Category  |  ODB

นำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์

เมื่อแอปพลิเคชันนำทางแนะนำเส้นทางที่จะลดระยะการขับรถไปเกือบชั่วโมงจากลาสเวกัสไปยังลอสแอนเจลิส เชลบี อีสเลอร์และพี่ชายจึงขับไปตามคำแนะนำนั้น แต่ “ทางลัด” นั้นนำพวกเขาไปตามถนนลูกรังหลายชั่วโมง ซึ่งทำให้พวกเขาติดอยู่กลางทะเลทรายโมฮาวีในแคลิฟอร์เนียท่ามกลางพายุฝุ่น พวกเขากลับมาได้ในที่สุด แต่ต้องใช้รถลากเพราะรถเกิดความเสียหายจากพื้นถนนที่ขรุขระ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นนั้นได้ขอโทษนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้เส้นทางที่ผิดเหล่านั้น

เป็นเรื่องสำคัญว่าเราพึ่งพาใครให้เป็นผู้นำทาง ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซู เราได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะช่วยนำและชี้ทางให้เราอยู่ในความจริง

เมื่อพระเยซูรู้ว่าในไม่ช้าพระองค์จะสิ้นพระชนม์และถูกนำไปจากสาวก พระองค์ทรงยืนยันกับพวกเขาว่าจะไม่ทิ้งให้พวกเขาเดียวดาย พระองค์ทรงหนุนใจสาวกให้เชื่อฟังคำสั่งของพระองค์ และตรัสถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงสัญญาไว้ คือพระวิญญาณแห่งความจริง ผู้จะอยู่กับพวกเขาตลอดไปและสถิตอยู่ในพวกเขา (ยน.14:15-17) “องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว” (ข้อ 26)

ขอให้เราติดตามการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ต่อไปเมื่อเราใช้ชีวิตในแต่ละวัน เรารู้ว่าพระองค์จะไม่มีวันนำเราให้หลงทาง

ยืนหยัดในคำอธิษฐาน

เมื่อฮันนาห์ลูกสาวของรอยสตันมีภาวะเลือดออกในสมองที่ส่งผลให้เธอไม่รู้สึกตัว เขาและครอบครัวอธิษฐานแสวงหาพระเจ้าหลายครั้ง ในช่วงเวลาหลายเดือนแห่งการรอคอย พวกเขายึดกันและกันและยึดพระเจ้าไว้ ความเชื่อของครอบครัวได้ถูกปลุกขึ้นดังที่รอยสตันสะท้อนว่า “ผมไม่เคยรู้สึกว่าพระเจ้าอยู่ใกล้ขนาดนี้มาก่อน” ในการทดสอบอันทรหดนั้น พวกเขาได้รับ “ความเชื่อที่ฟื้นฟูขึ้นใหม่เพื่อจะยืนหยัดในการอธิษฐาน” ดังเช่น “หญิงม่ายในลูกา 18”

รอยสตันพูดถึงเรื่องเล่าของพระเยซูเกี่ยวกับหญิงม่ายผู้แสวงหาความยุติธรรมจากผู้พิพากษา ซึ่งพระองค์ต้องการจะบอกว่า “คนทั้งหลายควรอธิษฐานอยู่เสมอ ไม่อ่อนระอาใจ” (ลก.18:1) หญิงคนนี้ไปพบผู้พิพากษาบ่อยครั้งจนเขารำคาญใจและยอมในที่สุด พระองค์เปรียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างพระเจ้ากับผู้พิพากษาที่ไม่ใส่ใจว่า “พระเจ้าจะไม่ทรงประทานความยุติธรรมแก่คนที่พระองค์ได้ทรงเลือกไว้ ผู้ร้องถึงพระองค์ทั้งกลางวันกลางคืนหรือ” (ข้อ7)

แม้เรื่องที่พระคริสต์เล่าจะเกี่ยวกับผู้พิพากษาที่ไม่ยุติธรรม แต่สมาชิกครอบครัวรู้สึกถึงการกระตุ้นให้อธิษฐานเผื่อฮันนาห์ ทูลขอต่อพระเจ้าผู้ทรงห่วงใยและยุติธรรมอย่างแท้จริงให้ทรงช่วยเหลือและปลดปล่อย พวกเขาพบว่าตัวเองถูกนำเข้าใกล้พระเจ้ามากยิ่งกว่าครั้งใด “ขณะที่เราแสวงหาพระเจ้า...มันเหมือนกับว่าเป็นเราเองที่กำลังตื่นขึ้นจากการนอนหลับ” หลายเดือนผ่านไป ฮันนาห์ฟื้นขึ้นจากอาการโคม่าและกำลังฟื้นฟูอย่างช้าๆ

เมื่อเราเข้าใกล้พระเจ้า พระองค์ทรงได้ยินคำทูลขอของเราและทรงตอบเราตามพระคุณของพระองค์ พระองค์เชื้อเชิญให้เราร้องทูลต่อพระองค์ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน

ที่พักพิงภายใต้การดูแลของพระเจ้า

ในการขับรถท่องเที่ยวทางไกลกับครอบครัว ฉันใช้เวลาหลายชั่วโมงขับรถผ่านรัฐที่มีประชากรน้อยอย่างมอนทาน่าและเซาท์ดาโกต้า ขณะที่ขับรถไป ฉันเริ่มสังเกตเห็นรูปแบบของที่ดินเพาะปลูกขนาดใหญ่ได้รับการแต่งแต้มด้วยแนวต้นไม้ที่ล้อมรอบบ้านอยู่ ขณะที่ฉันพยายามบังคับให้รถตู้ของเราอยู่ในเลนถนนเนื่องจากลมที่พัดแรงนั้น ฉันก็เริ่มเข้าใจว่าต้นไม้เหล่านั้นมีไว้มากกว่าเพียงแค่ความสวยงาม พวกมันถูกปลูกขึ้นโดยตั้งใจให้เป็นที่บังลมเพื่อปกป้องบ้านและผู้อยู่อาศัยจากกระแสลมแรงที่พัดผ่านพื้นที่นั้น

ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์เคยอธิบายถึงอนาคตที่อยู่ในการดูแลของพระเจ้าว่าเป็นเช่นที่กำบังจากลมและพายุ เมื่ออิสยาห์เรียกให้คนของพระเจ้ากลับใจนั้น (อสย.31:6-7) ท่านได้เขียนถึงช่วงเวลาในอนาคตเมื่อ “พระราชาองค์หนึ่งจะครอบครองด้วยความชอบธรรม” (32:1) และคนที่ปกครองร่วมกับพระองค์จะเป็น “ที่กำบังลม เป็นที่ลี้ภัยจากพายุ” (ข้อ 2 TNCV) พระพรที่ตามมาคือผู้คนจะสามารถมองเห็น ได้ยิน มีความเข้าใจ และพูดความจริง (ข้อ 3-4) ด้วยสันติสุขและความปลอดภัย

ขณะที่เรายังรอคอยพระพรอย่างสมบูรณ์จากพระสัญญานี้ เราก็ได้เห็นพระเจ้าทรงทำงานผ่านคนเหล่านั้นที่เห็นแก่ประโยชน์ของผู้อื่น (ฟป.2:3-4) พระวิญญาณของพระคริสต์จะทรงช่วยเราในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ผู้คนจะสามารถงอกงามเกิดผลได้แม้ในเวลายากลำบาก นี่คือวิธีปฏิบัติที่เราจะแสดงให้เห็นถึงความรักห่วงใยของพระเจ้าได้

ร้องสรรเสริญพระเจ้า

เมื่อการมองเห็นของไดอาน่าเริ่มพร่ามัวลง เธอเป็นกังวลมากขึ้น เธอยังมีปัญหาในการคิดและพูดซ้ำไปมาด้วย อาการของเธอทำให้หมอเชื่อว่าไม่ใช่ปัญหาจากดวงตาแต่เป็นปัญหาจากสมอง พวกเขาพบว่าเธอมีเนื้องอกใหญ่ในสมองที่ต้องกำจัดออก ไดอาน่ากังวลว่าการผ่าตัดจะทำให้เธอสูญเสียความสามารถในการร้องเพลง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอรักและทำร่วมกับคนในครอบครัว ศัลยแพทย์ของเธอจึงทำสิ่งที่น่าทึ่งโดยให้เธอรู้สึกตัวขณะทำการผ่าตัดแบบไม่เจ็บปวด และขอให้เธอร้องเพลงระหว่างการผ่าตัดเพื่อเขาจะรู้ว่าเขาได้รักษาระบบประสาทส่วนนั้นเอาไว้ได้ ทั้งสองคนยังบันทึกการร้องเพลงคู่ระหว่างการผ่าตัดไว้ด้วย

เช่นเดียวกับไดอาน่า กษัตริย์ดาวิดผู้ทรงประพันธ์เพลงสดุดีหลายบทในพระคัมภีร์ ก็ทรงรักในการร้องเพลง พระองค์มักจะร้องสรรเสริญพระเจ้าทั้งในการคร่ำครวญและความชื่นชมยินดี เมื่อดาวิดได้รับการช่วยกู้จากศัตรู พระองค์รู้ว่าพระเจ้าเป็นผู้นำพระองค์ “ออกมาจากศัตรู” (2 ซมอ.22:49) เพราะพระราชกิจที่ดีเลิศของพระเจ้า ดาวิดจึงประกาศว่า “ข้าแต่พระเจ้า เพราะเหตุนี้ข้าพระองค์ขอเชิดชูพระองค์ในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย และร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์” (ข้อ 50)

พระเจ้ายังทรงกระทำพระราชกิจในโลกนี้และในชีวิตของเราแต่ละคน ทรงช่วยเราจากโรคร้ายของความบาปที่ระบาดมาถึงเราทุกคน ขอให้เราเป็นเหมือนดาวิดที่จะให้หัวใจของเราจดจ่ออยู่ในการสรรเสริญพระเจ้าในทุกสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำ

ด้วยความจริงของพระเจ้า

คำศัพท์ประจำปี 2023 ของเว็บไซต์แปลศัพท์มีเรียม-เว็บสเตอร์ คือคำว่า ของแท้ ซึ่งแปลว่า “ไม่ใช่ของปลอมหรือการลอกเลียนแบบ” และ “เป็นตัวจริงตามบุคลิกภาพ จิตวิญญาณ และนิสัยของตนเอง” ผู้คนแสวงหาความจริง แต่การแยกเรื่องจริงออกจากเรื่องที่แต่งขึ้นนั้นไม่ง่าย บรรณาธิการปีเตอร์ โซโคโลวสกี้กล่าวว่า “เราจะเชื่อได้ไหมว่านักเรียนเขียนรายงานนี้ หรือนักการเมืองคนนี้พูดประโยคนี้ เราเชื่อในสิ่งที่มองเห็นไม่ได้อีกแล้ว บางทีเราก็ไม่เชื่อสายตาหรือหูของเราเอง ในตอนนี้เราจึงเข้าใจไปว่าความเป็นของแท้คือการกระทำที่แสดงออกมา”

เมื่อความจริงกลายเป็นสิ่งที่ดูคลุมเครือ ความเป็นของแท้จึงเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่โหยหา ภาวะ “วิกฤตในความเป็นของแท้” เช่นนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อเรารับและดำเนินชีวิตด้วยสติปัญญาจากพระคัมภีร์ พระเยซูตรัสกับสาวกก่อนจะถูกจับกุม ถูกพิจารณาคดี และสิ้นพระชนม์ (ยน.13-17) เพื่อเตรียมสาวกให้พร้อมสำหรับการที่พระองค์จะจากโลกนี้ไป พระองค์ยังทรง “แหงนพระพักตร์ดูฟ้าและอธิษฐาน” เผื่อพวกเขา (17:1) ทรงอธิษฐานให้พระบิดา “โปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง” (ข้อ 17) นี่เป็นการบอกว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงสำแดงในพระคัมภีร์ไม่เหมือนมาตรฐานความจริงอื่นๆ แต่พระคัมภีร์เองคือความจริงและเป็นมาตรฐานที่ใช้ตัดสินทุกสิ่ง

พระเจ้าทรงเรียกให้เราใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับพระคัมภีร์ ปฏิบัติตามความจริงแห่งพระวจนะ โดยวิธีนี้เท่านั้นเราจึงจะเป็นของจริงอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกนี้ต้องการอย่างมากในปัจจุบัน

แผนการของพระเจ้าคือคนของพระองค์!

หลังจากที่ฉันเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการวิทยาลัยพระคริสตธรรม ผู้นำที่อยู่มายาวนานก็ประกาศว่าจะเกษียณอายุ ฉันจึงสาละวนอยู่กับการหาประธานคนใหม่ เราช่วยกันรวบรวมรายการคุณสมบัติยืดยาวอันท้าทาย เราจะหาคนมาทำหน้าที่ที่สำคัญและซับซ้อนนี้ได้อย่างไร

ฉันนึกสงสัยเช่นกันเมื่ออ่านรายละเอียดที่พระเจ้าต้องการสำหรับคันประทีปที่ต้องทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ พร้อมด้วยถ้วยรองตะเกียงทรงดอกไม้และดอกอัลมันด์ และกิ่งหกกิ่ง (อพย.25:31-36) และลานพลับพลาที่ต้องมี “ผ้าบังทำด้วยผ้าป่านเนื้อดี...ให้มีเสายี่สิบต้นกับฐานทองสัมฤทธิ์รองรับเสายี่สิบฐาน ขอติดเสาและราวยึดเสานั้นให้ทำด้วยเงิน” (27:9-10) ใครกันที่จะสามารถทำงานนี้ได้

พระเจ้าทรงตอบว่า “เราได้ออกชื่อเบซาเลล...และได้ให้เขาประกอบด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า คือให้เขามีสติปัญญา ความเข้าใจและความรู้ในวิชาการทุกอย่าง...คือประกอบวิชาการทุกอย่าง” (31:2-5) พระเจ้ายังตรัสอีกว่า “เราได้ให้สมรรถภาพแก่คนทั้งปวงที่มีฝีมือ เพื่อเขาจะได้ทำสิ่งสารพัด ซึ่งเราได้สั่งเจ้าไว้นั้น” (ข้อ 6)

เราจะไปหาคนมาดำรงตำแหน่งผู้นำระดับสูง อาสาสมัครที่โบสถ์ หรือคนจัดงานประชุมจากที่ไหน สำหรับพระเจ้าผู้ทรงเรียกและประทานความสามารถแก่คนของพระองค์แล้ว พระองค์ทรงวางแผนงานออกแบบที่ท้าทายสำหรับพระวิหารของพระองค์ จากนั้นทรงเลือกและประทานความสามารถแก่คนของพระองค์เพื่อจะทำให้สำเร็จ คำตอบของพระเจ้าสำหรับแผนการของพระองค์ ก็คือ คนของพระองค์

รักพระเยซูมากที่สุด

สมาชิกถามขึ้นว่าทำไมคริสตจักรของพวกเขาจึงซื้อหลังคาโบสถ์ นี่เป็นการใช้ทรัพยากรของพระเจ้าอย่างดีที่สุดแล้วหรือไม่ แล้วเรื่องการให้อาหารคนยากจนล่ะ ศิษยาภิบาลตอบว่าเงินนี้มาจากผู้ถวายและจำเป็นต้องใช้ตามความตั้งใจของพวกเขา “และอีกอย่าง” เขายกคำพูดของพระเยซูมาว่า “มีคนจนอยู่กับท่านเสมอ” (ยน.12:8)

ศิษยาภิบาลรีบขอโทษต่อการพูดล้อเล่นนอกบริบทของเขา ซึ่งทำให้ผมนึกสงสัยว่า บริบทของพระเยซูคืออะไร หกวันก่อนสิ้นพระชนม์หญิงคนหนึ่งชโลมพระองค์ด้วยน้ำมันหอมราคาแพง เหล่าสาวกไม่พอใจ ทำไมน้ำหอมไม่ถูกขายไปเพื่อช่วยคนยากจน แต่พระเยซูทรงตอบโดยกพระธรรม เฉลยธรรมบัญญัติ 15:11 “มีคนจนอยู่กับท่านเสมอ แต่เราจะไม่อยู่กับท่านเสมอ” (ยน.12:8)

พระเยซูทรงกล่าวถึงเฉลยธรรมบัญญัติอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นพระองค์จึงรู้ว่าประโยคก่อนหน้านั้นเขียนไว้ว่าอย่างไร “จะไม่มีคนยากจนในหมู่พวกท่านทั้งหลาย เพราะว่าพระเจ้าจะทรงอำนวยพระพรแก่ท่านในแผ่นดิน ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานให้ท่าน...ถ้าท่านเพียงแต่กระทำตามพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่าน” (ฉธบ.15:4-5) นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการที่พระเยซูทรงกล่าวคำตำหนิ คนยากจนมีอยู่เพียงเพราะอิสราเอลไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า และตอนนี้คนยากจนถูกใช้เป็นสิ่งดึงความสนใจไปจากพระเยซู ผู้ทรงเป็นคนอิสราเอลแท้ที่จะเชื่อฟังอย่างเต็มที่จนถึงที่สุด

เราไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างพระเยซูและคนยากจน เรารักคนอื่นได้ดีที่สุดโดยการรักพระองค์มากที่สุด และการรักพระองค์มากที่สุดจะจุดประกายให้เรารักคนอื่นอย่างดีที่สุด

นิสัยและพระวิญญาณบริสุทธิ์

“คุณโตมาจากแถวนี้หรือเปล่าคะ” เป็นเรื่องยากที่จะตอบคำถามทันตาภิบาลของฉันเพราะเครื่องมือทำความสะอาดฟันของเธอยังอยู่ในปาก เธออธิบายว่าในปีค.ศ. 1945 เมืองของเราเป็นเมืองแรกในโลกที่ใส่ฟลูออไรด์ลงในน้ำดื่มสาธารณะด้วยความคิดที่จะป้องกันฟันผุ วิธีปฎิบัตินี้ไม่ต้องใช้อะไรมาก เพียงแค่ฟลูออไรด์ 0.7 มิลลิกรัมต่อน้ำเปล่า 1 ลิตร ผลลัพธ์เชิงบวกนั้นเป็นที่ประจักษ์ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ฉันไม่เคยรู้เลย ฉันดื่มมันมาทั้งชีวิตแท้ๆ!

สิ่งที่เราบริโภคทุกวันอาจส่งผลกระทบต่อเราในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องอาหารและเครื่องดื่มเท่านั้นแต่รวมถึงความบันเทิง เพื่อน และข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อัครทูตเปาโลเตือนว่า “อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ” (รม.12:2) ในขณะที่พระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังทำให้สาวกของพระเยซูเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาทั้งชีวิต นิสัยของเราอาจช่วยส่งเสริมหรือขัดขวางงานของพระองค์ ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไปที่จะตระหนักถึงสิ่งที่เรากำลังบริโภค แต่เราสามารถทูลขอพระองค์ผู้ทรงเปี่ยมด้วย “พระปัญญาและความรอบรู้” ให้สำแดงให้เราได้เห็น (11:33) ปัญญาและความเข้าใจช่วยให้เรา “รู้และปฏิบัติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า” (12:2) ขณะที่เราพิจารณาตัวเองด้วย “ความถ่อมสุขุม” (ข้อ 3)

สิ่งใดก็ตามที่พระองค์กำลังขอให้เราเพิ่มเข้ามาหรือกำจัดออกจากชีวิตประจำวันของเรานั้นคุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่าย สิ่งสารพัดล้วน “มาจากพระองค์ โดยพระองค์ และเพื่อพระองค์” (11:36) พระองค์ทรงทราบดีที่สุด

คำอธิษฐานของพระเยซู

พระเยซู พระองค์ทรงอธิษฐานเผื่อผมอย่างไร ผมไม่เคยคิดถึงคำถามนี้จนกระทั่งลูเพื่อนของผมเล่าประสบการณ์ที่เขาร้องไห้จนหมดหัวใจต่อพระคริสต์ เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องใช้สติปัญญาและความเข้มแข็งเกินกำลังที่เขามีอยู่ การได้ยินเขาถามคำถามสำคัญนี้ในการอธิษฐานช่วยเปิดความเข้าใจและฝึกฝนผมให้อธิษฐานในมิติใหม่

ในลูกา 22 ไม่มีความลึกลับใดๆ เมื่อพระเยซูทรงอธิษฐานเผื่อซีโมนเปโตรว่า “ซีโมน ซีโมนเอ๋ย ดูเถิด ซาตานได้ขอพวกท่านไว้ เพื่อจะฝัดร่อนเหมือนฝัดข้าวสาลี แต่เราได้อธิษฐานเผื่อตัวท่าน เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้ขาด” (ข้อ 31-32) เมื่อเปโตรถูกโจมตีผ่านการทดลอง ความเชื่อของท่านก็สั่นคลอน แต่เพราะพระคุณของพระคริสต์ ท่านจึงไม่ล้มลง

พระธรรมกิจการบอกเราว่า พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของพระเยซูที่อธิษฐานเผื่อเปโตรสาวกที่กระตือรือร้นแต่อ่อนแอ อย่างไรก็ตาม พระเจ้าทรงใช้ท่านไปประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระคริสต์ทั้งแก่ชาวยิวและคนต่างชาติ และพันธกิจอธิษฐานของพระเยซูยังไม่จบสิ้น เปาโลย้ำเตือนเราว่า “พระเยซูคริสต์...ผู้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว และยิ่งกว่านั้นอีกได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และทรงอธิษฐานขอเพื่อเรา
ทั้งหลายด้วย” (รม.8:34) เมื่อคุณพบว่าตัวเองตกอยู่ในความทุกข์ยากจากการทดลองหรือการล่อลวง จงจำไว้ว่าพระเยซูผู้ทรงอธิษฐานเผื่อบรรดาสาวกของพระองค์ ก็ยังคงอธิษฐานเผื่อผู้ที่เชื่อในพระองค์ผ่านถ้อยคำที่พวกสาวกประกาศด้วยเช่นกัน (ดู ยน.17:13-20)

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา