ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย Tom Felten

การตัดสินใจอย่างประมาท

ตอนเป็นวัยรุ่น ผมขับรถด้วยความเร็วสูงมากเกินไป เพื่อพยายามตามเพื่อนไปที่บ้านของเขาหลังจากซ้อมบาสเก็ตบอลที่โรงเรียนเสร็จ ตอนนั้นฝนตกหนัก และผมขับตามรถเพื่อนไม่ค่อยจะทัน ทันใดนั้นเมื่อที่ปัดน้ำฝนปัดน้ำออกจากกระจกหน้ารถ ผมก็เห็นรถของเพื่อนหยุดอยู่ตรงหน้า! ผมกระแทกเบรคอย่างแรง รถไถลออกนอกถนนและชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ รถของผมพัง ต่อมาผมฟื้นขึ้นในห้องผู้ป่วยโคม่าในโรงพยาบาลท้องถิ่น ผมรอดชีวิตด้วยพระคุณของพระเจ้า แต่ความประมาทของผมได้พิสูจน์แล้วว่ามีราคาแพงมาก

โมเสสตัดสินใจด้วยความใจร้อนซึ่งทำให้ท่านต้องสูญเสียโอกาสสำคัญ การตัดสินใจที่ผิดพลาดของท่านเกี่ยวข้องกับการไม่มีน้ำ ไม่ใช่การมีมากเกินไป (เช่นในกรณีของผม) ชนชาติอิสราเอลขาดน้ำในถิ่นทุรกันดารสีน “เขาประชุมกันว่าโมเสสและอาโรน” (กดว.20:2) พระเจ้าทรงบอกผู้นำที่ถูกกดดันให้บอกกับหินให้ “หลั่งน้ำ” (ข้อ 8) แต่โมเสส “ตีหินนั้นสองครั้ง” (ข้อ 11) พระเจ้าตรัสว่า “เพราะเจ้ามิได้เชื่อเรา...เจ้าจึงจะมิได้นำคนที่ประชุมนี้เข้าไปในแผ่นดินซึ่งเราได้ให้แก่เขา” (ข้อ 12)

เวลาที่เราตัดสินใจทำสิ่งใดด้วยความประมาท เราต้องรับผลที่จะเกิดขึ้นตามมา “คนที่ไม่มีความรู้ก็ไม่ดี และบุคคลที่เร่งเท้าหนักก็มักพลาดผิด” (สภษ.19:2) ขอให้เราแสวงหาพระปัญญาและการทรงนำของพระเจ้าอย่างระมัดระวังด้วยใจอธิษฐาน เพื่อการตัดสินใจและการเลือกทำสิ่งต่างๆของเราในวันนี้

ภัยพิบัตินำเรามา

ในปี ค.ศ. 1717 พายุที่ทำลายล้างพัดกระหน่ำเป็นเวลาหลายวัน นำไปสู่การเกิดน้ำท่วมในวงกว้างทางตอนเหนือของยุโรป ผู้คนหลายพันเสียชีวิตทั้งที่เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และเดนมาร์ก ประวัติศาสตร์เผยให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจและธรรมเนียมปฏิบัติในเวลานั้น ที่จะมีการตอบสนองจากรัฐบาลท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งแห่ง หน่วยงานบริหารเมืองโครนิงเง็นของเนเธอร์แลนด์เรียกร้องให้มี “วันอธิษฐาน” เพื่อตอบสนองต่อภัยพิบัติ นักประวัติศาสตร์คนหนึ่งรายงานว่าประชาชนรวมตัวกันในคริสตจักรและ “ฟังเทศนา ร้องเพลงสดุดี และอธิษฐานนานนับหลายชั่วโมง”

ผู้เผยพระวจนะโยเอลบรรยายถึงภัยพิบัติร้ายแรงที่ชาวยูดาห์เผชิญ ซึ่งนำไปสู่การอธิษฐานด้วยเช่นกัน ฝูงตั๊กแตนจำนวนมหึมาปกคลุมแผ่นดินและ “ทำลายเถาองุ่น และปอกเปลือกต้นมะเดื่อ” (ยอล.1:7) ขณะที่ท่านและคนของท่านตกอยู่ในความกลัวจากหายนะนั้น โยเอลอธิษฐานว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลพระองค์” (ยอล.1:19) ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งชาวยุโรปเหนือและคนยูดาห์ต่างก็ประสบภัยพิบัติที่เกิดจากผลของบาปและโลกที่ล้มลงในบาป (ปฐก.3:17-19; รม.8:20-22) พวกเขายังพบด้วยว่า เวลาเช่นนี้นำให้พวกเขาร้องเรียกหาพระเจ้าและแสวงหาพระองค์ในการอธิษฐาน (ยอล.1:19) และพระเจ้าตรัสว่า “เจ้าทั้งหลายจง​กลับ​มาหา​เราเสียเดี๋ยวนี้ ด้วย​ความเต็มใจ” (2:12)

เมื่อเราเผชิญกับความยากลำบากและภัยพิบัติ ขอให้เราหันไปยังพระเจ้า ไม่ว่าจะด้วยความเจ็บปวดหรือการกลับใจ พระองค์ทรงนำเราให้เข้ามาหาพระองค์ ด้วย “พระกรุณา” และ “บริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง” (ข้อ 13) โดยประทานการปลอบโยนและความช่วยเหลือที่เราต้องการ

การค้นพบครั้งสำคัญ!

ในปี 2021 ขณะดำน้ำลึก ตาของเจนนิเฟอร์จับจ้องไปที่ขวดเล็กสีเขียวที่จมอยู่ก้นแม่น้ำ เธอเก็บสิ่งที่เธออธิบายว่าเป็น “การค้นพบครั้งเดียวในชีวิต” ขึ้นมา ภายในขวดนั้นบรรจุข้อความที่เขียนโดยชายหนุ่มในวันเกิดอายุ 18 ปี ของเขาในปี 1926! ข้อความนั้นขอให้ผู้ที่ค้นพบนำมันมาคืนให้เขา เจนนิเฟอร์ใช้เฟซบุ๊กเพื่อตามหาจนพบครอบครัวของชายคนนั้น แม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 1995 แต่ข้อความของเขาที่ซ่อนไว้ได้นำความชื่นชมยินดีมายังเจนนิเฟอร์และครอบครัวของเขา

ใน 2 พงศ์กษัตริย์ 22:8 เราอ่านพบว่าฮีลคียาห์มีการค้นพบที่สำคัญเมื่อเขา “​พบหนังสือธรรมบัญญัติในพระนิเวศของพระเจ้า” ตามคำสั่งของกษัตริย์โยสิยาห์ที่ให้ “ซ่อมแซมพระนิเวศ” (ข้อ 5) มหาปุโรหิตได้พบสิ่งที่น่าจะเป็นหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ “เมื่อพระราชาได้ฟังถ้อยคำของธรรมบัญญัติ” ​พระองค์ทั้งสะเทือนพระทัยและเป็นทุกข์ยิ่งนัก (ข้อ 11) เช่นเดียวกับพระนิเวศในยูดาห์ ประชาชนได้ละเลยพระเจ้าและการอ่านและการเชื่อฟังพระวจนะที่พระเจ้าทรงบันดาลใจให้มีผู้เขียนไว้ กษัตริย์ทรงกลับใจและสั่งให้กำจัดรูปเคารพและสิ่งใดๆที่จะทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย เพื่อเป็นการปฏิรูปประเทศของพระองค์ (23:1-24)

ทุกวันนี้ พระคัมภีร์ของเราประกอบไปด้วยหนังสือหกสิบหกเล่มที่เปิดเผยถึงพระปัญญาและคำสอนของพระเจ้า รวมถึงหนังสือธรรมบัญญัติด้วย เมื่อเราอ่านและฟัง ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์เปลี่ยนความคิดและปรับปรุงวิถีของเรา จงดำดิ่งสู่เรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงชีวิตในพระคัมภีร์วันนี้ และพบกับปัญญาเพื่อการสำรวจค้นหาตลอดชีวิต!

คุณเป็นอย่างไรบ้าง

ชาร์ล่ารู้ตัวว่าเธอกำลังจะตาย ขณะที่เธอนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ศัลยแพทย์และกลุ่มแพทย์ฝึกหัดพากันเข้ามาในห้อง หลายนาทีต่อมาหมอไม่ได้สนใจชาร์ล่าเพราะเขากำลังอธิบายอาการระยะสุดท้ายของเธอให้แพทย์ฝึกหัดฟัง ในท้ายที่สุด เขาหันมาหาชาร์ล่าและถามเธอว่า “คุณเป็นอย่างไรบ้าง” ชาร์ล่ายิ้มอย่างอ่อนแรง และเล่าด้วยน้ำเสียงอบอุ่นถึงความหวังและสันติสุขที่เธอมีในพระเยซู

เมื่อประมาณสองพันปีก่อน พระเยซูถูกทุบตี ร่างเปลือยเปล่าของพระองค์ถูกแขวนไว้บนไม้กางเขนอย่างน่าอัปยศต่อหน้าฝูงชน พระองค์จะกล่าวโทษผู้ที่ทรมานพระองค์ไหม ไม่ “พระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า ‘โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขา เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไร’” (ลก.23:34) แม้จะถูกกล่าวหาด้วยความเท็จ และถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ก็อธิษฐานเผื่อศัตรูของพระองค์ ต่อมาพระองค์ตรัสกับอาชญากรผู้ถูกเหยียดหยามอีกคนหนึ่งว่า เพราะความเชื่อของเขา เขาจึงจะได้ไปอยู่กับพระองค์ในไม่ช้า “ในเมืองบรมสุขเกษม” (ข้อ 43) ในความเจ็บปวดและอับอาย พระเยซูเลือกที่จะกล่าวถ้อยคำแห่งความหวังและชีวิตอันเนื่องมาจากความรักที่ทรงมีต่อผู้อื่น

เมื่อชาร์ล่าเล่าเรื่องพระคริสต์ให้ผู้ฟังของเธอจบลง เธอตั้งคำถามกลับไปยังคุณหมอ เธอมองอย่างอ่อนโยนเข้าไปในดวงตาที่มีน้ำตารื้นและถามว่า “แล้วคุณล่ะเป็นอย่างไรบ้าง” โดยพระคุณและฤทธิ์อำนาจของพระคริสต์ ชาร์ล่าได้แบ่งปันถ้อยคำแห่งชีวิตที่สำแดงความรักห่วงใยแก่เขาและคนอื่นๆในห้องนั้น ไม่ว่าเราจะพบกับการทดลองใดในวันนี้หรือวันข้างหน้า ให้เราเชื่อวางใจในพระเจ้าว่าจะทรงจัดเตรียมความกล้าที่เราจะกล่าวถ้อยคำแห่งชีวิตด้วยความรัก

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา