Category  |  ODB

จังหวะของความสุข

ไปด้วยจังหวะของความสุข วลีนี้เข้ามาในความคิดขณะที่ผมกำลังอธิษฐานใคร่ครวญถึงปีหน้าในเช้าวันหนึ่ง และนี่ช่างดูเหมาะเจาะ ผมมีแนวโน้มที่จะทำงานหนักเกินไป ซึ่งมักจะบั่นทอนความชื่นชมยินดีของผม ดังนั้นเพื่อจะทำตามคำแนะนำนี้ ในปีหน้าผมจึงตั้งใจจะทำงานให้มีความสุขโดยไม่เร่งรีบหรือหักโหมเกินไป มีเวลาให้กับเพื่อนๆ และทำกิจกรรมสนุกๆ

แผนนี้ไปได้สวย...จนกระทั่งเดือนมีนาคม! เมื่อผมร่วมงานกับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเพื่อดูแลหลักสูตรทดลองที่ผมกำลังพัฒนา เนื่องจากนักศึกษาต้องลงทะเบียนและใกล้จะเปิดเทอมแล้ว ผมจึงต้องทำงานเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อให้ทันกำหนด แล้วผมจะไปด้วยจังหวะของความสุขได้อย่างไรในตอนนี้

พระเยซูทรงสัญญาถึงความสุขยินดีแก่ผู้ที่เชื่อในพระองค์ ซึ่งเราจะได้รับโดยยึดมั่นอยู่ในความรักของพระองค์ (ยน.15:9) และทูลถึงความต้องการของเราด้วยการอธิษฐาน (16:24) พระองค์ตรัสว่า “นี่คือสิ่งที่เราได้บอกแก่ท่านทั้งหลายแล้ว เพื่อให้ความยินดีของเราดำรงอยู่ในท่าน และให้ความยินดีของท่านเต็มเปี่ยม” (15:11) ความยินดีนี้เป็นของขวัญที่มอบให้เราทางองค์พระวิญญาณ ผู้ซึ่งเราดำเนินชีวิตตาม (กท.5:22-25) ผมพบว่าตัวเองจะรักษาความสุขยินดีนี้ไว้ในช่วงที่งานยุ่งได้เมื่อผมใช้เวลาแต่ละคืนอธิษฐานด้วยความสงบและไว้วางใจ

เพราะความสุขยินดีสำคัญมาก เราจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในการจัดตารางเวลาของเรา แต่เพราะเราไม่สามารถควบคุมทุกอย่างในชีวิตได้ ผมจึงดีใจที่พระวิญญาณผู้ทรงเป็นอีกแหล่งหนึ่งของความยินดีสถิตอยู่กับเรา สำหรับผมตอนนี้ การไปด้วยจังหวะของความสุขหมายถึงการไปด้วยจังหวะของการอธิษฐาน โดยการหาเวลาเพื่อจะรับจากผู้ประทานความยินดี

ชีวิตที่ผ่านการฝึกจากพระเจ้า

เดือนมิถุนายนปี 2016 ในระหว่างงานพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาปีที่ 90 ของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบ็ธ พระองค์ทรงประทับบนรถม้าพร้อมกับโบกพระหัตถ์ให้ฝูงชน ขณะที่รถม้าวิ่งผ่านทหารในเครื่องแบบสีแดงซึ่งยืนเรียงกันเป็นแถวยาวด้วยอาการสงบนิ่ง วันนั้นเป็นวันที่อากาศอบอุ่นในประเทศอังกฤษ และทหารองครักษ์สวมเครื่องแบบสำหรับพระราชพิธีที่ตัดเย็บจากผ้าขนแกะกางเกงสีดำ เสื้อแขนยาวที่ติดกระดุมสูงจรดคางและหมวกยอดประดับพู่ใบใหญ่ขณะที่ทหารยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบภายใต้แสงอาทิตย์ ทหารองครักษ์คนหนึ่งมีอาการหน้ามืด เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามควบคุมการทรงตัวเอาไว้อย่างเคร่งครัดก่อนจะล้มฟาดลงไปข้างหน้า ตัวของเขายังคงตรงราวกับไม้กระดานขณะที่หน้าของเขาคว่ำลงบนพื้นกรวด เขานอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นในท่าที่ตัวยังคงเหยียดตรงอยู่

ทหารองครักษ์คนนี้ต้องใช้เวลาหลายปีในการฝึกวินัยเพื่อเรียนรู้การควบคุมตนเองและร่างกายให้ได้แม้ในยามที่เขาล้มหมดสติ อัครทูตเปาโลบรรยายถึงการฝึกฝนเช่นนี้ว่า “แต่ข้าพเจ้าก็ทุบตีร่างกายให้มันแข็งจนอยู่มือ” (1 คร.9:27) เปาโลยอมรับว่า “นักกีฬาทุกคนก็เคร่งครัดในระเบียบ” (ข้อ 25)

แม้ว่าพระคุณของพระเจ้า (ไม่ใช่ความพยายามของเรา) จะช่วยค้ำจุนทุกสิ่งที่เราทำ แต่ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราก็สมควรได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวด เมื่อพระเจ้าทรงช่วยให้เรามีวินัยทั้งทางความคิด จิตใจ และร่างกาย เราจะเรียนรู้ที่จะจดจ่ออยู่ที่พระองค์ แม้ในยามที่ต้องเผชิญกับการทดลองหรือสิ่งรบกวน

การแสดงความกรุณาแบบง่ายๆ

ตอนที่แม่ของฉันอยู่ที่บ้านพักผู้ป่วยระยะสุดท้ายและกำลังเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิตบนโลกนี้ ฉันรู้สึกซาบซึ้งในความมีใจกรุณาของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วยที่นี่ หลังจากที่ผู้ช่วยพยาบาลค่อยๆยกแม่ที่อ่อนแรงลงจากเก้าอี้และอุ้มไปไว้บนเตียง เธอก็ลูบแขนของท่านขณะที่โน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ และพูดว่า “ท่านน่ารักมากค่ะ” แล้วเธอก็หันมาถามว่าฉันเป็นอย่างไรบ้าง ความกรุณาของเธอทำให้ฉันน้ำตาไหลในวันนั้นและยังคงรู้สึกมาจนทุกวันนี้

สิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการแสดงความกรุณาแบบง่ายๆ แต่คือสิ่งที่ฉันกำลังต้องการในเวลานั้น ความกรุณานั้นช่วยให้ฉันรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มองว่าแม่ฉันเป็นแค่คนไข้ แต่เธอเอาใจใส่และมองเห็นคุณค่าของท่านอย่างมาก

เมื่อนาโอมีและรูธต้องสูญเสียสามีไป โบอาสได้แสดงความกรุณาต่อรูธโดยปล่อยให้เธอเก็บข้าวที่คนเกี่ยวข้าวทำตก ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสั่งคนเกี่ยวข้าวให้ปล่อยเธอไว้ตามลำพัง (นรธ.2:8-9) ความกรุณาที่เธอได้รับจากเขานั้นมาจากการที่รูธดูแลเอาใจใส่นาโอมี “ทุกอย่างที่เจ้าได้ปฏิบัติต่อแม่ผัวของเจ้า ตั้งแต่สามีของเจ้าสิ้นชีวิตแล้วนั้น มีคนมาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว” (ข้อ 11) เขาไม่ได้มองเธอว่าเป็นแค่คนต่างด้าวหรือแม่ม่าย แต่มองเธอว่าเป็นผู้หญิงที่ขัดสน

พระเจ้าประสงค์ให้เรา “สวมใจเมตตา ใจกรุณา ใจถ่อม ใจสุภาพอ่อนโยน ใจอดทน” (คส.3:12 THSV11) เมื่อพระเจ้าทรงช่วยเหลือเรานั้น การแสดงความกรุณาแบบง่ายๆของเราสามารถสร้างกำลังใจ นำมาซึ่งความหวัง และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นมีใจกรุณาเช่นกัน

ร่วมกันพิชิตภูเขา

คุณอาจเคยเห็นหรือได้ยินคำพูดต่อไปนี้ในรูปแบบต่างๆ “ถ้าอยากไปให้เร็ว จงไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปให้ไกล ต้องไปด้วยกัน” นี่เป็นความคิดที่ฟังดูดีใช่ไหม แต่มีงานวิจัยที่เชื่อถือได้ชิ้นใดบ้างที่ยืนยันกับเราว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ฟังดูดี แต่เป็นจริงได้ด้วย

ที่จริงแล้วมีงานวิจัยทำนองนี้ชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นผลงานของนักวิจัยชาวอังกฤษและอเมริกันที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อมีคนอื่นยืนอยู่ด้วยนั้น พวกเขาจะมองเห็นภูเขามีขนาดเล็กกว่าในเวลาที่ยืนอยู่คนเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ “การสนับสนุนทางสังคม” มีความสำคัญมากจนถึงกับทำให้ขนาดของภูเขาในความคิดของเราเล็กลงไปถนัดตา

ดาวิดพบว่ากำลังใจที่เกิดจากมิตรภาพระหว่างท่านกับโยนาธานนั้นทั้งงดงามและจริงแท้ พระพิโรธจากความอิจฉาของกษัตริย์ซาอูลเป็นเหมือนภูเขาที่ยากจะพิชิตได้สำหรับดาวิด และทำให้ท่านกลัวว่าจะถูกฆ่า (ดู 1 ซมอ.19:9-18) หากท่านไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิท เรื่องราวอาจจะพลิกผันไปอีกด้าน แต่โยนาธานยืนเคียงข้างสหายของท่าน “ท่านเศร้าใจด้วยเรื่องดาวิด เพราะว่าพระราชบิดาของท่านได้หยามน้ำหน้าดาวิด” (20:34) “ทำไมเขาจะต้องถูกประหาร” ท่านถาม (ข้อ 32) มิตรภาพของพวกเขาที่ได้รับการเจิมจากพระเจ้าช่วยส่งเสริมดาวิดและช่วยทำให้ท่านได้กลายมาเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล

มิตรภาพของเรานั้นสำคัญ และเมื่อพระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลางของความสัมพันธ์นั้น เราจะสามารถหนุนใจกันและกันเพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะคิดได้

บนเส้นทางที่อันตราย

ระหว่างที่เดินออกกำลังในยามเช้า ผมสังเกตเห็นว่ามีรถจอดอยู่บนถนนในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง คนขับไม่ทราบถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น เนื่องจากเธอกำลังหลับและดูเหมือนจะเมาด้วย สถานการณ์นี้เป็นอันตรายจนผมต้องทำอะไรบางอย่าง ผมพยายามปลุกเธอให้ตื่นและย้ายเธอไปนั่งในฝั่งของผู้โดยสาร เพื่อผมจะเข้าไปยังที่นั่งคนขับและขับรถพาเธอไปยังที่ปลอดภัย

เราไม่ได้เผชิญกับอันตรายทางด้านร่างกายเท่านั้น ที่กรุงเอเธนส์เมื่อเปาโลเห็นคนที่มีปัญญาของโลกตกอยู่ในอันตรายฝ่ายวิญญาณเพราะ “รูปเคารพเต็มไปทั้งเมือง” ท่านรู้สึก “เดือดร้อนวุ่นวายใจ” (กจ.17:16) ท่านตอบสนองต่อผู้คนที่หลงไปกับแนวคิดที่ไม่นับถือพระคริสต์ โดยการเล่าถึงพระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงมีในพระเยซูและผ่านทางพระเยซู (ข้อ18,30-31) และบางคนที่ได้ยินก็เชื่อ (ข้อ 34)

การแสวงหาความหมายสูงสุดของชีวิตที่นอกเหนือไปจากความเชื่อในพระคริสต์เป็นสิ่งที่อันตราย คนเหล่านั้นที่ได้พบกับการอภัยและการเติมเต็มอย่างแท้จริงในพระเยซูล้วนได้รับการช่วยกู้ให้หลุดพ้นจากการแสวงหาที่นำไปสู่ทางตัน และต่างได้รับมอบข่าวประเสริฐเรื่องการคืนดี (ดู 2 คร.5:18-21) การแบ่งปันข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูแก่ผู้ที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความมัวเมาในชีวิต ยังคงเป็นหนทางที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อดึงผู้คนให้หลุดพ้นจากเส้นทางที่อันตราย

จงอธิษฐานอยู่เสมอ

หนูสอบได้ 84 คะแนน!

ฉันรู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นของลูกขณะอ่านข้อความของเธอทางโทร-ศัพท์ เธอเพิ่งเข้าเรียนในชั้นมัธยมปลายและใช้โทรศัพท์ส่งข้อความมาในช่วงพักกลางวัน หัวใจฉันเต้นแรงในฐานะคนเป็นแม่ ไม่ใช่เพียงแค่ลูกสาวของฉันทำคะแนนได้ดีในวิชาที่ยาก แต่เพราะเธอเลือกที่จะสื่อสารกับฉัน เธออยากแบ่งปันข่าวดีของเธอกับฉัน!

เมื่อฉันตระหนักว่าข้อความที่ลูกส่งมาทำให้ฉันมีความสุข ฉันจึงได้คิดว่าพระเจ้าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อฉันสื่อสารกับพระองค์ พระองค์ทรงพอพระทัยเมื่อฉันพูดคุยกับพระองค์หรือไม่ การอธิษฐานเป็นวิธีที่เราสื่อสารกับพระเจ้าและเป็นสิ่งที่เราได้รับคำสั่งให้ทำ “อย่างสม่ำเสมอ” (1 ธส.5:17) การสนทนากับพระองค์ย้ำเตือนเราว่าพระองค์ทรงอยู่กับเราทั้งในยามทุกข์และยามสุข แม้พระเจ้าทรงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเรา แต่การแบ่งปันเรื่องราวของเรากับพระเจ้านั้นมีประโยชน์ เพราะมันจะเบี่ยงเบนความสนใจของเราและช่วยเราให้คิดถึงพระองค์ อิสยาห์ 26:3 กล่าวว่า “ใจแน่วแน่ [ที่จดจ่ออยู่กับพระองค์]นั้น พระองค์ทรงรักษาไว้ในศานติภาพอันสมบูรณ์ เพราะเขาวางใจในพระองค์” สันติสุขรอเราอยู่เมื่อเราเบนความสนใจไปที่พระเจ้า

ไม่ว่าเราจะเผชิญสิ่งใด ขอให้เราพูดคุยกับพระเจ้าตลอดเวลาและติดต่อกับพระผู้สร้างและพระผู้ช่วยให้รอดของเราอยู่เสมอ จงกระซิบคำอธิษฐาน และไม่ลืมที่จะแสดงความชื่นชมยินดีและ “ขอบพระคุณ” พระองค์ เพราะเปาโลบอกว่านี่คือ “น้ำพระทัยของพระเจ้า” ที่มีต่อเรา (1 ธส.5:18)

รักกว้างใหญ่เกินขอบเขต

“พระเจ้าทรงดีต่อเรามาก! ฉันอยากขอบคุณพระองค์สำหรับวันครบรอบแต่งงานของเรา” เทอร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและน้ำตาที่คลอเบ้าซึ่งแสดงถึงความจริงใจของเธอ พี่น้องในกลุ่มย่อยของเรารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก เรารู้ว่าเทอร์รี่และสามีต้องเจออะไรบ้างในช่วงหลายปีมานี้ แม้จะเป็นผู้เชื่อ แต่โรเบิร์ตต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการป่วยรุนแรงทางจิตอย่างกะทันหันและได้คร่าชีวิตลูกสาววัยสี่ขวบของตัวเอง เขาถูกควบคุมตัวในสถานบำบัดเป็นเวลาหลายสิบปี แต่เทอร์รี่ไปเยี่ยมเขา และพระเจ้าทรงเยียวยาบาดแผลและช่วยให้เธอสามารถยกโทษให้เขาได้ แม้พวกเขาจะปวดร้าวใจอย่างมาก แต่ความรักที่พวกเขามีให้กันนั้นยิ่งทวีมากขึ้น

ความรักและการให้อภัยเช่นนี้มาจากแหล่งเดียวเท่านั้น ดาวิดเขียนถึงพระเจ้าไว้ว่า “พระองค์มิได้ทรงกระทำต่อเราตามเรื่องบาปของเรา…ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด พระองค์ทรงปลดการละเมิดของเราจากเราไปไกลเท่านั้น” (สดด.103:10, 12)

พระเมตตาที่พระเจ้าสำแดงต่อเรานั้นมาจากความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ “เพราะว่าฟ้าสวรรค์สูงเหนือแผ่นดินเท่าใด ความรักมั่นคงของพระองค์...ก็ใหญ่ยิ่งเท่านั้น” สำหรับเรา (ข้อ 11) ความรักนี้ลึกซึ้งจนทำให้พระองค์ยอมไปที่ไม้กางเขนและลงไปยังแดนมรณาเพื่อกำจัดบาปของเราให้หมดสิ้น และเพื่อพระองค์จะสามารถนำทุกคนที่ “ต้อนรับพระองค์” (ยน.1:12) กลับมาหาพระองค์

เทอร์รี่พูดถูก “พระเจ้าทรงดีต่อเรามาก!” ความรักและการให้อภัยของพระองค์แผ่ขยายไปไกลเกินขอบเขตที่เราจะจินตนาการได้ และเป็นความรักที่ให้ชีวิตนิรันดร์แก่เรา

บทเรียนในความอดทน

บ๊อบ ซาเล็มรักษาสถิติความเร็วในการกลิ้งถั่วลิสงขึ้นสู่ยอดเขาไพค์ พีค โดยใช้จมูกหรือช้อนที่แนบติดอยู่กับใบหน้าของเขา เขาใช้เวลาเจ็ดวันและเลือกลำเลียงในตอนกลางคืนเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนจากนักท่องเที่ยว บ๊อบเป็นคนที่สี่ที่ประสบความสำเร็จในการแสดงที่ผาดโผนนี้ ซึ่งหมายความว่ามีอีกสามคนซึ่งมีความอดทนสูงที่เคยผ่านการทำเช่นนี้มาแล้ว

เราอาจจะพูดว่า การที่พวกเขาต้องอดทนนั้นเหมือนเป็นการลงโทษตัวเอง แต่บ่อยครั้งชีวิตจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เราจำเป็นต้องมีความอดทน ซึ่งเป็นผลของพระวิญญาณประการหนึ่ง (กท.5:22) และเป็นคุณธรรมสำคัญสำหรับการเป็น “คนที่ดีพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย” (ยก.1:4) คนที่อดทนจะยืนหยัดขณะที่คนรอบข้างพากันตื่นตระหนก พวกเขาอยากให้สถานการณ์เปลี่ยนแต่มันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน พวกเขาสามารถเดินหน้าต่อไปและวางใจในพระเจ้าสำหรับสติปัญญาที่จะกระทำการอย่างชาญฉลาด (ข้อ 5)

ปัญหาในเรื่องความอดทนคือ มีแค่ทางเดียวที่เราจะเรียนรู้จักมันได้ ยากอบกล่าวว่า “การทดสอบความเชื่อของท่านนั้น ทำให้​เกิดความทรหดอดทน” (ข้อ 3 THSV11) การทดสอบที่เข้ามานั้นมีทั้งเล็กและใหญ่ ผมเขียนบทความนี้ขณะกำลังรอขึ้นเครื่องที่สนามบิน เที่ยวบินของผมเวลา 23:00 น.ถูกเลื่อนไปเป็น 02:00 น. จากนั้นก็มีประกาศยกเลิกเที่ยวบิน หลังจากไม่ได้นอนมาทั้งคืน ผมดื่มกาแฟและหวังว่าจะได้กลับบ้านในไม่ช้า ผมไม่ชอบเสียเวลาอยู่ที่สนามบินทั้งวัน แต่พระบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรักกำลังสอนผมให้อดทน

ผมอธิษฐานขอให้บทเรียนนี้จบลงในวันนี้ แต่ใครจะรู้ได้ ถึงเวลาต้องตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารที่รอการยืนยันสำหรับเที่ยวบินถัดไปแล้ว

วิ่งเพื่อพระเยซู

เมื่อพูดถึงการวิ่ง 100 เมตร คนมักจะคิดถึงยูเซน โบลต์เจ้าของสถิติโลกคนปัจจุบัน แต่ขณะเดียวกันเราก็ไม่สามารถลืมจูเลีย “เฮอริเคน” ฮอว์กินส์ได้ ในปี 2021 จูเลียวิ่งเข้าเส้นชัยก่อนนักวิ่งคนอื่นๆ และคว้าชัยชนะในการวิ่ง 100 เมตรในการแข่งขันกีฬาอาวุโสหลุยส์เซียน่า เมื่อเทียบกับโบลต์ซึ่งทำสถิติไว้ที่ 9.58 วินาที จูเลียอาจจะช้ากว่าเขาแค่ 60 วินาที แต่เธอมีอายุ 105 ปี!

ยังมีเรื่องน่าชื่นชมอีกมากถึงผู้หญิงในวัยเดียวกับเธอซึ่งยังคงลงวิ่งแข่ง และยังมีเรื่องน่าชื่นชมอีกมากมายเกี่ยวกับผู้เชื่อที่ไม่เคยหยุดวิ่งแข่งโดยมีเป้าหมายอยู่ที่พระเยซู (ฮบ.12:1-2) ผู้เขียนสดุดีกล่าวถึงผู้ที่มีความสัตย์ซื่อในบั้นปลายของชีวิตว่า “คนชอบธรรมก็งอกขึ้นอย่างต้นอินทผลัม...มันแก่แล้วก็ยังเกิดผล มันมีน้ำเลี้ยงเต็มและเขียวสดอยู่” (92:12-14)

ผู้เชื่อสูงวัยที่ต้องการมีชีวิตตามมาตรฐานนี้สามารถค้นหาคำสอนเพิ่มเติมได้จากจดหมายของอัครทูตเปาโลที่เขียนถึงทิตัสว่า ชายสูงวัยจะต้อง “มีความเชื่อ ความรัก และความอดทนตามสมควร” (ทต.2:2) ขณะที่หญิงสูงวัยจะต้องเป็น “ผู้สอนสิ่งที่ดีงาม” (ข้อ 3)

ไม่มีการเรียกร้องให้ผู้เชื่อที่สูงวัยหยุดวิ่งในการแข่งขัน การวิ่งในที่นี้อาจไม่ใช่ในแบบเดียวกับจูเลีย แต่เป็นการวิ่งในลักษณะที่ถวายเกียรติพระเจ้าด้วยกำลังที่พระองค์ประทานให้ ขอให้เราทุกคนวิ่งแข่งเพื่อจะรับใช้พระองค์และรับใช้ผู้อื่น

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา