ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Jennifer Benson Schuldt

ความเมตตาในหน้าที่

เอลเลนเพื่อนของฉันเป็นคนทำเงินเดือนให้กับบริษัทบัญชีแห่งหนึ่ง อาจฟังดูเหมือนเป็นงานไม่ยาก แต่บางครั้งนายจ้างก็ส่งข้อมูลเข้ามาช้ากว่ากำหนด เอลเลนมักแก้ปัญหาด้วยการทำงานล่วงเวลาเพื่อลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างตรงเวลา เธอทำเช่นนี้เพราะเห็นแก่บรรดาครอบครัวที่ต้องพึ่งเงินค่าจ้างนี้ในการซื้อข้าวของ ซื้อยาหรือจ่ายค่าบ้าน

ความเมตตาในหน้าที่ของเอลเลนชี้ให้ฉันเห็นพระเยซู ขณะอยู่ในโลกนี้บางครั้งพระองค์ทำพันธกิจแม้ในเวลาที่ไม่สะดวกสำหรับพระองค์ เช่น พระองค์ต้องการเวลาส่วนตัวเมื่อทราบข่าวว่ายอห์นผู้ให้บัพติศมาเสียชีวิต พระองค์จึงเสด็จขึ้นเรือเพื่อไปหาที่เปลี่ยว (มธ.14:13) บางทีพระองค์อาจต้องการร่ำไห้เพื่อญาติของพระองค์และอธิษฐานด้วยความเสียพระทัย

แต่มีปัญหาหนึ่งคือ ฝูงชนติดตามพระองค์ไป พวกเขามีความต้องการทางร่างกายหลายอย่าง คงเป็นเรื่องง่ายมากที่จะส่งพวกเขากลับบ้านไป แต่ “ครั้น​พระ​เยซู​เสด็จ​ขึ้น​จาก​เรือ​แล้ว ​ก็​ทรง​เห็น​ประชาชน​หมู่​ใหญ่ ​พระ​องค์​ทรง​สงสาร​เขา จึง​ได้​ทรง​รักษา​คน​ป่วย​ของ​เขา​ให้​หาย” (ข้อ 14)

แม้พันธกิจส่วนหนึ่งของพระเยซูบนโลกคือการสั่งสอนและรักษาโรค แต่ความใส่ใจของพระองค์นั้นสะท้อนให้เห็นในวิธีการทำพันธกิจ ขอพระเจ้าช่วยเราให้รับรู้ถึงพระเมตตาของพระองค์ในชีวิตของเราและประทานกำลังให้เราส่งต่อความเมตตานั้นแก่ผู้อื่น

เล่นคู่กับพระเจ้า

ในระหว่างการแสดงดนตรีของเด็ก ฉันนั่งดูครูและลูกศิษย์ซึ่งนั่งคู่กันอยู่หน้าเปียโน ก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงร่วมกัน ครูโน้มตัวไปกระซิบคำแนะนำกับลูกศิษย์เป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่การบรรเลงดนตรีเริ่มขึ้น ฉันสังเกตว่าลูกศิษย์เล่นทำนองแบบง่ายๆ ขณะที่ดนตรีประกอบจากครูช่วยเพิ่มความลึกซึ้งและเข้มข้นให้บทเพลง เมื่อถึงท่อนสุดท้าย ครูก็พยักหน้าพึงพอใจ

ชีวิตของเราในพระเยซูนั้นเป็นเหมือนการแสดงคู่มากกว่าการแสดงเดี่ยว แม้บางครั้งฉันจะลืมไปว่าพระองค์ “ทรงนั่งถัดจากฉัน” และฉันสามารถ “เล่น” ได้โดยอาศัยฤทธิ์เดชและการทรงนำของพระองค์เท่านั้น ฉันพยายามเล่นโน้ตให้ถูกต้องด้วยตัวเอง คือพยายามเชื่อฟังพระเจ้าโดยพึ่งกำลังของตนเอง แต่มักจะจบลงด้วยสิ่งที่ดูจอมปลอมและไร้ความหมาย ฉันพยายามจัดการกับปัญหาด้วยความสามารถที่มีจำกัด แต่ผลลัพธ์คือ ฉันมักจะขัดแย้งกับผู้อื่น

การมีพระองค์ผู้เป็นครูอยู่ด้วยทำให้เกิดความแตกต่าง เมื่อฉันพึ่งพาพระเยซูให้ทรงช่วย ฉันพบว่าฉันมีชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้ามากขึ้น ฉันรับใช้ด้วยความชื่นชมยินดี รักได้อย่างเสรี และประหลาดใจเมื่อพระเจ้าทรงอวยพรความสัมพันธ์ของฉัน เช่นเดียวกับที่พระเยซูบอกสาวกพวกแรกของพระองค์ว่า “ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย” (ยน.15:5)

ในแต่ละวัน เราบรรเลงเพลงคู่กับครูผู้ประเสริฐของเรา โดยพระคุณและฤทธิ์เดชของพระองค์ เราจึงสามารถบรรเลงดนตรีแห่งชีวิตฝ่ายวิญญาณได้

กล้วยพูดได้

อย่ายอมแพ้ สร้างรอยยิ้มให้ผู้อื่น เธอสุดยอดมาก มาจากไหนไม่สำคัญ สำคัญที่ว่ากำลังจะไปไหน นี่เป็นข้อความที่เขียนไว้บนกล้วยหอม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาหารกลางวันที่โรงเรียนในเวอร์จิเนียบีช สเตซี่ ทรูแมนผู้จัดการโรงอาหารใช้เวลาเขียนข้อความให้กำลังใจบนผลกล้วย ที่เด็กๆเรียกว่า “กล้วยพูดได้”

การหยิบยื่นความห่วงใยให้กันนี้ทำให้ฉันคิดถึงหัวใจของบารนาบัสที่มีต่อ “ผู้เชื่อใหม่” ที่เมืองอันทิโอก (กจ.11:22-24) บารนาบัสมีชื่อเสียงด้านการหนุนใจ ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนดี ประกอบไปด้วยความเชื่อและพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านเตือนผู้เชื่อใหม่ให้ “ตั้งใจมั่นคงติดสนิทอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า” (ข้อ 23) ฉันจินตนาการภาพที่ท่านใช้เวลากับคนเหล่านั้น และคอยบอกพวกเขาว่า “หมั่นอธิษฐานต่อไป” “จงวางใจพระเจ้า” “ติดสนิทกับพระเจ้าเมื่อมีปัญหา”

ผู้เชื่อใหม่ก็เหมือนเด็กที่ต้องการคำหนุนใจอยู่เสมอ พวกเขามีศักยภาพและกำลังค้นหาความสามารถของตนเอง พวกเขาอาจไม่รู้ชัดว่าพระเจ้าต้องการทำอะไรในชีวิตและผ่านชีวิตของพวกเขา และศัตรูมักทำงานหนักเพื่อไม่ให้ความเชื่อของพวกเขาเติบโต

พวกเราที่ได้ดำเนินกับพระเยซูมาระยะหนึ่งจะเข้าใจความยากลำบากในการดำเนินชีวิตเพื่อพระองค์ ให้เราเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับการหนุนใจ โดยมีพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำและเตือนเราถึงความจริงฝ่ายวิญญาณ

คนกลางในการอธิษฐาน

บ่ายวันเสาร์หนึ่ง ฉันและครอบครัวแวะรับประทานกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ขณะที่บริกรวางมันฝรั่งทอดกรอบและเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ลงบนโต๊ะ สามีฉันเหลือบตามองและถามชื่อเขา ก่อนจะพูดต่อว่า “ครอบครัวเราจะอธิษฐานร่วมกันก่อนรับประทานอาหาร คุณมีอะไรอยากให้เราอธิษฐานเผื่อมั้ยครับวันนี้” อัลเลน คือชื่อเขาที่เรารู้แล้ว มองดูเราอย่างประหลาดใจและกังวลเขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะบอกว่า เขาต้องอาศัยนอนบนโซฟาของเพื่อนทุกคืน รถของเขาก็เพิ่งเสีย และเขาไม่มีเงินเลย

ขณะที่สามีฉันทูลขอพระเจ้าอย่างเงียบๆ ให้ทรงจัดเตรียมสำหรับอัลเลนและสำแดงถึงความรักของพระองค์ ฉันคิดว่าการเป็นคนกลางอธิษฐานของเราคล้ายกับเวลาที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรับเรื่องที่เราร้องทูลและนำเราไปเชื่อมต่อกับพระเจ้า เมื่อเราตระหนักว่าไม่อาจจัดการกับชีวิตของเราได้ด้วยตัวเอง หรือเมื่อเราไม่รู้จะพูดอะไรกับพระเจ้า “พระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชน” (รม.8:27) สิ่งที่พระวิญญาณอธิษฐานนั้นเป็นสิ่งที่ลี้ลับ แต่เรามั่นใจได้ว่าสิ่งนั้นจะสอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตเรา

ครั้งต่อไปที่คุณอธิษฐานขอการทรงนำ การจัดเตรียม และการปกป้องของพระเจ้าในชีวิตของผู้อื่น ขอให้การกระทำด้วยใจกรุณานั้นย้ำเตือนให้คุณรู้ว่าความต้องการฝ่ายวิญญาณของคุณเองก็กำลังถูกยกขึ้นต่อพระเจ้า ผู้ทรงรู้จักชื่อและใส่ใจในปัญหาของคุณเช่นกัน

ทรงเข้าใจทุกอย่าง

ฟินน์ เจ้าปลากัดไทยอยู่บ้านเรามาสองปี ลูกสาวของฉันมักก้มลงพูดกับมันหลังหย่อนอาหารลงในอ่าง เมื่อไหร่ที่โรงเรียนอนุบาลมีหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เธอภูมิใจที่จะพูดว่าปลาตัวนั้นเป็นของเธอ สุดท้ายฟินน์ตายจากไป ลูกสาวฉันเสียใจมาก

แม่แนะนำให้ฉันฟังความรู้สึกของลูกอย่างใกล้ชิดและบอกเธอว่า “พระเจ้าทรงรู้ทุกอย่าง” ฉันเห็นด้วยว่าพระเจ้าทรงรู้ทุกอย่าง แต่สงสัยว่าคำพูดนั้นจะช่วยปลอบโยนอย่างไร จากนั้นฉันได้เข้าใจว่าพระเจ้าไม่เพียงรู้เหตุการณ์ที่เป็นไปในชีวิตเรา แต่ยังทรงเข้าใจถึงส่วนลึกในจิตใจ และรู้ว่าเหตุการณ์นั้นส่งผลต่อเราอย่างไร ทรงเข้าใจว่า “เรื่องเล็กน้อย” อาจรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ ขึ้นอยู่กับอายุ บาดแผลในอดีตและความขาดแคลนของเรา

พระเยซูทรงเห็นมูลค่าที่แท้จริงของเงินถวายและหัวใจของหญิงม่ายเมื่อเธอใส่เหรียญสองอันลงในตู้เก็บเงินถวาย พระองค์อธิบายว่าเงินก็มีคุณค่าต่อหญิงม่ายมากเพียงใดโดยตรัสว่า “หญิงม่ายจนคนนี้ได้ใส่ไว้ในตู้เก็บเงินถวายมากกว่าคนทั้งปวงที่ใส่ไว้นั้น... เธอเอาเงินที่มีอยู่สำหรับตนมาใส่จนหมด” (มก.12:43-44)

หญิงม่ายเก็บสถานการณ์ของตนไว้เงียบๆ แต่พระเยซูทรงทราบว่าการถวายของเธอเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่เธอกำลังเสียสละ พระองค์ทรงมองดูชีวิตเราอย่างนั้นเช่นกัน ขอให้เราได้รับการปลอบประโลมใจ ในความรอบรู้อันไร้ขีดจำกัดของพระองค์

ถึงคราวของความงดงาม

เช้าวันหนึ่งของเดือนมกราคม ฉันตื่นขึ้นมาและหวังว่าจะเห็นภูมิทัศน์อันทึบทึมในช่วงกลางฤดูหนาวซึ่งดำเนินมาหลายสัปดาห์แล้ว ทั้งหญ้าสีน้ำตาลอ่อนที่โผล่พ้นผืนหิมะ ท้องฟ้าขมุกขมัว และต้นไม้ที่เหลือแต่กิ่ง มีสิ่งที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้นชั่วข้ามคืน น้ำค้างแข็งได้ปกคลุมทุกสิ่งไว้ ภูมิทัศน์ที่ไร้ชีวิตชีวาและน่าหดหู่กลายเป็นฉากอันสวยงามต้องแสงอาทิตย์และทำให้ฉันตื่นตาตื่นใจ

บางครั้งเราต้องมองปัญหาโดยอาศัยจินต-นาการ เราจึงจะเกิดความเชื่อ เราคาดว่าความเจ็บปวด ความกลัวและสิ้นหวังจะมาทักทายเราทุกเช้า เรามองข้ามความเป็นไปได้ที่จะได้พบกับสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม เราไม่ได้คาดหวังการฟื้นตัว การเติบโต หรือชัยชนะผ่านฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า แต่พระคัมภีร์กล่าวว่า พระเจ้าคือผู้ที่ช่วยเหลือเราให้ผ่านพ้นความยากลำบาก ทรงซ่อมแซมหัวใจที่แตกสลายและปลดปล่อยผู้คนจากพันธนาการ ทรงปลอบประโลมใจผู้เศร้าโศกโดย “ประทานมาลัยแทนขี้เถ้าให้เขา น้ำมันแห่งความยินดีแทนการไว้ทุกข์ ผ้าห่มแห่งการสรรเสริญแทนจิตใจที่ท้อถอย” (อสย.61:3)

พระเจ้าไม่เพียงต้องการชูใจเรายามที่มีปัญหา แต่พระองค์ทรงเป็นความหวังของเรายามที่เราเผชิญการทดลอง แม้ต้องรอจนกว่าจะได้ไปสวรรค์จึงจะพ้นทุกข์ แต่พระเจ้าอยู่กับเรา หนุนใจเรา และให้เราได้พบพระองค์อยู่บ่อยๆ ขณะที่เราเดินไปบนทางชีวิต ให้เราได้เข้าใจคำพูดของเซนต์ออกัสตินที่ว่า “ในบาดแผลที่ลึกที่สุดของข้า ข้าได้เห็นสง่าราศีของพระองค์มาถึงข้าพระองค์” - JBS

แสงนำทาง

ฉันยืนดูโคมไฟเก่าที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ป้ายเขียนว่ามาจากอิสราเอล เป็นงานแกะสลัก โคมไฟทรงรีนี้มีช่องไว้ใส่น้ำมันและไส้ตะเกียงข้างละช่อง โดยทั่วไปชาวอิสราเอลจะวางตะเกียงนี้ไว้ในช่องผนัง ขนาดของมันจึงเล็กจนวางอยู่บนฝ่ามือคนได้

วัตถุอันตราย

เสียงสัญญาณไซเรนดังจนแสบแก้วหูเมื่อรถฉุกเฉินวิ่งแซงรถฉันไป ไฟกระพริบสาดมาทางกระจกหน้ารถ ส่องให้เห็นคำว่า “วัตถุอันตราย” ที่ข้างรถบรรทุก ต่อมาฉันได้รู้ว่ากรดซัลฟิวริกในถัง 400 แกลลอนที่บรรทุกอยู่เริ่มรั่วขณะที่รถมุ่งไปยังห้องทดลองวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจึงต้องรีบถ่ายเทกรดโดยเร็วที่สุดเพราะมันกัดกร่อนทุกสิ่ง

ถักทอเข้าด้วยกัน

ฉันได้รับต้นไม้ปลูกในบ้านจากเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งดูแลมันมามากกว่า 40 ปี ต้นนี้สูงเท่าฉัน มีใบขนาดใหญ่ออกมาจากลำต้นสูงชะลูดที่แยกเป็น 3 ลำ เมื่อเวลาผ่านไป น้ำหนักของใบทำให้ลำต้นทั้งสามโค้งลงสู่พื้น ฉันต้องเอาไม้ขัดไว้ใต้กระถางเพื่อให้ลำต้นตั้งตรงแล้วนำไปวางไว้ใกล้หน้าต่างเพื่อให้แสงอาทิตย์ช่วยให้ใบชูขึ้นและแก้ไขความผิดรูปผิดร่างของมัน