ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Lawrence Darmani

สรรเสริญความดีของพระเจ้า

มีคนในกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์เสนอว่า “เขียนบทเพลงสดุดีของเราเองกันเถอะ!” ตอนแรก บางคนบอกว่าเขียนไม่เก่ง แต่เมื่อได้รับการหนุนใจ ทุกคนได้เขียนบทเพลงว่าพระเจ้าทรงทำงานในชีวิตของตนอย่างไร การทดลอง การปกป้อง การเลี้ยงดู กระทั่งความเจ็บปวดและน้ำตา ที่ทำให้เนื้อหาในเพลงสดุดีของเราน่าประทับใจ เหมือนสดุดี 136 สดุดีแต่ละบทแสดงให้เห็นว่า ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์

เรี่ยวแรงในการทนทุกข์

แซมมี่ต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดเมื่ออายุ 18 ปี ครอบครัวไม่ชอบเพราะขัดกับความเชื่อดั้งเดิมของครอบครัว แต่ชุมชนคริสเตียนต้อนรับ หนุนใจและสนับสนุนทุนการศึกษาให้ แต่เมื่อคำพยานชีวิตของเขาได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร เขาก็ถูกข่มเหงหนักขึ้น

บากบั่นมุ่งไป

ขณะเดินผ่านกำแพงนอกอาคารที่ฉันทำงานอยู่ ฉันประหลาดใจที่เห็นดอกไม้อันงดงามดอกหนึ่งงอกผ่านรอยแยกของแผ่นคอนกรีตที่พื้น แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย แต่ต้นไม้ต้นนี้ก็ยังหาที่หยั่งรากและเบ่งบานได้แม้ในรอยแตกที่แห้ง ต่อมาฉันพบว่า มีน้ำหยดจากเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งอยู่เหนือดอกไม้นั้นตลอดทั้งวัน ถึงแม้สิ่งแวดล้อมดูไม่เอื้อแก่การเติบโต ต้นไม้ต้นนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็นจากน้ำที่หยดจากด้านบน

เข้าใกล้พระเจ้า

หญิงคนหนึ่งตั้งใจจะอธิษฐาน จึงหยิบเก้าอี้มาวางตรงหน้าและคุกเข่าลง เธออธิษฐานด้วยน้ำตาว่า “พระบิดาที่รักของข้าพระองค์ ขอทรงประทับนั่งตรงนี้ เรามีเรื่องต้องคุยกัน!” หญิงคนนั้นมองตรงไปที่เก้าอี้ที่ว่างเปล่าและอธิษฐานต่อ สิ่งที่เธอทำแสดงให้เห็นความมั่นใจในการเข้าหาพระเจ้า ด้วยการจินตนาการว่าพระเจ้าทรงประทับอยู่บนเก้าอี้ต่อหน้าเธอ และเชื่อว่าพระองค์กำลังฟังคำร้องทูลของเธออยู่

ดีเกินกว่าจะเก็บไว้

ในการพิจารณาคดีในชั้นศาล พยานไม่ได้เป็นเพียงผู้เห็นเหตุการณ์ แต่เป็นผู้มีส่วนกำหนดผลลัพธ์ของคดีนั้น ซึ่งเหมือนกับการเป็นพยานเพื่อพระคริสต์ เราจะต้องมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือความจริงเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซู

ในทุกกรณี

ในแถบชานเมืองที่เราอยู่มีปัญหาเรื่องไฟดับบ่อยมาก บางทีไฟดับสามครั้งในหนึ่งสัปดาห์และยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ทั้งหมู่บ้านมืดสนิท การที่เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านใช้ไม่ได้ สร้างความลำบากแก่เราอย่างมาก

อีกด้านหนึ่งของการปลอบโยน

หัวข้อค่ายของเราคือ “จงปลอบโยนคนของเรา” วิทยากรแต่ละคนกล่าวถ้อยคำที่ให้ความมั่นใจ แต่คนสุดท้ายแหวกแนวโดยสิ้นเชิง เขาใช้เยเรมีย์ 7:1-11 และหัวข้อ “ตื่นจากหลับ” เขาพูดไม่อ้อมค้อมด้วยความรัก ท้าทายให้เราตื่นขึ้นและหันเสียจากบาป

จงตั้งใจ

ขณะนั่งในห้องประชุม ผมหันหน้ามองตรงไปที่ศิษยาภิบาล ท่าทางผมดูเหมือนกำลังซึมซับสิ่งที่เขาพูด ทันใดนั้นผมได้ยินที่ประชุมหัวเราะและปรบมือ ผมมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ นักเทศน์คงจะพูดอะไรน่าขำ แต่ผมไม่รู้เรื่องเลย มองจากภายนอกผมนั่งฟังอย่างตั้งใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองของผมล่องลอยไปไกล

ระวังและตื่นตัว

โต๊ะทำงานของผมอยู่ติดกับหน้าต่างที่เปิดออกเห็นละแวกบ้านของเรา จากจุดที่มองเห็นได้ไกลนั้น ผมมองเห็นนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้สูง บางตัวก็มาเกาะที่หน้าต่างเพื่อจิกกินแมลงที่ติดอยู่ที่มุ้งลวด