ไหลผ่านนิ้ว
ฉันซุ่มซ่ามปัดแก้วน้ำล้มที่เคาน์เตอร์ร้านอาหารแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นเครื่องดื่มที่หกก็ไหลเป็นทางลงบนพื้น ฉันอายมากจึงพยายามเอามือรองน้ำที่ไหลลงมา แต่ความพยายามดูไม่เป็นผล เพราะน้ำไหลออกมาตามช่องระหว่างนิ้วมือ ท้ายที่สุด น้ำในอุ้งมือมีปริมาณเพียงหนึ่งช้อนชากว่าเท่านั้น ในขณะที่ฉันยืนอยู่บนพื้นที่มีน้ำเจิ่งนอง
หลายครั้งชีวิตของฉันก็เป็นเช่นนั้น ฉันพบว่าตัวเองร้อนรนแก้ปัญหา ลงรายละเอียดและควบคุมสถานการณ์ แต่ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน มือที่อ่อนแรงของฉันก็ไม่อาจจัดการทุกสิ่งได้ ย่อมมีบางอย่างไหลลอดนิ้วฉันไปและนองอยู่ที่พื้นแทบเท้าฉัน ทำให้ฉันรู้สึกถูกโถมทับ ไม่ว่าจะพยายามกำมือให้แน่นแค่ไหน ก็ไม่อาจทำให้ฉันจัดการกับเรื่องต่างๆ ได้หมด เหมือนน้ำที่ยังไหลผ่านร่องนิ้วออกไป
แต่พระเจ้าทรงทำได้ อิสยาห์กล่าวว่าพระเจ้าทรงตวงน้ำทั้งสิ้นด้วยมือ ทั้งมหาสมุทร แม่น้ำ และฝน ภายในอุ้งพระหัตถ์เดียวของพระองค์(อสย.40:12) มีเพียงพระหัตถ์พระองค์ที่ใหญ่พอจะรองรับทั้งหมดไว้ได้ เราไม่จำเป็นต้องแบกเอาไว้มากเกินกว่าที่ทรงออกแบบไว้ให้เราแบกรับได้ เมื่อเรารู้สึกเหมือนถูกปัญหาโถมทับ เราสามารถวางความห่วงกังวลไว้ในพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า
มรดกประเสริฐ
คุณตาคุณยายบ้านแฮริสไม่ได้มีเงินมากมาย แต่ท่านจัดงานคริสต์มาสที่น่าจดจำให้ฉันและลูกพี่ลูกน้องทุกปี เรามีอาหาร เรื่องสนุกและความรักมากมายเสมอ เราได้เรียนรู้ตั้งแต่เป็นเด็กว่าพระคริสต์คือผู้ทำให้มีงานฉลองนี้
เราอยากส่งมอบมรดกเดียวกันนี้ให้กับลูกๆ ตอนคริสต์มาสปีที่แล้วเมื่อครอบครัวใหญ่มาพบกัน เรารู้ว่านี่คือธรรมเนียมพิเศษที่คุณตาคุณยายได้เริ่มต้นไว้ ท่านไม่อาจทิ้งเงินทองเป็นมรดกให้เรา แต่ท่านเอาใจใส่หว่านเมล็ดพันธ์ุแห่งความรัก การยกย่องให้เกียรติและความเชื่อ เพื่อเราซึ่งเป็นลูกหลานของท่านจะเลียนแบบ
ในพระคัมภีร์เราพบว่ายายโลอิสกับแม่ยูนีสแบ่งปันความเชื่อแท้ไปถึงทิโมธี (2 ทธ.1:5) อิทธิพลของทั้งสองได้เตรียมชายหนุ่มผู้นี้ให้แบ่งปันข่าวประเสริฐแก่คนเป็นอันมาก
เราเตรียมมรดกฝ่ายวิญญาณให้กับคนที่เรามีอิทธิพลต่อพวกเขาได้ด้วยการดำเนินชีวิตติดสนิทกับพระเจ้า คือทำให้ความรักของพระองค์เป็นจริงต่อคนอื่น คือการเอาใจใส่โดยไม่เลือกปฏิบัติ สนใจว่าพวกเขาคิดและทำอะไร และแบ่งปันชีวิตของเรากับเขา เราอาจเชื้อเชิญให้พวกเขามาร่วมเฉลิมฉลองกับเรา! เมื่อใดที่ชีวิตเราสะท้อนความจริงเรื่องความรักของพระเจ้า เมื่อนั้นเราก็ได้ทิ้งมรดกที่ยั่งยืนไว้ให้ผู้อื่น
อ้อมแขนที่เปิดกว้าง
วันที่ฉันกับแดน สามีของฉันเริ่มดูแลพ่อแม่วัยชราของเรา เราคล้องแขนกันและรู้สึกราวกับว่ากำลังจะกระโดดหน้าผา เราไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เราดูแลพ่อแม่ งานที่ยากที่สุดซึ่งเราเผชิญคือการยอมให้พระเจ้าทรงค้นดูและหล่อหลอมหัวใจของเรา และยอมให้พระองค์ใช้เวลาพิเศษนี้สร้างเราขึ้นใหม่ให้เป็นเหมือนพระองค์
ในวันที่ฉันรู้สึกว่ากำลังหมดแรง และเกินความควบคุมของฉัน พระเจ้าเปิดเผยให้เห็นแผนการ ข้อจำกัด ความกลัว เย่อหยิ่งและเห็นแก่ตัวของฉัน ทรงใช้จุดที่ฉันแตกสลายเพื่อทรงสำแดงความรักและการให้อภัยต่อฉัน
ศิษยาภิบาลบอกฉันว่า “วันที่ดีที่สุดคือวันที่คุณเห็นว่าตัวเองเป็นใคร คือคนที่สิ้นหวังหากไม่มีพระคริสต์ แล้วเห็นตัวเองอย่างที่พระองค์เห็นคุณ คือคนที่ครบบริบูรณ์เมื่ออยู่ในพระองค์” นี่คือพระพรของการเป็นผู้ดูแลพ่อแม่ เมื่อได้เห็นแล้วว่าทรงสร้างให้ฉันเป็นใคร ฉันหันกลับร้องไห้และวิ่งไปสู่อ้อมแขนของพระองค์ ฉันร้องทูลร่วมกับผู้เขียนสดุดีว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงค้นดูข้าพระองค์และทรงทราบจิตใจของข้าพระองค์” (สดด.139:23)
ฉันขออธิษฐานเผื่อ ในยามที่คุณเผชิญวิกฤติ ให้คุณหันกลับและวิ่งมาสู่อ้อมแขนแห่งความรักและการให้อภัยของพระเจ้า
การสัมภาษณ์ที่ไม่รู้ตัว
บนขบวนรถไฟเที่ยวเช้าที่เบียดเสียดในลอนดอน ผู้โดยสารคนหนึ่งพูดจาหยาบคายและผลักผู้โดยสารที่ขวางทางเขา เหตุการณ์เช่นนี้มักไม่มีใครทำอะไร และถือว่าโชคไม่ดี หรือไม่น่าใส่ใจเท่านั้น แต่ต่อมาในวันเดียวกันสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ผู้จัดการบริษัทคนหนึ่งส่งข้อความถึงเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์ว่า “ดูซิใครมาสัมภาษณ์งาน” เมื่อคำอธิบายของเขาปรากฏบนอินเตอร์เน็ต คนทั้งโลกต่างสะดุ้งและอมยิ้ม ลองคิดว่าคุณเดินเข้าไปสัมภาษณ์งานแล้วพบว่าคนที่ต้อนรับคุณคือคนที่คุณสบถใส่และผลักเมื่อเช้านี้
ไม่ใช่ฉัน
ในช่วงวันหยุดเมื่อเร็วๆ นี้ ผมหยุดโกนหนวดและเริ่มไว้เครา เพื่อนและผู้ร่วมงานตอบสนองต่างกันๆ ส่วนมากชม วันหนึ่งผมมองดูเคราแล้วตัดสินใจว่า “นี่ไม่ใช่ผม” แล้วผมก็โกนเคราออก
เมย์เดย์!
สัญญาณแจ้งเหตุร้ายแบบสากลจะพูดซ้ำสามครั้งวา่ “เมยเ์ดย ์ เมย์เดย์ เมย์เดย์” เพื่อสื่อชัดเจนว่าเป็นเหตุฉุกเฉินถึงชีวิต คำนี้คิดขึ้นในปี1923 โดยเฟรเดริก แสตนลีย์ ม็อกฟอร์ด เจ้าหน้าที่วิทยุอาวุโสของสนามบินครอยดอนในลอนดอน ซึ่งปิดให้บริการแล้วจากที่เคยมีหลายเที่ยวบินไปกลับจากสนามบินเลอ บูร์คเจห์ในปารีส พิพิธภัณฑ์เนชันแนลมาริไทม์ให้ข้อมูลว่า ม็อกฟอร์ดนำคำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศสว่า m’aidez ที่แปลว่า “ช่วยด้วย”
บ้านเกิดเมืองนอน
ผู้อพยพหนุ่มชาวแอฟริกันชื่อสตีเว่นเป็นคนไร้สัญชาติ เขาคิดว่าตัวเองอาจจะเกิดที่โมซัมบิกหรือซิมบับเว แต่ไม่เคยรู้จักพ่อและสูญเสียแม่ไป เธอหนีสงครามกลางเมือง โดยเดินเท้าข้ามประเทศและนอนข้างถนน สตีเว่นไม่มีบัตรประชาชนและพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาเกิดที่ไหน เขาไปที่สถานีตำรวจอังกฤษและขอให้ตำรวจจับ สำหรับเขา คุกน่าจะดีกว่าการพยายามดำรงชีวิตข้างถนนโดยไม่มีสิทธิและสวัสดิการในฐานะพลเมือง
เกิดความผิดพลาด
"เกิดความผิดพลาดขึ้น” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนหนึ่งพูดขณะอธิบายกิจกรรมผิดกฎหมายที่บริษัทของเขามีส่วนเกี่ยวข้อง เขาดูเสียใจ แต่ทว่ายังคงโทษคนที่มีส่วนด้วยและไม่ยอมรับว่าตนเองผิด
การวาดภาพเหมือน
หอศิลป์แห่งชาติในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเป็นที่รวมภาพเหมือนล้ำค่าจากหลายศตวรรษ รวมไปถึงภาพของวินสตัน เชอร์ชิลจำนวน 166 ภาพ วิลเลียม เช็คสเปียร์ 94 ภาพและจอร์จ วอชิงตัน 20 ภาพ เมื่อเรามองดูภาพที่ดูเก่าแก่ เราอาจสงสัยว่าบุคคลเหล่านี้มีหน้าตาอย่างนี้จริงหรือ