ตาข่ายที่รองรับ
ผมเคยคิดว่าคำเทศนาบนภูเขา (มธ.5-7) เป็นพิมพ์เขียวสำหรับความประพฤติของมนุษย์ เป็นมาตรฐานที่ไม่มีใครทำตามได้ แต่ผมพลาดความหมายที่แท้จริงไป พระเยซูตรัสคำสอนเหล่านั้นไม่ใช่เพื่อให้เรารู้สึกอึดอัด แต่เพื่อบอกเราว่าพระเจ้าทรงเป็นอย่างไร
ชื่อใหม่
เธอเรียกตัวเองว่าจอมวิตกกังวล แต่เมื่อลูกของเธอได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เธอได้เรียนรู้ที่จะเป็นอิสระจากฉายานั้น ในช่วงที่ลูกพักฟื้น เธอนัดพบกับเพื่อนๆ ทุกสัปดาห์เพื่อพูดคุยและอธิษฐานขอการช่วยเหลือและการรักษาจากพระเจ้า ตลอดหลายเดือนนั้น เธอเปลี่ยนความกลัวและความกังวลเป็นคำอธิษฐาน เธอตระหนักว่าเธอกำลังเปลี่ยนจากคนขี้วิตกไปเป็นนักอธิษฐาน เธอสัมผัสได้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าประทานชื่อใหม่ให้แก่เธอ ตัวตนของเธอในพระคริสต์หยั่งรากลึกจากการต่อสู้กับความเจ็บปวดใจที่เธอไม่ต้องการ
ในจดหมายของพระเยซูถึงคริสตจักรในเมืองเปอร์กามัม พระองค์ทรงสัญญาว่าจะประทานหินขาวที่มีชื่อใหม่จารึกไว้แก่ผู้ที่สัตย์ซื่อ (วว.2:17) ผู้ศึกษาพระคัมภีร์ถกเถียงกันเรื่องความหมายของหินนี้ แต่ส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าหินขาวชี้ให้เห็นอิสรภาพของเราในพระคริสต์ ในสมัยพระคัมภีร์ คณะลูกขุนในศาลจะใช้หินขาวสำหรับคำตัดสินว่าไม่ผิด และหินดำสำหรับคำตัดสินให้มีความผิด หินขาวยังใช้เป็นเครื่องเบิกทางสำหรับเข้างานต่างๆ เช่น งานเลี้ยง ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่ได้รับหินขาวจากพระเจ้าจะได้รับการต้อนรับเข้าสู่งานเลี้ยงของสวรรค์ การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูทำให้เราได้มีอิสรภาพ ชีวิตใหม่และชื่อใหม่
ชื่อใหม่ที่พระเจ้าจะให้แก่คุณคืออะไร
สิ่งสำคัญ
ชายสองคนนั่งทบทวนเกี่ยวกับการเดินทางไปทำธุรกิจและผลที่ได้รับ คนหนึ่งบอกว่าการเดินทางนั้นคุ้มค่าเพราะได้มีการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ที่ดีผ่านคู่ค้าทางธุรกิจของพวกเขา อีกคนหนึ่งบอกว่า “ความสัมพันธ์ก็ดีอยู่หรอก แต่ยอดขายคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้มีแนวคิดที่ต่างกันมาก
ประเสริฐกว่ามากนัก
เสียงเตือนภัยดังมาจากนอกบ้าน เด็กน้อยถามแม่ว่ามันคืออะไร แม่อธิบายว่ามันเป็นเสียงเตือนว่าจะมีพายุอันตราย ถ้าใครไม่เข้าไปในที่กำบังอาจต้องตายเพราะพายุทอร์นาโด เด็กชายตอบว่า “แม่ครับ แล้วมันไม่ดีตรงไหน ถ้าเราตาย เราก็จะได้เจอพระเยซูไม่ใช่เหรอครับ?
เล่า!
ในปี 1975 มีเหตุการณ์สำคัญมากเกิดขึ้นกับผม ผมตามหาฟรานซิส เพื่อนที่ผมเล่าเรื่องส่วนตัวหลายอย่างให้ฟังเพื่อจะบอกเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง ผมเจอเขาที่ห้องกำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอก แต่ผมรั้งเขาไว้ เขามองผมราวกับรู้ว่ามีเรื่องสำคัญจะบอก เขาถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” ผมจึงบอกเขาว่า “เมื่อวานผมมอบชีวิตของผมให้พระเยซู!”
แตกสลายเพื่อสร้างขึ้นใหม่
ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พ่อของผมรับใช้ชาติในกองทัพสหรัฐ แถบแปซิฟิคใต้ ในช่วงนั้นพ่อปฏิเสธแนวคิดทุกอย่างเกี่ยวกับศาสนา ท่านบอกว่า “พ่อไม่ต้องการไม้ค้ำยัน” แต่แล้ววันหนึ่งความคิดของพ่อเรื่องฝ่ายวิญญาณเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ตอนนั้นแม่กำลังจะคลอดลูกคนที่สาม ผมและน้องชายเข้านอนด้วยความตื่นเต้นที่อีกไม่นานจะได้เห็นหน้าน้องคนใหม่ เช้าวันต่อมาผมตื่นขึ้น ถามพ่ออย่างกระตือรือร้นว่า “ผู้หญิงหรือผู้ชาย” พ่อตอบว่า “ผู้หญิง แต่น้องตายตั้งแต่เกิด” พวกเราร้องไห้กับการสูญเสียนั้นด้วยกัน
ความงามของโรม
ฉากหลังของการประสูติของพระเยซูคือจักรวรรดิโรมันอันรุ่งเรือง ในปี 27 ก่อนคริสตกาล ซีซาร์ออกัสตัส จักรพรรดิองค์แรกได้ยุติสงครามกลางเมืองที่ยาวนานมากว่า 200 ปีและเริ่มเปลี่ยนสถานที่ทรุดโทรมรอบเมืองให้เป็นอนุสาวรีย์ วิหาร สนามกีฬาและสถานที่ราชการ พลินิผู้อาวุโส นักประวัติศาสตร์ชาวโรมันเรียกว่า “สิ่งก่อสร้างที่งดงามที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยประจักษ์”
คุณมีคุณค่า
วันหนึ่งที่อากาศร้อนทางตะวันตกของรัฐเท็กซัส หลานสาวชื่อ เวเนีย เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนถือป้ายอยู่ข้างสัญญาณไฟจราจร เธอขับรถเข้าไปใกล้และพยายามอ่านข้อความบนป้าย คิดว่าคงขอบริจาคอาหารหรือเงิน แต่เธอต้องประหลาดใจที่ได้เห็นคำสามคำคือ “คุณมีคุณค่า”
กำลังสำหรับผู้อ่อนแรง
ในวันที่อากาศสดใส ผมเดินเล่นในสวนแห่งหนึ่งด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าในจิตใจ สิ่งที่ทำให้ผมหนักใจไม่ได้มีแค่อย่างเดียว แต่ดูเหมือนทุกอย่างประดังเข้ามา เมื่อผมหยุดเพื่อจะนั่งลงบนม้านั่ง ผมเห็นป้ายสลักข้อความแสดงความอาลัยรักแด่ “สามี พ่อ พี่และเพื่อนผู้ทุ่มเท” และมีข้อความต่อไปอีกว่า “แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้าจะเสริมเรี่ยวแรงใหม่ เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย เขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย” (อสย.40:31)