ร้องสรรเสริญพระเจ้า
เมื่อการมองเห็นของไดอาน่าเริ่มพร่ามัวลง เธอเป็นกังวลมากขึ้น เธอยังมีปัญหาในการคิดและพูดซ้ำไปมาด้วย อาการของเธอทำให้หมอเชื่อว่าไม่ใช่ปัญหาจากดวงตาแต่เป็นปัญหาจากสมอง พวกเขาพบว่าเธอมีเนื้องอกใหญ่ในสมองที่ต้องกำจัดออก ไดอาน่ากังวลว่าการผ่าตัดจะทำให้เธอสูญเสียความสามารถในการร้องเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรักและทำร่วมกับคนในครอบครัว ศัลยแพทย์ของเธอจึงทำสิ่งที่น่าทึ่งโดยให้เธอรู้สึกตัวขณะทำการผ่าตัดแบบไม่เจ็บปวด และขอให้เธอร้องเพลงระหว่างการผ่าตัดเพื่อเขาจะรู้ว่าเขาได้รักษาระบบประสาทส่วนนั้นเอาไว้ได้ ทั้งสองคนยังบันทึกการร้องเพลงคู่ระหว่างการผ่าตัดไว้ด้วย
เช่นเดียวกับไดอาน่า กษัตริย์ดาวิดผู้ทรงประพันธ์เพลงสดุดีหลายบทในพระคัมภีร์ ก็ทรงรักในการร้องเพลง พระองค์มักจะร้องสรรเสริญพระเจ้าทั้งในการคร่ำครวญและความชื่นชมยินดี เมื่อดาวิดได้รับการช่วยกู้จากศัตรู พระองค์รู้ว่าพระเจ้าเป็นผู้นำพระองค์ “ออกมาจากศัตรู” (2 ซมอ.22:49) เพราะพระราชกิจที่ดีเลิศของพระเจ้า ดาวิดจึงประกาศว่า “ข้าแต่พระเจ้า เพราะเหตุนี้ข้าพระองค์ขอเชิดชูพระองค์ในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย และร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์” (ข้อ 50)
พระเจ้ายังทรงกระทำพระราชกิจในโลกนี้และในชีวิตของเราแต่ละคน ทรงช่วยเราจากโรคร้ายของความบาปที่ระบาดมาถึงเราทุกคน ขอให้เราเป็นเหมือนดาวิดที่จะให้หัวใจของเราจดจ่ออยู่ในการสรรเสริญพระเจ้าในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ
ด้วยความจริงของพระเจ้า
คำศัพท์ประจำปี 2023 ของเว็บไซต์แปลศัพท์มีเรียม-เว็บสเตอร์ คือคำว่า ของแท้ ซึ่งแปลว่า “ไม่ใช่ของปลอมหรือการลอกเลียนแบบ” และ “เป็นตัวจริงตามบุคลิกภาพ จิตวิญญาณ และนิสัยของตนเอง” ผู้คนแสวงหาความจริง แต่การแยกเรื่องจริงออกจากเรื่องที่แต่งขึ้นนั้นไม่ง่าย บรรณาธิการปีเตอร์ โซโคโลวสกี้กล่าวว่า “เราจะเชื่อได้ไหมว่านักเรียนเขียนรายงานนี้ หรือนักการเมืองคนนี้พูดประโยคนี้ เราเชื่อในสิ่งที่มองเห็นไม่ได้อีกแล้ว บางทีเราก็ไม่เชื่อสายตาหรือหูของเราเอง ในตอนนี้เราจึงเข้าใจไปว่าความเป็นของแท้คือการกระทำที่แสดงออกมา”
เมื่อความจริงกลายเป็นสิ่งที่ดูคลุมเครือ ความเป็นของแท้จึงเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่โหยหา ภาวะ “วิกฤตในความเป็นของแท้” เช่นนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อเรารับและดำเนินชีวิตด้วยสติปัญญาจากพระคัมภีร์ พระเยซูตรัสกับสาวกก่อนจะถูกจับกุม ถูกพิจารณาคดี และสิ้นพระชนม์ (ยน.13-17) เพื่อเตรียมสาวกให้พร้อมสำหรับการที่พระองค์จะจากโลกนี้ไป พระองค์ยังทรง “แหงนพระพักตร์ดูฟ้าและอธิษฐาน” เผื่อพวกเขา (17:1) ทรงอธิษฐานให้พระบิดา “โปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง” (ข้อ 17) นี่เป็นการบอกว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงสำแดงในพระคัมภีร์ไม่เหมือนมาตรฐานความจริงอื่นๆ แต่พระคัมภีร์เองคือความจริงและเป็นมาตรฐานที่ใช้ตัดสินทุกสิ่ง
พระเจ้าทรงเรียกให้เราใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์ ปฏิบัติตามความจริงแห่งพระวจนะ โดยวิธีนี้เท่านั้นเราจึงจะเป็นของจริงอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกนี้ต้องการอย่างมากในปัจจุบัน
แผนการของพระเจ้าคือคนของพระองค์!
หลังจากที่ฉันเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการวิทยาลัยพระคริสตธรรม ผู้นำที่อยู่มายาวนานก็ประกาศว่าจะเกษียณอายุ ฉันจึงสาละวนอยู่กับการหาประธานคนใหม่ เราช่วยกันรวบรวมรายการคุณสมบัติยืดยาวอันท้าทาย เราจะหาคนมาทำหน้าที่ที่สำคัญและซับซ้อนนี้ได้อย่างไร
ฉันนึกสงสัยเช่นกันเมื่ออ่านรายละเอียดที่พระเจ้าต้องการสำหรับคันประทีปที่ต้องทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ พร้อมด้วยถ้วยรองตะเกียงทรงดอกไม้และดอกอัลมันด์ และกิ่งหกกิ่ง (อพย.25:31-36) และลานพลับพลาที่ต้องมี “ผ้าบังทำด้วยผ้าป่านเนื้อดี...ให้มีเสายี่สิบต้นกับฐานทองสัมฤทธิ์รองรับเสายี่สิบฐาน ขอติดเสาและราวยึดเสานั้นให้ทำด้วยเงิน” (27:9-10) ใครกันที่จะสามารถทำงานนี้ได้
พระเจ้าทรงตอบว่า “เราได้ออกชื่อเบซาเลล...และได้ให้เขาประกอบด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า คือให้เขามีสติปัญญา ความเข้าใจและความรู้ในวิชาการทุกอย่าง...คือประกอบวิชาการทุกอย่าง” (31:2-5) พระเจ้ายังตรัสอีกว่า “เราได้ให้สมรรถภาพแก่คนทั้งปวงที่มีฝีมือ เพื่อเขาจะได้ทำสิ่งสารพัด ซึ่งเราได้สั่งเจ้าไว้นั้น” (ข้อ 6)
เราจะไปหาคนมาดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูง อาสาสมัครที่โบสถ์ หรือคนจัดงานประชุมจากที่ไหน สำหรับพระเจ้าผู้ทรงเรียกและประทานความสามารถแก่คนของพระองค์แล้ว พระองค์ทรงวางแผนงานออกแบบที่ท้าทายสำหรับพระวิหารของพระองค์ จากนั้นทรงเลือกและประทานความสามารถแก่คนของพระองค์เพื่อจะทำให้สำเร็จ คำตอบของพระเจ้าสำหรับแผนการของพระองค์ ก็คือ คนของพระองค์
รักพระเยซูมากที่สุด
สมาชิกถามขึ้นว่าทำไมคริสตจักรของพวกเขาจึงซื้อหลังคาโบสถ์ นี่เป็นการใช้ทรัพยากรของพระเจ้าอย่างดีที่สุดแล้วหรือไม่ แล้วเรื่องการให้อาหารคนยากจนล่ะ ศิษยาภิบาลตอบว่าเงินนี้มาจากผู้ถวายและจำเป็นต้องใช้ตามความตั้งใจของพวกเขา “และอีกอย่าง” เขายกคำพูดของพระเยซูมาว่า “มีคนจนอยู่กับท่านเสมอ” (ยน.12:8)
ศิษยาภิบาลรีบขอโทษต่อการพูดล้อเล่นนอกบริบทของเขา ซึ่งทำให้ผมนึกสงสัยว่า บริบทของพระเยซูคืออะไร หกวันก่อนสิ้นพระชนม์หญิงคนหนึ่งชโลมพระองค์ด้วยน้ำมันหอมราคาแพง เหล่าสาวกไม่พอใจ ทำไมน้ำหอมไม่ถูกขายไปเพื่อช่วยคนยากจน แต่พระเยซูทรงตอบโดยกพระธรรม เฉลยธรรมบัญญัติ 15:11 “มีคนจนอยู่กับท่านเสมอ แต่เราจะไม่อยู่กับท่านเสมอ” (ยน.12:8)
พระเยซูทรงกล่าวถึงเฉลยธรรมบัญญัติอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นพระองค์จึงรู้ว่าประโยคก่อนหน้านั้นเขียนไว้ว่าอย่างไร “จะไม่มีคนยากจนในหมู่พวกท่านทั้งหลาย เพราะว่าพระเจ้าจะทรงอำนวยพระพรแก่ท่านในแผ่นดิน ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานให้ท่าน...ถ้าท่านเพียงแต่กระทำตามพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่าน” (ฉธบ.15:4-5) นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการที่พระเยซูทรงกล่าวคำตำหนิ คนยากจนมีอยู่เพียงเพราะอิสราเอลไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า และตอนนี้คนยากจนถูกใช้เป็นสิ่งดึงความสนใจไปจากพระเยซู ผู้ทรงเป็นคนอิสราเอลแท้ที่จะเชื่อฟังอย่างเต็มที่จนถึงที่สุด
เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างพระเยซูและคนยากจน เรารักคนอื่นได้ดีที่สุดโดยการรักพระองค์มากที่สุด และการรักพระองค์มากที่สุดจะจุดประกายให้เรารักคนอื่นอย่างดีที่สุด
นิสัยและพระวิญญาณบริสุทธิ์
“คุณโตมาจากแถวนี้หรือเปล่าคะ” เป็นเรื่องยากที่จะตอบคำถามทันตาภิบาลของฉันเพราะเครื่องมือทำความสะอาดฟันของเธอยังอยู่ในปาก เธออธิบายว่าในปีค.ศ. 1945 เมืองของเราเป็นเมืองแรกในโลกที่ใส่ฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่มสาธารณะด้วยความคิดที่จะป้องกันฟันผุ วิธีปฎิบัตินี้ไม่ต้องใช้อะไรมาก เพียงแค่ฟลูออไรด์ 0.7 มิลลิกรัมต่อน้ำเปล่า 1 ลิตร ผลลัพธ์เชิงบวกนั้นเป็นที่ประจักษ์ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ฉันไม่เคยรู้เลย ฉันดื่มมันมาทั้งชีวิตแท้ๆ!
สิ่งที่เราบริโภคทุกวันอาจส่งผลกระทบต่อเราในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้นแต่รวมถึงความบันเทิง เพื่อน และข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อัครทูตเปาโลเตือนว่า “อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ” (รม.12:2) ในขณะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังทำให้สาวกของพระเยซูเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาทั้งชีวิต นิสัยของเราอาจช่วยส่งเสริมหรือขัดขวางงานของพระองค์ ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไปที่จะตระหนักถึงสิ่งที่เรากำลังบริโภค แต่เราสามารถทูลขอพระองค์ผู้ทรงเปี่ยมด้วย “พระปัญญาและความรอบรู้” ให้สำแดงให้เราได้เห็น (11:33) ปัญญาและความเข้าใจช่วยให้เรา “รู้และปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า” (12:2) ขณะที่เราพิจารณาตัวเองด้วย “ความถ่อมสุขุม” (ข้อ 3)
สิ่งใดก็ตามที่พระองค์กำลังขอให้เราเพิ่มเข้ามาหรือกำจัดออกจากชีวิตประจำวันของเรานั้นคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่าย สิ่งสารพัดล้วน “มาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์” (11:36) พระองค์ทรงทราบดีที่สุด
คำอธิษฐานของพระเยซู
พระเยซู พระองค์ทรงอธิษฐานเผื่อผมอย่างไร ผมไม่เคยคิดถึงคำถามนี้จนกระทั่งลูเพื่อนของผมเล่าประสบการณ์ที่เขาร้องไห้จนหมดหัวใจต่อพระคริสต์ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องใช้สติปัญญาและความเข้มแข็งเกินกำลังที่เขามีอยู่ การได้ยินเขาถามคำถามสำคัญนี้ในการอธิษฐานช่วยเปิดความเข้าใจและฝึกฝนผมให้อธิษฐานในมิติใหม่
ในลูกา 22 ไม่มีความลึกลับใดๆ เมื่อพระเยซูทรงอธิษฐานเผื่อซีโมนเปโตรว่า “ซีโมน ซีโมนเอ๋ย ดูเถิด ซาตานได้ขอพวกท่านไว้ เพื่อจะฝัดร่อนเหมือนฝัดข้าวสาลี แต่เราได้อธิษฐานเผื่อตัวท่าน เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้ขาด” (ข้อ 31-32) เมื่อเปโตรถูกโจมตีผ่านการทดลอง ความเชื่อของท่านก็สั่นคลอน แต่เพราะพระคุณของพระคริสต์ ท่านจึงไม่ล้มลง
พระธรรมกิจการบอกเราว่า พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของพระเยซูที่อธิษฐานเผื่อเปโตรสาวกที่กระตือรือร้นแต่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม พระเจ้าทรงใช้ท่านไปประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระคริสต์ทั้งแก่ชาวยิวและคนต่างชาติ และพันธกิจอธิษฐานของพระเยซูยังไม่จบสิ้น เปาโลย้ำเตือนเราว่า “พระเยซูคริสต์...ผู้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และทรงอธิษฐานขอเพื่อเรา
ทั้งหลายด้วย” (รม.8:34) เมื่อคุณพบว่าตัวเองตกอยู่ในความทุกข์ยากจากการทดลองหรือการล่อลวง จงจำไว้ว่าพระเยซูผู้ทรงอธิษฐานเผื่อบรรดาสาวกของพระองค์ ก็ยังคงอธิษฐานเผื่อผู้ที่เชื่อในพระองค์ผ่านถ้อยคำที่พวกสาวกประกาศด้วยเช่นกัน (ดู ยน.17:13-20)
ขุดหาความหมาย
เรามีลูกสุนัขตัวใหม่ชื่อวินสตัน มันชอบกัด นอน แล้วก็กิน (และทำอย่างอื่นอีกหนึ่งหรือสองอย่าง) อ้อ มันชอบขุดด้วย วินสตันไม่ได้แค่ขุดดินแบบเล่นๆ แต่มันขุดจนเป็นอุโมงค์เหมือนมันกำลังจะหนีออกจากคุก มันควบคุมตัวเองไม่ได้ ดุร้าย และสกปรก
เมื่อไม่นานมานี้ผมเริ่มสงสัยว่า ทำไมสุนัขตัวนี้ถึงชอบขุดมากมายขนาดนั้น แล้วผมก็นึกได้ว่าผมก็เป็นนักขุดเช่นกัน ผมมีแนวโน้มที่จะ “ขุด” สิ่งต่างๆ มากมายที่ผมหวังว่าจะทำให้ผมมีความสุข มันอาจจะไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป การที่ผมหมกมุ่นอยู่กับการแสวงหาความพึงพอใจในสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้าทำให้ผมกลายเป็นนักขุด การขุดค้นหาความหมายในสิ่งอื่นที่ไม่ใช่พระเจ้าทำให้ตัวผมเลอะเทอะไปด้วยฝุ่นและปรารถนาสิ่งที่มากกว่านั้น
เยเรมีย์ตำหนิอิสราเอลที่เป็นนักขุด โดยพระเจ้าตรัสผ่านท่านว่า “เขาได้ทอดทิ้งเราเสีย...แล้วสกัดหินขังน้ำไว้สำหรับตนเอง เป็นแอ่งแตกที่ขังน้ำตาย ซึ่งขังน้ำไม่ได้” (ยรม.2:13) พระเจ้าทรงตีสอนประชากรของพระองค์ที่ไม่สนใจจะแสวงหาพระองค์ พวกเขาขุดบ่อน้ำของตัวเองเพื่อดับความกระหายที่ลึกที่สุด แต่พระเจ้าเตือนพวกเขาว่าพระองค์เท่านั้นที่เป็น “แหล่งน้ำเป็น” (ข้อ 13) ในยอห์นบทที่ 4 พระเยซูทรงมอบน้ำธำรงชีวิตนี้ให้กับผู้หญิงที่บ่อน้ำ ซึ่งเธอก็ได้ไปขุดหาน้ำจากแหล่งอื่นมาก่อนหน้านี้แล้ว (ข้อ 10-26)
เราทุกคนล้วนเป็นนักขุดในบางครั้ง แต่ด้วยพระทัยกรุณาของพระเจ้า พระองค์ประสงค์จะแทนที่การขุดที่ไร้ผลของเรา โดยการเติมเต็มเราด้วยน้ำของพระองค์ ซึ่งเป็นแหล่งเดียวที่จะดับความกระหายที่ลึกที่สุดในจิตวิญญาณของเราได้
วิ่งแข่งไปกับพระคริสต์
ทอมวัยเจ็ดขวบ รู้สึกชื่นชมกับถ้วยรางวัลแวววาวมากมายของพ่อที่วางอยู่บนหิ้ง ซึ่งได้มาจากการวิ่งแข่งต่างๆของโรงเรียน เขาคิดว่าผมอยากได้ถ้วยแบบนี้สักอันไว้ในห้องนอนของผม จึงถามว่า “พ่อครับ ผมขอถ้วยรางวัลของพ่อสักอันได้มั้ยครับ” ผู้เป็นพ่อตอบด้วยความประหลาดใจว่า “ไม่ได้หรอกทอม นั่นเป็นถ้วยของพ่อ พ่อได้รับมันมา ลูกต้องได้มันมาด้วยตัวเอง” จากนั้นพวกเขาก็วางแผนด้วยกันว่า หากทอมสามารถวิ่งไปรอบตึกได้ภายในเวลาที่กำหนด (เขารู้ว่าลูกชายของเขาทำได้) พ่อจะเป็นคนมอบถ้วยรางวัลให้เอง ทอมฝึกซ้อมตามคำแนะนำของพ่อ และหนึ่งสัปดาห์ต่อมาพ่อของเขาก็ส่งเสียงเชียร์ในขณะที่เขาวิ่งมาถึงจุดหมายได้ภายในเวลาที่กำหนด ทอมเรียนรู้บทเรียนในเรื่องการมีวินัยในตนเองและการฝึกอย่างหนัก และพ่อของเขาแสดงความยินดีกับเขาด้วยการให้รางวัล
สุภาษิต 1:8 หนุนใจให้เด็กๆ “ฟังคำเตือนของพ่อเจ้า” พ่อของทอมยังสอนถึงการวิ่งแข่งของชีวิตไปกับพระเยซูและฟังการทรงนำของพระองค์ เขาสอนทอมให้เลือก “ความชอบธรรม ความยุติธรรมและความเที่ยงธรรม” (ข้อ 3) ตามที่ผู้เป็นบิดาในสุภาษิตสอนไว้ คำสอนของพ่อนั้นเป็น “มงคลงามสวมศีรษะ...เป็นจี้ห้อยคอ” (ข้อ 9) ที่ล้ำค่า
คุณอาจไม่มีพ่อฝ่ายโลกที่คอยสั่งสอนคุณเรื่องการวิ่งแข่งไปด้วยกันกับพระคริสต์ แต่พระเจ้าสามารถนำคุณไปหาพี่เลี้ยงที่สามารถส่งต่อสติปัญญาของพวกเขาให้กับคุณได้ หรือบางทีพระเจ้าอาจจะกำลังเรียกคุณให้เลี้ยงดูใครสักคน พระองค์จะนำทางคุณเมื่อคุณมีใจกระตือรือร้นต่อผู้อื่นในการวิ่งแข่งของชีวิต
การปรนนิบัติพระเจ้าในแต่ละฤดูกาล
หลังจากใช้เวลาในการดูแลคาเลบอยู่หลายปี มาร์ครู้สึกผิดหวังเมื่อทราบว่าผู้นำคริสตจักรได้มอบหมายอีกคนหนึ่งให้มาเป็นพี่เลี้ยงของชายหนุ่มคนนี้ ผู้นำกล่าวว่า “ในที่สุด คาเลบก็มีพี่เลี้ยง”
พวกเขาคิดว่าผมทำอะไรตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ มาร์คสงสัย แม้ว่าเขาจะไม่ได้คาดหวังรางวัลหรือการยอมรับ แต่เขาก็อดรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้
อย่างไรก็ตาม หลายปีต่อมาคาเลบบอกว่ามาร์คได้เข้ามาในชีวิตของเขาในเวลาที่เขาต้องการการทรงนำฝ่ายวิญญาณมากที่สุด เมื่อได้ยินคำพูดหนุนใจนี้มาร์คจึงตระหนักในทันทีว่า พระเจ้าเป็นผู้ประทานของประทานที่เฉพาะเจาะจงให้กับผู้เชื่อในพระเยซูเพื่อรับใช้พระองค์ในแบบที่แตกต่างกัน โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น และพระองค์เป็นผู้กำหนดเวลา
ใน 1 โครินธ์ 12:4-31 เปาโลเน้นย้ำถึงคุณค่าของอวัยวะในพระกายของพระคริสต์ คือ คริสตจักร ซึ่งมีของประทาน บทบาท และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแตกต่างกัน และในบทที่ 3 ท่านได้เตือนเราให้ระลึกถึงพระองค์ผู้เป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของผลลัพธ์ทั้งปวงว่า “ข้าพเจ้าปลูก อปอลโลรดน้ำ แต่พระเจ้าทรงทำให้เติบโต” (ข้อ 6)
เราแต่ละคนอาจได้รับโอกาสและฤดูกาลที่พิเศษในการทำงานของพระเจ้า พระเจ้าไม่เหมือนกับมนุษย์ พระองค์ไม่เคยเปรียบเทียบสิ่งที่เราทำกับคนอื่นเพราะทรงรักเราแต่ละคนเป็นการส่วนตัว ขอให้เราจับตาและมุ่งความสนใจไปยังการทำสิ่งที่ดีที่สุดในฤดูกาลที่พระเจ้าประทานแก่เรา โดยพึ่งพาในกำลังและฤทธิ์อำนาจที่พระองค์ประทานให้เราอย่างเต็มที่ และไม่ต้องกังวลว่าผู้อื่นจะประสบความสำเร็จอย่างไรในเวลาและวิธีการของพวกเขา