บทเรียนจากภาพแท่งไม้
เพื่อน ซึ่งที่จริงแล้วคือผู้ให้คำปรึกษาของฉัน วาดภาพแท่งไม้ลงบนกระดาษ เธอเรียกภาพนี้ว่า ตัวเองในที่ “ส่วนตัว” แล้วก็ขีดเส้นล้อมรอบภาพ ห่างจากภาพราวครึ่งนิ้ว เธอเรียกภาพนั้นว่า ตัวเอง “ต่อหน้าคนอื่น” ระยะห่างระหว่างภาพตัวเองในที่ส่วนตัวกับต่อหน้าคนอื่นแสดงถึงระดับความซื่อสัตย์ของเรา
พระผู้ช่วยให้รอดรู้จักเรา
"พ่อครับ กี่โมงแล้ว” ลูกชายถามผมจากเบาะหลัง “5:30 น.ครับ” ผมรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ “ไม่ใช่ครับ ขณะนี้เวลา 5:28 น.” แล้วผมก็เหลือบไปดูใบหน้าและรอยยิ้มกว้างของเขาที่หลอกผมสำเร็จ ผมดีใจที่รู้ว่าลูกชอบอะไร ซึ่งเป็นสิ่งที่พ่อแม่เท่านั้นที่รู้
คำพูดทำร้ายจิตใจ
"กุ้งแห้ง กุ้งแห้ง” เด็กชายคนหนึ่งล้อเลียน “ไม้เสียบผี” อีกคนเสริม ฉันควรจะโต้กลับไปว่า “ไม้และหินทำให้กระดูกหักได้ แต่คำพูดไม่มีทางทำร้ายฉัน” ถึงจะเป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็กๆ แต่ฉันก็รู้ว่าคำคมอันโด่งดังนี้ไม่จริง คำพูดโหดร้ายที่ไม่ไตร่ตรองนั้น บางครั้งทำร้ายอย่างรุนแรง ทิ้งบาดแผลลึกและคงอยู่นานกว่ารอยแผลจากก้อนหินและกิ่งไม้
การสื่อสารที่ชัดเจน
ขณะเดินทางในเอเชีย ไอแพดของผมเสีย (มีข้อมูลที่ต้องอ่านและมีเอกสารมากมาย) มีอาการ “จอดำมรณะ” ผมตามหาคนช่วยจนเจอร้านคอมพิวเตอร์ แต่ปัญหาคือผมพูดจีนไม่ได้ และช่างก็พูดอังกฤษไม่ได้ เขาจึงใช้โปรแกรมที่เขาพิมพ์ภาษาจีนแต่ผมอ่านเป็นภาษาอังกฤษได้ เมื่อผมพิมพ์ตอบเป็นภาษาอังกฤษเขาก็อ่านเป็นภาษาจีน โปรแกรมทำให้เราสื่อสารกันได้แม้จะใช้คนละภาษา
แค่เด็กชายยิปซี
"ก็แค่เด็กชายยิปซี” มีคนกระซิบอย่างรังเกียจเมื่อร็อดนีย์ สมิทแสดงตัวต้อนรับพระคริสต์ขณะประชุมนมัสการในปี 1877 ไม่มีใครสนใจวัยรุ่นลูกพ่อแม่ยิปซีไร้การศึกษาคนนี้ แต่เขาไม่ฟังเสียงเหล่านั้น เขาแน่ใจว่าพระเจ้ามีพระประสงค์ในชีวิตเขา เขาจึงซื้อพระคัมภีร์และพจนานุกรมภาษาอังกฤษ แล้วฝึกอ่านเขียนเอง เขาพูดว่า “หนทางไปสู่พระเยซู ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ฮาร์วาร์ด เยล หรือการเป็นนักเขียนบทกวีแต่คือ...เนินเขาโบราณที่เรียกว่า กลโกธา” ร็อดนีย์ฟันฝ่าอุปสรรคจนเป็นนักประกาศที่พระเจ้าทรงใช้นำคนมากมายในอังกฤษและอเมริกามาถึงพระเยซู
เปโตรก็เป็นเพียงผู้ชายธรรมดา ไม่เคยได้รับการอบรมในโรงเรียนสอนศาสนาของยิว (กจ.4:13) เป็นชาวประมงจากกาลิลี เมื่อพระเยซูทรงเรียกท่านด้วยคำตรัสง่ายๆ “จงตามเรามาเถิด” (มธ.4:19) แต่เปโตรซึ่งมีภูมิหลังเช่นนี้และมักทำผิดพลาด ก็ยังได้ยืนยันว่าผู้ที่ติดตามพระเยซูคือ “ชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ” (1 ปต.2:9)
โดยพระเยซู ทุกคนไม่ว่าการศึกษา ภูมิหลัง เพศ หรือเชื้อชาติใด ก็เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวพระเจ้าและให้พระองค์ใช้ได้ การเป็น “ชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ” เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่เชื่อในพระเยซู
ทำลายผ้าคลุมหน้า
อุบัติเหตุทางรถยนต์ทำลายชีวิตของแมรี่ แอน ฟรังโก แม้จะรอดชีวิต แต่เธอบาดเจ็บและตาบอดสนิท “ฉันเห็นแต่ความมืดมิด” ฟรังโกบอก 21 ปีต่อมา เธอบาดเจ็บที่หลังจากการล้ม หลังฟื้นจากผ่าตัด (ซึ่งไม่เกี่ยวกับตา) เธอกลับมองเห็นได้อย่างอัศจรรย์ นานกว่า 20 ปีที่เธอได้เห็นหน้าลูกสาวเป็นครั้งแรก ศัลยแพทย์ระบบประสาทยืนยันว่าการกลับมามองเห็นของเธอไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ความมืดมิดที่เหมือนจุดจบได้หลีกทางให้กับความงามและแสงสว่าง
พระเจ้าของทุกคน
อดีตนักร้องนำวงนิวส์บอยส์ ปีเตอร์ เฟอร์เลอร์ เล่าถึงการแสดงเพลงนมัสการ “พระองค์ทรงครอบครอง” เป็นภาพอันสดใสของผู้เชื่อทุกเชื้อชาติที่นมัสการพระเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกัน เฟอร์เลอร์สังเกตว่าทุกครั้งที่วงของเขาร้องเพลงนี้ เขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในหมู่ผู้เชื่อ
แบ่งพิซซ่า
สตีฟ ทหารผ่านศึกไร้บ้านวัย 62 ปี ย้ายไปเขตอบอุ่นที่ซึ่งเขาสามารถนอนนอกบ้านได้ตลอดปี เย็นวันหนึ่งขณะแสดงภาพศิลปะที่เขาวาดเพื่อหารายได้ มีหญิงสาวมาหาเขาและยื่นพิซซ่าให้หลายชิ้น สตีฟรับด้วยความซาบซึ้ง ต่อมาเขาแบ่งปันสิ่งที่ได้รับให้กับคนไร้บ้านหิวโหยอีกคนหนึ่ง ทันใดนั้นหญิงสาวคนเดิมกลับมาอีกครั้งพร้อมอาหารอีกจานหนึ่งเพราะรู้ว่าเขามีน้ำใจแบ่งปันสิ่งที่เขาได้รับ
คำอธิษฐานของแอ๊บบี้
ตอนแอ๊บบี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ เธอและแม่ได้ยินข่าวของชายหนุ่มที่บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุทางเครื่องบิน ซึ่งคร่าชีวิตพ่อและแม่เลี้ยงของเขา แม้จะไม่รู้จักชายคนนั้น แต่แม่ของแอ๊บบี้กล่าวว่า “เราต้องอธิษฐานเผื่อตัวเขาและครอบครัว” และพวกเขาก็อธิษฐาน