Category  |  ODB

เลวร้ายที่สุด

“หน้าตาเธอใช้ได้ แต่ไม่สวยพอจะมัดใจฉัน” ประโยคนี้เป็นคำพูดของนายดาร์ซี่ในนวนิยายเรื่องสาวทรงเสน่ห์ของเจน ออสติน ซึ่งทำให้ฉันไม่เคยลืมนิยายเรื่องนี้และผลกระทบที่เกิดกับฉันเลย เพราะหลังจากอ่านประโยคนั้นแล้ว ฉันตัดสินใจว่าจะไม่มีวันชอบนายดาร์ซี่

แต่ฉันคิดผิด ฉันก็เหมือนกับตัวละครของออสตินที่ชื่อ อลิซาเบธ เบนเนท ที่ค่อยๆเปลี่ยนความคิดอย่างไม่เต็มใจนัก ฉันเหมือนกับเธอที่ไม่ยอมทำความรู้จักกับอุปนิสัยโดยรวมของดาร์ซี่ ฉันฝังใจกับความรู้สึกที่มีต่อการกระทำแย่ๆ ของเขาเพียงครั้งเดียว หลังจากอ่านเรื่องนี้จบ ฉันสงสัยว่าตัวเองเคยเข้าใจใครผิดแบบนั้นบ้างในชีวิตจริง มิตรภาพใดบ้างที่ฉันเสียไปเพียงเพราะไม่ยอมทิ้งอคติเพียงชั่ววูบ

หัวใจของความเชื่อในพระเยซูคือการได้มีประสบการณ์ว่าองค์พระผู้ช่วยให้รอดทรงมองเห็น รัก และโอบกอดเราแม้เมื่อเราทำสิ่งเลวร้ายที่สุด (รม.5:8; 1 ยน.4:19) เป็นความอัศจรรย์ที่ได้รู้ว่าเราสามารถยอมจำนนตัวเก่าของเราที่ผิดบาปเพื่อเป็นคนใหม่ในพระคริสต์ (อฟ.4:23-24) เป็นความชื่นชมยินดีที่ได้เข้าใจว่าเราไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแต่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวซึ่งก็คือ “ร่างกาย” ของผู้ที่เรียนรู้การดำเนินชีวิตใน “เส้นทางแห่งความรัก” ที่แท้จริงและไร้เงื่อนไข (5:2)

เมื่อเราคิดถึงสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงทำเพื่อเรา (ข้อ 2) เป็นไปได้หรือที่เราจะไม่อยากมองผู้อื่นแบบเดียวกับที่พระองค์ทรงมองเรา

ต้นไม้แห่งการรักษา

คุณสามารถซื้อรถสปอร์ตยี่ห้อแม็คลาเรน 720 เอส คันใหม่ได้ในราคา 300,000 ดอลล่าร์ รถคันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์วี 8 ความแรง 710 แรงม้า ซึ่งเกินความจำเป็นในชีวิตประจำวัน

คุณอาจอยากลองใช้งานรถคันนี้อย่างเต็มศักยภาพ นักขับรถชาวเวอร์จิเนียคนหนึ่งเรียนรู้ว่า รถแม็คลาเรนของเขา “เร็ว” มากขนาดที่สามารถเคลื่อนจากโชว์รูมหรูไปยังกองขยะได้ในเวลาเพียงยี่สิบสี่ชั่วโมง! เพราะเพียงวันเดียวหลังจากซื้อรถมาแล้ว เขาขับมันไปชนต้นไม้ (ดีที่เขารอดมาได้)

พระคัมภีร์เริ่มต้นไปเพียงสามบท เราก็ได้เรียนรู้ว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดและต้นไม้ต้นหนึ่งสามารถทำลายสิ่งดีที่พระเจ้าทรงสร้างได้อย่างไร อาดัมและเอวากินผลจากต้นไม้ที่พระเจ้าทรงห้าม (ปฐก.3:11) เรื่องราวเพิ่งเริ่มต้น สวรรค์ก็ถูกสาปแช่งเสียแล้ว (ข้อ 14-19)

แต่มีต้นไม้อีกต้นหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ลบล้างคำสาป นั่นคือไม้กางเขนที่พระเยซูทรงแบกรับแทนเรา การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จ่ายราคาเพื่อเราจะได้มีอนาคตร่วมกับพระองค์ (ฉธบ.21:23; กท.3:13)

ในบทสุดท้ายของพระคัมภีร์เรื่องราววนกลับมาที่จุดเดิม เราอ่านพบว่า “ต้นไม้แห่งชีวิต” เติบโตอยู่ข้าง “แม่น้ำที่มีน้ำแห่งชีวิต” (วว.22:1-2) ยอห์นบรรยายถึงต้นไม้นี้ว่า “สำหรับรักษาบรรดาประชาชาติให้หาย” (ข้อ 2) ท่านยืนยันกับเราว่า “จะไม่มีสิ่งใดถูกสาปแช่งอีกต่อไป” (ข้อ 3) เรื่องราวของพระเจ้าจบลงด้วยความสุขนิรันดร์ที่เราทุกคนปรารถนา

ดีขึ้นเพราะพระเจ้า

ในทีมวอลเลย์บอลของวิทยาลัย หลานสาวของฉันเรียนรู้หลักปฏิบัติให้ได้ชัยชนะ เมื่อเธอได้ครองบอล เธอสามารถ “ส่งบอลให้ดีขึ้น” เธอสามารถเดินเกมเพื่อให้สถานการณ์ของทีมดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว ตำหนิ หรือแก้ตัว จงทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเสมอ

ดาเนียลตอบสนองเช่นเดียวกันนี้เมื่อท่านและเพื่อนชาวฮีบรูสามคนถูกเนบูคัดเนสซาร์กษัตริย์ของบาบิโลนจับไปเป็นเชลย แม้พวกเขาจะมีชื่อใหม่และได้รับคำสั่งให้รับการ “ฝึกฝน” เป็นเวลาสามปีในดินแดนของศัตรู ดาเนียลไม่ได้เดือดดาล แต่ท่านขอไม่กระทำตัวให้เป็นมลทินในสายพระเนตรพระเจ้าโดยไม่กินอาหารสูงและเหล้าองุ่นของพระราชา หลังจากกินแต่ผักและน้ำเป็นเวลาสิบวัน (ดนล.1:12) ดาเนียลและเพื่อนของท่าน “รูปร่างหน้าตาดีกว่าและเนื้อหนังเต่งตั่งกว่าบรรดาอนุชนที่รับประทานอาหารสูงของพระราชา” (ข้อ 15)

อีกครั้งหนึ่ง เนบูคัดเนสซาร์ขู่ฆ่าดาเนียลและนักปราชญ์ทุกคนในพระราชวัง หากพวกเขาไม่อาจเล่าความฝันที่รบกวนใจพระองค์และบอกความหมายของฝันนั้น อีกครั้งที่ดาเนียลไม่ตื่นตระหนก แต่ทูลขอพระกรุณาจาก “พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์” และความลึกลับก็ได้เปิดเผยแก่ท่านในนิมิต (2:19) ท่านประกาศว่า “ปัญญาและฤทธานุภาพเป็นของพระองค์” (ข้อ 20) ตลอดเวลาที่ตกเป็นเชลย ดาเนียลแสวงหาสิ่งดีที่สุดจากพระเจ้าโดยไม่คำนึงถึงความขัดแย้งที่ท่านได้เผชิญ ขอให้เราทำตามแบบอย่างนั้นในปัญหาที่เรามี คือทำให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยมอบไว้กับพระเจ้า

มุมมองใหม่

ในวีดีโอเกมหนึ่งซึ่งได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมไปแล้วนั้นกำหนดให้ผู้เล่นร้อยคนอยู่บนเกาะเสมือนจริงเพื่อแข่งขันกันจนเหลือคนสุดท้าย เมื่อมีผู้เล่นกำจัดคุณออกไป คุณจะยังดูเกมนั้นต่อได้ผ่านมุมมองของผู้เล่นคนนั้น นักข่าวคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อคุณก้าวเข้าไปในสถานะของผู้เล่นอีกคนและมองด้วยมุมมองของเขา อารมณ์ความรู้สึกของคุณ...เคลื่อนจากการปกป้องตนเองไปสู่...การร่วมเป็นทีมเดียวกับเขา...คุณจะรู้สึกมีส่วนร่วมไปกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเอาชนะคุณ”

การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเปิดใจที่จะมองประสบการณ์ของคนอื่น มองไปให้ไกลกว่ามุมมองของเราเพื่อจะเห็นความเจ็บปวด ความกลัว หรือความหวังของผู้อื่น เมื่อเราทำตามแบบอย่างของพระเยซูคือ “อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี” แต่ “จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว​” เมื่อนั้นเราจะเห็นสิ่งที่เราอาจเคยมองพลาดไป (ฟป.2:3) ความห่วงใยของเราจะขยายออก เราจะถามคำถามที่ต่างไป แทนที่จะสาละวนอยู่แต่กับเรื่องของตนเอง เราจะทุ่มเทเพื่อสวัสดิภาพของผู้อื่น แทนที่จะ “เห็นแก่ประโยชน์ของตน” เราจะ “เห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่น” (ข้อ 4) แทนที่จะปกป้องสิ่งที่เราคิดว่าเราต้องมีเพื่อจะประสบความสำเร็จ เราจะยินดีไขว่คว้าในสิ่งที่ช่วยให้ผู้อื่นจำเริญขึ้น

ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปนี้ เราจะมีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น เราจะค้นพบวิธีใหม่ในการรักครอบครัว เราอาจเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรได้ด้วย!

พระเจ้าแห่งการชูใจ

ราดาเมเนสเป็นแค่ลูกแมวตอนที่เจ้าของนำมันมาปล่อยไว้ที่ศูนย์สงเคราะห์สัตว์เพราะคิดว่ามันป่วยหนักเกินรักษา ลูกแมวได้รับการดูแลจนหายดีและสัตวแพทย์รับเลี้ยงมันไว้ให้อาศัยอยู่ที่ศูนย์ และคอย “ปลอบ” แมวและสุนัขที่เพิ่งผ่าตัดหรือกำลังพักฟื้นด้วยเสียงร้องเบาๆและการคอยอยู่ใกล้ๆอย่างอบอุ่น

นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆที่แสดงถึงสิ่งที่พระเจ้าผู้ทรงรักทำเพื่อเรา และสิ่งที่เราสามารถจะทำเพื่อผู้อื่นเป็นการตอบแทน พระองค์ทรงดูแลเราในยามเจ็บป่วยและทุกข์ยาก และทรงปลอบประโลมเราด้วยการทรงสถิตอยู่ด้วย ใน 2 โครินธ์อัครทูตเปาโลเรียกพระเจ้าว่า “พระบิดาผู้ทรงความเมตตา พระเจ้าแห่งความชูใจทุกอย่าง​” (1:3) เมื่อเราท้อแท้ หดหู่ หรือถูกรังแก พระองค์ทรงอยู่กับเรา เมื่อเราหันมาหาพระองค์ในคำอธิษฐาน พระองค์ “​ทรง​ชู​ใจ​เรา​ใน​การ​ทุกข์​ยาก​ทั้งสิ้น​” (ข้อ 4)

แต่ในข้อ 4 ไม่ได้จบลงแค่นั้น เปาโลผู้ผ่านการทนทุกข์อย่างแสนสาหัสมาแล้วได้กล่าวต่อว่า “เพื่อเราจะสามารถชูใจคนเหล่านั้น ที่มีความทุกข์ยากอย่างใดอย่างหนึ่งได้ด้วยความชูใจ ซึ่งตัวเราเองได้รับจากพระเจ้า” พระบิดาทรงปลอบโยนเรา และเมื่อเรามีประสบการณ์กับการปลอบโยนของพระองค์แล้ว เราจะสามารถปลอบโยนผู้อื่นได้

องค์พระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงเมตตาได้ทนทุกข์เพื่อเรา พระองค์ทรงสามารถชูใจเราในความทุกข์และความเศร้า (ข้อ 5) พระองค์ทรงช่วยเราผ่านความเจ็บปวด และเตรียมเราให้ช่วยผู้อื่นเช่นกัน

คนนิสัยไม่ดี

ลูซี่ เวอร์สลีย์เป็นนักประวัติศาสตร์และนักจัดรายการโทรทัศน์ชาวอังกฤษ เธอก็เหมือนกับบุคคลสาธารณะส่วนมากที่ได้รับจดหมายหยาบคาย ในกรณีของเธอเป็นเรื่องความบกพร่องด้านการออกเสียงเล็กน้อยที่ทำให้เสียง ร ฟังคล้ายเสียง ว มีคนหนึ่งเขียนมาว่า “ลูซี่ ผมขอพูดตรงๆขอให้คุณปรับปรุงการออกเสียง หรือไม่ก็เอาคำที่มี ร ออกจากบทพูดให้หมด เพราะผมรำคาญจนไม่สามารถทนดูรายการของคุณจนจบได้ ด้วยความนับถือ ดาร์เรน”

สำหรับบางคน การแสดงความคิดเห็นที่ทำร้ายจิตใจแบบนี้อาจกระตุ้นให้เกิดการตอบกลับอย่างหยาบคายพอกัน แต่ลูซี่ตอบสนองว่า “ดาร์เรน ฉันคิดว่าคุณใช้การไม่เปิดเผยตัวตนทางอินเทอร์เน็ตเพื่อพูดในสิ่งที่คุณอาจจะไม่กล้าพูดต่อหน้าฉัน ขอช่วยพิจารณาคำพูดที่ไม่ดีของคุณใหม่ด้วยค่ะ! ลูซี่”

การตอบสนองอย่างมีสติของลูซี่ได้ผล ดาร์เรนขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ส่งอีเมลแบบนี้ให้ใครอีก

สุภาษิตบันทึกไว้ว่า “คำตอบอ่อนหวานช่วยละลายความโกรธเกรี้ยวให้หายไป แต่คำกักขฬะเร้าโทสะ” (15:1) ขณะที่คนใจ​ร้อนเร้า​การ​วิวาท แต่คนที่โกรธช้าทำให้ทุกอย่างสงบลง (ข้อ 18) เมื่อเราได้รับคำวิจารณ์จากเพื่อนร่วมงาน คำพูดเหยียดหยามจากคนในครอบครัว หรือคำตอบหยาบคายจากคนแปลกหน้า เราเลือกได้ว่าจะใช้คำพูดรุนแรงที่เติมเชื้อไฟหรือใช้คำพูดสุภาพเพื่อดับไฟ

ขอพระเจ้าทรงช่วยเราให้ใช้คำพูดที่ช่วยละลายความโกรธเกรี้ยว และบางทีคำพูดนั้นอาจช่วยให้คนที่นิสัยไม่ดีนั้นเปลี่ยนแปลง

พระสัญญาของพระเยซูสำหรับคุณ

เจสันร้องไห้ขณะพ่อแม่ส่งตัวเขาให้เอมี่ นั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยวัย 2 ขวบต้องอยู่ในห้องเด็กเล็กขณะที่พ่อกับแม่เข้าร่วมการนมัสการ และเขา ไม่ ชอบเลย เอมี่ยืนยันกับผู้เป็นพ่อแม่ว่าเขาจะอยู่ได้ เธอพยายามปลอบเขาด้วยของเล่นและหนังสือ พาไปนั่งเก้าอี้โยก ไปเดินเล่นรอบๆ ยืนนิ่งๆ และพูดคุยว่าเขาจะทำอะไรสนุกๆได้บ้าง แต่เจสันกลับร้องไห้หนักและดังกว่าเดิม จากนั้นเธอกระซิบคำพูดธรรมดาๆห้าคำที่หูของเขาว่า “ฉันจะอยู่กับเธอ” เจสันสงบและรู้สึกดีขึ้นทันที

พระเยซูตรัสคำปลอบโยนคล้ายกันนี้กับสหายของพระองค์ในสัปดาห์ที่จะทรงถูกตรึง “พระบิดา...จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่านเพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไปคือพระวิญญาณแห่งความจริง” (ยน.14:16-17) หลังจากที่ทรงเป็นขึ้นจากความตาย พระองค์ประทานพระสัญญาแก่พวกเขาว่า “นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค” (มธ. 28:20) พระเยซูจะเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ไม่นานหลังจากนั้น แต่พระองค์จะทรงส่งพระวิญญาณมา “อยู่ด้วย” และสถิตในคนของพระองค์

เราสัมผัสถึงการปลอบโยนและสันติสุขของพระวิญญาณได้เมื่อเราร้องไห้ เราได้รับการทรงนำเมื่อเรากำลังสงสัยว่าจะทำอะไรดี (ยน.14:26) พระองค์ทรงเปิดตาเราให้เข้าใจพระเจ้ามากขึ้น (อฟ.1:17-20) และทรงช่วยเมื่อเราอ่อนกำลัง และทรงอธิษฐานเพื่อเรา (รม.8:26-27)

พระองค์ทรงอยู่กับเราเสมอไป

ถูกกักไว้ในความกลัว

ในปี 2020 การระบาดของไวรัสโคโรน่าทำให้โลกตกอยู่ในความหวาดกลัว ประชากรถูกกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ มีการปิดประเทศ เที่ยวบินและการจัดงานใหญ่ๆถูกยกเลิก ผู้คนที่อาศัยในเขตที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อพากันกลัวว่าตนอาจจะติดไวรัส เกรแฮม เดวีย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความวิตกกังวลเชื่อว่า การรายงานข่าวร้าย “มักจะทำให้คุณเศร้าและกังวลมากขึ้น” มีภาพการ์ตูนบนสื่อสังคมออนไลน์เป็นภาพของชายคนหนึ่งกำลังดูข่าวทีวี เขาถามว่าจะเลิกกังวลได้อย่างไร อีกคนในห้องนั้นเอื้อมมือมาปิดทีวี แล้วบอกว่าคำตอบคือให้เปลี่ยนจุดสนใจเสีย!

ลูกา 12 ให้คำแนะนำเพื่อช่วยเราหยุดความกังวลว่า “จงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า” (ข้อ 31) เราแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าเมื่อเราจดจ่ออยู่กับพระสัญญาที่ว่าผู้ติดตามพระองค์จะได้รับมรดกในแผ่นดินสวรรค์ เมื่อเราพบความลำบาก เราก็สามารถเปลี่ยนจุดสนใจของเรา และระลึกได้ว่าพระเจ้าทรงเห็น และรู้ถึงความต้องการของเรา (ข้อ 24-30)

พระเยซูทรงหนุนใจสาวกของพระองค์ว่า “ฝูง​แกะ​เล็กน้อย​เอ๋ย อย่า​กลัว​เลย เพราะ​ว่า​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ชอบ​พระ​ทัย​จะ​ประทาน​แผ่นดิน​นั้น​ให้แก่​ท่าน” (ข้อ 32) พระเจ้าทรงโปรดที่จะอวยพรเรา! ให้เรานมัสการพระองค์และรู้ว่าทรงห่วงใยเรายิ่งกว่านกในอากาศและดอกไม้ในทุ่งนา (ข้อ 22-29) แม้ในยามยากลำบาก เราสามารถอ่านพระคัมภีร์ อธิษฐานขอสันติสุขจากพระเจ้า และเชื่อวางใจในพระเจ้าผู้ประเสริฐและสัตย์ซื่อ

ดินแข็งและความกรุณาอันอ่อนโยน

ตอนที่เจมส์อายุหกขวบ เดวิดพี่ชายของเขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุจากสเก็ตน้ำแข็งเพียงหนึ่งวันก่อนวันเกิดอายุครบสิบสี่ปี หลายปีหลังจากนั้นเจมส์พยายามอย่างมากที่จะปลอบโยนมาร์กาเร็ตมารดาผู้ทุกข์ระทมที่คอยเตือนตนเองว่าลูกชายคนโตของเธอจะไม่ต้องเผชิญกับความท้าทายในการโตเป็นผู้ใหญ่ ความคิดแบบเดียวกันนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้จินตนาการอันบรรเจิดของเจมส์ แบร์รี่ ในหลายสิบปีต่อมา ก่อให้เกิดตัวละครที่ไม่มีวันแก่ในนิทานยอดนิยมของเด็กชื่อ ปีเตอร์ แพน ดอกไม้งอกขึ้นผ่านบาทวิถีได้ฉันใด สิ่งดีก็งอกงามขึ้นได้จากดินแข็งแห่งจิตใจที่เจ็บปวดเกินจินตนาการฉันนั้น

เราอบอุ่นหัวใจเมื่อคิดว่าพระเจ้าทรงสามารถให้เกิดสิ่งดีได้อย่างสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ตัวอย่างอันงดงามคือเรื่องของนางรูธในพันธสัญญาเดิม นาโอมีสูญเสียลูกชายทั้งสองที่เป็นที่พึ่งไป สะใภ้หม้ายคือ นางรูธ เลือกที่จะอยู่ดูแลนาโอมีและรับใช้พระเจ้าของแม่สามี (นรธ.1:16) ในตอนท้าย การจัดเตรียมของพระเจ้ามอบความสุขยินดีเกินคาดคิดแก่พวกเธอ นางรูธแต่งงานใหม่และมีลูก “เขาตั้งชื่อเด็กคนนั้นว่าโอเบดผู้เป็นบิดาของเจสซีซึ่งเป็นบิดาของดาวิด” (4:17) ชื่อของเขาจะอยู่ในรายชื่อบรรพบุรุษของพระเยซู (มธ.1:5)

พระกรุณาอันอ่อนโยนของพระเจ้าเอื้อมออกมาไกลเกินกว่าที่เราจะเข้าใจและมาพบกับเราในที่แห่งความประหลาดใจ จงคอยเฝ้าดู! คุณอาจจะได้เห็นในวันนี้ JBB

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา