ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Mike Wittmer

ได้จมูกแล้ว

“ทำไมจมูกของรูปปั้นถึงแตก” นั่นเป็นคำถามยอดนิยมอันดับหนึ่งที่นักท่องเที่ยวถามเอ็ดเวิร์ด บลายเบิร์ก ภัณฑารักษ์ผู้ดูแลศิลปะอิยิปต์ที่พิพิธภัณฑ์บรู๊คลิน

บลายเบิร์กไม่อาจโทษได้ว่าเป็นการเสื่อมสลายตามปกติ เพราะแม้แต่ภาพวาดสองมิติของรูปปั้นเหล่านี้ก็ไม่มีจมูก เขาสันนิษฐานว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างตั้งใจ ศัตรูตั้งใจที่จะทำลายล้างเทพเจ้าของอียิปต์ ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเล่นเกม “ได้จมูกแล้ว” กัน กองทัพที่เข้ามารุกรานทำลายจมูกของรูปปั้นเหล่านี้เพื่อทำให้มันไม่สามารถหายใจได้

จริงหรือ แค่นั้นเองหรือ หากเทพเจ้าเป็นเช่นนี้ ฟาโรห์ควรจะรู้ว่าพระองค์กำลังมีปัญหา แน่นอนว่าฟาโรห์มีกองทัพและได้รับความจงรักภักดีของประชาชนทั้งประเทศ ส่วนพวกฮีบรูเป็นทาสที่เหนื่อยล้านำโดยผู้ลี้ภัยขี้อายที่ชื่อโมเสสแต่ชนชาติอิสราเอลมีพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ส่วนพระของฟาโรห์เป็นพระปลอม หลังประสบภัยพิบัติสิบประการ ชีวิตที่พวกเขาวาดฝันไว้ก็สูญสลายไป

ชนชาติอิสราเอลฉลองชัยชนะด้วยเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ ในเทศกาลพวกเขากินขนมปังที่ไม่ใส่ยีสต์ (เชื้อ) ตลอดสัปดาห์ (อพย.12:17;13:7-9) ยีสต์เป็นสัญลักษณ์ของความบาป และพระเจ้าต้องการให้ประชากรของพระองค์จดจำว่า ชีวิตที่ได้รับการช่วยกู้ของพวกเขามาจากพระองค์ผู้เดียวเท่านั้น

พระบิดาของเราตรัสกับรูปเคารพเหล่านั้นว่า “ได้จมูกเจ้าแล้ว” และตรัสกับลูกๆของพระองค์ว่า “ได้ชีวิตของเจ้าแล้ว” จงรับใช้พระเจ้าผู้ทรงประทานลมหายใจให้กับคุณ และพักสงบในอ้อมแขนแห่งความรักของพระองค์

สวมความกล้าหาญ

แอนดริวอยู่ในประเทศที่ปิดกั้นข่าวประเสริฐ เมื่อผมถามว่าเขาเก็บความเชื่อเป็นความลับได้อย่างไร เขาตอบว่าเขาไม่เคยปิดบัง เขาติดกระดุมที่โฆษณาคริสตจักรของเขา และเมื่อใดก็ตามที่ถูกจับ เขาบอกตำรวจว่า “พวกเขาต้องการพระเยซูเช่นกัน” แอนดริวมีความกล้า เพราะเขารู้ว่าใครอยู่ข้างเขา

เอลียาห์ไม่ยอมถูกข่มขู่ แม้พระราชาแห่งอิสราเอลส่งทหารห้าสิบคนไปจับท่าน (2 พกษ.1:9) ผู้เผยพระวจนะรู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย และท่านขอไฟลงมาเผาทหาร พระราชาจึงส่งทหารมาเพิ่ม และเอลียาห์ก็ทำแบบเดิม (ข้อ 12) พระราชาส่งทหารมาอีก แต่ทหารกลุ่มที่สามได้ยินเรื่องที่เกิดกับพวกของตน นายของพวกเขาจึงวิงวอนขอชีวิตของเหล่าทหารจากเอลียาห์ พวกเขากลัวท่านยิ่งกว่าที่ท่านกลัวพวกเขา ทูตของพระเจ้าจึงกล่าวแก่เอลียาห์ว่าปลอดภัยที่จะไปกับพวกเขา (ข้อ13-15)

พระเยซูไม่ได้ต้องการให้เราขอไฟลงมาเผาผลาญศัตรูของเรา เมื่อเหล่าสาวกถามว่าพวกเขาจะขอไฟลงมาเผาหมู่บ้านชาวสะมาเรียได้ไหม พระเยซู
ทรงตำหนิพวกเขา (ลก.9:51-55) เราอยู่ในยุคที่ต่างกัน แต่พระเยซูทรงต้องการให้เรามีความกล้าหาญเหมือนเอลียาห์ คือพร้อมที่จะบอกทุกคนเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดที่สิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขา อาจดูเหมือนว่าคนคนหนึ่งสู้กับคนห้าสิบคน แต่ที่จริงแล้วคือพระองค์ผู้เดียวที่สู้กับห้าสิบคน พระเยซูทรงจัดเตรียมสิ่งที่เราต้องการเพื่อจะรักและเข้าหาผู้อื่นอย่างกล้าหาญ

ใครต้องการฉัน

ขณะอยู่บนเที่ยวบินกลางคืนไปวอชิงตันดีซี อาเธอร์ บรูคส์นักเขียนคอลัมน์วิจารณ์แอบได้ยินหญิงชราคนหนึ่งกระซิบกับสามีว่า “ไม่จริงเลยที่ว่าไม่มีใครต้องการคุณ” สามีพึมพำว่าเขาน่าจะตายได้แล้วและภรรยาตอบว่า “หยุดพูดอย่างนั้นได้แล้ว” เมื่อเครื่องบินลงจอด บรูคส์หันไปและจำชายคนนั้นได้ทันที เขาเป็นวีรบุรุษที่ดังไปทั่วโลก ผู้โดยสารคนอื่นจับมือเขาและนักบินประกาศขอบคุณที่เขาได้แสดงความกล้าหาญเมื่อหลายสิบปีก่อน บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เช่นนี้จมอยู่ในความสิ้นหวังได้อย่างไร

ผู้เผยพระวจนะเอลียาห์ปราบผู้เผยพระวจนะของพระบาอัล 450 คนอย่างกล้าหาญด้วยตัวคนเดียว ซึ่งท่านคิดว่าอย่างนั้น (1 พกษ.18) แต่แท้จริงท่านไม่ได้ทำตามลำพัง พระเจ้าทรงอยู่ด้วยตลอด! แต่ต่อมาเมื่อรู้สึกโดดเดี่ยว ท่านขอให้พระเจ้าพรากชีวิตท่านไปเสีย

พระเจ้าทรงชูใจเอลียาห์ด้วยการนำท่านไปอยู่ต่อหน้าพระองค์และประทานประชาชนกลุ่มใหม่ให้ท่านรับใช้ ท่านต้องไป “เจิม​ฮา​ซา​เอล​ไว้​ให้​เป็น​กษัตริย์​เหนือ​ประเทศ​ซีเรีย” เยฮูให้เป็น “​กษัตริย์​เหนือ​อิสราเอล” และเอลีชา ​“​ให้​เป็น​ผู้เผย​พระ​วจนะ​แทน​เจ้า​” (19:15-16) เอลียาห์มีกำลังขึ้นด้วยเป้าหมายใหม่ ท่านพบและสั่งสอนผู้ที่จะมารับช่วงต่อจากท่าน

ชัยชนะยิ่งใหญ่ของคุณอาจอยู่ในอดีต คุณอาจรู้สึกว่าชีวิตผ่านจุดสูงสุดมาแล้วหรือไม่เคยถึงจุดนั้นเลย นั่นไม่เป็นไร ลองมองไปรอบๆ สนามรบอาจดูเล็กลง ผลที่ได้อาจไม่ยิ่งใหญ่แต่ก็ยังมีคนที่ต้องการคุณ ขอให้รับใช้พวกเขาอย่างดีเพื่อพระเยซูและมันจะมีความหมาย นั่นคือเป้าหมายของคุณและเหตุผลที่คุณยังอยู่ที่นี่

คุณสวมใครอยู่

ทีมบาสเก็ตบอลหญิงของอาร์เจนตินามาร่วมการแข่งขันโดยใส่ชุดลงแข่งผิด ชุดทีมของพวกเขาสีกรมท่าคล้ายกับชุดสีน้ำเงินเข้มของทีมโคลัมเบียมากเกินไป และในฐานะทีมเยือนพวกเขาควรต้องใส่ชุดสีขาว พวกเขาไม่มีเวลาหาชุดมาเปลี่ยนได้ทันจึงต้องสละสิทธิ์ในการแข่งขัน ต่อจากนี้ไปอาร์เจนตินาจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขากำลังสวมชุดอะไร

ในสมัยผู้เผยพระวจนะเศคาริยาห์ พระเจ้าทรงให้ท่านเห็นนิมิตที่มหาปุโรหิตโยชูวาเข้าเฝ้าพระเจ้าในชุดที่เหม็นและสกปรก ซาตานชี้และเย้ยหยัน ท่านถูกตัดสิทธิ์! จบเกม! แต่ยังมีเวลาให้เปลี่ยน พระเจ้าตำหนิซาตานและสั่งให้ทูตสวรรค์เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเก่าๆของท่าน พระองค์ตรัสกับโยชูวาว่า “ดู​เถิด เรา​ได้​เอาความ​ผิด​บาป​ออกไป​เสีย​จาก​เจ้า​แล้ว และ​เรา​จะ​ประดับ​ตัว​เจ้า​ด้วย​เสื้อผ้า​อัน​สะอาด​” (ศคย.3:4)

เราเข้ามาในโลกพร้อมด้วยกลิ่นเหม็นจากความบาปของอาดัม ซึ่งเราสวมทับด้วยความบาปของเราเอง หากเรายังสวมชุดสกปรกของเราอยู่ เราจะต้องพ่ายแพ้เกมแห่งชีวิต แต่ถ้าเรารังเกียจบาปของเราและหันมาหาพระเยซู พระองค์จะทรงสวมพระองค์เองและความชอบธรรมของพระองค์ให้เราตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงเวลาสำรวจแล้วว่า เรากำลังสวมใครอยู่

ท่อนสุดท้ายของเพลงนมัสการ “ความหวังของข้า” อธิบายว่าเราจะมีชัยชนะได้อย่างไร “เมื่อพระเยซูเสด็จลงมา แตรลั่นท้องฟ้า ข้าแสนยินดี สวมเสื้อชอบธรรม สง่าราศี ข้าคอยต้อนรับองค์พระภูมี”

ผ่อนคลายอย่างมีวัตถุประสงค์

ราเมชรักที่จะบอกคนอื่นเกี่ยวกับพระเยซู เขาพูดอย่างกล้าหาญกับเพื่อนร่วมงาน และกลับไปที่หมู่บ้านของเขาเพื่อประกาศตามบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์เดือนละครั้ง ความกระตือรือร้นของเขาเป็นโรคติดต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเรียนรู้คุณค่าของการให้เวลาในการพักผ่อนและผ่อนคลาย

ราเมชเคยใช้วันหยุดทั้งหมดและช่วงค่ำเกือบทุกวันในการประกาศข่าวประเสริฐ ภรรยาและลูกๆคิดถึงเขาเมื่อเขาออกไป แต่เมื่ออยู่กับครอบครัวเขามักจะเหนื่อยล้า เขาต้องการให้ทุกนาทีและทุกบทสนทนามีความหมาย เขาไม่สามารถสนุกกับเกมหรือการคุยเล่น ราเมชผูกมัดตัวเองแน่นเกินไป

เขาถูกปลุกจากชีวิตที่ไม่สมดุลนี้ด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมาของภรรยา คำปรึกษาของเพื่อนๆและข้อพระคัมภีร์บางข้อที่ความหมายคลุมเครือ พระธรรมสุภาษิต 30 กล่าวถึงสิ่งเล็กๆเช่น มด พ่อไก่และตั๊กแตน น่าประหลาดใจที่ “ตุ๊กแกนั้น เจ้าเอามือจับได้แต่มันอยู่ในพระราชวัง” (ข้อ 28)

ราเมชสงสัยว่าสิ่งที่ไม่น่าสนใจถูกบันทึกในพระคัมภีร์ได้อย่างไร การสังเกตตุ๊กแกต้องใช้เวลาที่ว่างมาก บางคนคิดว่าการที่ตุ๊กแกวิ่งไปมาในพระราชวังเป็นเรื่องน่าสนใจจึงหยุดดูต่อ บางทีการที่พระเจ้าทรงใส่สิ่งเหล่านี้ในพระคำของพระองค์ก็เพื่อเตือนให้เรารักษาสมดุลของการทำงานและการพักผ่อน เราต้องการเวลาเพื่อฝันกลางวันเกี่ยวกับตุ๊กแก ไล่จับมันกับลูกๆและพักผ่อนอยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆ ขอพระเจ้าประทานสติปัญญาให้เรารู้ว่าเมื่อไรควรทำงาน รับใช้ และผ่อนคลาย!

มีไว้สำหรับใคร

ภาพนั้นทำให้ผมหัวเราะเสียงดัง ฝูงชนยืนเรียงรายโบกธงและโปรยกระดาษสีบนถนนเม็กซิกันขณะรอพระสันตะปาปา ที่กลางถนนมีลูกสุนัขจรจัดตัวหนึ่งเดินนวยนาดพร้อมกับรอยยิ้มราวกับว่าฝูงชนกำลังเชียร์มันอยู่ ใช่แล้ว! สุนัขทุกตัวควรมีวันของมัน และมันควรจะเป็นแบบนี้

เมื่อลูกสุนัข “แย่งความสนใจ” ไปอาจดูน่ารัก แต่การแย่งเกียรติของคนอื่นอาจทำลายชีวิตของเรา กษัตริย์ดาวิดทรงรู้ถึงข้อนี้ดีและปฏิเสธที่จะดื่มน้ำที่เหล่าทหารกล้าของพระองค์เสี่ยงชีวิตไปหามาให้ พระองค์ตรัสด้วยความโหยหาว่าคงเป็นการดีมากถ้ามีใครตักน้ำจากบ่อในเบธเลเฮ็มมาให้พระองค์ดื่ม ทหารกล้าสามนายทำตามที่พระองค์ตรัส พวกเขาฝ่าแนวรบของศัตรูเพื่อไปตักน้ำและนำกลับมา กษัตริย์ดาวิดทรงตื้นตันในความจงรักภักดีของพวกเขา และปรารถนาจะส่งต่อความดีของพวกเขา พระองค์ปฏิเสธที่จะดื่มน้ำนั้น แต่ทรง “เทออกถวายแด่พระเจ้า” เพื่อเป็นเครื่องบูชา (2 ซมอ.23:16)

วิธีที่เราตอบสนองต่อคำยกย่องและสรรเสริญจะบ่งบอกถึงตัวตนของเรา เมื่อคำสรรเสริญนั้นมอบให้ผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับพระเจ้า จงหลีกให้พ้นทาง ขบวนแห่นั้นไม่ใช่สำหรับเรา เมื่อคำยกย่องนั้นมีให้กับเรา จงขอบคุณเขาและทวีคูณคำสรรเสริญนั้นโดยถวายเกียรติทั้งหมดแด่พระเยซู “น้ำ” นั้นไม่ใช่เพื่อเราเช่นกัน จงขอบพระคุณและเทน้ำนั้นถวายต่อพระพักตร์พระเจ้า

ไม่(เคย)อิ่ม

แฟรงค์ บอร์แมนบัญชาการในภารกิจการเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรก เขาไม่ประทับใจนัก การเดินทางใช้เวลาไปกลับทั้งหมดสี่วัน แฟรงค์มีอาการคลื่นไส้อาเจียน เขาบอกว่าการอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักมันเยี่ยมยอดแค่ตอนสามสิบวินาทีแรก จากนั้นเขาก็เริ่มชินกับมัน เขาพบว่าดวงจันทร์ในระยะใกล้มีสีทึมๆ และเต็มไปด้วยพื้นผิวขรุขระ ลูกเรือของเขาถ่ายภาพพื้นผิวว่างเปล่าสีเทาแล้วก็เริ่มเบื่อ

แฟรงค์ได้ไปในที่ซึ่งไม่เคยมีใครไปมาก่อน แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอ ถ้าเขารู้สึกเบื่อหน่ายประสบการณ์นอกโลกได้ง่ายขนาดนั้น บางทีเราก็ควรจะคาดหวังกับสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ให้น้อยลง ผู้เขียนปัญญาจารย์สังเกตเห็นว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่ทำให้อิ่มใจได้ “นัยน์ตาก็ดูไม่อิ่มหรือหูก็ฟังไม่เต็ม” (1:8) เราอาจรู้สึกเคลิบเคลิ้มอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง แต่ความอิ่มเอมใจจะค่อยๆหมดไปและเราก็จะมองหาความตื่นเต้นครั้งใหม่

แฟรงค์มีช่วงเวลาที่ตื่นเต้นตอนที่เขาเห็นโลกปรากฏขึ้นมาจากความมืดด้านหลังดวงจันทร์ โลกของเราเป็นเหมือนลูกแก้วหินอ่อนสีฟ้าสลับขาวที่ส่องประกายภายใต้แสงจากดวงอาทิตย์ ในทำนองเดียวกันความสุขที่แท้นั้นเกิดจากองค์พระบุตรผู้ทรงส่องสว่างอยู่ภายในเรา พระเยซูคือชีวิตของเรา ทรงเป็นแหล่งกำเนิดสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวของความหมาย ความรัก และความงาม ความอิ่มใจอย่างที่สุดของเรามาจากสิ่งที่อยู่นอกโลกใบนี้ ปัญหาของเราคือ แม้เราจะไปจนถึงดวงจันทร์ได้ แต่นั่นก็ยังไกลไม่พอ

ฉันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ทิฟฟานี่ตื่นขึ้นมาในความมืดบนเครื่องของสายการบินแอร์แคนาดา ขณะยังคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่ เธอหลับในขณะที่ผู้โดยสารคนอื่นลงจากเครื่องหลังจากเครื่องลงจอด ทำไมไม่มีใครปลุกเธอเลย เธอมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เธอสลัดความง่วงงุนและพยายามนึกทบทวน

คุณเคยพบตัวเองอยู่ในที่ซึ่งคาดไม่ถึงไหม คุณยังอายุน้อยเกินกว่าที่จะป่วยเป็นโรคนี้ซึ่งไม่มีทางรักษา การประเมินครั้งล่าสุดของคุณยอดเยี่ยม แต่เหตุใดตำแหน่งงานของคุณจึงถูกถอด คุณกำลังมีความสุขกับปีที่ดีที่สุดของชีวิตแต่งงาน แต่ตอนนี้คุณกลับต้องเริ่มต้นใหม่ในฐานะพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำงานชั่วคราว

ฉันมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร โยบอาจนึกสงสัยเมื่อท่าน “นั่งอยู่ในกองขี้เถ้า” (โยบ 2:8) ท่านสูญเสียลูก ทรัพย์สิน และสุขภาพ ในเวลาเพียงไม่นาน ท่านคงสงสัยว่าเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านทราบเพียงว่าท่านต้องนึกให้ออก

โยบระลึกถึงองค์พระผู้สร้างของท่านและความประเสริฐของพระองค์ ท่านบอกกับภรรยาว่า “เราจะรับสิ่งดีจากพระหัตถ์ของพระเจ้า และจะไม่รับของไม่ดีบ้างหรือ” (ข้อ 10) โยบระลึกได้ว่าท่านควรจะวางใจในความสัตย์ซื่อของพระเจ้าผู้ประเสริฐ ท่านจึงคร่ำครวญร้องตะโกนต่อสวรรค์ และท่านโศกเศร้าด้วยความหวัง “ข้าทราบว่า พระผู้ไถ่ของข้าทรงพระชนม์อยู่” และ “ในเนื้อหนังของข้า ข้าจะเห็นพระเจ้า” (19:25-26) โยบยึดมั่นในความหวังเมื่อท่านระลึกได้ว่า เรื่องราวนั้นเริ่มต้นขึ้นและจบลงเช่นไร

พระคุณนอกกรอบ

ทอมทำงานในสำนักงานกฎหมายซึ่งให้คำปรึกษากับบริษัทของบ็อบ ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนกัน จนวันหนึ่งทอมยักยอกเงินของบริษัทหลายพันเหรียญ เมื่อบ็อบรู้ เขาเสียใจและโกรธ แต่เขาได้รับคำแนะนำที่ดีจากรองประธานบริษัทของเขาซึ่งเป็นคริสเตียน รองประธานบริษัทเห็นว่าทอมละอายใจมากและสำนึกผิด เขาจึงแนะนำให้บ็อบถอนฟ้องและจ้างทอมทำงาน “ให้เงินเดือนมากพอที่เขาจะชดใช้คืนได้ แล้วคุณจะหาพนักงานที่สำนึกในบุญคุณและภักดีกว่านี้ไม่ได้อีก” บ็อบทำตาม และทอมก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

เมฟีโบเชท หลานของกษัตริย์ซาอูลไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อดาวิดขึ้นเป็นกษัตริย์ กษัตริย์ส่วนมากจะฆ่าเชื้อสายของราชวงศ์เก่า แต่ดาวิดรักโจนาธานผู้เป็นโอรสของซาอูล และปฏิบัติต่อโอรสที่ยังมีชีวิตอยู่ของโจนาธานเหมือนเป็นโอรสของพระองค์เอง (ดู 2 ซมอ.9:1-13) พระกรุณาคุณนี้ทำให้พระองค์ได้เพื่อนตาย เมฟีโบเชทประหลาดใจที่เขา “สมควรถึงตายต่อพระพักตร์พระราชาเจ้านายของข้าพระบาท แต่ฝ่าพระบาทก็ทรงแต่งตั้งข้าพระบาทไว้” (19:28) เขาภักดีต่อดาวิด แม้เมื่ออับซาโลมโอรสของดาวิดขับไล่ดาวิดออกจากเยรูซาเล็ม (2 ซมอ.16:1-4; 19:24-30)

คุณอยากมีเพื่อนตายสักคนไหม คุณอาจต้องทำอะไรที่ไม่ปกติธรรมดา เพื่อจะได้มาซึ่งเพื่อนคนพิเศษ เมื่อสามัญสำนึกบอกให้คุณลงโทษ จงเลือกพระคุณ ให้เขาได้รับผิดชอบ แต่จงมอบโอกาสที่เขาไม่สมควรได้รับเพื่อแก้ไขสิ่งผิดให้ถูกต้อง คุณอาจหาเพื่อนที่สำนึกในบุญคุณและอุทิศทุ่มเทกว่านี้ไม่ได้อีก จงคิดนอกกรอบ ด้วยพระคุณ