วิ่งหนีจากพระเจ้า
จูลี่และลิซพายเรือคายัคออกนอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียเพื่อมองหาวาฬหลังค่อม เป็นที่รู้กันว่าวาฬหลังค่อมจะว่ายอยู่ใกล้ผิวน้ำ ทำให้มองเห็นพวกมันได้ง่าย หญิงสองคนนี้ต้องพบกับเรื่องประหลาดใจที่สุดในชีวิตเมื่อวาฬตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำใต้เรือของพวกเธอพอดี ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งจับภาพการเผชิญหน้าซึ่งแสดงให้เห็นปากวาฬขนาดใหญ่ที่กำลังฮุบพวกเธอและเรือคายัค หลังจากจมหายลงไปใต้น้ำครู่หนึ่ง พวกเธอก็หนีออกมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ
ประสบการณ์ของพวกเธอทำให้เห็นภาพเรื่องราวในพระคัมภีร์ของผู้เผยพระวจนะโยนาห์ที่ถูก “ปลามหึมา” ตัวหนึ่งกลืนเข้าไป” (ยนา.1:17) พระเจ้าทรงใช้ให้ท่านไปร้องกล่าวโทษชาวเมืองนีนะเวห์ แต่เพราะพวกเขาปฏิเสธพระเจ้า โยนาห์จึงไม่รู้สึกว่าพวกเขาคู่ควรที่จะได้รับการอภัยจากพระองค์ แทนที่จะเชื่อฟังท่านกลับหนีและไปขึ้นเรือ พระเจ้าทรงให้เกิดพายุใหญ่ และท่านก็ถูกจับโยนลงไปในทะเล
พระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทางช่วยชีวิตโยนาห์ให้รอดจากท้องทะเลลึก ทรงไว้ชีวิตท่านจากผลการกระทำที่เลวร้ายยิ่งกว่าของท่าน โยนาห์ “ร้องทุกข์ต่อพระเจ้า” และพระองค์ทรงฟัง (2:2) หลังจากที่โยนาห์ยอมรับผิดและแสดงออกถึงการสรรเสริญและรับรู้ถึงความประเสริฐของพระเจ้า พระเจ้าจึงตรัสสั่งให้ปลาสำรอกท่าน “บนแผ่นดินแห้ง” (ข้อ 10)
โดยพระคุณของพระเจ้า เมื่อเรายอมรับในความบาปที่มีและสำแดงความเชื่อในการเสียสละของพระเยซู เราก็รอดพ้นจากความตายฝ่ายวิญญาณที่เราสมควรจะได้รับ และได้รับประสบการณ์ของชีวิตใหม่ผ่านทางพระองค์
อาหารสำหรับผู้ที่หิว
เป็นเวลาหลายปีที่กลุ่มประเทศทางภาคตะวันออกในบริเวณที่เรียกว่าจะงอยแอฟริกาต้องทนทุกข์จากภัยแล้งอันโหดร้ายซึ่งทำลายพืชผล ทำให้ปศุสัตว์ล้มตาย และทำให้คนนับล้านตกอยู่ในอันตราย สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายเข้าไปอีกในท่ามกลางประชากรที่อ่อนแอที่สุด เช่นผู้คนในค่ายผู้ลี้ภัยคาคูมาของเคนย่าที่หนีจากสงครามและการกดขี่ข่มเหง รายงานล่าสุดบรรยายถึงคุณแม่ยังสาวที่พาลูกน้อยไปหาเจ้าหน้าที่ค่าย ทารกน้อยทุกข์ทรมานจากภาวะขาดสารอาหารจนทำให้ “ผมและผิวหนังของเธอ...แห้งและเปราะ” เธอไม่ยิ้มและไม่ยอมกินอะไร ร่างเล็กๆของเธอกำลังจะหมดลม ผู้เชี่ยวชาญจึงเข้าช่วยเหลือทันที ยังดีที่แม้ว่าความต้องการยังคงมีมหาศาล แต่ก็ได้มีการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานขึ้นเพื่อจัดเตรียมสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยชีวิต
สถานที่สิ้นหวังเหล่านี้เป็นที่ที่คนของพระเจ้าถูกเรียกให้ฉายแสงและสำแดงความรักของพระองค์ (อสย.58:8) เมื่อผู้คนอดอยาก เจ็บป่วย หรือถูกคุกคาม พระเจ้าทรงเรียกประชากรของพระองค์ให้เป็นคนแรกที่จัดเตรียมอาหาร ยา และความปลอดภัยทั้งสิ้นในพระนามพระเยซู อิสยาห์ตำหนิคนอิสราเอลในอดีตที่คิดว่าพวกเขาสัตย์ซื่อกับการอดอาหารและอธิษฐาน แต่ละเลยการกระทำที่แสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจเมื่อเกิดวิกฤติ เช่น การแบ่งปัน “อาหารของเจ้าให้กับผู้หิว” นำ “คนยากจนไร้บ้านเข้ามาในบ้าน” และคลุมกาย “คนเปลือยกาย” (ข้อ 7)
พระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้ที่หิวได้รับอาหารทั้งทางร่างกายและจิตวิญญาณ และพระองค์จะทรงทำงานในเราและผ่านทางเราในขณะที่พระองค์ทรงตอบสนองความต้องการของคนเหล่านั้น
พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่
ขณะตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนออกเดินทางของเที่ยวบินจากเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลน่า ไปยังนิวยอร์กซิตี้ พนักงานต้อนรับบนเครื่องสังเกตเห็นผู้โดยสารคนหนึ่งกระวนกระวายและกังวลเกี่ยวกับการบินอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงนั่งลงตรงทางเดิน จับมือเธอไว้แล้วอธิบายแต่ละขั้นตอนในการบิน และให้ความมั่นใจว่าเธอจะปลอดภัย “เมื่อคุณขึ้นมาบนเครื่องบินแล้ว เรื่องของคุณต้องมาก่อน” เขากล่าว “และถ้าคุณรู้สึกไม่ดี ผมอยากจะอยู่ที่นั่นแล้วพูดว่า ‘เกิดอะไรขึ้นครับ ให้ผมช่วยอะไรไหม’” การแสดงออกถึงความห่วงใยของเขานั้นทำให้เห็นภาพในสิ่งที่พระเยซูตรัสว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงทำเพื่อผู้เชื่อในพระองค์
การสิ้นพระชนม์ การฟื้นคืนพระชนม์ และการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ของพระคริสต์ เป็นสิ่งจำเป็นและส่งผลต่อการช่วยผู้คนให้พ้นจากบาป แต่ก็สร้างความสับสนทางอารมณ์และความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งในใจของเหล่าสาวกด้วย (ยน.14:1) ดังนั้นพระองค์จึงทรงให้ความมั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ถูกทิ้งให้ทำพันธกิจของพระองค์ในโลกนี้ตามลำพัง พระองค์จะทรงส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มาอยู่กับพวกเขา เป็น “ผู้ช่วย [พวกเขา]...เพื่อจะได้อยู่กับ [พวกเขา] ตลอดไป” (ข้อ 16) พระวิญญาณจะทรงเป็นพยานถึงพระเยซูและเตือนพวกเขาถึงทุกสิ่งที่พระคริสต์ทรงกระทำและตรัส (ข้อ 26) พวกเขาจะได้รับ “ความหนุนใจจาก” พระองค์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก (กจ.9:31)
ในชีวิตนี้เราทุกคนรวมถึงผู้เชื่อในพระคริสต์จะต้องเผชิญกับความสับสนทางอารมณ์ทั้งความกังวล ความกลัว และความโศกเศร้า แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าขณะที่พระองค์ไม่ได้อยู่กับเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงสถิตอยู่เพื่อปลอบโยนเรา
เปลี่ยนแปลงจากภายใน
ในเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่พักอาศัยในสหราชอาณาจักรครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ไฟได้ลุกไหม้อาคารเกรนเฟลล์ทาวเวอร์ที่สูงยี่สิบสี่ชั้นในลอนดอนตะวันตก คร่าชีวิตผู้คนไปเจ็ดสิบคน การสอบสวนพบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วคือแผ่นผนังที่ใช้ห่อหุ้มอาคารด้านนอกจากการบูรณะตึก แผ่นผนังนี้เป็นอะลูมิเนียมแต่ไส้ในเป็นพลาสติกที่ติดไฟได้ง่ายมาก
วัสดุอันตรายเช่นนี้ได้รับอนุญาตให้ขายและใช้ติดตั้งได้อย่างไร ผู้ขายผิดพลาดที่ไม่เปิดเผยข้อมูลผลทดสอบการป้องกันไฟที่ต่ำมาก และผู้ซื้อซึ่งถูกดึงดูดจากป้ายราคาถูกก็ผิดพลาดที่ไม่ใส่ใจสัญญาณเตือน แผ่นผนังที่แวววาวนี้ดูดีเมื่อมองจากภายนอก
คำพูดที่รุนแรงที่สุดของพระเยซูบางคำพุ่งเป้าไปที่ครูสอนศาสนาซึ่งพระองค์กล่าวหาว่าปิดบังการฉ้อฉลไว้เบื้องหลังรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี พระองค์ตรัสว่าพวกเขาเป็นเหมือน “อุโมงค์ฝังศพซึ่งฉาบด้วยปูนขาว” ที่ “ข้างนอกดูงดงาม” แต่ข้างในเต็มไปด้วยกระดูกคนตาย (มธ.23:27) แทนที่จะแสวงหา “ความยุติธรรม ความเมตตา ความเชื่อ” (ข้อ 23) พวกเขากลับให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่ดี โดยชำระ “ถ้วยชามแต่ภายนอก” แต่ละเลยการ “โจรกรรมและการมัวเมากิเลส” ภายใน (ข้อ 25)
เป็นเรื่องง่ายที่จะให้ความสำคัญกับการมีภาพลักษณ์ที่ดี มากกว่าที่จะนำความบาปและความแตกสลายมาต่อพระพักตร์พระเจ้าอย่างจริงใจ แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีไม่ได้ทำให้จิตใจที่ฉ้อฉลมีอันตรายน้อยลง พระเจ้าทรงเชื้อเชิญเราที่จะยอมให้พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงเราทั้งหมดจากภายใน (1 ยน.1:9)
พระเยซูผู้เป็นกิ่ง
โบสถ์โฮลี่ครอสอันงดงามตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาหินสีแดงในเมืองเซโดน่า รัฐอริโซน่า ทันทีที่เข้าไปในโบสถ์เล็กๆแห่งนี้ฉันก็ถูกดึงดูดด้วยรูปปั้นพระเยซูบนกางเขนที่ดูต่างไปจากปกติ แทนที่จะเป็นกางเขนแบบดั้งเดิม พระเยซูกลับถูกตรึงบนกิ่งของต้นไม้ที่มีลำต้นสองต้น ลำต้นแนวนอนซึ่งถูกตัดและตายแล้วแสดงถึงชนเผ่าอิสราเอลในพันธสัญญาเดิมที่ปฏิเสธพระเจ้า ลำต้นอีกต้นเติบโตขึ้นและแตกกิ่งก้านออกไปเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่ายูดาห์ที่เจริญรุ่งเรืองและเป็นเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิด
ศิลปะที่มีนัยสำคัญในเชิงสัญลักษณ์นี้เล็งถึงคำพยากรณ์สำคัญในพันธสัญญาเดิมเกี่ยวกับพระเยซู แม้ชนเผ่ายูดาห์จะตกเป็นเชลย แต่ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ได้มอบพระดำรัสแห่งความหวังจากพระเจ้าว่า “เราจะให้คำสัญญาที่เรากระทำไว้...สำเร็จ” (ยรม.33:14) ในการประทานพระผู้ช่วยซึ่งจะ “ให้ความยุติธรรมและความชอบธรรมในแผ่นดินนั้น” (ข้อ 15) หนทางเดียวที่ผู้คนจะทราบว่าองค์พระผู้ช่วยนี้คือใครก็คือ พระองค์จะ “ให้อังกูรชอบธรรมเกิดมาเพื่อดาวิด” (ข้อ 15) หมายความว่าองค์พระผู้ช่วยนี้จะสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์ดาวิด
ประติมากรรมนี้รวบรวมความจริงสำคัญซึ่งอยู่ในรายละเอียดเชื้อสายตระกูลของพระเยซูไว้ได้อย่างมีฝีมือ เพื่อแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อที่จะกระทำทุกสิ่งตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ และยังเป็นสิ่งที่เตือนเราว่า ความสัตย์ซื่อของพระองค์ในอดีตทำให้เรามั่นใจว่าพระองค์จะทรงสัตย์ซื่อในการรักษาพระสัญญาที่ทรงมีต่อเราในอนาคตด้วย
ผลตอบแทน
ในปีค.ศ. 1921 ศิลปินแซม โรเดียเริ่มก่อสร้างงานประติมากรรมทรงสูงชื่อวัตต์ทาวเวอร์ สามสิบสามปีต่อมา ประติมากรรมสิบเจ็ดชิ้นก็ตั้งสูงขึ้นไปถึงสามสิบเมตรเหนือนครลอสแองเจลิส นักดนตรีเจอร์รี่ การ์เซียด้อยค่าผลงานชิ้นสำคัญในช่วงชีวิตของโรเดียนี้ว่า “นี่คือผลตอบแทนที่คงอยู่หลังจากที่คุณตายไป” แล้วเขาก็บอกว่า “ว้าว นั่นไม่ใช่สำหรับผมหรอก”
ถ้าเช่นนั้นแล้วผลตอบแทนของเขาคืออะไร บ๊อบ เวียร์เพื่อนร่วมวงของเขา สรุปปรัชญาของพวกเขาไว้ว่า “ในนิรันดร์กาล ไม่มีใครจดจำคุณได้หรอก แล้วทำไมไม่เพียงสนุกไปกับมันก็พอ”
ครั้งหนึ่งชายผู้มั่งคั่งและเฉลียวฉลาดเคยพยายามค้นหา “ผลตอบแทน” โดยการทำทุกอย่างที่ท่านทำได้ ท่านเขียนว่า “ข้าพเจ้ารำพึงว่า ‘มาเถอะ มาลองสนุกสนานกันดู เอ้า จงสนุกสบายใจไป’” (ปญจ.2:1) แต่ท่านเขียนด้วยว่า “ไม่มีใครระลึกถึงคนมีสติปัญญาเช่นเดียวกับคนเขลา” (ข้อ 16) ท่านสรุปว่า “การงานที่เขาทำกันภายใต้ดวงอาทิตย์ก่อความสลดใจให้แก่ข้าพเจ้า” (ข้อ 17)
ชีวิตและคำสอนของพระเยซูนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการดำเนินชีวิตแบบคนสายตาสั้นเช่นนั้น พระเยซูเสด็จมาเพื่อประทาน “ชีวิต...อย่างครบบริบูรณ์” (ยน.10:10) แก่เรา และสอนเราให้ดำเนินชีวิตนี้โดยคำนึงถึงชีวิตบนสวรรค์ด้วย “อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก” พระองค์ตรัส “แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์” (มธ.6:19-20) แล้วพระองค์ทรงสรุปไว้ว่า “จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้” (ข้อ 33)
นี่คือผลตอบแทนที่เราจะได้รับทั้งภายใต้ดวงอาทิตย์นี้และในชีวิตนิรันดร์
ผู้ชมแต่เพียงองค์เดียว
ในฐานะ “เสียงของทีมเดนเวอร์ นักเก็ตส์” ไคล์ สเปลเลอร์อนุศาสกของทีม เป็นที่รู้จักจากเสียงตะโกนคำรามในการบรรยายการแข่งขันชิงแชมป์สโมสรบาสเกตบอล “ไปเลย!” เขาส่งเสียงดังลั่นใส่ไมค์ แฟนบาสเกตบอลเอ็นบีเอหลายพันคนที่สนามพร้อมกับอีกหลายล้านคนที่กำลังดูหรือฟังอยู่ ตอบสนองต่อเสียงซึ่งทำให้ไคล์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงผู้บรรยายการแข่งขันยอดเยี่ยมประจำปี 2022 “ผมสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฝูงชนและบรรยากาศในสนามเหย้า” เขากล่าว แต่กระนั้นทุกถ้อยคำจากทักษะการใช้เสียงของเขาซึ่งยังปรากฏในโฆษณาทางโทรทัศน์และวิทยุ มีไว้เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า ไคล์เสริมว่างานของเขาคือ “แค่ทำทุกสิ่งเพื่อผู้ชมแต่เพียงองค์เดียว”
อัครทูตเปาโลเน้นย้ำคำสอนที่คล้ายกันนี้กับคริสตจักรโคโลสี ซึ่งสมาชิกปล่อยให้ความสงสัยเกี่ยวกับความเป็นพระเจ้าและอำนาจอธิปไตยของพระคริสต์แทรกซึมเข้ามาแม้กระทั่งในการใช้ชีวิตของพวกเขา แทนที่จะให้เป็นเช่นนั้น เปาโลเขียนว่า “เมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยกายก็ตาม จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้า และขอบพระคุณพระบิดาเจ้า โดยพระองค์นั้น” (คส.3:17)
เปาโลเสริมว่า “ไม่ว่าท่านจะทำสิ่งใด ก็จงทำด้วยความเต็มใจเหมือนกระทำถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์” (ข้อ 23) สำหรับไคล์แล้วนี่ยังรวมถึงบทบาทของเขาในฐานะอนุศาสก ซึ่งเขาบอกว่า “นั่นคือวัตถุประสงค์ของผมที่นี่ ...และการเป็นผู้บรรยายก็ช่วยส่งเสริมบทบาทของผมให้ดียิ่งขึ้น งานของเราที่ทำเพื่อพระเจ้าก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจสำหรับผู้ชมเแต่เพียงองค์เดียวเช่นกัน
ทาเนย
ในหนังสือของ เจ.อาร์.อาร์.โทลคีน เรื่องอภินิหารแหวนครองพิภพ บิลโบ แบ๊กกินส์ เริ่มแสดงอาการที่เกิดจากการครอบครองแหวนมนตราที่มีพลังความมืดมาเป็นเวลาหกทศวรรษ ด้วยวิตกว่าแหวนกำลังทำลายเขาลงอย่างช้าๆ เขาจึงพูดกับพ่อมดแกนดัล์ฟว่า “ทำไมข้าจึงรู้สึกเปราะบางเหมือนถูกยืดขยายออกจนตึง ท่านคงรู้ใช่ไหมว่าข้าหมายความว่ายังไง เหมือนเนยที่ถูกทาลงบนขนมปังจำนวนมากเกินไปจนบาง” เขาตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อแสวงหาที่ซึ่งเขาจะได้พัก “อย่างสงบสุขโดยไม่มีพวกญาติๆคอยสอดรู้สอดเห็น”
แง่มุมจากเรื่องราวของโทลคีนทำให้ฉันนึกถึงประสบการณ์ของผู้เผยพระวจนะในพันธสัญญาเดิม ขณะหนีจากเยเซเบลและถูกบีบคั้นหลังการต่อสู้กับผู้เผยพระวจนะเท็จ เอลียาห์ต้องการพักผ่อนอย่างยิ่ง ท่านรู้สึกหมดแรงและทูลขอให้พระเจ้าเอาชีวิตของท่านไปว่า “พอแล้วพระองค์เจ้าข้า” (1 พกษ.19:4) หลังจากนอนหลับไป ทูตของพระเจ้าได้มาปลุกให้ท่านรับประทานและดื่ม ท่านนอนลงอีก แล้วก็รับประทานอาหารที่ทูตสวรรค์จัดเตรียมให้ท่านอีก เมื่อฟื้นกำลังขึ้นแล้ว ท่านก็มีแรงพอจะเดินเป็นเวลาสี่สิบวันไปยังภูเขาของพระเจ้า
เมื่อเรารู้สึกเปราะบาง เราสามารถแสวงหาการฟื้นฟูกำลังอย่างแท้จริงจากพระเจ้าได้เช่นกัน เราอาจจำเป็นต้องดูแลร่างกายของเรา ขณะทูลขอให้พระองค์ทรงเติมเราด้วยความหวัง สันติสุข และการพักสงบของพระองค์ เช่นที่ทูตสวรรค์ดูแลเอลียาห์ เราก็วางใจได้ว่าพระเจ้าจะประทานการสถิตอยู่เพื่อฟื้นฟูกำลังแก่เราเช่นกัน (ดู มธ.11:28)
การจัดเตรียมของพระเจ้า
ในเดือนมิถุนายน 2023 โลกต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าพี่น้องสี่คนอายุตั้งแต่ 1 ถึง 13 ปี มีชีวิตรอดในป่าอเมซอนของประเทศโคลอมเบีย สี่พี่น้องเอาตัวรอดในป่าเป็นเวลาสี่สิบวันหลังเครื่องบินตกซึ่งได้พรากชีวิตแม่ของพวกเขา พวกเด็กๆซึ่งคุ้นเคยกับภูมิประเทศอันโหดร้ายของป่า ได้ซ่อนตัวจากสัตว์ป่าในลำต้นของต้นไม้ เก็บน้ำจากลำธารและฝนใส่ขวด และกินอาหารอย่างแป้งมันสำปะหลังจากซากเครื่องบิน พวกเขายังรู้ด้วยว่าผลไม้ป่าและเมล็ดพืชชนิดใดที่กินได้
พระเจ้าทรงเลี้ยงดูพี่น้องทั้งสี่คน
เรื่องราวอันน่าทึ่งของพวกเขาทำให้ฉันนึกถึงการที่พระเจ้าทรงเลี้ยงดูชนอิสราเอลในทะเลทรายเป็นเวลาสี่สิบปีอย่างอัศจรรย์ ตามที่บันทึกไว้ในพระธรรมอพยพและกันดารวิถี และกล่าวถึงในพระคัมภีร์ตลอดทั้งเล่ม พระองค์ทรงสงวนชีวิตของพวกเขาเพื่อพวกเขาจะรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา
พระเจ้าทรงเปลี่ยนน้ำพุขมให้เป็นน้ำที่ดื่มได้ ทรงให้น้ำออกมาจากหินถึงสองครั้ง และทรงนำประชากรของพระองค์ด้วยเสาเมฆในเวลากลางวันและเสาเพลิงในเวลากลางคืน พระองค์ยังทรงจัดเตรียมมานาแก่พวกเขา “โมเสสจึงบอกเขาว่า ‘นี่แหละเป็นอาหารที่พระเจ้าประทานให้พวกท่านรับประทาน นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ว่า ให้ทุกคนเก็บเท่าที่พอรับประทานอิ่ม’” (อพย.16:15-16)
พระเจ้าองค์เดียวกันนี้ประทาน “อาหารประจำวัน” (มธ.6:11) แก่เราด้วย เราจึงสามารถวางใจได้ว่าพระองค์จะทรงจัดเตรียมสิ่งจำเป็นแก่เรา “จากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์ในพระเยซูคริสต์” (ฟป.4:19) เรารับใช้พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ!