Category  |  ODB

ทักษะอันน่าทึ่ง

หัวหน้าคณะนักร้องของมหาวิทยาลัยทำหน้าที่อำนวยเพลงพร้อมทั้งเล่นเปียโนประกอบได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจบการแสดงเขาดูเหนื่อยมาก ผมจึงถามว่าเขาสบายดีไหม เขาตอบว่า “ผมไม่เคยต้องทำอะไรอย่างนี้มาก่อน เปียโนเสียงเพี้ยนมากจนผมต้องเล่นถึงสองบันไดเสียงตลอดทั้งคอนเสิร์ต มือซ้ายเล่นบันไดเสียงหนึ่ง ส่วนมือขวาก็เล่นอีกบันไดเสียงหนึ่ง” ผมประทับใจทักษะอันน่าทึ่งของเขา และรู้สึกอัศจรรย์ใจในพระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ให้สามารถทำแบบนั้นได้

กษัตริย์ดาวิดประหลาดใจยิ่งกว่าโดยทรงบันทึกว่า “ข้าพระองค์โมทนาพระคุณพระองค์เพราะพระองค์ทรงกระทำให้ข้าพระองค์แปลกประหลาดอย่างน่ากลัว พระราชกิจของพระองค์อัศจรรย์ พระองค์ทรงทราบข้าพระองค์ดี” (สดด.139:14) ไม่ว่าจะเป็นความสามารถของมนุษย์หรือความน่าพิศวงของธรรมชาติ ความมหัศจรรย์เหล่านี้ชี้ให้เห็นความยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้สร้าง

วันหนึ่งเมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระเจ้า คนทุกชั่วอายุจะนมัสการพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับคำสรรเสริญ พระเกียรติและฤทธิ์เดช เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวงและสรรพสิ่งทั้งปวงนั้นก็ทรงสร้างขึ้นแล้วและดำรงอยู่ตามชอบพระทัยของพระองค์” (วว.4:11) ทักษะอันน่าทึ่งที่พระเจ้าประทานให้ และความงดงามที่พระเจ้าทรงสร้างเป็นเหตุผลเพียงพอให้เรานมัสการพระองค์

ชำระแล้ว

คุณเป็นอะไรมา” ซีลนักธุรกิจชาวไนจีเรียถามขณะเขาก้มตัวลงที่เตียงโรงพยาบาลในลากอส “ผมถูกยิง” ชายหนุ่มตอบ ที่ขามีผ้าพันแผล แม้ชายผู้บาดเจ็บหายดีจนกลับบ้านได้แล้ว แต่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลจนกว่าจะจ่ายค่ารักษา ซึ่งเป็นมาตรการของโรงพยาบาลรัฐหลายแห่ง หลังปรึกษากับนักสังคมสงคราะห์ ซีลจ่ายค่ารักษาทั้งหมดให้โดยไม่เปิดเผยตัว ผ่านกองทุนการกุศลที่เขาตั้งขึ้นก่อนหน้า เพื่อสำแดงความเชื่อคริสเตียนของเขา เขาหวังว่าคนเหล่านั้นที่ได้รับของขวัญที่ทำให้กลับบ้านได้จะรู้จักให้ผู้อื่นในวันข้างหน้าด้วยเช่นกัน

เรื่องราวของการให้จากคลังอันอุดมของพระเจ้ามีอยู่ในพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่ม เช่น เมื่อโมเสสสอนให้อิสราเอลอาศัยในดินแดนแห่งพระสัญญา โดยให้รู้จักถวายคืนให้กับพระเจ้าก่อน (ฉธบ.26:1-3) และห่วงใยคนที่ขาดแคลน คือคนต่างด้าว ลูกกำพร้าและหญิงม่าย (ข้อ 12) เพราะพวกเขาอาศัยใน “แผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์” (ข้อ 15) พวกเขาต้องแสดงความรักของพระเจ้าต่อคนที่ขัดสน

เราก็สามารถส่งต่อความรักของพระเจ้าด้วยการให้สิ่งของไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ได้เช่นกัน เราอาจไม่มีโอกาสได้ให้เหมือนที่ซีลทำ แต่เราสามารถขอให้พระเจ้าสำแดงว่าเราควรให้แบบใด และใครที่ต้องการความช่วยเหลือจากเรา

ดีกว่าชีวิต

แม้แมรี่จะรักพระเยซู แต่ชีวิตของเธอก็ลำบากมาก ลูกชายสองคนและหลานสองคนล้วนตกเป็นเหยื่อถูกยิงและเสียชีวิต แมรี่ทุกข์ทรมานเพราะเส้นเลือดอุดตันทำให้ร่างกายซีกหนึ่งเป็นอัมพาต แต่ทันทีที่เธอสามารถไปนมัสการที่โบสถ์ได้ เธอจะไปสรรเสริญพระเจ้า “จิตวิญญาณของฉันรักพระเยซู สรรเสริญพระนามของพระองค์” แม้จะกระท่อนกระแท่นและทำได้ยากก็ตาม

นานมาแล้วก่อนที่แมรี่จะสรรเสริญพระเจ้า ดาวิดได้เขียนสดุดี 63 ขึ้นตอนต้นของสดุดีระบุว่าดาวิดเขียน “เมื่อท่านอยู่ในถิ่นทุรกันดารยูดาห์” แม้จะเป็นสถานการณ์ที่ไม่น่ายินดี จนถึงขั้นสิ้นหวัง แต่ท่านก็ไม่สิ้นหวัง เพราะท่านหวังใจในพระเจ้า “ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ ข้าพระองค์แสวงพระองค์ จิตวิญญาณของข้าพระองค์กระหายหาพระองค์ ... ในดินแดนที่แห้งและอ่อนโหยที่ที่ไม่มีน้ำ” (ข้อ 1)

คุณอาจพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก ที่ไม่มีทิศทางชัดเจนหรือปัจจัยที่เพียงพอ ความยากลำบากอาจทำให้เราสับสน แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้เราหลงทางเมื่อเรายึดพระองค์ผู้ทรงรักเรา (ข้อ 3) ผู้ทำให้เราอิ่มใจ (ข้อ 5) ช่วยเรา (ข้อ 7) และชูเราไว้ด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ (ข้อ 8) เพราะความรักมั่นคงของพระเจ้าดีกว่าชีวิต เราจึงสามารถแสดงความชื่นบานด้วยริมฝีปากที่สรรเสริญยกย่องพระองค์ได้เช่นเดียวกับแมรี่และดาวิด (ข้อ 3-5)

เกมทุบตัวตุ่น

คุณอาจเข้าใจว่าเป็นอย่างไร เวลาที่ใบเรียกเก็บเงินทยอยตามมาหลังการรักษาพยาบาล ทั้งจากวิสัญญีแพทย์ ศัลยแพทย์ ห้องปฏิบัติการ ค่าอุปกรณ์ เจสันพบปัญหานี้หลังรับการผ่าตัดฉุกเฉิน เขาบ่นว่า “เราเป็นหนี้หลายพันดอลลาร์ทั้งที่มีประกัน ถ้าเราจ่ายหนี้ได้หมด ชีวิตผมก็คงจะดีและมีความสุขใจ ผมรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมทุบตัวตุ่น” คือเกมที่มีตัวตุ่นโผล่ขึ้นมาจากหลุมแล้วคนเล่นต้องไล่ทุบด้วยค้อนยาง

บางครั้งชีวิตเราก็เป็นแบบนั้น อัครทูตเปาโลเข้าใจดี ท่านกล่าวว่า “ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ” แต่ท่านก็ “รู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญกับทุกกรณี” (ฟป.4:12) เคล็ดลับของท่านคือ “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ข้อ 13) เมื่อฉันทุกข์ใจมาก ฉันได้อ่านข้อความนี้จากบัตรอวยพรว่า “ถ้าไม่ใช่ที่นี่ จะมีที่ไหนอีก” ซึ่งเตือนใจได้อย่างดีว่าถ้าฉันไม่มีความพึงใจที่นี่ในเวลานี้ จะเป็นไปได้อย่างไรที่ฉันจะมีความพึงใจได้ โดยเพียงแค่เปลี่ยนสถานการณ์

เราเรียนรู้ที่จะพักสงบในพระเยซูอย่างไร โดยการจดจ่อ การชื่นชมยินดี และมีใจขอบพระคุณสำหรับสิ่งดี การรู้จักพระบิดาผู้ทรงสัตย์ซื่อมากขึ้น การเติบโตในความวางใจและอดทน การตระหนักว่าชีวิตเพื่อพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อฉัน การขอให้พระองค์สอนให้เราพบความพึงใจในพระองค์

ทุกโอกาส

คุณเคยจับมังกรไหม ผมเคยจับเมื่อตอนที่ลูกชายชวนให้ดาวน์โหลดเกมในโทรศัพท์มือถือ เกมนี้สร้างแผนที่ซ้อนในโลกความจริง ทำให้คุณได้จับสัตว์ สีสันสดใสรอบตัวคุณ

เกมนี้ต่างจากเกมอื่นในโทรศัพท์มือถือตรงที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหว ทุกที่ที่คุณไปล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ในเกม ผลลัพธ์คือ ผมได้เดินมากกว่าเดิม ทุกครั้งที่ผมและลูกชายเล่นเกม เราพยายามอย่างมากที่จะจับสัตว์ที่อยู่รอบตัวเราให้ได้มากที่สุด

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะจดจ่อหรือกระทั่งหมกมุ่นอยู่กับเกมที่สร้างมาเพื่อดึงดูดผู้คนเล่น แต่เมื่อผมเล่นเกม ผมได้คิดถึงคำถามว่า ผมตั้งใจมากเท่านี้หรือไม่ที่จะเพิ่มโอกาสฝ่ายจิตวิญญาณรอบตัวผม

เปาโลรู้ว่าเราจำเป็นต้องตื่นตัวต่องานของพระเจ้ารอบตัวเรา ในโคโลสี 4 ท่านขอให้อธิษฐานเผื่อโอกาสในการประกาศข่าวประเสริฐ (ข้อ 3) และท้าทายว่า “จงปฏิบัติกับคนภายนอกด้วยใช้สติปัญญา โดยฉวยโอกาส” (ข้อ 5) เปาโลไม่อยากให้ชาวโคโลสีพลาดโอกาสที่จะเป็นพยานถึงพระคริสต์ แต่การจะทำอย่างนั้น ต้องอาศัยการมองเห็นความต้องการและตัวตนของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง แล้วเข้าหาโดย “ประกอบด้วยเมตตาคุณ” (ข้อ 6)

ในโลกเรามีสิ่งอื่นที่พยายามแย่งเวลาและความสนใจจากเรามากกว่าเกมมังกรในจินตนาการ แต่พระเจ้าเชื้อเชิญให้เราเดินทางผจญภัยในโลกความจริง เสาะหาโอกาสที่จะเป็นพยานถึงพระองค์ทุกวัน

ทรงเข้าใจทุกอย่าง

ฟินน์ เจ้าปลากัดไทยอยู่บ้านเรามาสองปี ลูกสาวของฉันมักก้มลงพูดกับมันหลังหย่อนอาหารลงในอ่าง เมื่อไหร่ที่โรงเรียนอนุบาลมีหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เธอภูมิใจที่จะพูดว่าปลาตัวนั้นเป็นของเธอ สุดท้ายฟินน์ตายจากไป ลูกสาวฉันเสียใจมาก

แม่แนะนำให้ฉันฟังความรู้สึกของลูกอย่างใกล้ชิดและบอกเธอว่า “พระเจ้าทรงรู้ทุกอย่าง” ฉันเห็นด้วยว่าพระเจ้าทรงรู้ทุกอย่าง แต่สงสัยว่าคำพูดนั้นจะช่วยปลอบโยนอย่างไร จากนั้นฉันได้เข้าใจว่าพระเจ้าไม่เพียงรู้เหตุการณ์ที่เป็นไปในชีวิตเรา แต่ยังทรงเข้าใจถึงส่วนลึกในจิตใจ และรู้ว่าเหตุการณ์นั้นส่งผลต่อเราอย่างไร ทรงเข้าใจว่า “เรื่องเล็กน้อย” อาจรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ ขึ้นอยู่กับอายุ บาดแผลในอดีตและความขาดแคลนของเรา

พระเยซูทรงเห็นมูลค่าที่แท้จริงของเงินถวายและหัวใจของหญิงม่ายเมื่อเธอใส่เหรียญสองอันลงในตู้เก็บเงินถวาย พระองค์อธิบายว่าเงินก็มีคุณค่าต่อหญิงม่ายมากเพียงใดโดยตรัสว่า “หญิงม่ายจนคนนี้ได้ใส่ไว้ในตู้เก็บเงินถวายมากกว่าคนทั้งปวงที่ใส่ไว้นั้น... เธอเอาเงินที่มีอยู่สำหรับตนมาใส่จนหมด” (มก.12:43-44)

หญิงม่ายเก็บสถานการณ์ของตนไว้เงียบๆ แต่พระเยซูทรงทราบว่าการถวายของเธอเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่เธอกำลังเสียสละ พระองค์ทรงมองดูชีวิตเราอย่างนั้นเช่นกัน ขอให้เราได้รับการปลอบประโลมใจ ในความรอบรู้อันไร้ขีดจำกัดของพระองค์

แตกสลายเพื่อแบ่งปัน

เราพบกันทุกวันพฤหัสบดีหลังจากเขาสูญเสียภรรยาในอุบัติเหตุทางรถยนต์ บางครั้งเขามาพร้อมคำถามที่ไม่มีคำตอบ บางครั้งเขามาพร้อมความทรงจำที่อยากให้เกิดขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป เขายอมรับว่าแม้อุบัติเหตุจะเป็นผลของโลกที่เสื่อมทรามลง แต่พระเจ้ากระทำกิจในเหตุการณ์นั้นได้ ไม่กี่ปีต่อมา เขาสอนชั้นเรียนที่คริสตจักรของเรา เกี่ยวกับความโศกเศร้าและวิธีการคร่ำครวญที่เหมาะสม ไม่นานนัก เขากลับกลายเป็นผู้ให้คำแนะนำกับคนที่พบการสูญเสียควรได้พบ บางครั้งเมื่อเรารู้สึกว่าไม่มีอะไรมากพอให้พระเจ้า พระองค์ทรงใช้ความ “ไม่เพียงพอ” นั้นและทำให้กลายเป็น “มากเกินพอ”

พระเยซูบอกให้สาวกเลี้ยงอาหารประชาชน พวกเขาท้วงว่าไม่มีอาหารจะให้ พระเยซูทรงทวีคูณอาหารเล็กน้อยของพวกเขาและหันไปมอบขนมปังให้พวกเขาราวกับจะบอกว่า “เราหมายความอย่างนั้นจริงๆ จงเลี้ยงพวกเขา” (ลก.9:13-16) พระคริสต์จะทำการอัศจรรย์ แต่มักทรงเลือกให้เรามีส่วนร่วมด้วย

พระเยซูตรัสกับเรา “วางสิ่งที่เจ้าเป็นและสิ่งที่เจ้ามีไว้ในมือของเรา ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่แตกสลาย เรื่องราวของเจ้า ความอ่อนแอและความผิดพลาด ความเจ็บปวดและทรมานของเจ้า จงวางไว้ในมือเรา และเจ้าจะอัศจรรย์ใจที่เราทำอะไรได้บ้างกับสิ่งเหล่านั้น” พระเยซูทรงทราบว่าพระองค์ทรงทำให้ความว่างเปล่าของเรากลายเป็นความเต็มเปี่ยมได้ และทรงทำให้ความอ่อนแอของเราเปิดเผยความแข็งแกร่งของพระองค์

เฝ้าดูโดยพระเจ้า

หลานชายตัวน้อยของเราโบกมือลาแล้วหันมาถาม “ทำไมย่าต้องยืนที่ระเบียงมองดูเราจากไปล่ะครับ” ฉันยิ้มให้เขากับคำถามที่ “น่ารัก” เพราะเขายังเด็กมาก ฉันพยายามหาคำตอบที่ดีตอบความสงสัยของหลาน “เป็นมารยาทจ้ะ” “ถ้าหลานเป็นแขก แล้วย่ามองดูตอนหลานไปแสดงว่าย่าเป็นห่วง” เขาครุ่นคิดแต่ยังไม่เข้าใจ ฉันจึงบอกความจริงเรียบง่ายว่า “ย่าคอยดูเพราะรักหลาน เมื่อเห็นรถหลานขับออกไปย่ารู้ว่าหลานกำลังกลับบ้านอย่างปลอดภัย” เขายิ้มและกอดฉันอย่างอ่อนโยน ในที่สุดเขาก็เข้าใจ

ความเข้าใจแบบเด็กๆของหลานทำให้ฉันนึกถึงสิ่งที่เราควรจดจำ คือที่พระบิดาในสวรรค์ทรงเฝ้าดูเราผู้เป็นบุตรที่รักของพระองค์เสมอ ดังสดุดี 121 ที่ว่า “พระเจ้าทรงเป็นผู้อารักขาท่าน พระเจ้าทรงเป็นที่กำบังที่ข้างขวามือของท่าน” (ข้อ 5)

สิ่งที่ให้ความมั่นใจกับคนอิสราเอลขณะพวกเขาเดินไปตามหนทางอันตรายเพื่อนมัสการพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็มคือ “ดวงอาทิตย์จะไม่โจมตีท่านในเวลากลางวัน หรือดวงจันทร์ในเวลากลางคืน พระเจ้าจะทรงอารักขาท่านให้พ้นภยันตรายทั้งสิ้น พระองค์จะทรงอารักขาชีวิตของท่าน” (ข้อ 6-7) เช่นเดียวกันเมื่อเราเดินไปตามทางชีวิต บางครั้งเจอการคุกคามหรืออันตรายฝ่ายจิตวิญญาณ “พระเจ้าจะทรงอารักขาการเข้าออกของท่าน” เพราะเหตุใด ก็เพราะความรักของพระองค์ และเมื่อไร “ตั้งแต่กาลบัดนี้สืบไปเป็นนิตย์”(ข้อ 8)

การนมัสการอันบริสุทธิ์

โฮเซ่เป็นศิษยาภิบาลคริสตจักรที่มีชื่อเสียงในเรื่องจัดรายการและละครเวที ทุกอย่างไปได้ด้วยดีแต่เขากังวลว่าสิ่งที่คริสตจักรสาละวนอยู่จะกลายเป็นเรื่องของธุรกิจ คริสตจักรกำลังเติบโตตามที่ควรจะเป็นหรือเพราะกิจกรรมกันแน่ เขาอยากหาคำตอบจึงยกเลิกรายการพิเศษของคริสตจักรเป็นเวลาหนึ่งปี การประชุมนมัสการจะจดจ่อในการเป็นวิหารอันมีชีวิตที่ผู้มานมัสการพระเจ้า

การตัดสินใจของโฮเซ่อาจดูเกินกว่าเหตุแต่ลองพิจารณาสิ่งที่พระเยซูทำเมื่อพระองค์เข้าไปในบริเวณพระวิหาร สถานศักดิ์สิทธิ์ที่ควรเต็มไปด้วยคำอธิษฐานเรียบง่ายกลายเป็นธุรกิจการนมัสการ “ซื้อนกพิราบได้ทางนี้ ขาวเหมือนดอกลิลลี่อย่างที่พระเจ้าต้องการ” พระเยซูคว่ำโต๊ะพ่อค้าและห้ามคนซื้อสินค้าเหล่านั้น พระองค์พิโรธในสิ่งที่พวกเขาทำจึงตรัสถึงอิสยาห์ 56 และเยเรมีย์ 7 ว่า “นิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็นนิเวศอธิษฐานสำหรับประชาชาติทั้งหลาย แต่เจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เป็นถ้ำของพวกโจร” (มก.11:17) ลานสำหรับคนต่างชาติ ซึ่งเป็นสถานนมัสการพระเจ้าสำหรับคนเชื้อชาติอื่น ถูกเปลี่ยนให้เป็นตลาดนัดเพื่อหาเงิน

การทำธุรกิจหรือการสาละวนกับบางสิ่งไม่ผิด แต่ไม่ใช่จุดประสงค์ของคริสตจักร เราเป็นวิหารอันมีชีวิตของพระเจ้าและหน้าที่หลักของเราคือการนมัสการพระเยซู เราอาจไม่ต้องคว่ำโต๊ะเหมือนที่พระเยซูทำ แต่พระองค์อาจเรียกให้เราทำสิ่งที่แข็งกร้าวพอกัน

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา