Category  |  ODB

แม่น้ำที่ต้องข้าม

เมื่อคริส แมคแคนด์เลสออกเดินทางพเนจรและเข้าไปในผืนป่าอันกว้างใหญ่ของอลาสก้า เขาคิดว่าจะกลับออกมา แต่เขาข้ามแม่น้ำเทกลานิก้าไปในเดือนเมษายน ก่อนที่น้ำแข็งจะละลายในฤดูร้อนจนกลายเป็นแม่น้ำเชี่ยวกรากที่ไม่อาจข้ามได้ หลายเดือนต่อมาแมคแคนด์เลสก็ไม่สามารถกลับออกมาได้ การเสียชีวิตอันน่าสลดใจของเขาถูกบันทึกไว้ในหนังสือและภาพยนตร์

คนอิสราเอลในยุคโบราณต้องเผชิญกับการข้ามแม่น้ำครั้งสำคัญเพื่อจะได้เข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา แต่แม่น้ำ “จอร์แดน​ขึ้น​ท่วม​ฝั่ง” (ยชว.3:15) อันเป็นความท้าทายที่จะทำให้ความเชื่อของพวกเขาเติบโต พระเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า “วันนี้​เรา​จะ​เริ่ม​ยก​ย่อง​เจ้า​ให้​เป็น​ใหญ่ ใน​สายตา​ของ​บรรดา​อิสราเอล เพื่อ​เขา​จะ​ทราบ​ว่า เรา​อยู่​กับ​โมเสส​มา​แล้ว​อย่างไร เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า​อย่าง​นั้น​” (ข้อ 7)

โยชูวากล่าวกับประชาชนว่า “หีบพันธสัญญา​ของ​พระ​เป็นเจ้า​แห่ง​สากล​พิภพ​จะ​ข้าม​ไป​ข้างหน้า​ท่าน ลง​ไป​ใน​แม่น้ำ​จอร์แดน​” (ข้อ 11) เมื่อปุโรหิตผู้หามหีบก้าวลงไปในแม่น้ำจอร์แดน และ “น้ำ​ที่​ไหล​มา​จาก​ข้างบน​ก็​หยุด” (ข้อ 15-16) ประชาชนทั้งปวงก้าวข้ามไปบนดินก้นแม่น้ำที่แห้ง (ข้อ 17)

บางครั้งเราต้องพบเจอกับ “การข้ามแม่น้ำ” คือสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ซึ่งสามารถเสริมสร้างความเชื่อของเราได้ หากเราหันไปหาผู้ที่สร้างทางข้ามนั้น การข้ามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการข้ามจากชีวิตนี้ไปสู่ชีวิตหน้า แต่ไม่ว่าจะเป็นการข้ามใด พระเจ้าผู้ทรงสถิตอยู่กับโมเสส โยชูวา และชนชาติอิสราเอลจะทรงเตรียมทางไว้เพื่อเราเช่นกัน

ก้าวไปพร้อมกัน

ลิลเลียน โคลอนผู้เติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ได้เอาชนะนักเต้นสี่ร้อยคนจนคว้าตำแหน่งซึ่งเป็นที่หมายปองในทีมนักเต้นชื่อดังระดับโลก เธอแสดงร่วมกับทีมด้วยท่าเต้นที่สอดประสานกันอย่างพร้อมเพรียงจนกระทั่งอายุสี่สิบกว่า ปัจจุบันในวัยเจ็ดสิบปีเธอสอนการเต้นและได้ถ่ายทอดบทเรียนที่สำคัญที่สุดจากความสามารถทางศิลปะขั้นสูงให้แก่บรรดานักเรียน นั่นคือการทำงานร่วมกัน “ทั้งในและนอกเวที ชีวิตของพวกเราสอดประสานกันอย่างลึกซึ้ง” เธอกล่าว “และเราทุกคนจะดีขึ้นเมื่อเราสนับสนุนและดูแลซึ่งกันและกัน”

อัครทูตเปาโลรู้ถึงความสำคัญของหลักการนี้ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระคริสต์ชี้ให้เห็นว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของคำยกย่องสรรเสริญนั้น คือเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า เปาโลสอนบทเรียนนี้แก่ผู้เชื่อในกรุงโรม ทั้งชาวยิวและคนต่างชาติ เพื่อเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ท่านเขียนไว้ว่า “ขอ​พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​เพียร​และ​ความ​ชู​ใจ ทรง​โปรด​ช่วย​ให้​ท่าน​มี​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ตาม​อย่าง​พระ​เยซู​คริสต์​” (รม.15:5) “เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​พร้อม​ใจ​กัน​สรรเสริญ​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​เป็น​พระ​บิดา​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา” (ข้อ 6)

การขัดแย้งกันจะไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ การร่วมใจกันสรรเสริญพระเจ้าโดยไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดถูกด้อยค่า จะทำให้ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในพระคริสต์บรรลุจุดประสงค์ที่แท้จริง เปาโลบันทึกไว้ว่า “เหตุ​ฉะนั้น​จง​ต้อนรับ​กัน​และ​กัน เช่น​เดียว​กับที่​พระ​คริสต์​ได้​ทรง​ต้อนรับ​ท่าน เพื่อ​พระ​เกียรติ​ของ​พระ​เจ้า​” (ข้อ 7) เมื่อเราแสวงหาความช่วยเหลือจากพระเจ้าในการทำเช่นนี้ พระองค์จะทรงดลบันดาลให้เรามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อเราก้าวไปด้วยกันและถวายพระเกียรติแด่พระองค์

ร่วมกับพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือ

เมื่อกลุ่มตาลีบันเข้ายึดครองรัฐบาลอัฟกานิสถานได้อย่างรวดเร็วในปี 2021 และผู้คนหลายหมื่นคนติดอยู่โดยไม่มีทางหนี หลายคนรู้สึกโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง ประชาชนทั่วไปเริ่มปฏิบัติการบางอย่างทันที รวมถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่เปิดตัวแคมเปญบนอินสตาแกรมเพื่อระดมทุน 7 ล้านดอลลาร์ในการจ่ายค่าเครื่องบินเช่าเหมาลำสำหรับการอพยพ “ในสถานการณ์นี้ เราได้ขจัดความขัดแย้งทางการเมืองออกไป” เขากล่าวกับสำนักข่าวแห่งหนึ่ง “และได้มารวมตัวกันจากทุกสาขาอาชีพเพื่อรวมพลังและช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้” พวกเขาเลือกที่จะเข้าร่วมการต่อสู้

ไม่ใช่แค่ในอัฟกานิสถานเท่านั้น ตั้งแต่ตึกระฟ้าไปจนถึงหมู่บ้านต่างๆทั่วโลก ผู้คนมากมายอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่าประทับใจที่ได้เห็นว่าพระเจ้าทรงมุ่งความสนพระทัยไปยังสถานที่ที่มีความทุกข์ยากและความสิ้นหวังเหล่านี้ ในท้ายที่สุดพระองค์จะทรง “ช่วย​กู้​คน​ขัด​สน​เมื่อ​เรา​ร้อง​ทูล คน​ยากจน และ​คน​ที่​ไร้​ผู้​อุปถัมภ์” (72:12) ในเวลาและโดยวิธีของพระองค์ และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือหนึ่งในวิธีที่พระเจ้าทรงช่วยเหลือนั้นคือผ่านทางเรา สดุดีบทที่ 72 กล่าวถึงทั้งพระราชกิจของกษัตริย์ซาโลมอนและพระราชกิจของพระเจ้า และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแยกทั้งสองสิ่งออกจากกัน พระเจ้าทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแต่พระองค์ทรงเรียกให้เราเคลื่อนไปพร้อมกับพระองค์

เมื่อเราเผชิญกับความอยุติธรรมหรือความทุกข์ทรมาน เราสามารถร่วมมือกับพระองค์เพื่อก้าวเข้าไปท่ามกลางความพังพินาศนั้น เราสามารถติดตามพระเจ้าและไปยังสถานที่ซึ่งไม่มีใครคอยให้ความช่วยเหลือได้

หายไปแต่ได้พบแล้ว

เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ฉันไปเที่ยวแถบป่าอเมซอนในประเทศเอกวาดอร์กับพ่อ เราได้นั่งเรือเร็วไปเที่ยวที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อชมทัศนียภาพและเรียนรู้เกี่ยวกับชนเผ่าท้องถิ่น พ่อผู้เป็นที่รักของฉันซื้อเครื่องประดับทำมือให้ฉันรวมถึงต่างหูคู่หนึ่ง ฉันใส่ต่างหูคู่นี้เฉพาะในโอกาสพิเศษเท่านั้น รวมถึงตอนที่ฉันไปเยี่ยมน้องสาวในวันเกิดของฉันด้วย พอกลับจากเดินทางฉันตกใจมากเมื่อพบว่าต่างหูข้างหนึ่งหายไป ฉันค้นหาไปทั่ว

ถึงมันจะเป็นแค่ต่างหู แต่ฉันคงต้องเดินทางไกลกลับไปถึงป่าอเมซอนจึงจะหาต่างหูมาแทนได้ ที่น่าอัศจรรย์คือเมื่อน้องสาวของฉันกลับไปที่ร้านอาหารที่เราฉลองวันเกิดของฉัน เธอเจอต่างหูข้างที่หายไปที่จุดบริการของหาย ฉันดีใจเป็นที่สุด

พระเยซูทรงเล่าคำอุปมาเรื่องหญิงคนหนึ่งที่ทำเหรียญเงินหาย เธอไม่ยอมอยู่เฉยเมื่อเหรียญที่มีค่าของเธอหายไป พระเยซูทรงถามว่า เธอ “จะ​ไม่​จุด​ตะเกียง​กวาด​เรือน​ค้นหา​ให้​ละเอียด​จนกว่า​จะ​พบ​หรือ​” (ลก.15:8) และเมื่อเธอพบเหรียญเงินของเธอแล้ว เธอก็เปรมปรีดิ์เป็นอย่างยิ่ง (ข้อ 9)

พระเยซูทรงเล่าเรื่องนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีค่าเพียงใดสำหรับพระเจ้า พระองค์ “ได้มา​เพื่อ​จะ​เที่ยว​หา​และ​ช่วย​” ผู้​ที่​หลง​หายไป​นั้น​ให้​รอด (19:10) แม้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยหลงหาย แต่เมื่อพระเยซูทรงตามหาเราพบแล้ว สวรรค์ก็ชื่นชมยินดี

เครื่องบูชาที่ถ่อมใจ

นักบินและลูกสาวสองคนออกเดินทางจากเมืองโซดอตน่า รัฐอลาสก้าเพื่อไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ แต่เครื่องบินลำเล็กของพวกเขากลับไปไม่ถึงจุดหมาย หลังจากนักบินท้องถิ่นหลายคนเริ่มค้นหาเครื่องบินที่สูญหาย เทอร์รี่โกเดสก็พบซากเครื่องบินที่เกือบจะจมในทะเลสาบที่บางส่วนกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว สมาชิกครอบครัวทั้งสามคนยืนอยู่บนปีกเครื่องบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง น่ายินดีที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิได้ช่วยเหลือทั้งสามคนไว้ได้ในเวลาไม่นาน โกเดสยอมเสียสละเวลาและทรัพยากรของเขาเพื่อผู้อื่น ทำให้มีคนรอดชีวิต เขาพูดถึงความพยายามของตนอย่างถ่อมตัวว่า “ผมแค่พบเครื่องบินเป็นคนแรก”

กษัตริย์ดาวิดเสียสละมากมายเพื่อคนอิสราเอล รวมถึงการต่อสู้เพื่อช่วยเหลือพวกเขาจากศัตรู (1 พศด.14:8-17) จากนั้นพระองค์ได้ยินผู้เผยพระวจนะนาธันกล่าวว่า บัลลังก์ของพระองค์จะได้รับการ “สถาปนา​...​ไว้​เป็น​นิตย์” ผ่านทางสายเลือดของพระองค์ โดยพระคริสต์เป็นผู้ที่ทำให้คำพยากรณ์นี้สำเร็จ (17:14; ดู ลก.1:30-33) ดาวิดตอบด้วยความถ่อมใจว่า “ข้า​แต่​พระ​เจ้า ข้า​พระ​องค์​เป็น​ผู้ใด​เล่า และ​พงศ์​พันธุ์​ของ​ข้า​พระ​องค์​เป็น​อะไร​เล่า​ที่​พระ​องค์​ทรง​นำ​ข้า​พระ​องค์​มา​ไกล​จนถึง​แค่​นี้” (1 พศด.17:16) ดาวิดทราบว่าชีวิตของตนได้รับการสถาปนาโดยพระเจ้าตามน้ำพระทัยของพระองค์ (ข้อ 19) และเหนือสิ่งอื่นใดพระเจ้าได้ทรงกระทำพระราชกิจแห่งการช่วยกู้และการทรงไถ่เพื่อดาวิดและประชากรของพระองค์ (ข้อ 20-22)

พระเยซูทรง “ถ่อมพระองค์” เป็นเครื่องบูชาสูงสุดเพื่อเรา (ฟป.2:8) เมื่อพระองค์ทรงช่วยเหลือเรา ขอให้เราอุทิศชีวิตของเราเพื่อผู้อื่นด้วยความถ่อมใจ

ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ

ผู้พิพากษาท่านหนึ่งใช้แนวทางที่ไม่เหมือนใครเพื่อจัดการกับคดีลักขโมยในร้านค้า โดยการสั่งให้ผู้กระทำผิดล้างรถในลานจอดรถของร้านค้าในชุมชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานบริการชุมชน เขาหวังว่าวิธีนี้จะช่วยหยุดยั้งการลักขโมยในอนาคต และเป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงผลลัพธ์ของการทำผิด เขาเน้นย้ำว่าการกระทำย่อมมีผลตามมาและความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ

การตัดสินของผู้พิพากษานี้สะท้อนถึงคำสั่งในกันดารวิถี 5:6-7 ที่ว่า “[ผู้ใดที่ ]กระทำ​บาป...ให้​ผู้​นั้น​สารภาพ​ความ​ผิด​ที่​เขา​ได้​กระทำ และ​ให้​เขา​คืน​สิ่ง​ที่​ผิด​ซึ่ง​เขา​ได้มา​นั้น​เต็ม​ตามเดิม” ในข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ เราได้เห็นว่าพระเจ้าทรงให้ความสำคัญต่อการยอมรับผิด การสารภาพบาป และการแสวงหาการฟื้นฟู และยังเน้นย้ำความจริงอันลึกซึ้งที่ว่า การประพฤติผิดทุกอย่างแสดงให้เห็นว่าผู้ทำผิดได้ “​ฝ่า​ฝืน​ต่อ​พระ​เจ้า” (ข้อ 6) และทรยศต่อหลักการของชนชาติอิสราเอล

การล้างรถในที่สาธารณะทำหน้าที่เป็นเสมือนผลที่ตามมาซึ่งทำให้ถ่อมใจและส่งเสริมให้เกิดการคิดทบทวนและความรับผิดชอบ ในทำนองเดียวกัน พระเจ้าทรงเรียกอิสราเอลให้ยอมรับในบาปของตนด้วยความจริงใจ โดยสารภาพบาปและแสวงหาการอภัยโทษ อิสรภาพที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับการกระทำของตนเอง จัดการแก้ไข และตอบรับพระคุณของพระเจ้า

วันนี้ ให้เราใช้เวลาสักครู่เพื่อใคร่ครวญถึงชีวิตที่เราดำเนินต่อพระพักตร์พระเจ้าอย่างจริงใจ เมื่อเราแสวงหาการคืนดีและการชดใช้ในกรณีที่จำเป็น (ดู มธ.5:23-24; ลก.19:8-10) พระเมตตาและการอภัยโทษของพระองค์จะฟื้นฟูเราให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์

ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก

คิริบาส ประเทศซึ่งเป็นเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกเพียงประเทศเดียวในโลกที่ตั้งอยู่ในเขตสี่ซีกโลก หมู่เกาะคิริบาสทั้ง 33 เกาะนี้ทอดตัวคร่อมทั้งเส้นศูนย์สูตรและเส้นเมริเดียนที่ 180 องศา และคิริบาสยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ห่างไกลที่สุดในโลกอีกด้วย

เรารับใช้พระเจ้าผู้ทรงห่วงใยในสถานที่ห่างไกลเหล่านี้ ในขณะที่พระเยซูทรงเตรียมเหล่าสาวกสำหรับการเสด็จกลับสู่สวรรค์ของพระองค์ พระองค์บอกพวกเขาว่า “ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้รับ​พระ​ราชทาน​ฤทธิ์​เดช เมื่อ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​พยาน​ฝ่าย​เรา​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย แคว้น​สะมาเรีย และ​จนถึง​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก” (กจ. 1:8) “จนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก” คือการทรงเรียกให้นำข่าวสารแห่งพระกิตติคุณไปยังพื้นที่ที่ห่างไกลที่สุดของโลก แต่การทรงเรียกนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ห่างไกลเท่านั้น แต่หมายรวมถึงที่ซึ่งพวกเขาอยู่ในขณะนั้น คือกรุงเยรูซาเล็ม และแคว้นยูเดียกับแคว้นสะมาเรียที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

หลังจากที่พระเยซูทรงกล่าวคำอำลาแก่เหล่าสาวกแล้ว “พระ​เจ้า​ก็​ทรง​รับ​พระ​องค์​ขึ้น​ไป​ต่อ​หน้า​ต่อ​ตา​เขา” (ข้อ 9) ทูตสวรรค์สององค์มาปรากฏและกล่าวว่า “พระ​เยซู​องค์​นี้​...จะ​เสด็จ​มา​อีก​เหมือน​อย่าง​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​เห็น​พระ​องค์​เสด็จ​ไป​ยัง​สวรรค์​นั้น” (ข้อ 11)

ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์เป็นข่าวที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน ความท้าทายของเราในฐานะทูตของพระองค์คือการแบ่งปันข่าวนั้น ด้วยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะได้เห็นว่าทุกคนทั้งใกล้และไกลล้วนมีโอกาสที่จะได้ยิน

กำลังเพื่อจะทนได้

มาร์กเป็นนักวิ่งมาราธอนและศิษยาภิบาลผู้ทุ่มเท เขารับใช้คริสตจักรสองแห่งในตลอดระยะเวลาสามสิบห้าปีและเพิ่งจะเกษียณอายุ ของขวัญชิ้นหนึ่งที่เขาได้รับคือรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ ผมเคยวิ่งกับมาร์กครั้งหนึ่งเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว แต่ในตลอดชีวิตของมาร์ก เขาลงแข่งวิ่งระยะทาง 42.2 กิโลเมตรมาแล้วในหลายเมืองทั่วประเทศ ที่งานฉลองการเกษียณอายุของเขา ผู้คนจากชุมชนและคริสตจักรที่เขาเคยรับใช้ต่างแสดงความชื่นชมในความสัตย์ซื่อของเขา โดยฤทธิ์เดชและพระคุณของพระเจ้า มาร์กได้แข่งขันอย่างดีจนถึงที่สุด

ชีวิตนั้นเป็นเหมือนการวิ่งมาราธอนมากกว่าการวิ่งระยะสั้น บางครั้งเราเหนื่อยล้าและรู้สึกอยากจะยอมแพ้ แต่พระคุณและพระกำลังของพระเจ้าที่มีสำหรับผู้ที่ไว้วางใจในพระองค์นั้นไม่มีวันสิ้นสุด ขณะที่อัครทูตเปาโลถูกคุมขังอยู่และใกล้จะถึงเส้นชัยของชีวิต (2 ทธ.4:6) ท่านให้กำลังใจทิโมธีบุตรฝ่ายวิญญาณของท่านว่า “ข้าพเจ้า​ได้​ต่อสู้​อย่าง​เต็ม​กำลัง ข้าพเจ้า​ได้​แข่งขัน​จนถึง​ที่สุด ข้าพเจ้า​ได้​รักษา​ความ​เชื่อ​ไว้​แล้ว​” (ข้อ 7) เส้นทางแห่งชีวิตนำพาเราไปยังสถานที่ต่างๆ แต่ไม่ว่าเราจะอยู่ ณ จุดใดบนการเดินทางแห่งชีวิต เราควรระลึกไว้เสมอว่าความอดทนที่เปี่ยมด้วยความเชื่อนั้นสำคัญยิ่งและคุ้มค่า (ข้อ 8) พระเจ้าจะทรงเป็นแหล่งแห่งกำลังของเรา (ข้อ 17) ดังนั้นโดยพระคุณของพระองค์ พระองค์ “จะ​ทรง​ช่วย (เราทั้งหลาย) ​ให้​รอด​เข้า​สู่​แผ่นดิน​สวรรค์​ของ​พระ​องค์” (ข้อ 18)

ต้นหลิวที่มีโพรง

เมื่อโทมาสกล่าวถึงเวลาอันทรงคุณค่าที่เขามีร่วมกับที่ปรึกษาอาวุโสผู้ซึ่งคอยรับฟังข้อกังวลของเขาอยู่เสมอ เขากล่าวว่า “ท่านเป็นเสมือนต้นหลิวที่มีลำต้นเป็นโพรงของผม” เมื่อฉันมองเขาด้วยสายตาที่งุงงง โทมาสอธิบายว่านี่เป็นสำนวนภาษาสโลวัก หมายถึงคนที่เก็บรักษาความลับของคุณเอาไว้ พูดง่ายๆ คือ คนๆนั้นเปรียบเสมือนต้นหลิวที่เก็บรักษาความลับเอาไว้อย่างปลอดภัยภายในลำต้น

การมีใครสักคนที่เราสามารถเล่าความลับเกี่ยวกับความกลัวและความปรารถนาในส่วนลึกให้ฟังได้ถือเป็นสมบัติอันล้ำค่า ในตอนหนึ่งของพระธรรมสุภาษิตที่เน้นย้ำเรื่องพลังแห่งคำพูด บางทีกษัตริย์ซาโลมอนอาจพูดจากประสบการณ์ของพระองค์เอง ตอนที่พระองค์ยกย่องบุคคลที่มีความสุขุมรอบคอบหรือ “สงบปากสงบคำ”(สภษ.11:12 TNCV)ของตนได้ พระองค์ยังได้เปรียบเทียบบุคคลสองแบบไว้ว่า “บุคคล​ที่​เที่ยว​ซุบซิบ​ก็​เผย​ความ​ลับ แต่​บุคคล​ที่​ไว้วางใจ​ได้​ย่อม​ปิดบัง​สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​ไว้​ได้” (ข้อ 13) การเปรียบเทียบนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีให้เราระมัดระวังการเก็บรักษาบทสนทนาส่วนตัวให้ดี แม้ว่าเราไม่ควรจะนิ่งเงียบหากเป็นเรื่องความปลอดภัยของคนที่เราเป็นห่วงอย่างแท้จริง

ในโลกยุคดิจิตอลที่เราสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วนี้ อาจเป็นเรื่องน่าดึงดูดใจ (และง่ายดาย)ที่จะเล่ารายละเอียดที่ตื่นเต้นมีสีสันเพื่อให้ผู้ฟังตอบสนอง แต่การนินทาไม่เพียงทำร้ายคนที่ไว้ใจคุณมากจนเล่าเรื่องต่างๆ ให้คุณฟังเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายอย่างมากต่อความสัมพันธ์เมื่อความไว้เนื้อเชื่อใจถูกทำลายลง เราทุกคนมุ่งมั่นที่จะเป็น “ต้นหลิวที่มีโพรง” คือเป็นคนที่ซื่อสัตย์และไว้วางใจให้รักษาความลับไว้ได้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา