Category  |  ODB

สายตาใหม่

ฉันสวมแว่นตาใหม่ขณะก้าวเข้าไปในห้องนมัสการ ฉันนั่งลงและมองเห็นเพื่อนนั่งอยู่แถวเดียวกันที่อีกฝั่งหนึ่งของทางเดินในคริสตจักร ขณะที่ฉันโบกมือให้เธอ เธอดูใกล้และชัดมากๆเหมือนกับว่าฉันจะสามารถยื่นมือออกไปแตะเธอได้แม้ว่าเธอจะนั่งอยู่ไกลออกไปหลายเมตร ต่อมาเมื่อเราคุยกันหลังเลิกนมัสการ ฉันจึงได้รู้ว่าเธอนั่งอยู่ที่เดิมที่เคยนั่งเสมอมา เพียงแต่ฉันเห็นเธอได้ชัดขึ้นเพราะแว่นตาที่เพิ่งตัดมาใหม่

พระเจ้าผู้ตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ทรงรู้ว่าชนชาติอิสราเอลที่ตกเป็นเชลยของบาบิโลนต้องมีสายตาใหม่ คือการมองเห็นใหม่ พระองค์ตรัสแก่พวกเขาว่า “ดูเถิดเรากำลังกระทำสิ่งใหม่...เราจะทำทางในถิ่นทุรกันดาร” (อสย.43:19) และถ้อยคำแห่งความหวังจากพระองค์ยังได้เตือนใจด้วยว่าพระองค์ทรง “สร้าง” พวกเขา “ไถ่” พวกเขา และจะอยู่กับพวกเขา พระองค์ทรงหนุนใจพวกเขาว่า “เจ้าเป็นของเรา” (ข้อ 1)

วันนี้ไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญกับสิ่งใด พระวิญญาณบริสุทธิ์สามารถจัดเตรียมการมองเห็นที่ดีขึ้นให้กับคุณ เพื่อคุณจะทิ้งสิ่งเก่าไว้เบื้องหลังและมองหาสิ่งใหม่ โดยความรักของพระเจ้า (ข้อ 4) สิ่งใหม่กำลังเกิดขึ้นรอบตัวเรา คุณมองเห็นไหมว่าพระเจ้าทรงกำลังทำสิ่งใดในท่ามกลางความเจ็บปวดและพันธนาการของคุณ ให้เราสวมแว่นตาฝ่ายวิญญาณใหม่เพื่อจะมองเห็นสิ่งใหม่ที่พระเจ้าทรงกำลังทำ แม้ในยามที่เราตกอยู่ในความยากลำบาก

ภารกิจช่วยชีวิต

อาสาสมัครขององค์กรช่วยเหลือปศุสัตว์ในออสเตรเลียพบแกะหลงทางตัวหนึ่งที่ต้องแบกรับขนสกปรกขมวดเป็นก้อนน้ำหนักมากกว่า 34 กิโลกรัม นักกู้ภัยสงสัยว่ามันน่าจะถูกลืมและหลงอยู่ในป่าอย่างน้อยห้าปี อาสาสมัครต้องปลอบมันตลอดขั้นตอนอันทุลักทุเลเพื่อตัดขนที่หนักอึ้งของมันออกไป เมื่อหลุดพ้นจากการแบกภาระหนัก บารัคก็กินอาหารได้ ขาของมันแข็งแรงขึ้น มันเริ่มมีความมั่นใจและมีความสุขมากขึ้นเวลาอยู่กับผู้ที่ช่วยชีวิตของมันและสัตว์อื่นๆในสถานพักพิงแห่งนั้น

ดาวิดผู้เขียนพระธรรมสดุดีเข้าใจถึงความเจ็บปวดของการต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง การถูกลืมและหลงทาง และปรารถนาการช่วยกู้ ในสดุดี 38 ดาวิดร้องทูลต่อพระเจ้า ท่านเผชิญความโดดเดี่ยว การถูกทรยศ และอับจนหนทาง (ข้อ 11-14) กระนั้นท่านอธิษฐานด้วยความมั่นใจว่า “ข้าแต่พระเจ้า แต่ข้าพระองค์รอคอยพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ คือพระองค์ผู้ที่จะตรัสตอบข้าพระองค์” (ข้อ 15) ดาวิดไม่ได้ปฏิเสธความยากลำบากของตน หรือกลบเกลื่อนความทุกข์ภายในใจและความเจ็บป่วยทางกาย (ข้อ 16-20) แต่ท่านวางใจว่าพระเจ้าจะทรงอยู่ใกล้และตรัสตอบในเวลาและวิธีการที่เหมาะสม (ข้อ 21-22)

เมื่อเรารู้สึกหนักใจด้วยภาระด้านร่างกาย จิตใจ หรืออารมณ์ พระเจ้าทรงพร้อมอยู่เสมอที่จะช่วยกู้เราตามแผนการที่ได้วางไว้ในวันที่ทรงสร้างเรา เราวางใจในการสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ได้เมื่อเราร้องทูลต่อพระองค์ว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ความรอดของข้าพระองค์ ขอทรงรีบมาช่วยข้าพระองค์เถิด” (ข้อ 22)

จุดเริ่มต้นเล็กๆ

สะพานบรูคลินถือเป็น “สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก” เมื่อตอนที่สร้างเสร็จในปี 1883 เส้นลวดเรียวเล็กเส้นเดียวที่ขึงจากหอคอยสะพานฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับโครงสร้างของสะพาน ลวดอีกหลายเส้นถูกเสริมเข้าไปกับลวดเส้นแรกจนกลายเป็นสายเคเบิลขนาดใหญ่ที่ถักทอเข้ากับเคเบิลอีกสามเส้น เมื่อเสร็จแล้วสายเคเบิลแต่ละเส้นซึ่งประกอบไปด้วยเส้นลวดเคลือบสังกะสีกว่าห้าพันเส้นได้ช่วยรับน้ำหนักสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในยุคนั้น การเริ่มต้นด้วยสิ่งเล็กๆกลับกลายเป็นส่วนประกอบขนาดใหญ่ของสะพานบรูคลิน

ชีวิตของพระเยซูก็เริ่มต้นแบบเล็กๆ ทรงเป็นทารกที่เกิดและถูกวางไว้ใน รางหญ้าในเมืองเล็กๆ (ลก.2:7) ผู้เผยพระวจนะมีคาห์ได้พยากรณ์ถึงการบังเกิดอันต่ำต้อยของพระองค์ โดยบันทึกว่า “โอ เบธเลเฮม เอฟราธาห์ แต่เจ้าผู้เป็นหน่วยเล็กในบรรดาตระกูลของยูดาห์ จากเจ้าจะมีผู้หนึ่งออกมาเพื่อเรา เป็นผู้ที่จะปกครองในอิสราเอล” (มคา.5:2; และมธ.2:6) แม้จะเป็นการเริ่มต้นเล็กๆ แต่ผู้ปกครองและผู้เลี้ยงแกะพระองค์นี้จะได้เห็นพระนามและพระราชกิจของพระองค์ “​​ทรงเป็นใหญ่ตลอดจนถึงที่สุดท้ายปลายพิภพ” (มคา.5:4)

พระเยซูประสูติในสถานที่เล็กน้อยต้อยต่ำ และพระชนม์ชีพของพระองค์ จบลงด้วยการ “ทรงถ่อมพระองค์ลง” และสิ้นพระชนม์เยี่ยงอาชญากรบน “กางเขน” (ฟป.2:8) แต่ด้วยการเสียสละอันยิ่งใหญ่ พระองค์ได้เป็นสะพาน เชื่อมช่องว่างระหว่างเรากับพระเจ้า โดยทรงจัดเตรียมความรอดให้แก่ทุกคนที่เชื่อ ในช่วงเวลานี้ขอให้คุณรับเอาของขวัญอันยิ่งใหญ่จากพระเจ้าในพระเยซู ด้วยความเชื่อ และถ้าคุณเชื่อ ขอให้คุณถ่อมใจลงสรรเสริญพระองค์อีกครั้ง สำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อคุณ

เลือกความยินดี

คีธรู้สึกหดหู่ขณะเดินอย่างอิดโรยไปตามทางเดินของแผนกผักและผลไม้สด มือของเขาสั่นเทิ้มอันเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกของโรคพาร์กินสัน อีกนานแค่ไหนนะที่คุณภาพชีวิตของเขาจะเริ่มถดถอย ภรรยาและลูกๆของเขาจะเป็นอย่างไร ความเศร้าของคีธมลายลงด้วยเสียงหัวเราะ ตรงข้างที่วางมันฝรั่ง ชายคนหนึ่งเข็นเด็กชายที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ เขาโน้มตัวลงไปกระซิบบางอย่างกับลูกชายที่เอาแต่ยิ้มกว้าง สภาพของเด็กคนนั้นดูแย่กว่าคีธอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาและพ่อกำลังมีความสุขในขณะที่ยังทำได้

ขณะรอผลการพิจารณาคดี อัครสาวกเปาโลเขียนจดหมายจากในคุกหรือการถูกคุมขังในบ้าน ดูแล้วท่านไม่น่าจะมีความยินดีได้ (ฟป.1:12-13) ขณะนั้นจักรพรรดิคือเนโรผู้ชั่วร้ายและขึ้นชื่ออย่างยิ่งในเรื่องความรุนแรงและโหดเหี้ยม เปาโลจึงน่าจะวิตกกังวล ท่านยังรู้อีกด้วยว่ามีบางคนฉวยโอกาสตอนที่ท่านไม่อยู่เทศนาสั่งสอนเพื่อชื่อเสียงของตนเอง พวกเขาคิดว่าจะ “เพิ่มความทุกข์ลำบาก” แก่เปาโลขณะที่ถูกคุมขังอยู่ได้ (ข้อ 17)

แต่กระนั้นเปาโลยังเลือกที่จะชื่นชมยินดี (ข้อ 18-21) และได้บอกชาวเมืองฟีลิปปีให้ทำตามอย่างท่าน คือ “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด” (4:4) สถานการณ์ของเราอาจดูสิ้นหวัง แต่พระเยซูทรงอยู่กับเราในขณะนี้ และทรงรับประกันว่าเราจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ พระคริสต์ผู้ทรงเดินออกมาจากอุโมงค์ฝังศพ จะเสด็จกลับมาชุบชีวิตผู้เชื่อในพระองค์ให้เป็นขึ้นเพื่ออยู่ร่วมกับพระองค์ ในขณะที่เราเริ่มต้นปีใหม่นี้ ขอให้เราชื่นชมยินดี!

จบลงอย่างสวยงาม

มาน ควอร์ในวัย 103 ปี เป็นนักกีฬาหญิงที่อายุมากที่สุดของอินเดียซึ่งลงแข่งขันในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกปี 2019 ที่ประเทศโปแลนด์ เป็นเรื่องน่าทึ่งที่ควอร์ได้เหรียญทองถึง 4 รายการ คือ พุ่งหลาว ทุ่มน้ำหนัก วิ่ง 60 เมตร และ 200 เมตร แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ เธอวิ่งได้เร็วกว่าสถิติที่เธอเคยทำไว้ในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกปี 2017 คุณยายทวดผู้ซึ่งกำลังย่างเข้าสู่ศตวรรษที่สองของชีวิต ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการจบลงอย่างสวยงาม

อัครทูต​เปาโล​เขียน​ถึงทิโมธีสาวก​ที่​อายุ​น้อย ​เล่าว่าท่าน​ได้เข้า​สู่ช่วง​สุด​ท้ายของชีวิตอย่างไรโดยบอกว่า “ถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะจากไป” (2 ทธ.4:6) เมื่อใคร่ครวญดูชีวิตของท่าน ท่านเชื่อมั่นว่าท่านจะปิดฉากลงอย่างสวยงาม “ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง” เปาโลกล่าว “ข้าพเจ้าได้แข่งขันจนถึงที่สุด” (ข้อ 7) ท่านไม่ได้มั่นใจเพราะท่านประเมินจากตัวเลขความสำเร็จอันน่าประทับใจหรือจากการสำรวจอิทธิพลที่ท่านมีในวงกว้าง (ถึงแม้มันจะมีมากมายก็ตาม) แต่ท่านรู้ตัวว่าได้ “รักษาความเชื่อไว้แล้ว” (ข้อ 7) เปาโลยังคงจงรักภักดีต่อพระเยซูและติดตามพระองค์ผู้ทรงช่วยกู้ท่านจากความพินาศผ่านความทุกข์โศกและความยินดี ท่านรู้ว่าพระเยซูทรงยืนเตรียมพร้อมที่จะมอบ “มงกุฎแห่งความชอบธรรม” ซึ่งเป็นตอนจบอันน่ายินดีสำหรับชีวิตที่สัตย์ซื่อของท่าน (ข้อ 8)

เปาโลยืนยันว่ามงกุฎนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนชั้นสูงเพียงไม่กี่คน แต่สำหรับ “คนทั้งปวงที่ยินดีในการเสด็จมาของพระองค์” (ข้อ 8) เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ให้เราระลึกว่าพระเยซูทรงปรารถนาที่จะสวมมงกุฎให้กับทุกคนที่รักพระองค์ และขอให้เราใช้ชีวิตเพื่อจะจบลงอย่างสวยงาม

พระคุณท่ามกลางความโกลาหล

ขณะผมกำลังเคลิ้มหลับก็มีเสียงดังลั่นเข้ามากระแทกหู เป็นเสียงลูกชายผมที่กำลังดีดกีต้าร์ไฟฟ้าจากห้องใต้ดิน กำแพงทำให้เกิดเสียงดังก้องกังวาน ทำลายความเงียบสงบและการงีบหลับของผม ครู่ต่อมามีอีกเสียงที่ดังแข่งกัน เป็นเสียงบรรเลงเปียโนของลูกสาวผมในเพลง “พระคุณพระเจ้า”

ปกติแล้วผมชอบเสียงกีต้าร์ที่ลูกชายเล่น แต่เสียงที่ผมได้ยินในเวลานั้นกลับหนวกหูและทำลายสมาธิของผม ในทันทีนั้นทำนองเพลงชีวิตคริสเตียนที่คุ้นหูของจอห์น นิวตันก็ย้ำเตือนผมว่า พระคุณมักเติบโตขึ้นท่ามกลางความโกลาหล ไม่ว่าพายุแห่งชีวิตจะส่งเสียงอันดังและไม่พึงประสงค์ หรือสร้างความวุ่นวายให้กับเรามากเพียงใด ท่วงทำนองเพลงแห่งพระคุณของพระเจ้ายังคงดังชัดเจนและเป็นจริง ย้ำเตือนให้เราระลึกถึงความห่วงใยของพระองค์ผู้ทรงเฝ้าดูเราอยู่

เราเห็นความจริงดังกล่าวในพระธรรมสดุดี 107:23-32 เมื่อกะลาสีเรือกำลังต่อสู้กับคลื่นยักษ์ที่สามารถกลืนกินพวกเขาได้อย่างง่ายดาย “ใจของเขาฝ่อไปในเหตุการณ์ร้ายของเขา” (ข้อ 26) ถึงกระนั้นพวกเขาก็ไม่สิ้นหวัง แต่ “ในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยนำเขาออกจากความทุกข์ใจของเขา” (ข้อ 28) สุดท้ายเราอ่านพบว่า “แล้วเขาก็ยินดีเพราะเขามีความเงียบ และพระองค์ทรงนำเขามายังท่าที่เขาปรารถนา” (ข้อ 30)

ในช่วงเวลาที่โกลาหล ไม่ว่ามันจะคุกคามชีวิตหรือแค่คุกคามการนอน เสียงและความกลัวก็อาจโหมกระหน่ำจิตวิญญาณของเราได้ แต่เมื่อเราวางใจพระเจ้าและอธิษฐานต่อพระองค์ เราจะได้รับพระคุณแห่งการทรงสถิตและการจัดเตรียมของพระองค์ ซึ่งได้แก่ท่าเทียบเรือแห่งความรักมั่นคงของพระองค์

อย่างที่ฉันเป็น

หญิงสาวนอนไม่หลับ เธอต้องทนทุกข์กับความพิการทางร่างกายมาหลายปี และในวันพรุ่งนี้เธอจะเป็นจุดสนใจที่งานออกร้านของคริสตจักรเพื่อรับเงินบริจาคเป็นค่าเล่าเรียนในระดับอุดมศึกษาของเธอ แต่ชาร์ลอต อิเลียตให้เหตุผลว่า ฉันไม่มีค่าคู่ควร เธอนอนพลิกไปมาด้วยความสงสัยในคุณสมบัติของตัวเอง และตั้งคำถามกับทุกแง่มุมในชีวิตฝ่ายวิญญาณของตน วันรุ่งขึ้นเธอยังคงกระสับกระส่าย และในที่สุดเธอพาตัวเองไปที่โต๊ะและหยิบปากกากับกระดาษขึ้นมาเพื่อเขียนเนื้อร้องของบทเพลง “ใจชั่วเท่าใดข้าก็เชื่อว่า” ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นบทเพลงชีวิตคริสเตียนที่เป็นอมตะ

“ใจชั่วเท่าใด ข้าก็เชื่อว่า โลหิตพระองค์ ได้ไหลไถ่ข้า พระองค์ตรัสว่า เชิญมาอย่าช้า พระเยซูเจ้า ข้าเชื่อเดี๋ยวนี้”

ถ้อยคำที่เธอเขียนในปี 1835 แสดงให้เห็นว่าพระเยซูทรงเรียกสาวกให้มาและรับใช้พระองค์อย่างไร ไม่ใช่เพราะพวกเขามีความพร้อม แต่เพราะพระองค์ประทานสิทธิอำนาจให้กับพวกเขาอย่างที่พวกเขาเป็น สมาชิก 12 คนในกลุ่มที่ไร้ระเบียบของพระองค์ประกอบด้วย คนเก็บภาษี คนเลือดร้อน สองพี่น้องที่แสนทะเยอทะยาน (ดูมก.10:35-37) และยูดาส อิสคาริโอท “ที่ได้อายัดพระองค์ไว้นั้น” (มธ.10:4) กระนั้นพระองค์ยังประทานสิทธิอำนาจให้กับพวกเขาในการ “รักษาคนเจ็บป่วยให้หาย คนตายแล้วให้ฟื้น คนโรคเรื้อนให้หายสะอาด และจงขับผีให้ออก” (ข้อ 8) โดยไม่ต้องมีเงินทอง ย่าม เสื้อผ้า รองเท้า หรือแม้แต่ไม้เท้า (ข้อ 9-10) ติดตัวไปด้วย

พระองค์ตรัสว่า “เราใช้พวกท่านไป” (ข้อ 16) และพระองค์ผู้เดียวก็เพียงพอ สำหรับพวกเราที่ตอบรับพระองค์ พระองค์จะยังทรงเป็นเหมือนเดิม

ในกิจการทุกอย่าง

ในปีค.ศ.1524 มาร์ติน ลูเธอร์ตั้งข้อสังเกตว่า “พ่อค้ามีกฎทั่วไปซึ่งเป็นคติประจำใจในหมู่พวกเขาเอง คือ ฉันไม่สนใจเพื่อนบ้าน ตราบที่ฉันมีกำไรและความโลภของฉันได้รับการตอบสนอง” อีก 200 กว่าปีต่อมาจอห์น วูลแมนจากเมาท์ฮอลลี่ รัฐนิวเจอร์ซีย์ได้ให้การอุทิศถวายตัวที่เขามีต่อพระเยซูมีอิทธิพลต่อธุรกิจร้านตัดเสื้อของเขา เขาสนับสนุนให้มีการเลิกทาสโดยปฏิเสธที่จะซื้อผ้าฝ้ายหรือสีย้อมผ้าจากบริษัทที่ใช้แรงงานทาส ด้วยใจสำนึกผิดชอบที่ชัดเจน เขารักเพื่อนบ้านและดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรมด้วยความจริงใจ

อัครทูตเปาโลพยายามดำเนินชีวิตด้วย “น้ำใจบริสุทธิ์และด้วยความจริงใจซึ่งมาจากพระเจ้า” (2 คร.1:12) เมื่อบางคนในเมืองโครินธ์พยายามทำลายสิทธิอำนาจของท่านในฐานะอัครสาวกของพระเยซู ท่านได้ปกป้องความประพฤติของตนเองในหมู่พวกเขา โดยกล่าวว่าพวกเขาสามารถตรวจสอบคำพูดและการกระทำของท่านอย่างละเอียดถี่ถ้วนได้ (ข้อ 13) ท่านยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ท่านพึ่งพาฤทธิ์อำนาจและพระคุณของพระเจ้าเพื่อการเกิดผล ไม่ใช่กำลังของตัวเอง (ข้อ 12) กล่าวโดยสรุปคือ ความเชื่อของเปาโลในพระคริสต์นั้นแทรกซึมอยู่ในทุกกิจการที่ท่านทำ

เมื่อเราดำเนินชีวิตในฐานะทูตของพระเยซู ขอให้เราระมัดระวังเพื่อให้ข่าวประเสริฐดังขึ้นในทุกกิจการที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว ธุรกิจ และอื่นๆ เมื่อเราสำแดงความรักของพระเจ้าต่อผู้อื่นโดยอาศัยฤทธิ์อำนาจและพระคุณของพระเจ้า เราก็ได้ให้เกียรติพระองค์และรักเพื่อนบ้านของเรา

เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

เรื่องราวต่างๆเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจมนุษย์มาตั้งแต่การทรงสร้างได้เริ่มต้นขึ้น เป็นวิธีถ่ายทอดความรู้ก่อนที่ภาษาเขียนจะเกิดขึ้น เราทุกคนต่างรู้ดีถึงความเพลิดเพลินของการฟังหรือการอ่านเรื่องราว และรู้สึกมีส่วนร่วมในทันทีกับประโยคเริ่มเรื่อง เช่น “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” พลังของเรื่องราวไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การให้ความเพลิดเพลิน เมื่อเราฟังเรื่องราวไปพร้อมๆกัน หัวใจของเราดูเหมือนจะเต้นสอดประสานเข้าด้วยกัน! แม้หัวใจของเราจะเต้นแตกต่างกันออกไปในแต่ละวันและอาจตรงกับของผู้อื่นเข้าโดยบังเอิญ แต่งานวิจัยใหม่ระบุว่า หัวใจของเราทุกคนอาจเต้นเป็นจังหวะเดียวกันเมื่อเราได้ยินเรื่องราวเดียวกันในเวลาเดียวกัน

พระเจ้าทรงเริ่มเล่าเรื่องราวของพระองค์ให้เราฟังด้วยคำว่า “ในปฐมกาล” (ปฐก.1:1) เมื่ออาดัมและเอวาเริ่มหายใจเป็นครั้งแรก (ข้อ 27) พระเจ้าไม่เพียงแต่ใช้เรื่องราวที่พระองค์ทรงสำแดงเพื่อหล่อหลอมชีวิตของเราเป็นรายคน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ ชีวิตของเราทุกคนรวมกันในฐานะบุตรของพระองค์ หัวใจของเราในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู ผู้ซึ่งถูกแยกออกมาเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระองค์ (1 ปต.2:9) จะถูกหลอมรวมกันผ่านพระคัมภีร์ซึ่งเป็นเรื่องราวจริงที่ไม่ใช่นวนิยาย และมีความงดงามที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

ขอให้หัวใจของเราตอบสนองด้วยการเต้นเป็นจังหวะเดียวกันขณะที่เราร่วมยินดีในผลงานที่สร้างสรรค์ของผู้ประพันธ์ และขอให้เราแบ่งปันเรื่องราวของพระองค์กับผู้อื่น โดยประกาศถึง “พระสิริของพระองค์ท่ามกลางบรรดาประชา-ชาติ ถึงการอัศจรรย์ของพระองค์ท่ามกลางบรรดาชนชาติทั้งหลาย” (สดด.96:3) และเชื้อเชิญให้พวกเขาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา