Category  |  ODB

ความจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ตอนที่เซเวียร์ยังเด็ก ฉันอ่านนิทานกับเขาเกี่ยวกับเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่ต่อต้านครู ด้วยการตั้งชื่อเพื่อใช้เรียกปากกา นักเรียนคนนี้โน้มน้าวเพื่อนร่วมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้ใช้ชื่อใหม่ที่เขาตั้งขึ้นสำหรับปากกา ข่าวเกี่ยวกับคำศัพท์ที่ใช้แทนนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง ในที่สุดผู้คนทั่วประเทศก็เปลี่ยนวิธีเรียกชื่อปากกา เพียงเพราะคนอื่นๆยอมรับความจริงที่เด็กชายคนหนึ่งแต่งขึ้นว่าเป็นความจริงสากล

ในตลอดประวัติศาสตร์ มนุษย์ที่มีข้อบกพร่องได้ยอมรับรูปแบบของความจริงที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาหรือยอมรับความเป็นจริงตามที่ตัวเองเห็นชอบเพื่อให้เหมาะกับความปรารถนาของตน อย่างไรก็ตาม พระคัมภีร์ชี้ให้เห็นความจริงหนึ่งเดียว คือพระเจ้าเที่ยงแท้แต่องค์เดียว และทางเดียวที่นำไปสู่ความรอดคือโดยทางพระเมสสิยาห์ ผู้ซึ่ง “เผยพระสิริของพระเจ้า” (อสย.40:5) ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ยืนยันว่ามนุษย์ก็เหมือนกับสรรพสิ่งทั้งปวงที่ทรงสร้าง คือเป็นสิ่งชั่วคราว ผิดพลาดได้ และไม่สามารถพึ่งพาได้ (ข้อ 6-7) ท่านกล่าวว่า “หญ้านั้นก็เหี่ยวแห้ง ดอกไม้นั้นก็ร่วงโรยไป แต่พระวจนะของพระเจ้าของเราจะยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์” (ข้อ 8)

คำพยากรณ์ของอิสยาห์ในเรื่องการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ได้วางรากฐานที่เชื่อถือได้ เป็นที่ลี้ภัยอันปลอดภัยและความหวังอันมั่นคง เราไว้วางใจในพระดำรัสของพระเจ้าได้เพราะว่าพระเยซูทรงเป็นพระวาทะนั้น (ยน.1:1) พระเยซูทรงเป็นความจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

มุมมองที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา

ในปีค.ศ. 1968 อเมริกาติดหล่มอยู่กับสงครามในเวียดนาม ความรุนแรงทางเชื้อชาติปะทุขึ้นในเมืองต่างๆ และบุคคลสาธารณะสองคนถูกลอบสังหาร หนึ่งปีก่อนหน้านั้น ไฟไหม้ได้คร่าชีวิตนักบินอวกาศสามคนบนฐานปล่อยจรวด และความคิดที่จะไปดวงจันทร์ดูเหมือนเป็นความเพ้อฝัน อย่างไรก็ตาม ยานอะพอลโล 8 ก็ถูกปล่อยขึ้นไปได้สำเร็จก่อนวันคริสต์มาสไม่กี่วัน

นี่กลายเป็นภารกิจแรกที่มนุษย์ขึ้นโคจรรอบดวงจันทร์ นักบินอวกาศคือ บอร์แมน แอนเดอร์ส และโลเวลล์ ทุกคนเป็นผู้เชื่อซึ่งได้ทำการถ่ายทอดสดการอ่านพระวจนะตอนหนึ่งในวันก่อนวันคริสต์มาส “ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน” (ปฐก.1:1) ในเวลานั้น นี่เป็นรายการออกอากาศทางทีวีที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก และผู้คนนับล้านได้ร่วมกันมองดูภาพของโลกในมุมมองเดียวกับที่พระเจ้าทรงเห็น ซึ่งได้กลายมาเป็นภาพถ่ายที่โด่งดังในปัจจุบัน แล้วแฟรงก์ บอร์แมนจบการอ่านด้วยประโยคที่ว่า “และพระเจ้าทรงเห็นว่าดี” (ข้อ 10)

บางครั้งเป็นเรื่องยากที่เราจะมองเห็นตัวเอง มองความยากลำบากทั้งหมดที่เราติดหล่มอยู่ แล้วยังมองเห็นสิ่งดีๆได้ แต่ให้เรามองย้อนกลับไปสู่เรื่องราวการทรงสร้างและเห็นถึงมุมมองที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา “พระองค์จึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์” (ข้อ 27) ให้เราจับคู่มุมมองนี้กับอีกมุมมองหนึ่งของพระองค์ที่ว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก” (ยน.3:16) ในวันนี้ขอให้ระลึกว่าพระเจ้าทรงสร้างคุณ ทรงเห็นว่าดีโดยไม่คำนึงถึงความบาป และทรงรักคุณผู้ที่พระองค์ได้ทรงสร้าง

ผู้ที่เราเชื่อฟัง

“ผมต้องขอประกาศภาวะฉุกเฉิน นักบินของผมเสียชีวิตแล้ว” ดั๊ก ไวท์กล่าวคำพูดเหล่านั้นด้วยความกังวลไปยังหอควบคุมที่ดูแลเที่ยวบินของเขา ไม่กี่นาทีหลังเครื่องขึ้น นักบินประจำเครื่องบินที่ครอบครัวของดั๊กเช่าเหมาลำได้เสียชีวิตลงกะทันหัน ดั๊กก้าวเข้าสู่ห้องนักบินด้วยประสบการณ์การฝึกบินเพียงแค่สามเดือนกับเครื่องบินที่มีความซับซ้อนน้อยกว่า ในเวลานั้นเขาตั้งใจฟังเจ้าหน้าที่หอควบคุมที่สนามบินท้องถิ่นซึ่งคอยบอกวิธีนำเครื่องลงจอด ดั๊ก กล่าวในภายหลังว่า “[พวกเขา ]ช่วยครอบครัวของผมให้รอดจากความตายในกองไฟ”

เรามีผู้หนึ่งที่สามารถนำพาเราผ่านอุปสรรคต่างๆในชีวิตได้ โมเสสบอกกับคนอิสราเอลว่า “พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะโปรดให้ผู้เผยพระวจนะอย่างข้าพเจ้านี้เกิดขึ้นในหมู่พวกท่าน...ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังเขา” (ฉธบ.18:15) คำสัญญานี้ชี้ไปถึงเหล่าผู้เผยพระวจนะคนต่อๆมาผู้ซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมเพื่อประชากรของพระองค์ และก็เป็นการกล่าวถึงพระเมสสิยาห์ด้วย ทั้งเปโตรและสเทเฟนจะกล่าวในภายหลังว่าผู้เผยพระวจนะสูงสุดคนนี้คือพระเยซู (กจ.3:19-22; 7:37, 51-56) พระองค์ทรงเป็นผู้เดียวที่เสด็จมาเพื่อบอกเราถึงพระบัญชาอันกอปรด้วยสติปัญญาและความรักของพระเจ้า (ฉธบ.18:18)

ในช่วงพระชนม์ชีพของพระคริสต์ พระเจ้าพระบิดาตรัสว่า “ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา...จงเชื่อฟังท่านเถิด” (มก.9:7) ในการดำเนินชีวิตอย่างชาญฉลาดและหลีกเลี่ยงความพินาศในชีวิตนี้ ขอให้เราทั้งหลายฟังพระเยซูขณะที่ทรงตรัสผ่านพระคัมภีร์และพระวิญญาณบริสุทธิ์ การฟังพระองค์ส่งผลให้สถานการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

พระเยซูผู้ช่วยกู้

สิ่งเริ่มจากการนั่งกระเช้าลอยฟ้าธรรมดาข้ามหุบเขาในปากีสถานกลับกลายเป็นประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัว หลังออกเดินทางได้ไม่นาน สายเคเบิ้ลสองเส้นขาดลง ทำให้ผู้โดยสารแปดคนรวมเด็กนักเรียนถูกแขวนอยู่กลางอากาศสูงหลายสิบเมตร สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดปฏิบัติการกู้ภัยที่ยากลำบากถึง 12 ชั่วโมงโดยกำลังทหารปากีสถานที่ต้องใช้ทั้งการโหนตัวบนเชือกสลิง เฮลิคอปเตอร์ และอื่นๆอีกมากเพื่อช่วยชีวิตผู้โดยสาร

ผู้กู้ชีวิตที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเหล่านั้นควรได้รับการยกย่อง แต่งานของพวกเขาไม่อาจเทียบได้กับพระราชกิจอันเป็นนิรันดร์ของพระเยซูในการช่วยกู้และช่วยเราให้รอดจากบาปและความตาย ก่อนการบังเกิดของพระคริสต์ ทูตสวรรค์บอกกับโยเซฟให้รับมารีย์ไว้ที่บ้านของตน เพราะการตั้งครรภ์ของนางเกิดจาก “พระวิญญาณบริสุทธิ์” (มธ.1:18, 20) โยเซฟได้รับคำสั่งให้ตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู เพราะว่าท่านจะ “โปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา” (ข้อ 21) แม้ว่าชื่อนี้จะเป็นชื่อที่ใช้กันทั่วไปในศตวรรษแรก แต่เด็กคนนี้เท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นพระผู้ช่วยให้รอด (ลก.2:30-32) พระคริสต์เสด็จมาในเวลาที่เหมาะสมเพื่อผนึกตราและรับประกันความรอดนิรันดร์ของทุกคนที่สำนึกบาปและเชื่อในพระองค์

เราทุกคนติดอยู่ในกระเช้าลอยฟ้าแห่งบาปและความตาย ซึ่งแขวนไว้เหนือหุบเขาแห่งการแยกขาดจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์ แต่โดยพระคุณและความรักของพระองค์ พระเยซูเสด็จมาช่วยกู้เราและพาเรากลับบ้านไปสู่พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์อย่างปลอดภัย ขอถวายคำสรรเสริญแด่พระองค์!

หนุนใจกันในพระคริสต์

ครูในโรงเรียนที่รัฐอินเดียน่า แนะนำให้นักเรียนของเธอเขียนข้อความหนุนใจและสร้างแรงบันดาลใจแก่เพื่อนร่วมชั้น หลายวันต่อมาเมื่อเกิดโศกนาฏกรรมในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อยู่อีกด้านของประเทศ ข้อความของพวกเขาช่วยหนุนใจเพื่อนนักเรียนในยามที่ต้องรับมือกับความเจ็บปวดและความกลัวว่าอาจเกิดเหตุการณ์กับพวกเขาได้เช่นกัน

การหนุนใจและความห่วงใยซึ่งกันและกันอยู่ในใจของเปาโลเช่นกัน เมื่อท่านเขียนจดหมายถึงผู้เชื่อในเมืองเธสะโลนิกา คนเหล่านั้นสูญเสียเพื่อนๆ และเปาโลกำชับพวกเขาให้หวังใจในคำสัญญาของพระเยซูที่จะเสด็จกลับมาและนำบรรดาคนที่พวกเขารักกลับสู่ชีวิตอีกครั้ง (1ธส.4:14) แม้พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่เปาโลเตือนว่าในฐานะผู้เชื่อพวกเขาไม่จำเป็นต้องรอคอยด้วยความกลัวการพิพากษาของพระเจ้าเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา (5:9) แต่จะรอคอยด้วยความมั่นใจในเรื่องชีวิตอนาคตกับพระองค์ และในระหว่างนั้น “จงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้น” (ข้อ 11)

เมื่อเราประสบกับการสูญเสียอันเจ็บปวดหรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่ทันตั้งตัว เป็นเรื่องง่ายที่จะถูกครอบงำด้วยความกลัวและความโศกเศร้า แต่ถ้อยคำของเปาโลเป็นประโยชน์กับเราในปัจจุบันเหมือนในเวลานั้นที่ได้เขียนไว้ ขอให้เรารอคอยด้วยความหวังว่าพระคริสต์จะทรงฟื้นฟูทุกสิ่ง และในระหว่างนั้นเราสามารถหนุนใจกันและกันได้ ทั้งด้วยข้อความ คำพูด การปรนนิบัติกัน และการสวมกอด

ความเชื่อของคุณยาย

พวกเรานั่งล้อมวงอยู่ที่โต๊ะอาหารมื้อเย็นตอนที่หลานชายอายุเก้าขวบของฉันพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ผมก็เหมือนคุณยาย ผมชอบอ่านหนังสือครับ!” คำพูดของเขาทำให้ฉันมีความสุข ฉันนึกย้อนไปเมื่อปีที่แล้วตอนที่เขาป่วยและต้องหยุดเรียนอยู่บ้าน หลังจากที่เขาได้งีบหลับยาว เราก็นั่งอ่านหนังสืออยู่
ข้างๆกัน ฉันมีความสุขที่ได้ส่งต่อมรดกรักการอ่านที่ฉันได้รับจากแม่ของฉัน

แต่นั่นไม่ใช่มรดกสำคัญที่สุดที่ฉันอยากจะส่งต่อให้หลานๆ ฉันอธิษฐานว่ามรดกแห่งความเชื่อที่ฉันได้รับจากพ่อแม่และพยายามส่งต่อให้ลูกๆของฉันจะช่วยพวกหลานๆในการเดินทางไปสู่ความเชื่อด้วย

ทิโมธีได้รับมรดกจากแม่และยายผู้เชื่อในพระเจ้า และจากพี่เลี้ยงฝ่ายวิญญาณคืออัครทูตเปาโล เปาโลได้เขียนไว้ว่า “ข้าพเจ้าระลึกถึงความเชื่ออย่างจริงใจของท่าน อันเป็นความเชื่อซึ่งเมื่อก่อนได้มีอยู่ในโลอิสยายของท่าน และในยูนีสมารดาของท่าน และบัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่ามีอยู่ในท่าน” (2 ทธ.1:5)

เราอาจคิดว่าชีวิตของเรายังไม่ดีพอที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้อื่น บางทีมรดกที่ส่งต่อมาถึงเราอาจไม่ใช่มรดกที่ดี แต่ก็ไม่มีอะไรที่สายเกินไปที่จะสร้างมรดกแห่งความเชื่อให้กับลูกๆหลานๆ หรือเด็กคนใดคนหนึ่ง โดยความช่วยเหลือของพระเจ้า เราเป็นผู้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อ พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ทำให้ความเชื่อนั้นเติบโตขึ้น (1 คร.3:6-9)

ความรักเข้มแข็งอย่างความตาย

หากคุณได้เดินเล่นไปตามกำแพงอิฐเก่าที่ทอดยาวกั้นระหว่างสุสานโปรเตส-แตนต์และสุสานคาทอลิกในเมืองโรมอนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ คุณจะพบภาพหนึ่งที่น่าสนใจ คือภาพแผ่นหินจารึกหน้าหลุมศพที่สูงตระหง่านสองแผ่นวางติดกำแพงสองฝั่ง แผ่นหนึ่งสำหรับสามีโปรเตสแตนต์ และอีกแผ่นหนึ่งสำหรับภรรยาคาทอลิก ธรรมเนียมปฏิบัติในช่วงศตวรรษที่ 19 กำหนดว่าพวกเขาจะต้องฝังในสุสานที่แยกจากกัน แต่พวกเขาไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น แผ่นหินหน้าหลุมศพที่ไม่ธรรมดานี้จึงสูงเหนือกำแพงที่เป็นรั้วกั้น เพื่อว่าที่ด้านบนสุดจะมีช่องว่างเพียงประมาณหนึ่งหรือสองฟุตเท่านั้นที่แยกพวกเขาออกจากกัน ที่ด้านบนสุดของแผ่นหินทั้งสอง มีการแกะสลักเป็นรูปแขนที่ยื่นออกไปจับมือกันไว้ ทั้งคู่ปฏิเสธที่จะแยกจากกันแม้ในความตาย

เพลงซาโลมอนอธิบายถึงพลังแห่งความรัก ซาโลมอนกล่าวว่า “เพราะความรักนั้นเข้มแข็งอย่างความตาย ความรักรุนแรงก็ดุเดือดเหมือนแดนคนตาย” (8:6) รักแท้นั้นทรงพลังและรุนแรง “ประกายแห่งความรักรุนแรงนั้นก็คือประกายเพลิง” (ข้อ 6) รักแท้ไม่มีวันยอมแพ้ ไม่นิ่งเงียบ และไม่อาจถูกทำลายได้ ซาโลมอนได้เขียนไว้ว่า “น้ำมากหลายไม่อาจดับความรักให้มอดเสียได้ อุทกธารทั้งหลายไม่อาจท่วมความรักให้สำลักตายเสียได้” (ข้อ 7)

“พระเจ้าทรงเป็นความรัก” (1 ยอห์น 4:16) ความรักที่แข็งแกร่งที่สุดของเราเป็นเพียงภาพสะท้อนถึงเศษเสี้ยวของความรักอันทรงพลังที่พระองค์มีต่อเรา พระองค์ทรงเป็นแหล่งที่มาทั้งหมดของความรักที่แท้จริงและมั่นคง

การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า

ขณะที่หลานๆดูหนังสือรุ่นในชั้นมัธยมปลายของฉัน พวกเขาประหลาดใจกับทรงผม เสื้อผ้าที่ล้าสมัย และรถยนต์ “โบราณ” ในภาพ ส่วนฉันเห็นบางสิ่งแตกต่างออกไป สิ่งแรกคือรอยยิ้มของเพื่อนเก่า บางคนก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ยิ่งกว่านั้น ฉันเห็นฤทธิ์อำนาจในการดูแลของพระเจ้า การทรงสถิตอันอ่อนโยนอยู่ล้อมรอบฉันในโรงเรียนที่ฉันพยายามปรับตัวให้เป็นที่ยอมรับ ความประเสริฐของพระองค์ที่ทรงคอยดูแลฉันนั้น เป็นพระเมตตาที่ประทานให้แก่ทุกคนที่แสวงหาพระองค์

ดาเนียลรู้ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ระหว่างที่เป็นเชลยในบาบิโลนท่านได้อธิษฐานใน “เรือนของท่าน ที่มีหน้าต่างห้องชั้นบนของท่านเปิดตรงไปยังกรุงเยรูซาเล็ม” (ดนล.6:10) แม้พระราชาจะมีคำสั่งไม่ให้ทำเช่นนั้น (ข้อ 7-9) จากจุดที่ท่านเฝ้าอธิษฐานนั้น ดาเนียลจดจำได้ถึงพระเจ้าผู้ซึ่งการทรงสถิตของพระองค์ค้ำจุนท่านไว้โดยทรงสดับฟังและตอบคำอธิษฐาน เช่นนั้นแล้วพระเจ้าจึงจะสดับฟัง ตรัสตอบ และช่วยเหลือท่านอีกครั้ง

แต่ถึงแม้จะมีกฎหมายใหม่ ดาเนียลก็ยังคงแสวงหาการทรงสถิตของพระเจ้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านจึงอธิษฐานเหมือนเช่นที่เคยทำมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ (ข้อ 10) ขณะอยู่ในถ้ำสิงโต ทูตสวรรค์ของพระเจ้าปกป้องดาเนียลให้ปลอดภัย ขณะที่พระเจ้าผู้สัตย์ซื่อทรงช่วยกู้ท่านไว้ (ข้อ 22)

การมองย้อนอดีตขณะที่เผชิญการทดลองในปัจจุบันอาจช่วยให้เราระลึกได้ถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้า ดังที่กษัตริย์ดาริอัสกล่าวถึงพระเจ้าว่า “พระองค์ทรงช่วยกู้และช่วยให้พ้นภัย พระองค์ทรงกระทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ในฟ้าสวรรค์และบนพื้นพิภพ” (ข้อ 27) พระเจ้าทรงประเสริฐในเวลานั้น และพระองค์ยังทรงประเสริฐในเวลานี้ การทรงสถิตของพระองค์จะดูแลปกป้องคุณ

ห้องว่างสำหรับพระเยซู

ผมมีความสุขกับวันหยุดสุดสัปดาห์ในรัฐนิวออร์ลีนส์ จากการที่ได้ชมขบวนพาเหรดในย่านเฟรนซ์ควอเตอร์ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 และได้ลองชิมหอยนางรมย่าง แต่ขณะที่ผมกำลังจะหลับไปในห้องพักที่บ้านเพื่อน ผมก็คิดถึงภรรยาและลูกๆ ผมชอบที่ได้มีโอกาสไปเทศนาที่เมืองอื่น แต่ผมชอบอยู่บ้านมากที่สุด

ด้านหนึ่งของชีวิตพระเยซูที่มักถูกมองข้ามคือเหตุการณ์สำคัญที่สุดหลายครั้งของพระองค์นั้นเกิดขึ้นในขณะเดินทาง พระบุตรของพระเจ้าเสด็จเข้ามาในโลกของเราที่เมืองเบธเลเฮม ซึ่งมีระยะทางไกลจากบ้านบนสวรรค์ของพระองค์เกินกว่าจะคำนวณได้ และห่างไกลจากนาซาเร็ธบ้านเกิดของครอบครัวพระองค์ เมืองเบธเลเฮมเต็มไปด้วยญาติพี่น้องที่พากันมาจดทะเบียนสำมะโนครัว ลูกาจึงบอกว่าไม่มีแม้แต่ ห้องคาทาลูมา หรือ “ห้องพักสำหรับแขก” ว่างอยู่เลย (ลก.2:7)

สิ่งที่ขาดหายไปตอนพระเยซูประสูตินั้นปรากฏขึ้นในตอนสิ้นพระชนม์ ขณะที่พระเยซูทรงนำเหล่าสาวกเข้าไปในกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์บอกเปโตรและยอห์นให้เตรียมมื้อปัสกา ให้พวกเขาตามชายที่ทูนหม้อน้ำไปที่เรือนของเขาและขอเจ้าของเรือนสำหรับคาทาลูมา ซึ่งเป็นห้องรับรองแขกที่พระคริสต์และเหล่าสาวกของพระองค์จะได้รับประทานอาหารมื้อสุดท้าย (22:10-12) ที่นั่นในพื้นที่ที่ขอยืมมา พระเยซูทรงเป็นผู้เริ่มต้นพิธีซึ่งปัจจุบันนี้เรียกว่าศีลมหาสนิท ที่เป็นการบอกล่วงหน้าว่าการถูกตรึงที่กางเขนของพระองค์ใกล้เข้ามาแล้ว (ข้อ 17-20)

เรารักบ้านของเรา แต่ถ้าเราเดินทางไปโดยมีพระวิญญาณของพระเยซู แม้แต่ห้องพักสำหรับแขกก็จะกลายเป็นสถานที่แห่งการสามัคคีธรรมกับพระองค์ได้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา