Category  |  ODB

เรียนรู้ที่จะรัก

วู้ดดี้ คูเปอร์ ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ส่งเสียงดังในวันที่โดโรธี เคาท์เด็กหญิงผิวสี เข้ามาเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายของเขาที่มีแต่คนผิวขาวในรัฐนอร์ทแคโรไลน่า พวกเขาหัวเราะเยาะ เด็กผู้ชายบางคนตะโกนด่าทอด้วยคำเหยียดเชื้อชาติและขว้างขยะใส่โดโรธี แต่วู้ดดี้ไม่ได้ห้ามพวกเขา และยังนิ่งเงียบเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนว่า “สาวๆถุยน้ำลายใส่มันเลย!” ต่อมาเขาก็ถามตัวเองว่า ทำไมผมไม่พูดอะไรสักคำ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอก็แค่นักเรียนคนหนึ่งที่มาโรงเรียน เขาถูกหลอกหลอนด้วยบาปแห่งการละเลยเป็นเวลาหลายสิบปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เห็นตัวเองอยู่ในภาพข่าววันนั้น ในที่สุดสี่สิบเก้าปีต่อมา วู้ดดี้ได้ติดต่อโดโรธีเพื่อขอโทษ

วู้ดดี้ได้เรียนรู้ว่า การแสดงความรักและช่วยเหลือมนุษย์คนหนึ่งไม่ใช่เป็นเพียงความกล้าหาญเท่านั้น แต่ยังเป็นการเลือกที่จะเป็นเหมือนพระเยซูด้วย อัครสาวกยอห์นได้สอนบทเรียนนี้ให้กับคริสตจักรที่แบกภาระจากคำสอนผิดๆเกี่ยวกับพระคริสต์และความรักของพระองค์

ยอห์นเขียนว่า “เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน ถ้าผู้ใดว่า ‘ข้าพเจ้ารักพระเจ้า’ และใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนพูดมุสา” (1ยน.4:19-20) ยอห์นระลึกถึงคำสั่งอันยิ่งใหญ่ข้อนี้ที่ว่า “ให้คนที่รักพระเจ้านั้นรักพี่น้องของตนด้วย” (ข้อ 21)

วู้ดดี้และโดโรธีสะท้อนให้เห็นความรักนั้นเมื่อพวกเขากลายมาเป็นเพื่อนสนิทและไปพูดที่คริสตจักรและโรงเรียนด้วยกัน ในคืนก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เธอมาเยี่ยมเขา “ฉันรักเขา” เธอกล่าว “และฉันรู้ว่าเขารักฉัน” นั่นคือวิธีปฏิบัติของพระเยซู และควรเป็นวิธีปฏิบัติของเราด้วยเช่นกัน เพราะพระเจ้าทรงนำเรามาอยู่ร่วมกันในความรักของพระองค์ซึ่งเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา

จำไว้ว่าจะต้องลืม

นักเขียนชื่อริชาร์ด มาว ได้เล่าถึงนักศาสนศาสตร์ผิวสีจากแอฟริกาใต้ที่ต่อสู้กับความทรงจำอันมืดมน จากชีวิตภายใต้การปกครองแบบแบ่งแยกสีผิวไว้ว่า “เขาเล่าเรื่องเด็กชาวแอฟริกันคนหนึ่งที่ครูขอให้นิยามคำว่า ‘ความทรงจำ’ หลังจากคิดดูแล้ว เด็กคนนั้นก็พูดว่า ‘ความทรงจำคือสิ่งที่ช่วยบอกหนูว่าจะต้องลืม’” นี่เป็นสิ่งที่ออกมาจากปากของเด็กน้อย! อดีตของเธอมีเรื่องราวมากมายที่เธอไม่อยากจดจำ เธอจึงต้องการจดจำแต่สิ่งดีๆ

หลายคนมีบาดแผลจากสิ่งเลวร้ายที่ดูเหมือนจะลืมไม่ลง แต่แง่คิดของเด็กคนนั้นให้ความหวังแก่เรา หากเราเรียนรู้ที่จะจดจำสิ่งที่ดีกว่า ความทรงจำเหล่านั้นจะเสริมกำลังให้เราก้าวไปข้างหน้าเพื่อออกจากอดีตที่เจ็บปวด ในสดุดี 42 ผู้เขียนรู้สึกเหมือนกวางที่วิ่งเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ท่านยังกล่าวด้วยว่า “เมื่อข้าพระองค์ระบายความในใจออกมา ข้าพระองค์ระลึกถึงสิ่งเหล่านี้ได้ คือข้าพระองค์ไปกับประชาชน และนำเขาไปเป็นกระบวนแห่ถึงพระนิเวศของพระเจ้าด้วยเสียงโห่ร้องยินดีและเสียงเพลงโมทนา คือมวลชนกำลังมีเทศกาลฉลอง” (ข้อ 4)

ความทรงจำในเรื่องการนมัสการพระเจ้าของผู้ขับขานเพลงสดุดีนี้ หนุนใจท่านให้สรรเสริญแม้ในท่ามกลางความเจ็บปวด “จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า” (ข้อ 5) การจดจำว่าพระเจ้าคือผู้ใด และการที่เราเป็นของพระองค์นั้น จะช่วยพาเราผ่านพ้นอดีตอันเจ็บปวดที่เราไม่สามารถลืมได้

มีชีวิตอยู่เพื่อพระเยซู

ในปี 2023 ตำรวจเคนย่าได้เข้าแทรกแซงเพื่อยุติเหตุการณ์ “การฆาตกรรมหมู่ชากาโฮล่า” ซึ่งมีหลายร้อยคนเสียชีวิตจากการทำตามคำแนะนำของผู้นำลัทธิ ที่ให้อดอาหารเพื่อจะได้พบพระเยซู ผู้นำลัทธิให้สัญญาว่าเขาเองก็จะจากโลกไปด้วยวิธีนี้เช่นกันตามหลังผู้ติดตามทั้งหลายของเขา แต่หลังถูกจับกุม เขาปฏิเสธว่าไม่เคยสอนเช่นนี้

โศกนาฏกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่น่ากังวลถึงอันตรายของการไว้วางใจผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณแบบไม่ลืมหูลืมตา สมาชิกของลัทธิถูกหลอกจนถึงขั้นต่อต้านผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือพวกตนจากการอดอาหารจนตาย ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งได้บรรยายว่าตน “เสพติด” คำสอนของผู้นำคนนี้

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้นำที่แท้จริงของผู้ที่วางใจในพระองค์ พระองค์ทรงรักเรามากจนเต็มพระทัยที่จะสิ้นพระชนม์เพื่อให้เราได้มีชีวิต (1ธส.5:10) พระองค์ทรงเรียกให้เรามีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์โดย “เฝ้าระวังและไม่เมามาย” (ข้อ 6) และให้พิสูจน์คำสอนทุกอย่างของผู้อื่นกับคำสอนของพระองค์ (ข้อ 20-22)

เราตอบสนองต่อความรักของพระคริสต์ไม่ใช่โดยการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น แต่ “จงหนุนใจกัน และต่างคนต่างจงก่อกันขึ้น” (ข้อ 11) ด้วยการอยู่ “อย่างสงบสุขด้วยกัน” (ข้อ 13) และหาทาง “ทำดีเสมอต่อพวกท่านเอง และต่อคนทั้งปวงด้วย” (ข้อ 15) โดยการพึ่งพาและไว้วางใจในพระวิญญาณของพระคริสต์ทุกๆวัน (ข้อ 19) เราจะสามารถดำเนินชีวิตแห่งความรักในขณะที่เราจดจ่อและรอคอยการเสด็จมาของพระองค์ (ข้อ 23)

ความรักที่ล้นเหลือ

ท็อดด์ชวนอเล็กซ์น้องชายของเขาซึ่งเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ให้มาอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านที่เขาสร้าง เขาต้องการช่วยให้น้องชายมีความมั่นคงทางการเงินจึงไม่เก็บค่าเช่าอยู่ระยะหนึ่ง หลังจากหกเดือนผ่านไป ท็อดด์จึงขอให้อเล็กซ์เริ่มจ่ายค่าเช่า หลายปีต่อมาอเล็กซ์ยื่นเรื่องเพื่อซื้อบ้านของตนเอง เมื่อเอกสารนั้นได้รับการอนุมัติ ท็อดด์ก็ทำให้อเล็กซ์ประหลาดใจโดยบอกว่าเขาฝากเงินค่าเช่าของอเล็กซ์ไว้ในบัญชีออมทรัพย์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และตอนนี้เงินจำนวนมากนั้นก็เป็นของอเล็กซ์แล้ว! อเล็กซ์ร้องไห้เมื่อได้รับของขวัญที่มากมายล้นเหลือนี้

ในเลวีนิติ 25 พระเจ้าทรงมอบพระบัญชาแก่โมเสสสำหรับชนอิสราเอล ซึ่งรวมถึงการยอมให้ผู้ที่ขัดสน “อยู่กับเจ้า” (ข้อ 35) คำสั่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการที่พระเจ้าทรงบัญญัติ “ปีบริสุทธิ์” (ข้อ 10) ที่เป็นเวลาแห่งการยกหนี้ ให้ผู้ที่ยากจนได้รับการช่วยเหลือ และผู้ที่เป็นทาสได้รับการปลดปล่อย (ข้อ 23-55) พระองค์ประกาศว่า พระองค์ได้ทรงนำประชากรของพระองค์ด้วยความรัก “ออกจากแผ่นดินอียิปต์ เพื่อยกแผ่นดินคานาอันให้แก่ [พวกเขา ] และที่จะเป็นพระเจ้าของ [พวกเขา ]” (ข้อ 38) พระองค์ทรงจัดเตรียมแผ่นดินที่เป็นบ้านเกิดแห่งใหม่ให้ และตอนนี้พวกเขาควรเลียนแบบพระองค์โดยแสดงความรักและเปิดบ้านให้ผู้อื่น

ต่อมาอัครสาวกยอห์นได้เขียนว่า “จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า” (1 ยน.3:1) โดยการเสียสละของพระเยซู เราจึงได้รับความรักที่ล้นเหลือนี้อย่างบริบูรณ์ (ข้อ 16) และโดยการช่วยเหลือของพระองค์ เราจึงเผื่อแผ่ความรักอันล้นเหลือนี้แก่ผู้อื่นได้

การฟื้นฟูของพระเจ้า

ฉันรู้สึกใจหายวูบ ความคิดเริ่มสับสน เมื่อเพื่อนที่ช่วยติดตั้งคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปเครื่องใหม่ของฉันได้ลบรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดที่ฉันถ่ายโอนไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ความทรงจำที่มีค่าหลายปีกับครอบครัวและเพื่อนๆหายไปหมดในพริบตา ความตื่นตระหนกเริ่มเข้ามา ฉันไม่มีทางที่จะสร้างช่วงเวลาแห่งความรักจากวันหยุด การเดินทาง และโอกาสพิเศษในอดีตเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ได้ ก่อนที่ฉันผู้ซึ่งอ่อนไหวจะสติแตก เพื่อนของฉันก็บอกว่าเขาน่าจะกู้ไฟล์เหล่านั้นคืนมาได้ ขอบคุณพระเจ้า หลังชั่วโมงแห่งความทรมานใจผ่านพ้นไป ฉันดีใจมากที่เห็นไฟล์ที่มีความสำคัญต่อฉันปรากฏขึ้นอีกครั้ง

ฉันรออย่างกระวนกระวายใจเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่ความกลัวนั้นเป็นจริงอย่างมาก การสูญเสียอาจเป็นเรื่องที่น่ากลัวและเจ็บปวด ในโยเอลบทที่ 2 ผู้เผยพระวจนะเรียกร้องให้ผู้คนในยูดาห์กลับใจหลังจากฝูงตั๊กแตนก่อความเสียหายโดยทำลายทุ่งข้าว ไร่องุ่น สวน และต้นไม้ใหญ่ ผู้เผยพระวจนะเตือนผู้คนถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการที่พวกเขากบฏต่อพระเจ้า แต่พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา พระองค์จะทรงช่วยเหลือและนำการฟื้นฟูมาหากพวกเขาวางใจในพระองค์ “เราจะให้บรรดาปีของเจ้าคืนสู่สภาพเดิม คือที่ตั๊กแตนวัยบินได้กินเสีย” (2:25)

พระเจ้าทรงฟื้นฟูยูดาห์ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมเมื่อพวกเขาหันกลับมาหาพระองค์ พระเจ้าทรงต้องการฟื้นฟูคุณด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ใด คุณสามารถหันไปหาพระเจ้าและวางใจในพระองค์ได้ โดยรู้ว่า “พระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าของเจ้า ไม่มีอื่นใดอีก” (ข้อ 27) พระองค์ทรงสัตย์ซื่อที่จะช่วยคุณให้ฟื้นคืนจากสิ่งที่สูญเสีย และนำคุณเข้าสู่ความสัมพันธ์กับพระองค์

ความเชื่อของเบลล์

เบลล์ไม่ต้องการข้องเกี่ยวกับความเชื่อของพ่อแม่ในพระเยซู เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เธอประกาศตนว่าเป็นผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าและพยายามใช้ชีวิตโดยปราศจากพระเจ้า แต่การเลิกรากับแฟนและภาวะซึมเศร้าที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เธอจมดิ่งลง จนเธอคิดที่จะจบชีวิตของตัวเอง

ในความสิ้นหวังอย่างที่สุด เธอคิดถึงความสุขของพ่อแม่ที่มีในพระคริสต์ และแม้ว่าเธอต้องต่อสู้กับหลายสิ่ง แต่สุดท้ายเธอก็ไว้วางใจพระเยซูในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด ต่อมาเธอได้ยินชายคนหนึ่งพูดถึงกลุ่มคนในประเทศจีนที่ไม่เคยได้ยินข่าวประเสริฐ เธอจึงต้องการไปที่นั่นเพื่อบอกพวกเขา แม้บางคนขัดขวางเธอเพราะมีอันตราย แต่เธอก็ยังคงไปที่นั่น เบลล์ใช้ชีวิตที่เหลือในการนำข่าวประเสริฐไปยังผู้คนในประเทศจีนและประเทศไทยร่วมกับชายหนุ่มที่เธอพบที่มหาวิทยาลัยและต่อมาเธอได้แต่งงานกับเขา มีผู้คนนับพันไว้วางใจในพระเยซู และมรดกของผู้หญิงคนนี้ที่ชื่ออิโซเบล คูน ยังคงอยู่ในดินแดนนั้น

ใครคือผู้ที่ให้ชีวิตใหม่และความหวังแก่หญิงสาวคนหนึ่ง และเดินเคียงข้างเธอในขณะที่เธอเผชิญกับปัญหาที่ยากลำบากของชีวิต ผู้นั้นคือพระเยซู

คุณกำลังสงสัยหรือไม่ว่าเรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร บางทีคุณอาจกำลังตั้งคำถามเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่ของคุณ ให้คุณหันไปหาพระคริสต์ ผู้เป็น “พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า” (ยน.3:18) ผู้สิ้นพระชนม์เพื่อคุณ (รม.5:8) พระองค์ทรงรักคุณมากจนประทานชีวิตที่เป็นนิรันดร์ (ยน.3:16) แน่นอนว่า “ผู้ที่วางใจในพระบุตร[พระเยซู ]ก็มีชีวิตนิรันดร์” (3:36) และเมื่อเราเชื่อในพระองค์ เช่นเดียวกับที่เบลล์เชื่อ พระองค์ก็จะทรงอยู่กับเราเมื่อเราเผชิญปัญหาในชีวิต และทรงช่วยให้เราส่งต่อความรักของพระองค์ไปยังผู้อื่น

ต้องมีความถ่อมใจ

ตอนยังเด็กฉันมีลูกพี่ลูกน้องที่อาศัยอยู่ห่างออกไปแค่ราวสามกิโลเมตร พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับครอบครัวของฉัน พวกเขาไม่เคยมางานรวมญาติหรือคุยกับเราที่ร้านขายของแถวนั้น พ่อแม่ของพวกเขาบอกว่าเป็นเพราะตอนนั้นเราไม่ไปโบสถ์และเราจะมีอิทธิพลที่ไม่ดีต่อพวกเขา ช่างน่าแปลกใจที่หลายปีต่อมา ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งไปร่วมงานศพพี่ชายคนโตของฉัน เขาเข้ามาหาเราแต่ละคนและขอโทษอย่างถ่อมใจสำหรับทัศนคติของพวกเขา แล้วความสัมพันธ์ของพวกเราจึงถูกรื้อฟื้นขึ้น

ยาโคบต้องยอมถ่อมใจลงเพื่อจะได้รับการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเอซาวผู้เป็นพี่ชายฝาแฝดของท่าน ยาโคบซึ่งเป็นลูกคนที่สองได้คิดเอาเปรียบเอซาว โดยขโมยสิทธิโดยกำเนิดของพี่ชาย (25:19-34) และหลอกพ่อที่แก่ชราให้มอบพรของบุตรคนโตให้แก่ท่าน (26:34-27:40) เอซาวโกรธมากและขู่ว่าจะฆ่ายาโคบ ท่านจึงหนีไปประเทศอื่น

หลายปีต่อมา ยาโคบต้องการกลับบ้านแต่กลัวว่าความแตกแยกที่ร้าวลึกระหว่างท่านกับพี่ชายคงจะไม่ได้รับการแก้ไขหากไม่มีการนองเลือด (32:6-8) ในที่สุดเมื่อพวกเขาพบกัน ยาโคบ “กราบลงถึงดินเจ็ดหน จนเข้ามาใกล้พี่ชายของเขา” (33:3) ท่านกลัวว่าจะถูกเอซาวฆ่า แต่เอซาวกลับวิ่งเข้ามา “กอดเขา” (ข้อ 4)

ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายทำร้ายผู้อื่นหรือถูกผู้อื่นทำร้ายก็ตาม เราจำเป็นต้องถ่อมใจลง จริงใจ และมักจะต้องพยายามอย่างมากเพื่อฟื้นฟูสิ่งที่แตกสลายไปแล้ว แต่พระเจ้าทรงทำได้และพระองค์จะทรงช่วยเรา

ดูแลด้วยความใส่ใจ

ไวโอลิน เชลโล และกีต้าร์ของสตราดิวาริอุสเป็นหนึ่งในบรรดาเครื่องดนตรีที่ทรงคุณค่าที่สุดในโลก ซึ่งผลิตขึ้นด้วยมือในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 17 และ 18 และเป็นของที่หายากและประเมินค่าไม่ได้ สิ่งที่มีค่าเช่นนี้สมควรได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ดังนั้น เมื่อเชลโลของสตราดิวาริอุสซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 20 ล้านเหรียญหล่นจากโต๊ะระหว่างการถ่ายภาพ จึงเป็นเรื่องที่น่าตกตะลึงอย่างมาก

เช่นเดียวกับที่เครื่องดนตรีของสตราดิวาริอุสต้องได้รับการดูแลด้วยความใส่ใจอย่างระมัดระวัง ความสัมพันธ์ของเราก็เช่นกัน เราควรรักผู้อื่นเพราะพระคริสต์ได้ทรงสำแดงความรักของพระองค์ต่อเรา ในยอห์น 13:34 พระเยซูทรงมอบคำสั่งให้เหล่าสาวกที่จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษคือ “เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น” เพราะอะไรพระเยซูจึงทรงเรียกว่าเป็นบัญญัติใหม่ ที่เป็นบัญญัติใหม่ก็เพราะมีที่มาจากวิธีที่พระเยซูทรงรักผู้คน บัญญัติใหม่ที่บอกให้รักนี้ไม่ใช่ให้ทำแบบไม่ใส่ใจหรือทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่ต้องทำด้วยความตั้งใจ ให้คุณค่า และเสียสละ ความรักเช่นนี้จะนำไปสู่การสร้างสาวก การเสียสละตนเอง กระทั่งถึงการสละชีวิตเพื่อสาวก การเอาใจใส่ซึ่งกันและกันนี้เป็นวิธีที่พวกเขาจะอยู่รอดในโลกที่ยากลำบากและเป็นศัตรูกับพวกเขาหลังการจากไปของพระคริสต์ และพระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า “ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา” (ข้อ 35)

ให้เรารักผู้อื่นด้วยความใส่ใจและเสียสละ เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความรักอันล้ำค่าและประเมินค่าไม่ได้ของพระเยซู

เป็นที่รักของพระเจ้าชั่วนิรันดร์

จดหมายรักที่เป็นปริศนาและน่าทึ่งที่สุดตลอดกาลฉบับหนึ่งเขียนโดยนักประพันธ์เพลง ลุดวิก แวน บีโธเฟ่น และได้ถูกค้นพบหลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1827 จดหมายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆนี้เต็มไปด้วยข้อความที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความรู้สึก เช่น “ผู้เป็นที่รักชั่วนิรันดร์ของผม...ผมมีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่กับคุณเท่านั้น หรือไม่ก็ไม่มีชีวิตอยู่เลย” น่าเศร้าที่ดูเหมือนว่าจดหมายฉบับนั้นไม่เคยถูกส่งออกไป และผู้ที่เขาตั้งใจให้อ่านนั้นก็ยังคงเป็นปริศนา

จดหมายของบีโธเฟ่นมีคุณค่าอย่างมากต่อผู้อ่านที่เข้าใจถึงความปรารถนาอันแรงกล้าในความรักเช่นเดียวกับเขา พวกเราแสวงหาความรักและการเติมเต็มจากผู้คน สิ่งของ และประสบการณ์มากมายที่ไม่อาจทำให้เราอิ่มใจได้อย่างแท้จริง แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความรักชั่วครั้งชั่วคราวนั้นคือความรักของพระเจ้าที่มีต่อประชากรแห่งพันธสัญญาของพระองค์ ผู้ที่พระองค์ทรงสำแดงความรักอันยิ่งใหญ่ต่อพวกเขาเพื่อเห็นแก่มนุษย์ทุกคน พระเจ้าประกาศผ่านทางผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ว่า “เรา​ได้​รัก​เจ้า​ด้วย​ความ​รัก​นิรันดร์ เพราะ​ฉะนั้น​เรา​จึง​มี​ความ​รัก​มั่นคง​ต่อ​เจ้า​สืบไป” (ยรม. 31:3) เพราะความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระองค์จึงทรงสัญญาว่าพวกเขาจะได้หยุดพักและจะได้รับความโปรดปราน (ข้อ 2) สิ่งที่ถูกทำลายทั้งสิ้นจะถูกสร้างใหม่ (ข้อ 4) แม้พวกเขาจะปฏิเสธพระองค์และกบฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระเจ้าก็ทรง​ปฏิญาณที่จะนำพวกเขากลับมาหาพระองค์ (ข้อ 9)

หลายปีต่อมา ความรักนิรันดร์นั้นได้ผลักดันให้พระเยซูทรงมาทนทุกข์และสิ้นพระชนม์เพื่อคนบาป แม้ก่อนที่เราจะตอบแทนความรักของพระองค์ (รม.5:8) เราไม่จำเป็นต้องเสาะแสวงหาความรักหรือพยายามทำสิ่งใดเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก เพราะเราได้รับความรักอันเป็นนิรันดร์นั้นแล้ว!

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา