ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Patricia Raybon

กำลังที่จะปล่อยวาง

พอล แอนเดอร์สัน นักยกน้ำหนักชาวอเมริกันที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่รู้จักในฐานะชายที่แข็งแรงที่สุดในโลก เขาสร้างสถิติโลกในกีฬาโอลิมปิกปี 1956 ที่เมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย แม้มีอาการติดเชื้อที่หูชั้นในอย่างรุนแรงและมีไข้ 39.4 องศา คะแนนของเขาตามหลังอยู่ โอกาสเดียวที่เขาจะได้เหรียญทองคือสร้างสถิติโอลิมปิกใหม่ในการแข่งขันครั้งสุดท้ายของเขา ความพยายาม ในการยกสองครั้งแรกของเขาล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

ดังนั้นนักกีฬาที่กำยำผู้นี้จึงทำในสิ่งที่แม้แต่คนอ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเราก็ทำได้ เขาทูลขอกำลังพิเศษจากพระเจ้าและปล่อยวางกำลังของตนเอง ดังที่เขาพูดในภายหลังว่า “มันไม่ใช่การต่อรอง ผมต้องการความช่วยเหลือจริงๆ” ด้วยการยกครั้งสุดท้าย เขายกน้ำหนัก 187.5 กก. ขึ้นเหนือศีรษะ

เปาโลอัครทูตของพระคริสต์เขียนไว้ว่า “ข้าพเจ้าอ่อนแอเมื่อใด ข้าพเจ้าก็จะแข็งแรงมากเมื่อนั้น” (2คร.12:10) เปาโลกำลังพูดถึงกำลังฝ่ายวิญญาณ แต่ท่านรู้ว่า “ความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของ[พระเจ้า]ก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น” (ข้อ 9)

ดังที่ผู้พยากรณ์อิสยาห์ประกาศว่า “พระองค์ประทานกำลังแก่คนอ่อนเปลี้ย และแก่ผู้ที่ไม่มีกำลัง พระองค์ทรงเพิ่มแรง” (อสย.40:29)

แล้วอะไรคือเส้นทางสู่กำลังดังกล่าว นั่นคือการเข้าสนิทอยู่ในพระเยซู พระองค์ตรัสว่า “ถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย” (ยน.15:5) พอล นักยกน้ำหนักมักจะพูดว่า “ถ้าชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไม่สามารถผ่านพ้นหนึ่งวันไปได้โดยปราศจากกำลังของพระเยซูคริสต์ แล้วคุณจะเหลือทางเลือกอะไร” เราจะรู้ได้ก็โดยการปล่อยวางการพึ่งพาในกำลังที่เป็นภาพลวงของเราลง และทูลขอความช่วยเหลือที่เข้มแข็งและเหนือกว่าจากพระเจ้า

ความดีของพระเจ้าจะติดตามไป

งานแรกที่ฉันทำตอนเรียนมัธยมปลายเป็นงานในร้านขายเสื้อผ้าสตรี ที่จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิงแต่งตัวเป็นลูกค้าเดินตามผู้หญิงที่เขาคิดว่าอาจจะเข้ามาขโมยสินค้า คนบางคนมีหน้าตาท่าทางน่าสงสัยตามความคิดของเจ้าของร้าน คนที่ดูไม่อันตรายจะไม่ถูกตาม ฉันเองก็เคยถูกสงสัยและถูกตาม เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจเพราะฉันยังจำวิธีการได้

ในทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ดาวิดประกาศว่าท่านถูกติดตามโดยการอวยพรจากเบื้องบน นั่นคือ ความดี และความรักมั่นคงของพระเจ้า สองสิ่งนี้อยู่ใกล้และติดตามท่านไปเสมอ ไม่ใช่เพราะความสงสัยแต่เป็นเพราะความรักแท้ “ทูตแฝดผู้พิทักษ์” ตามคำเรียกของผู้ประกาศชาร์ลส์ สเปอร์เจี้ยนนั้น จะติดตามผู้เชื่ออย่างใกล้ชิดตลอดเวลาทั้งในวันที่หม่นหมองและสดชื่น “ในฤดูหนาวอันหดหู่ และฤดูร้อนอันแจ่มใส ความดีของพระเจ้าจะจัดเตรียมให้เราตามความจำเป็น และพระเมตตาจะลบล้างบาปของเรา”

ในฐานะที่เคยเป็นคนเลี้ยงแกะ ดาวิดเข้าใจถึงการจับคู่ของความดีและพระเมตตาที่มาจากพระเจ้า สิ่งอื่นๆอาจติดตามผู้เชื่อ เช่น ความกลัว ความกังวล การทดลอง ความสงสัย แต่ “แน่ทีเดียว” ดาวิดประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจว่า ความดีและความรักเมตตาของพระเจ้าจะติดตามเราไปเสมอ

ดาวิดร้องด้วยความชื่นชมยินดีว่า “แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไป ตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์​” (สดด.23:6) ช่างเป็นของขวัญอันยอดเยี่ยมที่จะติดตามเรากลับไปบ้าน!

ขนมแห่งความถ่อมใจ

ขนมมันฝรั่งทอดกรอบถุงเล็ก แต่สอนบทเรียนสำคัญให้แก่มิชชันนารีชาวอเมริกันคนหนึ่ง ขณะทำงานอยู่ในสาธารณรัฐโดมินิกัน เย็นวันหนึ่งเธอมาถึงการประชุมที่คริสตจักรและแกะถุงมันฝรั่งทอดออกขณะที่หญิงคนหนึ่งที่แทบจะไม่รู้จักกันเอื้อมมือมาหยิบไปสองสามชิ้น คนอื่นๆก็ทำเหมือนกัน

ไม่มีมารยาท มิชชันนารีคนดังกล่าวคิด แล้วเธอก็ตระหนักถึงบทเรียนแห่งความถ่อมใจ เธอยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคนที่เธอมาเพื่อจะรับใช้ แทนที่จะให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกเหมือนในสหรัฐอเมริกา เธอได้เรียนรู้ว่าชีวิตในสาธารณรัฐโดมินิกันคือการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน ผู้คนมีความสัมพันธ์กันผ่านการแบ่งปันอาหารและสิ่งของ วิถีของเธอไม่ได้ดีกว่าของพวกเขา แต่แค่แตกต่าง เธอสารภาพว่า “ฉันรู้สึกถ่อมใจลงมากเมื่อได้รู้จักตัวเองในมุมนี้” ขณะเริ่มรับรู้ถึงอคติของตนเอง เธอก็ได้เรียนรู้เช่นกันว่า การแบ่งปันอย่างถ่อมใจกับผู้อื่นช่วยให้เธอรับใช้พวกเขาได้ดียิ่งขึ้น

เปโตรสอนบทเรียนนี้แก่ผู้นำคริสตจักร คือ จงปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความถ่อมใจ ท่านแนะนำบรรดาผู้ใหญ่ไม่ให้ “เป็นเจ้านายที่ข่มขี่ผู้ที่อยู่ใต้อำนาจ” (1 ปต.5:3) ส่วนผู้ที่อ่อนอาวุโส “ก็จงเชื่อฟังคำของพวกผู้ใหญ่ อันที่จริงให้ท่านทุกคนมีความถ่อมใจ​” (ข้อ 5) ท่านประกาศว่า “พระเจ้าทรงเป็นปฏิปักษ์กับคนเหล่านั้นที่ถือตัวจองหอง แต่พระองค์ทรงสำแดงพระคุณแก่คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน” ดังนั้น “จงถ่อมใจลงภายใต้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระเจ้า เพื่อว่าพระองค์จะได้ทรงยกท่านขึ้นเมื่อถึงเวลาอันควร” (ข้อ 6) ขอพระเจ้าโปรดช่วยเราทั้งหลายในวันนี้ให้มีชีวิตที่ถ่อมลงต่อพระองค์และผู้อื่น

มอบงานของฉันให้พระเจ้า

ฉันรู้สึกว่านิตยสารที่ฉันกำลังเขียนบทความให้นั้น “สำคัญ” ฉันจึงพยายามที่จะเขียนบทความที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อนำเสนอแก่บรรณาธิการระดับสูง ด้วยความกดดันที่จะทำให้ได้ถึงมาตรฐานของเธอ ฉันจึงคิดและเขียนใหม่อยู่หลายรอบ แต่ปัญหาของฉันคืออะไร เพราะหัวข้อนั้นเป็นเรื่องท้าทายสำหรับฉัน หรือความกังวลของฉัน ที่จริงแล้วเป็นความรู้สึกส่วนตัวว่าบรรณาธิการจะยอมรับในตัวฉันไม่ใช่แค่ข้อเขียนของฉันหรือเปล่า

เปาโลมีคำสอนที่เชื่อถือได้สำหรับความกังวลในเรื่องหน้าที่การงานของเรา ในจดหมายถึงคริสตจักรที่เมืองโคโลสี เปาโลกระตุ้นให้ผู้เชื่อทำงานไม่ใช่เพียงเพื่อการยอมรับของคน แต่เป็นการยอมรับของพระเจ้า อัครทูตท่านนี้กล่าวว่า “ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใดก็จงทำด้วยความเต็มใจเหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์ ท่านรู้ว่าท่านจะได้รับมรดกจากองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นบำเหน็จ ท่านปรนนิบัติพระคริสตเจ้าอยู่​” (คส.3:23-24)

เมื่อใคร่ครวญถึงสติปัญญาของเปาโล เราก็จะหยุดดิ้นรนเพื่อจะดูดีในสายตาของหัวหน้าที่เป็นมนุษย์ได้ แน่นอนว่าเราให้เกียรติพวกเขาในฐานะมนุษย์และพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดให้พวกเขา แต่ถ้าเราทำงาน “เหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า” โดยขอให้พระองค์ทรงนำและเจิมงานที่เราทำเพื่อพระองค์แล้วล่ะก็ พระองค์จะทำให้ความพยายามของเราปรากฏชัด แล้วรางวัลของเราคืออะไร ก็คือความกดดันในการงานจะคลี่คลาย และงานที่ได้รับมอบหมายจะสำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น วันหนึ่งเราจะได้ยินพระองค์ตรัสว่า “ดีมาก”

ปลูกไว้ในพระเจ้า

“สายลมกรรโชกพัดดอกไลแลค” เป็นประโยคเริ่มต้นบทกวีแห่งฤดูใบไม้ผลิหัวข้อ “พฤษภาคม” กวีซาร่า ทีสเดล บรรยายถึงภาพพุ่มไลแลคที่โบกสะบัดอยู่ท่ามกลางกระแสลมแรง แต่ทีสเดลกำลังคร่ำครวญถึงการสูญเสียความรัก และบทกวีของเธอก็เริ่มเปลี่ยนเป็นทุกข์ระทม

ไลแลคในสวนหลังบ้านเราก็เคยเจอปัญหาเช่นกัน หลังผ่านฤดูแห่งความชุ่มฉ่ำและงดงามที่สุดแล้ว พวกมันถูกช่างตัดหญ้าคนขยัน “เล็ม” ทุกพุ่มและฟันจนเหลือแต่ตอ ฉันร้องไห้ เมื่อผ่านไปสามปี หลังจากกิ่งก้านแห้งๆ โรคราแป้ง และแผนการที่จะขุดมันทิ้งเพราะขาดความเชื่อ ไลแลคจอมอึดของเราก็ฟื้นตัวขึ้น พวกมันแค่ต้องการเวลา และฉันก็แค่ต้องรอคอยในสิ่งที่ฉันมองไม่เห็น

พระคัมภีร์พูดถึงผู้คนมากมายที่รอคอยด้วยความเชื่อแม้จะทุกข์ยากลำบาก โนอาห์รอฝนที่ตกล่าช้า คาเลบรอคอยสี่สิบปีจนได้อยู่ในดินแดนแห่งพระสัญญา เรเบคาห์รอยี่สิบปีจึงได้ให้กำเนิดลูก ยาโคบรอเจ็ดปีที่จะได้แต่งงานกับราเชล สิเมโอนรอแล้วรอเล่าที่จะได้เห็นพระกุมารเยซู ความอดทนของพวกเขาได้รับรางวัลตอบแทน

ในทางกลับกันผู้ที่หวังพึ่งในมนุษย์ “เป็นเหมือนพุ่มไม้ที่อยู่ในทะเลทราย” (ยรม.17:6) ทีสเดลปิดท้ายบทกวีของเธออย่างหดหู่ เธอสรุปว่า “ฉันมุ่งสู่เหมันต์วิถี” แต่ “คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้า” เยเรมีย์กล่าวอย่างชื่นชมยินดี “เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ” (ข้อ 7-8)

ผู้ที่ไว้วางใจจะยังคงเติบโตอยู่ในพระเจ้าผู้ทรงเดินไปกับเราทั้งในยามสุขและทุกข์ของชีวิต

เพิ่มอุณหภูมิ

อุณหภูมิของรัฐโคโรลาโดที่เราอยู่สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บางครั้งก็ภายในไม่กี่นาที แดนสามีของฉันจึงอยากรู้ความแตกต่างของอุณหภูมิในบ้านและรอบๆบ้านเรา เขาชื่นชอบพวกอุปกรณ์ทันสมัย จึงตื่นเต้นเมื่อเปิดกล่อง “ของเล่น” ชิ้นล่าสุด ซึ่งเป็นเทอร์โมมิเตอร์ที่แสดงค่าอุณหภูมิจาก “พื้นที่” สี่จุดรอบบ้าน ถึงจะล้อว่ามันเป็นอุปกรณ์ “ไร้สาระ” แต่ฉันแปลกใจที่พบว่าตัวเองมักจะไปดูอุณหภูมิบ่อยๆ ความแตกต่างของภายในและภายนอกทำให้ฉันสนใจ

พระเยซูทรงใช้อุณหภูมิเพื่ออธิบายถึงคริสตจักรที่ “อุ่นๆ” ในเมืองเลาดีเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดจากทั้งเจ็ดเมืองที่กล่าวถึงในพระธรรมวิวรณ์ เมืองนี้มีทั้งธนาคาร แหล่งเสื้อผ้า และศูนย์กลางการแพทย์ แต่มีข้อเสียเรื่องแหล่งน้ำ จึงจำเป็นต้องมีท่อส่งน้ำมาจากน้ำพุร้อน แต่เมื่อน้ำมาถึงเมืองเลาดีเซีย มันก็ไม่ร้อนและไม่เย็น

คริสตจักรที่นั่นก็อุ่นๆเช่นกัน พระเยซูตรัสว่า “เรารู้จักแนวการกระทำของเจ้า เจ้าไม่เย็นไม่ร้อน เราใคร่ให้เจ้าเย็นหรือร้อน เพราะเหตุที่เจ้าเป็นแต่อุ่นๆ ไม่เย็นและไม่ร้อน เราจะคายเจ้าออกจากปากของเรา” (วว.3:15-16) พระคริสต์ทรงอธิบายว่า “เรารักผู้ใดเราก็ตักเตือนและตีสอนผู้นั้น เหตุฉะนั้นจงมีความกระตือรือร้น และกลับใจเสียใหม่” (ข้อ 19)

คำวิงวอนขององค์พระผู้ช่วยให้รอดยังคงเร่งด่วนสำหรับเราเช่นกัน จิตวิญญาณของคุณไม่เย็นและไม่ร้อนหรือไม่ จงยอมรับการแก้ไขจากพระองค์และทูลขอให้ทรงช่วยคุณที่จะดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อที่ลุกโชนและกระตือรือร้น

ผู้รับใช้ยามค่ำคืน

เวลาตีสามในโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยอาการหนัก คนไข้ที่วิตกกังวลคนหนึ่งกดปุ่มเรียกเป็นครั้งที่สี่ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง พยาบาลเวรดึกตอบสนองโดยไม่บ่น ไม่นานคนไข้อีกคนกรีดร้องให้เธอไปดูแล พยาบาลไม่แปลกใจ เธอขอทำเวรดึกมาตั้งแต่ห้าปีที่แล้วเพื่อหลีกเลี่ยงความโกลาหลระหว่างวันในโรงพยาบาล จากนั้นเธอได้พบความจริง การทำงานกะดึกหมายถึงเธอต้องรับหน้าที่มากขึ้น เช่นการยกหรือพลิกตัวผู้ป่วยด้วยตัวเอง และยังหมายถึงการต้องคอยดูอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดเพื่อแจ้งแพทย์ได้ทันในกรณีฉุกเฉิน

แม้จะดีที่สนิทกับเพื่อนร่วมงานเวรดึก แต่พยาบาลคนนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องการนอนไม่พอ เธอมักจะขอให้คริสตจักรอธิษฐานเผื่อเพราะเห็นว่างานของเธอสำคัญมาก “สรรเสริญพระเจ้า คำอธิษฐานของพวกเขาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”

คำสรรเสริญของเธอนั้นดีและเหมาะสมกับคนทำงานกลางคืน และกับเราทุกคนด้วย ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “มา​เถิด มา​ถวาย​สาธุการ​แด่​พระ​เจ้า บรรดา​ท่าน​ผู้รับ​ใช้​ทั้งสิ้น​ของ​พระ​เจ้า ผู้​ยืน​อยู่​ใน​พระ​นิเวศ​ของ​พระ​เจ้า​ใน​กลางคืน จง​ยก​มือ​ของ​ท่าน​ขึ้น​ตรง​ต่อ​สถาน​นมัสการและ​ถวาย​สาธุการ​แด่​พระ​เจ้า” (สดด.134:1-2)

สดุดีบทนี้เขียนขึ้นเพื่อคนเลวีที่รับใช้เป็นคนอยู่ยามกลางคืนในพระวิหาร เพื่อระลึกถึงงานอันสำคัญของพวกเขา คือการปกป้องพระวิหารทั้งกลางวันและกลางคืน ในโลกที่ดำเนินไม่หยุดของเรา ฉันรู้สึกว่าเป็นการดีที่จะแบ่งปันสดุดีบทนี้โดยเฉพาะกับคนทำงานกลางคืน กระนั้นเราทุกคนก็สรรเสริญพระเจ้าในยามค่ำคืนได้ ตามที่ผู้เขียนสดุดีเสริมว่า “ขอ​พระ​เจ้า​ทรง​อำนวย​พระ​พร​ท่าน​จาก​ศิ​โยน คือ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สร้าง​ฟ้า​สวรรค์​และ​แผ่นดิน​โลก​” (ข้อ 3)

ทำให้เป็นเรื่องง่าย

อีเมลนั้นสั้นแต่เร่งด่วน “ต้องการความรอด ผมอยากรู้จักพระเยซู” ช่างเป็นคำขอที่น่าประหลาดใจ คนๆนี้ไม่ต้องการให้โน้มน้าว... ไม่เหมือนกับเพื่อนและครอบครัวที่ยังลังเลไม่เชื่อพระเยซู หน้าที่ของฉันคือหยุดสงสัยตัวเองในเรื่องการประกาศและเพียงแค่แบ่งปันหลักข้อเชื่อที่เป็นหัวใจสำคัญ พระวจนะ และแหล่งข้อมูลที่จะตอบสนองคำร้องขอของชายคนนี้ได้ ด้วยความเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงนำทางเขาต่อจากนั้น

ฟีลิปได้สาธิตการประกาศอย่างเรียบง่ายในตอนที่ท่านพบนายคลังชาวเอธิโอเปียที่กำลังอ่านออกเสียงจากหนังสืออิสยาห์บนถนนในถิ่นทุรกันดาร ฟีลิปจึงถามว่า “ซึ่งท่านอ่านนั้น ท่านเข้าใจหรือ” (กจ.8:30) ชายนั้นตอบว่า “ถ้าไม่มีใครอธิบายให้ ที่ไหนจะเข้าใจได้” (ข้อ 31) เมื่อถูกเชื้อเชิญให้อธิบาย “ฟีลิปจึงเริ่มเล่าจับต้นกล่าวตามพระคัมภีร์ข้อนั้น ชี้แจงถึงข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซู” (ข้อ 35)

การเริ่มต้นในจุดที่คนๆนั้นอยู่และประกาศอย่างเรียบง่ายในแบบที่ฟีลิปทำนั้น เป็นวิธีเล่าเรื่องพระคริสต์ที่เกิดผลได้ ขณะทั้งสองเดินทางไปด้วยกัน ชายนั้นพูดว่า “นี่แน่ะ มีน้ำ” แล้วขอรับบัพติศมา (ข้อ 36) ฟีลิปทำตามที่ถูกขอ แล้วชายนั้นได้ “เดินทางต่อไปด้วยความพอใจ” (ข้อ 39) ฉันยินดีมากเมื่อชายที่เขียนอีเมลตอบกลับมาว่าเขาได้กลับใจ สารภาพบาปต่อพระคริสต์ ไปโบสถ์ และเชื่อว่าตนได้บังเกิดใหม่แล้ว ช่างเป็นการเริ่มต้นที่สวยงามจริงๆ! ขอพระเจ้าทรงนำเขาให้จำเริญมากยิ่งขึ้น!

การใช้ของประทาน

ในปี 2013 เดวิด ซูเชต์ นักแสดงชาวอังกฤษกำลังถ่ายทำละครโทรทัศน์ตอนสุดท้ายในบทของเฮอร์คูล ปัวโรต์ นักสืบชาวเบลเยียมผู้เป็นที่รักของอกาธา คริสตี้ และได้เล่นละครเวทีใน “บทบาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต[ของเขา]” ระหว่างงานในสองโครงการนี้ เขายังได้บันทึกเสียงการอ่านพระคัมภีร์ทั้งเล่ม ตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงวิวรณ์ รวมทั้งหมด 752,702 คำ ซึ่งใช้เวลากว่าสองร้อยชั่วโมง

ซูเชต์มาเป็นผู้เชื่อในพระเยซูหลังได้อ่านพระธรรมโรมจากพระคัมภีร์ที่เขาพบในห้องพักโรงแรม เขาเรียกโครงการนี้ว่า ความสำเร็จของ “ความทะเยอทะยานที่ยาวนาน 27 ปี ผมมีแรงผลักดันและได้ทำการศึกษาค้นคว้าพระคัมภีร์ทุกตอนจนรอแทบไม่ไหวที่จะเดินหน้าต่อ” จากนั้นเขาก็บริจาคเงินค่าจ้างของตัวเอง

งานบันทึกเสียงของเขายังคงเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจในการถวายเกียรติแด่พระเจ้า โดยการเป็นผู้อารักขาและแบ่งปันของประทานนั้น เปโตรเรียกร้องในจดหมายให้ผู้เชื่อในศตวรรษแรกเป็นผู้อารักขาที่ดี แม้จะถูกข่มเหงเพราะนมัสการพระเยซูไม่ใช่ซีซาร์ แต่พวกเขากลับได้รับการท้าทายให้มุ่งความสนใจไปที่การมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้าด้วยการพัฒนาของประทานฝ่ายวิญญาณ “ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะพูด ก็ให้กล่าวเหมือนหนึ่งกล่าวพระภาษิตของพระเจ้า” (1 ปต.4:11) เราสามารถพัฒนาของประทานอื่นๆได้เช่นเดียวกัน “เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้เกียรติในการทั้งปวง โดยทางพระเยซูคริสต์”

ซูเชต์ถวายตะลันต์ความสามารถของเขาแด่พระเจ้า เราก็ทำได้เช่นกัน สิ่งใดก็ตามที่พระเจ้าประทานให้กับคุณ จงใช้มันเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา