ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Arthur Jackson

คำอธิษฐานที่อดทน

คำอธิษฐานไม่มีวันตาย” คือคำพูดที่สะดุดใจของ อี. เอ็ม. บาวส์ (1835-1913) งานเขียนเรื่องการอธิษฐานของท่านได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมาหลายยุคสมัย

ข้อคิดเห็นของท่านเรื่องลักษณะคำอธิษฐานที่ทรงพลัง และคงทนของเรามีคำอธิบายวา่ “ริมฝีปากที่เอ่ยคำอธิษฐานอาจถูกปิดโดยความตาย หัวใจที่อธิษฐานอาจหยุดเต้น แต่คำอธิษฐานยังคงอยู่ต่อหน้าพระเจ้า และพระทัยของพระเจ้าไม่เคยลืมคำอธิษฐาน คำอธิษฐานดำรงอยู่ยาวนานกว่าผู้ที่เอ่ยคำอธิษฐานนั้น ยาวนานกว่าชั่วอายุคนยาวนานกว่ายุคสมัย และยาวนานกว่าโลก”

คุณเคยสงสัยไหมว่าคำอธิษฐาน โดยเฉพาะการอธิษฐานในช่วงที่ยากลำบาก เจ็บปวด และทุกข์ทรมาน จะไปถึงพระเจ้าหรือไม่ ข้อเขียนอันลึกซึ้งของบาวส์เตือนเราถึงความสำคัญของคำอธิษฐาน เช่นเดียวกับวิวรณ์ 8:1-5 ที่เป็นฉากในสวรรค์ (ข้อ 1) พระเจ้าประทับบนบัลลังก์และควบคุมศูนย์กลางของจักรวาลเหล่าทูตสวรรค์อยู่ต่อหน้าพระเจ้า (ข้อ 2) และทูตองค์หนึ่งทำหน้าที่เหมือนปุโรหิตที่ถวายเครื่องหอมร่วมกับคำอธิษฐานของ “คนของพระเจ้า” (ข้อ 3) ภาพนี้เปิดตาใจเราและหนุนใจว่าคำอธิษฐานบนโลกนี้ลอยขึ้นไปถึงพระเจ้าในสวรรค์ (ข้อ 4)

เมื่อเราคิดว่าคำอธิษฐานอาจตกหล่นระหว่างทางหรือถูกลืมภาพนี้ปลอบโยนและผลักดันให้เรายืนหยัดอธิษฐานต่อไป เพราะคำอธิษฐานของเรามีคุณค่าสำหรับพระเจ้า

ทำตามที่บอก

ไบรอันได้รับมอบหมายให้ต้อนรับแขกในงานแต่งงานของพี่ชาย แต่เขากลับไม่มา สมาชิกในครอบครัวต่างผิดหวัง รวมถึงจัสมิน น้องสาวของเขา ซึ่งเป็นผู้อ่านพระวจนะในพิธี เธออ่านพระธรรมเกี่ยวกับความรักที่รู้จักกันดีจาก 1 โครินธ์ 13 ได้อย่างไร้ที่ติ หลังเลิกงาน พ่อขอให้เธอเอาของขวัญวันเกิดไปให้ไบรอัน เธอลังเล และพบว่าการดำเนินชีวิตตามคำสอนเกี่ยวกับความรักยากกว่าการอ่านมาก แต่ก่อนจะสิ้นวัน เธอเปลี่ยนใจและยอมรับว่า “ฉันยืนขึ้นอ่านพระธรรมเกี่ยวกับความรัก แล้วไม่ปฏิบัติตามไม่ได้”

โล่ล้อม

คริสตจักรของเราเผชิญความสูญเสียอันเศร้าสลดเมื่อพอล ผู้รับใช้ด้านนมัสการที่มีของประทานเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางเรือในวัย 31 ปี พอลกับภรรยาชื่อดูรอนด้าคุ้นเคยกับการสูญเสียเพราะพวกเขาต้องฝังศพลูกหลายคนที่เสียชีวิตไปก่อนครบกำหนดคลอด ตอนนี้จะมีหลุมฝังศพเพิ่มข้างหลุมเล็กๆ ของลูกๆ วิกฤตร้ายแรงที่ครอบครัวนี้ต้องเผชิญทำให้คนที่รักพวกเขาตกใจเหมือนถูกชกที่ศีรษะ

สิ่งยิ่งใหญ่

ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 1989 ทั้งโลกตะลึงกับข่าวการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน กำแพงที่แบ่งแยกเมืองเบอร์ลินกำลังจะถูกพังลง เมืองที่เคยถูกแบ่งแยกถึง 28 ปีจะกลับเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง แม้จุดศูนย์กลางแห่งความยินดีนี้จะอยู่ที่ประเทศเยอรมัน แต่คนทั้งโลกที่เฝ้าดูอยู่ก็รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น

“แม้ว่า”

ปี 2017 กลุ่มของเราเดินทางไปฮุสตันเพื่อช่วยผู้ประสบภัยพายุเฮอริเคนฮาร์วี่ในอเมริกา เป้าหมายของเราคือหนุนใจคนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ระหว่างภารกิจ ความเชื่อของเราได้รับการท้าทายและทำให้เข้มแข็งขึ้นเมื่อเราอยู่เคียงข้างพวกเขาในโบสถ์และบ้านที่เสียหาย

พร้อมคืนสภาพ

ขณะที่ประจำการอยู่ที่ประเทศเยอรมันในกองทัพ ผมซื้อรถโฟล์คชวาเกนบีเทิลรุ่นปี 1969 คันใหม่เอี่ยม มันสวยมาก สีเขียวเข้มภายนอกเข้ากับหนังเทียมสีน้ำตาลภายใน แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายอย่างก็เริ่มเกิดขึ้น รวมทั้งอุบัติเหตุที่ทำให้บันไดข้างรถและประตูเสียหาย ผมอาจจินตนาการว่า “รถคลาสสิคของผมเหมาะที่สุดที่จะนำไปซ่อมให้ดีดังเดิม” และหากมีเงินมากกว่านี้ก็อาจทำได้ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น

เปลี่ยนทิศทางโดยพระเจ้า

อาจเป็นเรื่องยากเมื่อเราได้รับคำสั่งว่า “ไม่” หรือ “ไม่ใช่ตอนนี้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราสัมผัสว่าพระเจ้าได้ทรงเปิดประตูให้เราไปรับใช้ผู้อื่น ในช่วงต้นของการรับใช้ ผมได้รับโอกาสถึงสองครั้งซึ่งผมคิดว่าตัวเองมีของประทานและทักษะที่ตรงกับความต้องการของคริสตจักรพอดี แต่ในที่สุดประตูทั้งสองบานก็ปิดลง หลังจากความผิดหวังทั้งสองครั้ง ก็มีอีกตำแหน่งหนึ่งเข้ามาและเขาเลือกผม เป็นเวลา 13 ปีในพันธกิจนั้นที่ผมรับใช้ในบทบาทของผู้เลี้ยงที่ต้องสัมผัสชีวิตของผู้คน

สถิตท่ามกลางพายุ

เปลวเพลิงได้เผาผลาญบ้านของครอบครัวหนึ่งซึ่งมีสมาชิก 6 คนในคริสตจักร พ่อกับลูกชายรอดชีวิตแต่ยังต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ขณะที่ภรรยา แม่ และลูกเล็กอีกสองคนเสียชีวิต น่าเศร้าที่เหตุการณ์ทำนองนี้ยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมกับคำถามเดิมที่ว่า ทำไมคนดีๆ ถึงต้องเจอแต่เรื่องเลวร้าย และไม่น่าแปลกใจเลยที่คำตอบยังคงเหมือนเดิม

ถูกพันธนาการแต่ไม่เงียบ

ช่วงฤดูร้อนปี 1963 หลังจากเดินทางโดยรถโดยสารทั้งคืน แฟนนี่ ลูแฮเมอร์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และผู้โดยสารผิวดำ อีก 6 คนแวะรับประทานอาหารที่เมืองวิโนนา รัฐมิสซิสซิปปี หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขับไล่ พวกเขาถูกจับขังคุกอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องอับอายและถูกโบยตีอย่างหนัก แฟนนี่ถูกตีหนักที่สุดจนเกือบเสียชีวิต เธอเปล่งเสียงร้องเพลงว่า “เปาโลและสิลาสถูกขังคุก ปล่อยคนของฉันไป” และเธอไม่ได้ร้องเพียงลำพัง นักโทษคนอื่นที่ถูกจองจำแค่เพียงร่างกายก็นมัสการร่วมกับเธอ