ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Arthur Jackson

มีส่วนร่วมกัน

ในช่วง 2 เดือนแรกปี 1994 ชาวทุตซี่ในรวันดาถูกสังหารมากถึงหนึ่งล้านคนโดยสมาชิกของเผ่าฮูตูซึ่งมักสังหารเพื่อนร่วมชาติ ในพิธีไว้อาลัยผู้ที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่น่ากลัว บิชอปเจฟฟรีย์ รวูบูซีซี ได้ขอให้ภรรยาของเขาช่วยเหลือผู้หญิงที่คนรักถูกสังหาร แมรี่ตอบว่า “ฉันไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นนอกจากร้องไห้” เธอสูญเสียสมาชิกในครอบครัวเช่นกัน คำตอบของบิชอปเป็นคำตอบของผู้นำที่ฉลาดและสามีที่ห่วงใย “แมรี่ คุณรวมกลุ่มกับพวกผู้หญิงแล้วร้องไห้กับพวกเธอ” เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดของภรรยาช่วยเตรียมเธออย่างเฉพาะเจาะจงให้ร่วมในความเจ็บปวดกับผู้อื่น

คริสตจักรซึ่งเป็นครอบครัวของพระเจ้า เป็นที่ซึ่งทุกชีวิตสามารถแบ่งปันทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีแก่กัน คำว่า “กันและกัน” ในพันธสัญญาใหม่แสดงถึงการพึ่งพากันและกัน “จงรักกันฉันพี่น้อง ส่วนการที่ให้เกียรติแก่กันและกันนั้น จงถือว่าผู้อื่นดีกว่าตัว...จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” (รม.12:10,16) ความผูกพันของเรากว้างขวางเพียงใดปรากฏอยู่ในข้อ 15 “จงชื่นชมยินดีกับผู้ที่มีความชื่นชมยินดี จงร้องไห้กับผู้ที่ร้องไห้”

ในขณะที่ความเจ็บปวดของเราอาจไม่มากและรุนแรงเท่ากับผู้ที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับเรา และเช่นเดียวกับความเจ็บปวดของแมรี่ เรายอมรับและหนุนใจรวมทั้งทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นได้เพราะสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเรา - ALJ

พระคุณที่ตรงสุดทาง

รูปปั้นชิ้นเอกของศิลปินดั๊ก เมอร์คีย์ชื่อความเชื่อวางใจอันแรงกล้าเป็นรูปปั้นชายผู้สิ้นหวังทำด้วยโลหะประสมทองแดงกำลังกอดไม้กางเขนมีข้อความว่า “เป็นการแสดงออกที่เรียบง่ายถึงท่าทีชีวิตที่แน่วแน่และเหมาะสม คือการมีเสรีภาพและพึ่งพาพระคริสต์และข่าวประเสริฐโดยสิ้นเชิง”

เกิดผลจนวันสุดท้าย

แม้ เลนอร์ ดันล็อพ อายุ 94 ปีแล้ว แต่ความคิดของเธอยังเฉียบคม รอยยิ้มของเธอสดใสและผู้คนมากมายสัมผัสได้ถึงความรักที่เธอมีต่อพระเยซู ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นที่โบสถ์เรารายล้อมเธออยู่ ยามที่เธออยู่ด้วยและมีส่วนร่วม เธอเป็นแหล่งการหนุนใจและความชื่นชมยินดี ชีวิตของเลนอร์มีพลังมากจนเรานิ่งงันกับการจากไปของเธอ เธอวิ่งสู่เส้นชัยของชีวิตเหมือนนักวิ่งที่มีกำลัง พลังและความกระตือรือร้นของเธอยังคงเหมือนเดิมกระทั่งในวันก่อนที่เธอจะจากไป เธอได้เข้าร่วมการอบรม 16 สัปดาห์เกี่ยวกับการประกาศเรื่องพระเยซูให้ผู้อื่นอีกด้วย

คำอธิษฐานที่อดทน

คำอธิษฐานไม่มีวันตาย” คือคำพูดที่สะดุดใจของ อี. เอ็ม. บาวส์ (1835-1913) งานเขียนเรื่องการอธิษฐานของท่านได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมาหลายยุคสมัย

ข้อคิดเห็นของท่านเรื่องลักษณะคำอธิษฐานที่ทรงพลัง และคงทนของเรามีคำอธิบายวา่ “ริมฝีปากที่เอ่ยคำอธิษฐานอาจถูกปิดโดยความตาย หัวใจที่อธิษฐานอาจหยุดเต้น แต่คำอธิษฐานยังคงอยู่ต่อหน้าพระเจ้า และพระทัยของพระเจ้าไม่เคยลืมคำอธิษฐาน คำอธิษฐานดำรงอยู่ยาวนานกว่าผู้ที่เอ่ยคำอธิษฐานนั้น ยาวนานกว่าชั่วอายุคนยาวนานกว่ายุคสมัย และยาวนานกว่าโลก”

คุณเคยสงสัยไหมว่าคำอธิษฐาน โดยเฉพาะการอธิษฐานในช่วงที่ยากลำบาก เจ็บปวด และทุกข์ทรมาน จะไปถึงพระเจ้าหรือไม่ ข้อเขียนอันลึกซึ้งของบาวส์เตือนเราถึงความสำคัญของคำอธิษฐาน เช่นเดียวกับวิวรณ์ 8:1-5 ที่เป็นฉากในสวรรค์ (ข้อ 1) พระเจ้าประทับบนบัลลังก์และควบคุมศูนย์กลางของจักรวาลเหล่าทูตสวรรค์อยู่ต่อหน้าพระเจ้า (ข้อ 2) และทูตองค์หนึ่งทำหน้าที่เหมือนปุโรหิตที่ถวายเครื่องหอมร่วมกับคำอธิษฐานของ “คนของพระเจ้า” (ข้อ 3) ภาพนี้เปิดตาใจเราและหนุนใจว่าคำอธิษฐานบนโลกนี้ลอยขึ้นไปถึงพระเจ้าในสวรรค์ (ข้อ 4)

เมื่อเราคิดว่าคำอธิษฐานอาจตกหล่นระหว่างทางหรือถูกลืมภาพนี้ปลอบโยนและผลักดันให้เรายืนหยัดอธิษฐานต่อไป เพราะคำอธิษฐานของเรามีคุณค่าสำหรับพระเจ้า

ทำตามที่บอก

ไบรอันได้รับมอบหมายให้ต้อนรับแขกในงานแต่งงานของพี่ชาย แต่เขากลับไม่มา สมาชิกในครอบครัวต่างผิดหวัง รวมถึงจัสมิน น้องสาวของเขา ซึ่งเป็นผู้อ่านพระวจนะในพิธี เธออ่านพระธรรมเกี่ยวกับความรักที่รู้จักกันดีจาก 1 โครินธ์ 13 ได้อย่างไร้ที่ติ หลังเลิกงาน พ่อขอให้เธอเอาของขวัญวันเกิดไปให้ไบรอัน เธอลังเล และพบว่าการดำเนินชีวิตตามคำสอนเกี่ยวกับความรักยากกว่าการอ่านมาก แต่ก่อนจะสิ้นวัน เธอเปลี่ยนใจและยอมรับว่า “ฉันยืนขึ้นอ่านพระธรรมเกี่ยวกับความรัก แล้วไม่ปฏิบัติตามไม่ได้”

โล่ล้อม

คริสตจักรของเราเผชิญความสูญเสียอันเศร้าสลดเมื่อพอล ผู้รับใช้ด้านนมัสการที่มีของประทานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางเรือในวัย 31 ปี พอลกับภรรยาชื่อดูรอนด้าคุ้นเคยกับการสูญเสียเพราะพวกเขาต้องฝังศพลูกหลายคนที่เสียชีวิตไปก่อนครบกำหนดคลอด ตอนนี้จะมีหลุมฝังศพเพิ่มข้างหลุมเล็กๆ ของลูกๆ วิกฤตร้ายแรงที่ครอบครัวนี้ต้องเผชิญทำให้คนที่รักพวกเขาตกใจเหมือนถูกชกที่ศีรษะ

สิ่งยิ่งใหญ่

ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 ทั้งโลกตะลึงกับข่าวการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน กำแพงที่แบ่งแยกเมืองเบอร์ลินกำลังจะถูกพังลง เมืองที่เคยถูกแบ่งแยกถึง 28 ปีจะกลับเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง แม้จุดศูนย์กลางแห่งความยินดีนี้จะอยู่ที่ประเทศเยอรมัน แต่คนทั้งโลกที่เฝ้าดูอยู่ก็รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น

“แม้ว่า”

ปี 2017 กลุ่มของเราเดินทางไปฮุสตันเพื่อช่วยผู้ประสบภัยพายุเฮอริเคนฮาร์วี่ในอเมริกา เป้าหมายของเราคือหนุนใจคนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ระหว่างภารกิจ ความเชื่อของเราได้รับการท้าทายและทำให้เข้มแข็งขึ้นเมื่อเราอยู่เคียงข้างพวกเขาในโบสถ์และบ้านที่เสียหาย

พร้อมคืนสภาพ

ขณะที่ประจำการอยู่ที่ประเทศเยอรมันในกองทัพ ผมซื้อรถโฟล์คชวาเกนบีเทิลรุ่นปี 1969 คันใหม่เอี่ยม มันสวยมาก สีเขียวเข้มภายนอกเข้ากับหนังเทียมสีน้ำตาลภายใน แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายอย่างก็เริ่มเกิดขึ้น รวมทั้งอุบัติเหตุที่ทำให้บันไดข้างรถและประตูเสียหาย ผมอาจจินตนาการว่า “รถคลาสสิคของผมเหมาะที่สุดที่จะนำไปซ่อมให้ดีดังเดิม” และหากมีเงินมากกว่านี้ก็อาจทำได้ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น