉันจับลูกแยกและฟังเรื่องราวของแต่ละคน และเนื่องจากผิดทั้งคู่ ฉันจึงถามความเห็นว่าอีกฝ่ายควรได้รับผลของการกระทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมยุติธรรม ทั้งคู่รีบเสนอวิธีการทำโทษอีกคนหนึ่ง แต่พวกเขาต้องประหลาดใจที่ฉันจะทำโทษพวกเขาแต่ละคนตามวิธีการที่พวกเขาคิดว่าเหมาะกับอีกฝ่าย ทันใดนั้น แต่ละคนต่างโอดครวญว่า “ไม่ยุติธรรม” เมื่อเป็นฝ่ายถูกทำโทษเสียเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าเหมาะสมกับฝ่ายตรงข้าม

กองหน้า

ไม่นานมานี้ เพื่อนคนหนึ่งเตรียมตัวย้ายบ้านไปยังเมืองที่ห่างจากบ้านเกิดกว่า 1,600 กิโลเมตร ในกรอบเวลาสั้นๆ เธอกับสามีแบ่งงานกันทำ เขาจัดการเรื่องที่อยู่ใหม่ ขณะที่เธอเก็บข้าวของ ฉันแปลกใจที่เธอสามารถย้ายไปได้โดยไม่ต้องดูสถานที่ใหม่ก่อน หรือมีส่วนในการหาบ้าน ฉันถามเธอว่าทำได้อย่างไร เธอยอมรับว่าเป็นเรื่องท้าทาย แต่เธอกล่าวว่าเธอรู้ว่าเธอไว้ใจสามีได้ เพราะตลอดหลายปีที่อยู่ด้วยกัน เขาใส่ใจว่าเธอชอบและต้องการอะไร

อะไรอยู่ข้างใน

"อยากดูไหมว่าอะไรอยู่ข้างใน” เพื่อนฉันถามขึ้น หลังจากที่ฉันเพิ่งชมตุ๊กตาผ้าที่ลูกสาวเธอกอดไว้ในอ้อมแขน ฉันตอบรับทันทีด้วยความสงสัย ฉันอยากดูมาก ว่าอะไรอยู่ในนั้น เธอคว่ำหน้าตุ๊กตาลงและรูดซิปด้านหลัง เอมิลี่ค่อยๆ หยิบเอาสมบัติออกมาจากตัวตุ๊กตา เป็นตุ๊กตาผ้าที่เธอรักและกอดตลอดตอนเธอเป็นเด็กเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตุ๊กตา “ตัวนอก” เป็นเพียงเปลือกสวม แต่ตุ๊กตาตัวในทำให้ตุ๊กตาตัวนอกเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

เริ่มอีกครั้ง

หลังจากเทศกาลคริสต์มาสสิ้นสุดในปลายเดือนธันวาคม ฉันมักจะคิดถึงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ขณะที่ลูกๆ หยุดเรียนและชีวิตประจำวันก็เคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า ฉันใคร่ครวญถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา และสิ่งที่ฉันหวังในปีต่อไป ความคิดคำนึงเหล่านั้นบางครั้งก็ทำให้เจ็บปวดและเสียใจในความผิดพลาดที่ฉันได้ทำ แต่โอกาสที่จะได้เริ่มต้นปีใหม่ก็ทำให้ฉันเต็มไปด้วยความหวังใจและความคาดหวัง ฉันรู้สึกได้ถึงโอกาสที่จะเริ่มต้นด้วยความสดใหม่ ไม่ว่าปีที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไรก็ตาม

แฮมกับไข่

ในนิทานเรื่องไก่กับหมู สัตว์ทั้งสองคุยกันว่าจะเปิดร้านอาหารด้วยกัน เมื่อถึงตอนคิดเมนูอาหาร ไก่เสนอว่าน่าจะขายแฮมกับไข่ หมูรีบปฏิเสธบอกว่า “ไม่เอา ฉันต้องทุ่มทั้งตัว แต่เธอแค่ออกไข่แล้วก็ไป”