เกียรติที่ยิ่งใหญ่กว่า
ซีซาร์ ออกัสตัสเป็นจักรพรรดิโรมันองค์แรกและยิ่งใหญ่ที่สุด ทรงใช้ทักษะทางการเมืองและอำนาจทางทหารกำราบศัตรู ขยายจักรวรรดิและยกระดับกรุงโรมจากชุมชนซอมซ่อเป็นเมืองอนุสาวรีย์และวิหารหินอ่อน ชาวโรมันที่ชื่นชม เรียกออกัสตัสว่าพ่อจากสวรรค์และผู้ปลดปล่อยมนุษยชาติ เมื่อสิ้นสุดการครองราชย์ 40 ปี คำพูดอย่างเป็นทางการสุดท้ายของพระองค์คือ “เรามาเมื่อโรมเป็นเมืองแห่งดิน สิ่งที่เราเหลือไว้คือโรม เมืองแห่งหินอ่อน” แต่มเหสีของพระองค์อ้างว่า พระองค์ตรัสว่า “เราทำหน้าที่ของเราได้ดีหรือไม่ ถ้าดีจงสรรเสริญเมื่อเราจากไป”
เปลี่ยนแล้วและกำลังถูกเปลี่ยน
ทานีและโมดูปเติบโตในไนจีเรีย ไปเรียนที่อังกฤษและชีวิตได้รับการเปลี่ยนแปลงโดยพระคุณพระเจ้า พระองค์ทรงใช้พวกเขาให้เปลี่ยนแปลงชุมชนที่ขัดสนและมีการแบ่งแยกเชื้อชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งในอังกฤษ พระเจ้าทรงฟื้นความหวัง เมื่อทั้งสองแสวงหาพระเจ้าและรับใช้ชุมชนอย่างสัตย์ซื่อพวกเขานำคริสตจักรที่ร้อนรนและยังคงทำโครงการมากมายเพื่อชุมชน และได้เปลี่ยนชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน
เดินในความสว่าง
ความมืดปกคลุมหมู่บ้านป่า ดวงจันทร์ลับไป ฟ้าแลบทั่วท้องฟ้า พายุฝนและฟ้าร้องดังสนั่น ผมยังเป็นเด็กรู้สึกตื่นกลัว จินตนาการว่าจะถูกสัตว์ประหลาดตะครุบ แต่เมื่อถึงยามเช้าเสียงดังก็หายไป ดวงอาทิตย์ขึ้น ความสงบกลับมา หมู่นกประสานเสียงกลางแดด ความมืดอันน่ากลัวยามค่ำคืนกับความชื่นชมยินดีภายใต้แสงแห่งวันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หลับตาปี๋
เขารู้ว่าเขาไม่ควรทำ เห็นได้ชัดว่าเขารู้ดีว่าทำผิด สีหน้าของเขาบ่งบอกชัดมาก เมื่อฉันนั่งลงคุยกับหลานชายถึงสิ่งที่เขาทำ เขาหลับตาปี๋เขานั่งและคิดด้วยตรรกะของเด็กสามขวบว่า ถ้าเขามองไม่เห็นฉัน ฉันก็คงไม่เห็นเขาเหมือนกัน และถ้าฉันไม่เห็นเขาเขาก็คงสามารถหลีกเลี่ยงการพูดคุย (หรือผลลัพธ์) ได้
เป็นการดีที่จะถาม
พ่อของผมรับรู้เรื่องทิศทางดีอยู่เสมอจนผมยังอิจฉา ท่านรู้เสมอว่าทางไหนคือทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกราวกับเกิดมาพร้อมความสามารถนี้ ท่านบอกทิศทางถูกต้องเสมอจนกระทั่งคืนวันนั้น ในคืนนั้นพ่อหลงทาง
ปีใหม่ จัดลำดับใหม่
ฉันอยากเรียนเชลโลมาตลอด แต่ไม่เคยมีเวลาไปสมัครเรียน หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือไม่เคยจัดเวลาไปเรียน ฉันเคยคิดว่าฉันคงเก่งเชลโลได้บนสวรรค์ แต่ตอนนี้ขอใช้เวลากับสิ่งที่พระเจ้าเรียกให้ฉันรับใช้ก่อน
ผู้ส่งสาร
"มีข้อความถึงคุณค่ะ” ผู้หญิงซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในงานประชุมที่ฉันเข้าร่วมยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ ฉันคิดอยู่ว่าควรจะวิตกหรือตื่นเต้นดี แต่เมื่อเปิดอ่าน “คุณได้หลานชาย” ฉันก็รู้ว่าควรจะดีใจ
สิ่งใหม่ทั้งนั้น
ผมสนใจสุสานรถ ผมชอบทำงานเกี่ยวกับรถ จึงมักเดินไปที่สุสานรถใกล้บ้าน ซึ่งเงียบสงบลมเย็นสบาย เต็มไปด้วยซากรถที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมบัติล้ำค่าของใครสักคน บางครั้งผมก็สะดุดตากับรถสักคัน และคิดสงสัยว่าตลอด “ช่วงชีวิต” มันผจญภัยอะไรมาบ้างราวกับประตูสู่อดีต รถแต่ละคันมีเรื่องราวเล่าขานถึงความทะเยอทะยานของมนุษย์ที่อยากได้รุ่นใหม่ล่าสุดกับกาลเวลาที่ผันผ่านซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อพระเจ้าทรงปฏิเสธ
เมื่อผมถูกเกณฑ์ทหารตอนอายุ 18 ปี เหมือนชายหนุ่มสิงคโปร์ทั่วไป ผมอธิษฐานอย่างหมดใจให้ได้ตำแหน่งที่สบาย อย่างเสมียนหรือพลขับ ผมยังหวังว่าจะได้งดเว้นจากการฝึกต่อสู้ที่หนักหน่วง แต่เมื่อผมอ่านพระคัมภีร์ในคืนหนึ่ง ผมสะดุดกับข้อความหนึ่ง “การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว...” (2 คร.12:9)