ความเชื่อที่เสียสละ
บ่ายวันอาทิตย์ฉันนั่งอยู่ในสวนที่บ้านใกล้กับคริสตจักรที่สามีฉันรับใช้อยู่ เสียงเพลงสรรเสริญและนมัสการภาษาฟาร์ซีดังลอยมาคริสตจักรเราในลอนดอนจัดการนมัสการสำหรับชาวอิหร่าน และความร้อนรนที่พวกเขามีต่อพระคริสต์หนุนใจเราเมื่อพวกเขาเล่าถึงการถูกข่มเหงหรือผู้ที่สละชีวิตเพื่อความเชื่อ เช่น น้องชายของศิษยาภิบาลอาวุโส ผู้เชื่อที่สัตย์ซื่อเหล่านี้ดำเนินรอยตามสเทเฟน คริสเตียนคนแรกที่ถูกฆ่าตายเพราะความเชื่อ
สเทเฟนเป็นผู้นำในคริสตจักรยุคแรก ท่านเป็นที่รู้จักในเยรูซาเล็มเพราะ “ทำการมหัศจรรย์และทำการเป็นนิมิตใหญ่” (กจ.6:8) และถูกนำไปสู้คดีต่อหน้าผู้นำชาวยิว ท่านร้อนรนปกป้องความเชื่อ แล้วกล่าวโทษผู้กล่าวหาที่ใจดื้อดึง แทนที่จะกลับใจ พวกเขากลับ “รู้สึกบาดใจและขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเข้าใส่” (7:54) ขับไล่สเทเฟนออกนอกกรุงและเอาหินขว้างจนตาย แต่สเทเฟนอธิษฐานขอพระเจ้าอภัยให้พวกเขา
เรื่องราวของสเทเฟนและผู้พลีชนม์ในปัจจุบันย้ำเตือนเราว่า ข่าวประเสริฐของพระคริสต์อาจเผชิญการตอบโต้รุนแรงได้ ถ้าเราไม่เคยถูกข่มเหงเพราะความเชื่อ ขอให้เราอธิษฐานเผื่อคริสตจักรทั่วโลกที่ถูกข่มเหงและเมื่อเราต้องถูกทดสอบ ก็ขอให้เราได้พบพระคุณเพื่อจะสัตย์ซื่อต่อพระองค์ผู้ทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อเรา
ผู้มองท้องฟ้า
แมตต์มีปัญหาหนักทั้งที่ทำงานและที่บ้าน เขาจึงออกไปเดินเล่นอากาศยามเย็นดูเชิญชวน ผืนฟ้าไร้ขอบเขตเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำหมอกหนาลอยเหนือหนองน้ำ แสงจากดวงดาว ส่งสัญญาณให้ดวงจันทร์ฉายแสง สำหรับแมตต์ ช่วงเวลานั้นมีความล้ำลึกฝ่ายวิญญาณ พระองค์ทรงอยู่ที่นี่ เขาคิด พระเจ้าทรงสถิตที่นี่และพระองค์ทรงจัดการได้
รักไร้พรมแดน
ช่วงกบฏนักมวยที่จีนในปี 1900 มิชชันนารีซึ่งติดอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในเมืองไท่หยวนฟูตัดสินใจว่า ความหวังเดียวที่พวกเขาจะรอดได้คือการวิ่งฝ่าฝูงชนที่ขู่ฆ่าพวกเขา พวกเขาหนีรอดมาได้ด้วยอาวุธที่มี แต่เมื่ออีดิธ คูมบ์พบว่านักเรียนชาวจีนที่บาดเจ็บสองคนของเธอยังหนีไม่พ้น เธอก็วิ่งฝ่าอันตรายกลับไป เธอช่วยได้หนึ่งคน แต่พลาดตอนวิ่งกลับไปช่วยคนที่สองและถูกฆ่า
การหลอกลวง
เคอร์รี่พยายามอย่างมากเพื่อให้คนอื่นชื่นชม เธอทำเป็นมีความสุขตลอดเวลาเพื่อคนอื่นจะเห็นและกล่าวชมความร่าเริงนั้น บางคนชมเชยเพราะเห็นเธอช่วยเหลือคนในชุมชน แต่ในเวลาที่เธอพูดเปิดใจ เคอร์รี่ยอมรับว่า “ฉันรักพระเจ้า แต่บางครั้งก็รู้สึกเหมือนมีชีวิตที่หลอกลวง” ความรู้สึกไม่มั่นคงทำให้เธอพยายามทำตัวให้ดูดีต่อหน้าคนอื่น และเธอกล่าวว่าเธอเริ่มหมดแรงจะทำต่อไป
คนที่สิบสอง
ป้ายขนาดใหญ่ที่สนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยเท็กซัสเอแอนด์เอ็มเขียนว่า “บ้านของคนที่สิบสอง” แต่ละทีมจะมีผู้เล่นลงสนามได้ 11 คนคนที่ 12 จึงหมายถึงนักศึกษานับพันที่ยืนอยู่ตลอดการแข่งขันเพื่อเชียร์ทีมของตัวเอง ประเพณีนี้มีต้นกำเนิดย้อนไปในปี 1922 ที่โค้ชเรียกนักศึกษาคนหนึ่งจากอัฒจันทร์ให้สวมเครื่องแบบและเตรียมพร้อมลงสนามแทนผู้เล่นที่บาดเจ็บ แม้เขาจะไม่เคยได้ลงเล่น แต่การพร้อมอยู่ข้างสนามสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมอย่างมาก
ฉันสำคัญหรือ?
ผมเข้าคิวจ่ายเงินในร้านค้าแถวบ้านและมองไปรอบๆ เห็นวัยรุ่นที่โกนศีรษะและเจาะจมูก เมื่อมองผ่านชั้นวางอาหารว่างไป คนหนึ่งกำลังซื้อเนื้อสเต็ก แอสพารากัสและมันฝรั่ง หญิงชรากำลังเลือกพีชและสตรอเบอร์รี่ พระเจ้าทรงรู้จักชื่อของคนเหล่านี้หรือ ผมถามตัวเอง พวกเขาสำคัญต่อพระองค์จริงหรือ
พร้อมใจกัน
ขณะนิโคลัส เทย์เลอร์ ขึ้นรถไฟในเมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ขาของเขาไปติดอยู่ระหว่างชานชาลากับขบวนรถ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยเขาออกมาไม่ได้ จึงขอให้ผู้โดยสารราว 50 คนยืนเรียงแถว ช่วยกันดันรถไฟเมื่อนับถึงสาม การร่วมมือกันทำให้ดันรถไฟขึ้นพอที่ขาของเขาจะหลุดออกมาได้
จงตั้งใจ
ขณะนั่งในห้องประชุม ผมหันหน้ามองตรงไปที่ศิษยาภิบาล ท่าทางผมดูเหมือนกำลังซึมซับสิ่งที่เขาพูด ทันใดนั้นผมได้ยินที่ประชุมหัวเราะและปรบมือ ผมมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจ นักเทศน์คงจะพูดอะไรน่าขำ แต่ผมไม่รู้เรื่องเลย มองจากภายนอกผมนั่งฟังอย่างตั้งใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองของผมล่องลอยไปไกล
ขนมปัง!
ฉันอยู่ที่เมืองเล็กในประเทศเม็กซิโก ทุกเช้าและเย็นคุณจะได้ยินเสียงร้องดังชัดเจนว่า “ขนมปัง” ชายคนหนึ่งปั่นจักรยานมาพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่ เพื่อขายขนมปังรสเค็มหวานสดใหม่นานาชนิด ฉันเคยอยู่ในเมืองใหญ่ที่ต้องออกไปซื้อขนมปังตามร้านเบเกอรี่ ฉันจึงชอบที่มีขนมปังอบใหม่มาส่งให้ถึงหน้าประตู
เปลี่ยนจากเรื่องการบริโภคอาหารฝ่ายร่างกายมาเป็นความหิวกระหายฝ่ายวิญญาณ ฉันคิดถึงคำตรัสของพระเยซูที่ว่า “เราเป็นอาหารที่ธำรงชีวิต ซึ่งลงมาจากสวรรค์ ถ้าผู้ใดกินอาหารนี้ ผู้นั้นจะมีชีวิตนิรันดร์” (ยน.6:51)
มีคนเคยบอกว่า การประกาศข่าวประเสริฐจริงๆ แล้วเป็นเหมือนการที่ขอทานคนหนึ่งบอกกับขอทานอีกคนว่าไปพบอาหารที่ไหน พวกเราหลายคนอาจพูดว่า “ครั้งหนึ่ง ฉันเคยหิวกระหายและอดอยากในฝ่ายวิญญาณเพราะความบาปที่มี แต่แล้วฉันก็ได้ยินข่าวดี มีคนบอกฉันว่าให้ไปรับอาหารได้จากพระเยซู และชีวิตฉันก็เปลี่ยนไป”
เวลานี้เรามีสิทธิพิเศษและความรับผิดชอบที่ต้องชี้ทางให้คนไปถึงอาหารแห่งชีวิต เราสามารถแบ่งปันเรื่องพระเยซูให้กับเพื่อนบ้าน ในที่ทำงาน ที่โรงเรียน ที่พบปะสังสรรค์ต่างๆ เราพูดคุยถึงพระเยซูได้ทั้งในขณะที่นั่งรอ อยู่บนรถเมล์ หรือบนรถไฟ เรานำข่าวประเสริฐไปถึงผู้อื่นได้โดยผ่านทางประตูแห่งมิตรภาพ
พระเยซูทรงเป็นอาหารแห่งชีวิต ให้เราบอกข่าวดีนี้แก่ทุกคน