ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย John Blase

ให้ทั้งหมดที่มี

การทำตามกำลัง เป็นศัพท์ที่ใช้ในแวดวงการออกกำลังกายที่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าพูดถึงการวิดพื้น คุณอาจทำได้สิบครั้งติดต่อกัน แต่ผมทำได้แค่สี่ครั้ง ครูฝึกอาจให้กำลังใจผมโดยลดจำนวนครั้งการวิดพื้นตามสมรรถภาพทางร่างกายของผมในเวลานั้น เราทุกคนไม่ได้มีศักยภาพในระดับเดียวกัน แต่เราสามารถมุ่งไปในทิศทางเดียวกันได้ ครูฝึกอาจจะบอกว่า “วิดพื้นสี่ครั้งตามกำลังที่คุณมี อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ทำตามกำลังก่อน ทำเท่าที่ทำได้ แล้วคุณจะประหลาดใจที่วันหนึ่งคุณจะทำได้เจ็ดครั้ง หรือแม้กระทั่งสิบครั้ง”

เมื่อพูดถึงเรื่องการให้ อัครทูตเปาโลสอนชัดเจนว่า “​พระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี​” (2 คร.9:7) แต่คำหนุนใจของท่านสำหรับผู้เชื่อในเมืองโครินธ์และพวกเรานั้นแตกต่างกันตามกำลัง “ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจ” (ข้อ 7) เราพบว่าเราแต่ละคนให้ได้ตามกำลังที่ต่างกัน และบางครั้งกำลังในการให้ของเราก็เปลี่ยนไปตามเวลา การเปรียบเทียบก็ไร้ประโยชน์ แต่ทัศนคติต่างหากที่ส่งผลดี จงให้ด้วยใจกว้างขวางตามกำลังของคุณ (ข้อ 6) พระเจ้าทรงสัญญาว่าการฝึกฝนอย่างมีวินัยที่จะให้ด้วยใจยินดี จะนำมาซึ่งชีวิตที่ได้รับการอวยพรให้มีสิ่งสารพัดมั่งคั่งบริบูรณ์ อันจะก่อให้เกิด “การขอบพระคุณพระเจ้า” (ข้อ 11)

ในวิถีทางของพระเจ้า

ในปี 1960 ชุมชนที่คึกคักของนอร์ธ ลอว์นเดล ทางฝั่งตะวันตกของชิคาโก เป็นชุมชนนำร่องของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนต่างเชื้อชาติ ชาวแอฟริกันอเมริกันซึ่งเป็นชนชั้นกลางจำนวนหนึ่งได้ซื้อบ้านในชุมชนนี้ภายใต้ “สัญญา” ซึ่งผนวกความรับผิดชอบในการเป็นเจ้าของบ้านเข้ากับข้อเสียในการเช่าบ้าน ในสัญญาซื้อขาย ผู้ซื้อไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินและหากผิดนัดชำระเพียงครั้งเดียว เขาจะสูญเงินดาวน์และค่างวดที่ชำระรายเดือนทั้งหมด รวมทั้งบ้านที่เขาซื้อด้วย ผู้ขายที่ไร้จรรยาบรรณขายบ้านในราคาสูงเกินจริง หลายครอบครัวจึงถูกไล่ออกเมื่อผิดนัดชำระ และครอบครัวใหม่จะเข้ามาซื้อต่อด้วยเงื่อนไขสัญญาแบบเดียวกัน และวัฏจักรซึ่งขับเคลื่อนด้วยความโลภก็ดำเนินต่อไป

ซามูเอลแต่งตั้งบุตรชายให้เป็นผู้วินิจฉัยคนอิสราเอลและบุตรของท่านมีใจโลภ พวกเขา “มิได้ดำเนินในทางของท่าน” (1 ซมอ.8:3) ตรงข้ามกับซามูเอลที่ซื่อสัตย์ บุตรชายของท่าน “ได้เลี่ยงไปหากำไร” และใช้ตำแหน่งเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตนเอง พฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับพวกผู้อาวุโสของอิสราเอลและทำให้พระเจ้าไม่พอพระทัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรกษัตริย์ในพันธสัญญาเดิม (ข้อ 4-5)

การปฏิเสธที่จะเดินในทางของพระเจ้าเปิดช่องให้ค่านิยมเหล่านั้นถูกบิดเบือนและทำให้ความอยุติธรรมจำเริญขึ้น การเดินในทางของพระเจ้าหมายถึง ความซื่อสัตย์และความยุติธรรมที่สำแดงอย่างชัดเจนทั้งด้วยคำพูดและการกระทำ การกระทำที่ดีเหล่านั้นไม่ได้จบในตัวของมันเอง แต่จะช่วยให้ผู้อื่นมองเห็นและยกย่องพระบิดาในสวรรค์ของเราเสมอ

ประกายไฟเล็กๆ

“เราอยู่ในห้องสมุด และมองเห็นเปลวไฟที่ด้านนอก” เธอกำลังกลัว เราฟังน้ำเสียงนั้นออกเพราะเธอคือลูกสาวของเรา ขณะเดียวกันเรารู้ว่าที่มหาวิทยาลัยคือที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอและเพื่อนอีกเกือบ 3,000 คน ในปี 2018 ไฟป่าวูลซีย์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงคาดการณ์ไว้ สภาพที่ร้อนและแห้งแล้งในหุบเขาแคลิฟอร์เนียร่วมกับกระแสลมซานตาอาน่า ทำให้ประกายไฟเล็กๆลุกลามเผาผลาญเนื้อที่กว่า 245,000 ไร่ ทำลายสิ่งก่อสร้างมากกว่า 1,600 แห่ง และมีผู้เสียชีวิต 3 คน ในภาพถ่ายหลังจากควบคุมไฟไว้ได้แล้ว แนวป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับกลายเป็นพื้นที่ร้างเปล่าราวกับพื้นผิวดวงจันทร์

ในพระธรรมยากอบ ผู้เขียนเรียกสิ่งเล็กๆแต่มีอำนาจว่า “บังเหียนในปากของม้า” และหางเสือเรือ (3:3-4) คำเปรียบนี้ห่างไกลและไม่เป็นที่คุ้นเคยในสมัยของเราแล้ว แต่ผู้เขียนใช้อีกคำหนึ่งที่เรารู้จักดี เป็นสิ่งเล็กๆที่มนุษย์ทุกคนมี นั่นคือลิ้น และแม้บทนี้จะเจาะจงถึงครูผู้สอนโดยตรงเป็นอันดับแรก (ข้อ 1) แต่ก็นำไปใช้กับเราทุกคนด้วย ลิ้นเป็นอวัยวะเล็กๆแต่ทำให้เกิดหายนะได้

ลิ้นเล็กๆของเรานั้นมีอำนาจ แต่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทรงมีฤทธิ์อำนาจยิ่งกว่า ความช่วยเหลือของพระองค์ในทุกๆวันจะให้กำลังแก่เราเพื่อควบคุมและนำพาคำพูดของเรา

เดินหน้าตรงไป

ชาวนาในยุคก่อนต้องใช้สายตาที่มั่นคงและมือที่แข็งแรงในการขับรถไถให้เป็นแนวตรง ถึงแม้จะมีตาที่ดีมากก็ยังมีแนวที่เหลื่อมกัน และเมื่อสิ้นสุดวันมือที่แข็งแรงที่สุดก็ยังเหนื่อยล้าได้ แต่ในปัจจุบันมีพวงมาลัยอัตโนมัติซึ่งควบคุมโดยระบบจีพีเอส ทำให้การขึ้นแปลงเพาะปลูก และพ่นยาสามารถทำได้ง่ายและเป็นระเบียบขึ้น ซึ่งมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อและไม่ต้องใช้มือเลย ลองจินตนาการว่านั่งอยู่บนรถไถยุคเก่าแต่แทนที่จะจับพวงมาลัย กลับถือแซนด์วิชในมือ เครื่องมือแสนวิเศษที่ทำให้คุณเคลื่อนตรงไปข้างหน้า

ลูกของพ่อ

พวกเขาก้มดูรูปที่ซีดจางแล้วเงยหน้ามองผม แล้วก็มองพ่อของผม หันกลับมามองผม แล้วก็หันไปมองพ่อ ตาพวกเขาโตเป็นไข่ห่าน “พ่อครับ พ่อเหมือนคุณปู่ตอนหนุ่มๆเลย” พ่อกับผมอมยิ้มเพราะพวกเรารู้มานานแล้ว แต่ลูกๆของผมเพิ่งสังเกตเห็น แม้พ่อกับผมจะเป็นคนละคนกัน แต่การได้เห็นผมก็เหมือนได้เห็นพ่อตอนยังหนุ่มที่ผอมสูง ผมดำ จมูกโด่งและหูค่อนข้างใหญ่ ผมไม่ใช่พ่อ แต่ผมเป็นลูกพ่อไม่ผิดแน่

เล่าเรื่องราวให้ฉันฟัง

กาลครั้งหนึ่ง วลีนี้อาจเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในโลก ความทรงจำบางเรื่องตอนผมยังเด็กประกอบด้วยหลายสิ่งจากวลีอันทรงพลังนี้วันหนึ่งแม่ผมกลับมาบ้านพร้อมหนังสือผู้เลี้ยงแกะที่ดีของฉันเรื่องราวจากพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ประกอบภาพปกแข็งขนาดใหญ่ ทุกคืนก่อนปิดไฟ ผมกับพี่ชายจะนั่งลุ้นขณะที่แม่อ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตซึ่งเต็มไปด้วยบุคคลที่น่าสนใจ และพระเจ้าผู้ทรงรักเราให้ฟัง เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นเลนส์สายตาในการที่เรามองโลกอันกว้างใหญ่นี้

พระเยซูชาวนาซาเร็ธเป็นนักเล่าเรื่องผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างไม่มีข้อกังขา ทรงรู้ว่าภายในเราทุกคนมีธรรมชาติที่รักในการฟังเรื่องราว จึงทรงใช้เรื่องราวเพื่อสื่อสารถึงข่าวประเสริฐของพระองค์อยู่เสมอ กาลครั้งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งหว่าน “พืชลงในดิน” (มก.4:26) กาลครั้งหนึ่ง มี “เมล็ดพืชเมล็ดหนึ่ง” (ข้อ 31) เรื่องแล้วเรื่องเล่า พระกิตติคุณมาระโกบอกชัดเจนว่าพระเยซูทรงใช้เรื่องเล่าในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนทุกวัน (ข้อ 34) เป็นวิธีที่ช่วยให้พวกเขามองโลกได้ชัดเจนขึ้น และเข้าใจอย่างถ่องแท้ในพระเจ้าผู้ทรงรักพวกเขา

เป็นการฉลาดที่จะจดจำไว้ เมื่อเราปรารถนาจะแบ่งปันข่าวประเสริฐแห่งพระเมตตาและพระคุณของพระเจ้าแก่ผู้อื่น การใช้เรื่องเล่านั้นแทบจะไม่ถูกต่อต้านเลย

ผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี

หลายปีมาแล้ว ภรรยาของผมได้รับเงินคืนมาเล็กน้อยจากการซื้อของบางอย่าง เงินนี้ถูกส่งมาทางไปรษณีย์โดยที่เธอไม่ได้คาดหวังไว้ ในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อนคนหนึ่งได้เล่าถึงความจำเป็นของผู้หญิงในอีกประเทศที่มีหัวใจของการเป็นผู้ประกอบการ พวกเธอพยายามพัฒนาตัวเองผ่านการศึกษาและการทำธุรกิจ แต่อุปสรรคแรกที่พวกเธอพบเหมือนในหลายกรณีก็คือเรื่องการเงิน

ภรรยาผมจึงนำเงินก้อนนี้มาทำเป็นเงินกู้ขนาดเล็กในพันธกิจช่วยเหลือผู้หญิงกลุ่มนี้ เมื่อได้รับชำระเงินกู้ เธอก็ให้กู้ต่อไปเรื่อยๆถึง 27 ครั้ง ภรรยาของผมมีความสุขกับหลายสิ่งแต่ไม่เคยมีรอยยิ้มไหนกว้างเหมือนกับตอนที่เธอได้ฟังความก้าวหน้าในชีวิตของผู้หญิงกลุ่มนี้ที่เธอไม่เคยพบเจอ

เรามักจะได้ยินการเน้นย้ำถึงคำว่าผู้ให้ในวลี “พระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี” (2 คร.9:7) ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่การให้ของเราต้องมีความเจาะจงมากกว่านั้น ต้องไม่ใช่การกระทำที่ “ลังเล หรือ ถูกบังคับ” และเราไม่ได้ถูกเรียกให้หว่าน “เพียงเล็กน้อย” (ข้อ 6-7) การให้ของเราต้องทำด้วย “ใจยินดี” แม้เราแต่ละคนจะมีการให้ที่แตกต่างกัน แต่ใบหน้าของเราคือหลักฐานที่บ่งบอกถึงความยินดี

มากกว่าที่คิด

ถ้าได้ดูการแข่งขี่ม้าคล้องปศุสัตว์ คุณจะเห็นคนเหล่านั้น คือ ผู้เข้าแข่งขันที่มือหนึ่งมีสี่นิ้ว และตรงที่ควรจะเป็นนิ้วโป้งมีเพียงปุ่มเล็กๆ นี่เป็นการบาดเจ็บทั่วไปของกีฬาประเภทนี้ คือนิ้วโป้งติดอยู่ในห่วงต้องยื้อยุดกับปลายเชือกอีกด้านหนึ่งที่มีแรงดึงรุนแรง ซึ่งนิ้วโป้งมักจะเป็นฝ่ายแพ้ การบาดเจ็บนี้ไม่ถึงขั้นต้องจบอาชีพ แต่การไม่มีนิ้วโป้งทำให้หลายสิ่งเปลี่ยนไป ให้ลองทำสิ่งเหล่านี้โดยไม่ใช้นิ้วโป้ง ได้แก่แปรงฟัน ติดกระดุมเสื้อ หวีผม ผูกเชือกรองเท้า หรือรับประทานอาหาร ส่วนเล็กๆของร่างกายที่ถูกมองข้ามไปมีความสำคัญ

เปาโลชี้ให้เห็นสิ่งคล้ายกันนี้ในคริสตจักร บางครั้งคนเหล่านั้นที่ไม่ค่อยมีบทบาท หรือมักไม่ค่อยออกเสียงอาจพบกับท่าทีที่ว่า “ฉันไม่ต้องการคุณ” จากผู้อื่น (1 คร.12:21) โดยทั่วไปมักไม่มีใครพูดแบบนั้น แต่แสดงออกอย่างชัดเจน

พระเจ้าทรงเรียกให้เราเคารพและห่วงใยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน (ข้อ 25) ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในพระกายของพระคริสต์ ไม่ว่าเราจะมีของประทานอะไร (ข้อ 27) และเราต้องการกันและกัน บางคนเป็นตาและหู และบางคนเป็น นิ้วโป้ง แต่ทุกคนมีบทบาทสำคัญในพระกายพระคริสต์ และบางครั้งมากกว่าที่เราเห็นเสียอีก

เราเป็นแต่ผงคลี

คุณพ่อวัยหนุ่มกำลังจนปัญญา ขณะที่ลูกชายวัยเตาะแตะร้องเสียงดังว่า “ไอติม ไอติม” ความงอแงกลางห้างสรรพสินค้าที่คนแน่นเริ่มเป็นที่สนใจของลูกค้าในบริเวณนั้น “ได้ แต่เราต้องทำอะไรให้คุณแม่ก่อน ตกลงไหม” ผู้เป็นพ่อกล่าว “ไม่เอา ไม่เอา ผมจะกินไอติม” แล้วผู้หญิงร่างเล็กแต่งตัวดีสวมรองเท้าเข้ากับกระเป๋าถือก็เดินเข้ามาหาสองพ่อลูก “เขาชอบใช้อารมณ์” ผู้เป็นพ่อกล่าว หญิงคนนั้นยิ้มและตอบว่า “แต่ฉันว่าอารมณ์กำลังใช้เขามากกว่า อย่าลืมนะคะว่าเขายังเล็กมาก คุณต้องอดทนและดูแลเขาใกล้ชิด” สถานการณ์ไม่ได้คลี่คลายอย่างน่าอัศจรรย์ แค่เพียงการหยุดพักสักครู่ที่จำเป็นสำหรับพ่อลูกคู่นี้ในเวลานั้น

คำพูดของสตรีที่มีปัญญาผู้นี้ดังก้องอยู่ในสดุดี 103 ดาวิดกล่าวถึงพระเจ้าผู้ทรง “พระกรุณาและมีพระคุณ ทรงกริ้วช้าและอุดมด้วยความรักมั่นคง” (ข้อ 8) แล้วยกภาพของบิดาในโลกที่ยังรู้จัก “สงสารบุตรของตน” ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด “พระเจ้าทรงสงสารบรรดาคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น” (ข้อ 13) พระเจ้าพระบิดาทรง “ทราบโครงร่างของเรา ทรงระลึกว่าเราเป็นแต่ผงคลี” (ข้อ 14) ทรงทราบว่าเรายังเล็กและบอบบาง

เรามักจะล้มเหลวและถูกโถมทับโดยสิ่งที่โลกกว้างใหญ่ใบนี้หยิบยื่นให้ เป็นความมั่นใจอันน่าอัศจรรย์ที่ได้รู้ว่า พระบิดาของเราทรงอดทน อยู่กับเราเสมอ และอุดมด้วยความรัก - JB