ผู้ช่วยลึกลับ
หลุยส์ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อเสื่อม วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังหาทางออกจากสถานีรถไฟ เธอพบว่าต้องขึ้นบันไดสูงหลายขั้น และไม่มีลิฟต์หรือบันไดเลื่อน หลุยส์เกือบจะร้องไห้แล้ว แต่จู่ๆก็เห็นชายคนหนึ่งยกกระเป๋าของเธอ และช่วยเธอขึ้นบันไดอย่างช้าๆ เมื่อเธอจะหันไปขอบคุณ เขาก็จากไปแล้ว
ไมเคิลไปประชุมสายแล้ว เขากำลังเครียดเพราะความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ขณะกำลังฝ่าฟันกับการจราจรในลอนดอนก็พบว่ายางรถแบน เมื่อยืนอยู่กลางสายฝนและไม่มีใครช่วย ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน เปิดท้ายรถใช้แม่แรงยกรถ แล้วเปลี่ยนล้อให้ เมื่อไมเคิลจะหันไปขอบคุณ เขาก็จากไปแล้ว
ผู้ช่วยลึกลับเหล่านี้เป็นใคร คนแปลกหน้าใจดีหรือมากกว่านั้น
ภาพทูตสวรรค์ที่เราคุ้นเคยมักเป็นภาพสิ่งมีชีวิตที่มีรัศมีหรือมีปีก แต่เป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว มีบ้างที่ปรากฏในลักษณะนี้ (อสย.6:2; มธ.28:3) บ้างก็มาด้วยเท้าเปื้อนฝุ่นและพร้อมจะรับประทานอาหาร (ปฐก.18:1-5) และมักถูกผู้คนเข้าใจผิดง่ายๆ (วนฉ.13:16) ผู้เขียนฮีบรูบอกว่า การต้อนรับแขกแปลกหน้าอาจทำให้เราต้อนรับทูตสวรรค์โดยไม่รู้ตัว (13:2)
เราไม่รู้ว่าคนที่มาช่วยหลุยส์และไมเคิลเป็นทูตสวรรค์หรือไม่ แต่จากพระคัมภีร์อาจจะใช่ก็ได้ ทูตสวรรค์กำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชากรของพระเจ้าอยู่ขณะนี้ (ฮบ.1:14) และพวกเขาอาจปรากฏตัวอย่างคนธรรมดาบนท้องถนน
ส่องสว่าง
สตีเฟนบอกพ่อแม่ว่าเขาจำเป็นต้องไปถึงโรงเรียนแต่เช้าทุกวัน ซึ่งด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาไม่เคยอธิบายว่าเหตุใดจึงสำคัญขนาดนั้น แต่พ่อแม่ก็ช่วยให้เขาไปถึงโรงเรียนมัธยมนอร์ทวิลเวลา 7:15 น. ทุกเช้า
ในวันที่หนาวเหน็บตอนมัธยมศึกษาปีที่ 5 สตีเฟนอยู่ในรถที่ประสบอุบัติเหตุและน่าเศร้าที่เขาเสียชีวิต ต่อมาพ่อกับแม่ได้รู้เหตุผลที่เขาไปโรงเรียนแต่เช้า ทุกเช้าเขาและเพื่อนๆจะรวมกันอยู่ที่ทางเข้าโรงเรียนเพื่อทักทายนักเรียนคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้ม การโบกมือ และคำพูดดีๆ นักเรียนทุกคนรวมถึงคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนจึงรู้สึกได้รับการต้อนรับและยอมรับ
สตีเฟนผู้เชื่อในพระเยซู ต้องการแบ่งปันความชื่นชมยินดีของเขาแก่ผู้ที่ต้องการอย่างยิ่ง แบบอย่างของเขายังคงย้ำเตือนว่า วิธีการที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งที่จะส่องแสงของความรักพระคริสต์ คือการแสดงออกด้วยความเมตตา ผ่านจิตวิญญาณที่เป็นมิตร
ในมัทธิว 5:14-16 พระเยซูเปิดเผยว่า ในพระองค์เราเป็น “ความสว่างของโลก” และ “นครซึ่งอยู่บนภูเขา” (ข้อ 14) เมืองสมัยโบราณมักสร้างจากหินปูนสีขาว และจะโดดเด่นเมื่อต้องแสงจ้าจากดวงอาทิตย์ ขอให้เราเลือกที่จะไม่ปิดซ่อนไว้ แต่ส่องสว่าง “แก่ทุกคนที่อยู่ในเรือน” (ข้อ 15)
และเมื่อเรา “ส่องสว่างแก่คนทั้งปวง” (ข้อ 16) ขอให้พวกเขาได้สัมผัสกับความรักอันอบอุ่นของพระคริสต์
จัดวางอย่างสมบูรณ์
นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าโลกของเราอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ในระยะพอเหมาะที่จะรับประโยชน์จากความร้อนของมัน หากใกล้กว่านี้น้ำทั้งหมดจะระเหยไปเหมือนดาวศุกร์ หากไกลกว่านี้ทุกอย่างจะถูกแช่แข็งเหมือนดาวอังคาร โลกยังมีขนาดเหมาะสมที่ทำให้เกิดแรงโน้มถ่วงที่พอดี ถ้าแรงโน้มถ่วงน้อยกว่านี้จะทำให้ทุกสิ่งไร้น้ำหนักเหมือนดวงจันทร์ หากมากกว่านี้จะกักก๊าซพิษที่อันตรายต่อชีวิตเหมือนดาวพฤหัส
ปฏิกิริยาทางกายภาพ เคมี และชีวภาพอันสลับซับซ้อนซึ่งประกอบกันเป็นโลกของเรามีรอยประทับของนักออกแบบผู้ทรงประณีตละเอียด เราได้เห็นถึงการทรงสร้างอันซับซ้อนนี้เมื่อพระเจ้าตรัสกับโยบถึงสิ่งที่เหนือความเข้าใจของเรา “เมื่อเราวางรากฐานของแผ่นดินโลกนั้น เจ้าอยู่ที่ไหน” พระเจ้าตรัส “ผู้ใดได้กำหนดขนาดให้โลก แน่นอนละ เจ้าต้องรู้ซี หรือใครขึงเชือกวัดบนนั้น รากฐานของโลกจมไปอยู่บนอะไร หรือผู้ใดวางศิลามุมเอกของมัน” (โยบ 38:4-6)
การได้เห็นสิ่งทรงสร้างอันยิ่งใหญ่แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งก็ทำให้เราประหลาดใจที่มหาสมุทรยิ่งใหญ่กราบลงต่อองค์ผู้ “เอาประตูปิดทะเลไว้ เมื่อมันระเบิดออกมา ดังออกมาจากครรภ์...[ผู้ตรัสว่า] ‘เจ้าไปได้ไกลแค่นี้แหละ อย่าเลยไปอีก’” (ข้อ 8-11) ด้วยความอัศจรรย์ใจ เราจึงร้องสรรเสริญร่วมกับดาวรุ่ง และโห่ร้องด้วยความชื่นบานร่วมกับบรรดาบุตรพระเจ้า (ข้อ 7) เพราะโลกอันวิจิตรบรรจงนี้สร้างขึ้นเพื่อให้เราได้รู้จักและวางใจพระเจ้า
พระเจ้าทรงรอคอย
ตอนเดนีส เลเวอร์ตอฟอายุ 12 ปี นานมาแล้วก่อนเธอจะเป็นกวีมีชื่อเสียง เธอริเริ่มโดยส่งบทกวีไปให้ ที.เอส. เอเลียต กวีผู้ยิ่งใหญ่ แล้วรอเขาตอบ น่าประหลาดใจที่เอเลียตส่งข้อความให้กำลังใจเขียนด้วยลายมือสองหน้ากระดาษกลับมา ในบทนำของหนังสือ สายธารและไพลิน เธออธิบายว่าบทกวีได้ “ติดตามการเปลี่ยนแปลง (ของเธอ) จากไม่เชื่อพระเจ้าไปสู่ความเชื่อแบบคริสเตียน” อย่างไร
บทกวีบทหนึ่งซึ่งทรงพลังอย่างมากในเวลาต่อมา (“ทูตสวรรค์มาหามารีย์”) บรรยายถึงการที่มารีย์ยอมจำนนต่อพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อครอบงำมารีย์ พระองค์ประสงค์ให้เธอมีเสรีในการยอมรับพระคริสต์เป็นบุตร วลีที่ว่า “พระเจ้าทรงคอย” โดดเด่นอยู่กลางบทกวี
เรื่องของมารีย์ทำให้เลเวอร์ตอฟนึกถึงตัวเอง พระเจ้ารอคอยและปรารถนาที่จะรักเธอ จะไม่ทรงบังคับ ทรงคอย อิสยาห์บรรยายความจริงเดียวกันว่า พระเจ้าทรงพร้อมและกระตือรือร้นที่จะอวยพรอิสราเอลด้วยความรักอันอ่อนโยน “พระเจ้าทรงคอยที่จะทรงพระกรุณาเจ้าทั้งหลาย...เพื่อเมตตาเจ้า” (30:18) ทรงพร้อมจะเทพระเมตตามายังประชากรของพระองค์ และทรงคอยให้พวกเขายอมรับสิ่งที่พระองค์ประทานอย่างเต็มใจ (ข้อ 19)
น่าอัศจรรย์ที่องค์ผู้สร้าง พระผู้ช่วยให้รอดของโลก เลือกที่จะรอคอยให้เราต้อนรับพระองค์ พระเจ้าทรงเอาชนะเราได้อย่างง่ายดาย แต่กลับทรงอดทนอย่างถ่อมพระทัย องค์ผู้บริสุทธิ์ทรงรอคอยเรา - WC
ดีต่อคุณ
ในปี 2016 คนทั่วโลกใช้เงินราว 98.2 พันล้านดอลล่าร์ไปกับช็อกโกแลต ตัวเลขนี้เหลือเชื่อแต่ไม่น่าแปลกใจ เพราะช็อกโกแลตอร่อยและเราก็ชอบกิน คนทั่วโลกจึงดีใจเมื่อพบว่าขนมหวานชนิดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ในช็อกโกแลตมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยปกป้องร่างกายจากความชราและโรคหัวใจ ถือเป็นใบสั่งยาเพื่อสุขภาพที่ได้รับการตอบสนองหรือใส่ใจอย่างยิ่ง (ย่อมต้องใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ)
ซาโลมอนแนะนำ “ของหวาน” อีกชนิดซึ่งคุ้มค่าที่เราจะลงทุน นั่นคือปัญญา พระองค์แนะนำบุตรชายของพระองค์ให้รับประทานน้ำผึ้ง “เพราะเป็นของดี” (สภษ.24:13) และเปรียบความหวานของน้ำผึ้งกับปัญญา บุคคลที่หล่อเลี้ยงตนเองด้วยพระปัญญาของพระเจ้าจากพระวจนะ ไม่เพียงได้ความหวานให้แก่จิตวิญญาณ แต่ยังมีประโยชน์ในการสอนและอบรม เตรียมเราให้พร้อมสำหรับ “การดีทุกอย่าง” ที่เราจะต้องทำให้สำเร็จในชีวิต (2 ทธ.3:16-17)
สติปัญญาคือสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจอย่างฉลาดและเข้าใจโลกรอบตัวและคุ้มค่าที่จะลงทุนเพื่อให้ได้ปัญญาและแบ่งปันแก่ผู้คนที่เรารัก เช่นที่ซาโลมอนปรารถนาจะแบ่งปันแก่บุตรชาย การดื่มด่ำพระปัญญาของพระเจ้าในพระคัมภีร์เป็นสิ่งดี เป็นของหวานที่เรารื่นรมย์ได้ไม่จำกัด ที่จริงแล้วเราได้รับการหนุนใจให้ทำเช่นนั้น ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความหวานชื่นของพระวจนะของพระองค์
เตือนใจให้อธิษฐาน
"หลายปีก่อน ฉันได้รับการเตือนใจให้อธิษฐานเผื่อคุณบ่อยครั้ง และฉันสงสัยว่าเพราะอะไร”
เพื่อนเก่าส่งข้อความมาพร้อมกับรูปถ่ายของกระดาษบันทึกข้อความที่เธอเก็บไว้ในพระคัมภีร์เขียนว่า “อธิษฐานเผื่อเจมส์ ทั้งจิตใจ ความคิด และคำพูด” ข้างชื่อของผมมีปีค.ศ.ที่ไม่เรียงกันเขียนไว้ 3 ปี
ผมมองปีค.ศ.ที่เขียนไว้แล้วต้องชะงัก ผมเขียนกลับไปถามว่าเธอเริ่มอธิษฐานเมื่อเดือนอะไร เธอตอบว่า “ประมาณเดือนกรกฎาคม”
ในเดือนนั้นผมกำลังเตรียมไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้องเจอวัฒนธรรมและภาษาที่ไม่คุ้นเคย และความเชื่อของผมจะถูกท้าทายอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ผมตระหนักว่าผมได้รับของขวัญล้ำค่าคือการอธิษฐานเผื่อด้วยใจกรุณา
น้ำใจจากเพื่อนทำให้ผมนึกถึงการ “เตือนใจ” ให้อธิษฐาน ซึ่งเปาโลแนะนำทิโมธีมิชชันนารีหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนของท่านว่า “เหตุฉะนั้นก่อนสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้าขอร้องท่านทั้งหลายให้วิงวอนอธิษฐานทูลขอ และขอบพระคุณเพื่อคนทั้งปวง” (1 ทธ.2:1) วลีที่ว่า “ก่อนสิ่งอื่นใด” ทำให้รู้ว่าสำคัญที่สุด คำอธิษฐานของเราสำคัญ เปาโลอธิบายว่าเพราะพระเจ้า “ทรงมีพระประสงค์ให้คนทั้งปวงรอด และให้รู้ความจริง” เกี่ยวกับพระเยซู (ข้อ 4)
โดยคำอธิษฐานที่สัตย์ซื่อพระเจ้าทรงทำงานด้วยวิธีการมากมาย เพื่อหนุนใจและนำให้เขาใกล้ชิดพระองค์ เราอาจไม่รู้สถานการณ์ของคนที่เราระลึกถึง แต่พระเจ้ารู้ และพระองค์จะทรงช่วยเขาเมื่อเราอธิษฐาน
ผลอันงดงาม
เด็กควรมีโอกาสโยนเมล็ดพืชไปที่ไหนก็ได้ที่พวกเขาต้องการ (ในสวน) และดูว่าจะมีอะไรงอกขึ้นมา” รีเบคกา เลมอส โอเทโร ผู้ก่อตั้งซิตี้บลอส-ซั่มกล่าว แม้นี่จะไม่ใช่สวนที่ดูแลอย่างระมัดระวัง แต่ได้สะท้อนความจริงที่ว่าทุกเมล็ดมีโอกาสเติบโตมีชีวิต ตั้งแต่ปี 2004 ซิตี้บลอสซั่มได้สร้างสวนให้กับโรงเรียนและชุมชนในแถบรายได้ต่ำ เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องโภชนาการและทักษะการทำงานผ่านการทำสวน รีเบคกากล่าวว่า “การมีพื้นที่สีเขียวอันมีชีวิตในชุมชนเมือง...สร้างโอกาสให้เด็กๆได้ออกไปข้างนอกทำสิ่งที่เกิดผลและงดงาม
บกพร่องโดยเจตนา
ทางตะวันออกของกรุงเยรูซาเล็มมีแหล่งน้ำพุธรรมชาติแห่งหนึ่ง ในสมัยโบราณที่นี่เป็นแหล่งน้ำแห่งเดียวของเมืองและอยู่นอกกำแพง ดังนั้นจึงเป็นจุดเปราะบางที่สุดของเยรูซาเล็ม น้ำพุที่ไม่ได้รับการป้องกันย่อมหมายถึงเมืองที่ป้องกันไว้อย่างแน่นหนาอาจถูกบังคับให้ยอมจำนน หากผู้จู่โจมเปลี่ยนทิศทางหรือกั้นทางน้ำพุ
ชำระด้วยความรัก
คริสตจักรเล็กๆทางใต้ของแคลิฟอร์เนียเห็นโอกาสสำแดงความรักของพระเจ้าอย่างเป็นรูปธรรมผู้เชื่อพระเยซูรวมตัวกันที่ร้านซักผ้าหยอดเหรียญเพื่อรับใช้ชุมชนด้วยการออกเงินซักผ้าให้กับคนที่ขัดสนทางการเงิน พวกเขาช่วยกันทำความสะอาดและพับผ้าบางครั้งก็มีอาหารร้อนๆ หรือของชำใส่ถุงไว้แจกด้วย