Category  |  ODB

มือที่เอื้อเฟื้อ

ในปี 1891 บิดดี้ เมสัน ถูกฝังไว้ในหลุมศพที่ไม่มีป้ายชื่อแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส นี่ไม่ใช่เรื่องผิดวิสัยสำหรับผู้หญิงที่เกิดมาเป็นทาส แต่สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จอย่างบิดดี้ ถือเป็นเรื่องแปลก หลังจากได้รับอิสรภาพในปี 1856 ทักษะด้านการพยาบาลและความชาญฉลาดทางธุรกิจทำรายได้ให้กับเธอจำนวนมาก เธอเห็นความทุกข์ยากของผู้อพยพและนักโทษ เธอให้ความช่วยเหลือคนเหล่านั้นผ่านงานการกุศลอยู่บ่อยๆ จนผู้คนเริ่มมาต่อแถวขอความช่วยเหลือที่บ้านของเธอ ในปี 1872 หลังพ้นจากการเป็นทาสมาเพียง 16 ปี เธอและลูกเขยให้เงินสนับสนุนการก่อตั้งคริสตจักรแห่งหนึ่งในลอสแองเจลิส

ของขวัญและผู้ให้ของขวัญ

พวงกุญแจนี้เป็นแค่คำ 3 คำร้อยด้วยเชือกผูกรองเท้า ลูกสาวผมให้มาเมื่อเธออายุ 7 ขวบ ตอนนี้สายก็เปื่อยและตัวอักษรก็กะเทาะแล้ว แต่ข้อความที่สื่อไม่เคยเก่าเลย นั่นคือ “หนูรักพ่อ”

ของขวัญที่มีค่าที่สุดมักไม่ได้วัดจากว่ามันคืออะไร แต่ใครเป็นผู้ให้ ถามพ่อแม่คนไหนก็ได้ที่เคยได้ช่อดอกหญ้าจากมือน้อยๆ ของขวัญที่ดีที่สุดวัดค่าด้วยความรักไม่ใช่ด้วยเงิน

เศคาริยาห์เข้าใจเรื่องนี้ เราเห็นได้จากเพลงที่ท่านร้องสรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงประทานลูกชายให้ท่านและภรรยาเมื่ออายุมากแล้ว (ลูกา 1:67-79) เศคาริยาห์ยินดีเพราะยอห์นจะเป็นผู้เผยพระวจนะที่ประกาศถึงของขวัญอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระเจ้าประทานแก่มนุษย์ทุกคน คือพระเมสสิยาห์ที่จะเสด็จมา “โดยพระทัยเมตตากรุณาแห่งพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูงจึงมาเยี่ยมเยียนเรา” (ลูกา 1:78) ถ้อยคำเหล่านี้สื่อถึงของขวัญที่ทรงประทานให้ด้วยความรักเพื่อให้ “ส่องสว่างแก่คนทั้งหลายผู้อยู่ในที่มืดและในเงาแห่งความมรณา” (ลูกา 1:79)

ของขวัญที่ดีที่สุดคือพระทัยเมตตากรุณาของพระเจ้าในการทรงอภัยบาปเราผ่านทางพระเยซู พระองค์ต้องจ่ายราคาสูงบนกางเขนเพื่อของขวัญชิ้นนี้ แต่ประทานให้โดยไม่คิดมูลค่าเพราะทรงรักเราอย่างมากมาย

ไม่คาดคิด

ระหว่างที่ผมกับภรรยาท่องเที่ยวทางใต้ของอเมริกาท่ามกลางอากาศร้อนจัด เราหยุดพักทานไอศกรีม บนกำแพงหลังเคาน์เตอร์ร้านมีป้ายเขียนว่า “ห้ามรถลุยหิมะเข้าเด็ดขาด” มุขนี้ใช้ได้เพราะเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด

ร่ำไห้กลับเป็นเต้นรำ

"เราจะยุบงานคุณ” สิบปีก่อนฉันตะลึงงันเมื่อบริษัทยุบตำแหน่งงานของฉัน ฉันรู้สึกแตกสลายเพราะตัวตนของฉันฝังแน่นอยู่กับบทบาทบรรณาธิการ ไม่นานมานี้ฉันก็เศร้าเมื่อรู้ว่างานอิสระของฉันกำลังจะจบลง แต่คราวนี้ฉันไม่รู้สึกถูกสั่นคลอนถึงแก่นแล้ว เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันได้เห็นความสัตย์ซื่อของพระเจ้าและวิธีที่พระองค์ทรงเปลี่ยนความโศกเศร้าเป็นความยินดี

เราอยู่ในโลกที่เจ็บปวดและผิดหวัง แต่พระเจ้าสามารถเคลื่อนเราจากความสิ้นหวังสู่ความเปรมปรีดิ์ ดังคำพยากรณ์ของอิสยาห์ถึงการเสด็จมาของพระเยซู (อสย.61:1-3) พระเจ้าประทานความหวังเมื่อเราสิ้นหวัง ทรงช่วยให้เราอภัยเมื่อเราคิดว่าอภัยไม่ได้ ทรงสอนว่าตัวตนของเราอยู่ในพระองค์ ไม่ได้อยู่ในงานที่เราทำ ทรงสอนให้กล้าเผชิญกับอนาคตที่เราไม่รู้ เมื่อเรานุ่งห่ม “ขี้เถ้า” พระองค์ประทานเสื้อคลุมแห่งการสรรเสริญอย่างอ่อนโยน

เมื่อเราเผชิญการสูญเสีย เราไม่ควรวิ่งหนีจากความเศร้าแต่เราก็ไม่ต้องขมขื่นหรือแข็งกระด้าง เมื่อเราคิดถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้าที่ผ่านมา เรารู้ว่าพระองค์ทรงต้องการและทรงสามารถเปลี่ยนความเศร้าของเราเป็นการเต้นรำอีกครั้ง และประทานพระคุณที่เพียงพอสำหรับชีวิตในโลกนี้และความชื่นชมยินดีอันสมบูรณ์ในสวรรค์

ควรจะรู้อะไร

ระหว่างการแสดงคอนเสิร์ต เดวิด วิลค็อกซ์ ซึ่งเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงตอบผู้ฟังที่ถามว่าเขาแต่งเพลงอย่างไร เขาบอกว่ามีสามอย่างคือ ห้องเงียบ กระดาษเปล่าและคำถามว่า “ผมควรจะรู้เรื่องอะไร” ผมเห็นว่านี่เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ติดตามพระเยซูที่แสวงหาแผนการของพระเจ้าในชีวิตแต่ละวัน

ทางที่ง่าย

เส้นทางชีวิตมักยากลำบาก หากเราคาดหวังว่าพระเจ้าจะประทานทางราบเรียบให้ทุกครั้งเมื่อหนทางยากลำบาก เราอาจอยากหันหลังให้พระองค์

บทเรียน

แมรี่เป็นม่ายและมีปัญหาสุขภาพรุมเร้า ลูกสาวจึงชวนแม่ให้ย้ายมาอยู่ “อพาร์ตเม้นต์คุณยาย” ใกล้บ้านเธอ แม้จะต้องจากเพื่อนและครอบครัวไปไกล แต่แมรี่ก็ชื่นชมยินดีกับการจัดเตรียมของพระเจ้า

ภาษาแห่งความรัก

ตอนที่ยายของฉันเป็นมิชชันนารีที่เม็กซิโก ท่านมีปัญหากับการเรียนภาษาสเปน วันหนึ่งท่านไปตลาด ยื่นรายการสิ่งของให้เด็กที่มาช่วยท่านและพูดว่า “เขียนไว้เป็นสองลิ้น” แต่ความจริงท่านต้องการจะสื่อว่าท่านเขียนไว้เป็นสองภาษา คนขายเนื้อได้ยินจึงคิดว่าท่านต้องการซื้อลิ้นวัวสองลิ้น ซึ่งยายไม่รู้เลยจนกระทั่งกลับถึงบ้านแล้ว ท่านไม่เคยทำอาหารจากลิ้นวัวมาก่อน

ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เมื่อเรียนภาษาที่สอง รวมถึงการเรียนภาษาแห่งความรักของพระเจ้าด้วย บางครั้งคำพูดเราขัดแย้งกันเอง เพราะเราสรรเสริญพระเจ้า แต่พูดให้ร้ายคนอื่น ธรรมชาติบาปของเราต่อต้านชีวิตใหม่ในพระคริสต์ สิ่งที่เราพูดแสดงให้เห็นว่าเราต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้ามากเพียงไร

เราต้องขจัด “ลิ้น” เก่าของเรา วิธีเดียวที่จะเรียนรู้ภาษาแห่งความรักได้ก็คือการให้พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเหนือคำพูดของเรา เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานในเรา พระองค์ประทานการรู้จักบังคับตน เพื่อให้เราพูดสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย ขอให้เรามอบทุกถ้อยคำไว้กับพระองค์ “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงตั้งยามเฝ้าปากของข้าพระองค์ ขอทรงรักษาประตู ริมฝีปากของข้าพระองค์” (สดด.141:3)

ยิ่งกว่าที่เราต้องการ

จี.เค.เชสเตอร์ตันลุกขึ้นยืนและระเบิดเสียงหัวเราะอยู่กลางทุ่งในชนบทของอังกฤษ เขาหัวเราะเสียงดังและกะทันหันจนแม้แต่ฝูงวัวก็จ้องมอง

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา