Month: กุมภาพันธ์ 2023

คุณชื่ออะไร

เจนแต่งงานใหม่หลังจากสามีคนแรกของเธอเสียชีวิต ลูกๆของสามีใหม่ไม่เคยยอมรับเธอ และในตอนนี้ที่เขาก็เสียชีวิตลงอีกคน พวกเขาเกลียดที่เธอยังอยู่ในบ้านสมัยเด็กของพวกเขา สามีได้ทิ้งสมบัติไว้เพื่อดูแลเธอ พวกลูกๆบอกว่าเธอขโมยมรดกของพวกเขา เจนกำลังท้อแท้ซึ่งก็เข้าใจได้ และเธอเริ่มขมขื่น

สามีของนาโอมีย้ายครอบครัวไปโมอับ ที่ซึ่งเขาและลูกชายสองคนเสียชีวิตลง หลายปีต่อมานาโอมีกลับมายังเบธเลเฮมโดยไม่เหลืออะไร เหลือเพียงรูธลูกสะใภ้ ชาวเมืองแตกตื่นและถามว่า “นี่น่ะหรือ นางนาโอมี” (นรธ.1:19) เธอกล่าวว่าพวกเขาไม่ควรเรียกชื่อนั้นที่แปลว่า “สุขสบาย” แต่ควรเรียกเธอว่า “มารา” ซึ่งแปลว่า “ขมขื่น” เพราะ “เมื่อฉันจากเมืองนี้ไปฉันมีทุกอย่างครบบริบูรณ์ พระเจ้าทรงพาฉันกลับมาตัวเปล่า” (ข้อ 20-21)

มีสถานการณ์ใดที่ทำให้ชื่อของคุณแปลว่าขมขื่นหรือไม่ คุณอาจกำลังผิดหวังกับเพื่อน ครอบครัว หรือสุขภาพที่แย่ลง คุณคู่ควรกับสิ่งที่ดีกว่านี้ แต่คุณไม่ได้รับมัน ในตอนนี้คุณจึงขมขื่น

นาโอมีกลับสู่เบธเลเฮมอย่างขมขื่น แต่เธอก็กลับมา คุณก็กลับบ้านได้เช่นกัน กลับมาหาพระเยซู พระองค์เป็นผู้สืบเชื้อสายของนางรูธซึ่งบังเกิดที่เมืองเบธเลเฮม และพักสงบในความรักของพระองค์

เมื่อถึงเวลา พระเจ้าทรงแทนที่ความขมขื่นของนาโอมีด้วยความชื่นชมยินดีแห่งแผนการที่สำเร็จสมบูรณ์ (4:13-22) พระองค์ทรงแทนที่ความขมขื่นของคุณได้เช่นเดียวกัน จงกลับบ้านมาหาพระองค์

เราเป็นคนแปลกถิ่น

ทุกอย่างให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงในประเทศใหม่ของพวกเขา ทั้งภาษา โรงเรียน วัฒนธรรม ระบบจราจร และสภาพอากาศที่แปลกใหม่ พวกเขานึกสงสัยว่าจะปรับตัวได้อย่างไร กลุ่มคนจากคริสตจักรใกล้เคียงมารวมตัวกันเพื่อช่วยพวกเขากับชีวิตใหม่ในดินแดนใหม่ แพ็ตตี้พาคู่สามีภรรยาไปซื้อของที่ตลาดในพื้นที่เพื่อให้พวกเขาดูว่ามีอะไรขายบ้างและจะซื้อของได้อย่างไร ขณะที่พวกเขาเดินไปทั่วตลาด พวกเขาตาโตและยิ้มกว้างเมื่อได้เห็นผลไม้โปรดคือทับทิมจากประเทศบ้านเกิด พวกเขาซื้อไปฝากลูกๆคนละผลและหยิบใส่มือแพ็ตตี้หนึ่งผลด้วยความขอบคุณ ผลไม้เล็กๆและเพื่อนใหม่นี้สร้างความอบอุ่นใจในดินแดนแปลกใหม่ของพวกเขา

พระเจ้าประทานกฎหมายแก่ประชากรของพระองค์ผ่านทางโมเสส ซึ่งรวมถึงบัญญัติที่ให้ปฏิบัติต่อคนต่างชาติในท่ามกลางพวกเขา “เหมือนกับชาวเมืองของเจ้า” (ลนต.19:34) “จงรักเขาเหมือนกับรักตัวเอง” พระเจ้าทรงสั่งเช่นนั้น พระเยซูทรงเรียกข้อนี้ว่าเป็นบัญญัติข้อใหญ่ข้อที่สองต่อจากการรักพระเจ้า (มธ.22:39) เพราะแม้แต่พระเจ้าเองยังทรง “เฝ้าดูคนต่างด้าว” (สดด.146:9)

นอกจากเราจะเชื่อฟังพระเจ้าด้วยการช่วยเหลือเพื่อนใหม่ของเราให้ปรับตัวกับชีวิตในประเทศของเราแล้ว ขอให้เราระลึกไว้เสมอว่าเราเองก็เป็น “คนแปลกถิ่นที่ท่องเที่ยวไปในโลก” (ฮบ.11:13) แล้วเราจะยิ่งรอคอยด้วยความคาดหวังมากขึ้นในแดนสวรรค์แห่งใหม่ที่จะมาถึง

เหมือนอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเรา

ในวิดีโอที่ถูกส่งต่ออย่างแพร่หลายนั้น นักเรียนคาราเต้สายขาววัยสามขวบเลียนแบบครูฝึกของเธอ เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวกฎของนักเรียนตามผู้นำของเธอด้วยความกระตือรือร้นและมั่นใจ จากนั้นด้วยความสุขุมและตั้งใจเจ้าตัวน้อยผู้น่ารักและเปี่ยมด้วยพลังก็เลียนแบบทุกอย่างที่ครูของเธอพูดและทำ และเธอก็ทำได้ดีเสียด้วย!

ครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสว่า “ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครู แต่ศิษย์ทุกคนที่ได้รับการฝึกสอนครบแล้วก็จะเป็นเหมือนครูของตน” (ลก.6:40) พระองค์บอกสาวกว่าการเลียนแบบพระองค์นั้นหมายรวมถึงการมีใจกว้าง การรัก และการไม่กล่าวโทษ (ข้อ 37-38) และแยกแยะผู้ที่พวกเขาติดตามได้ “คนตาบอดจะนำทางคนตาบอดได้หรือ ทั้งสองจะไม่ตกลงไปในบ่อหรือ” (ข้อ 39) สาวกของพระองค์ต้องเข้าใจว่ามาตรฐานนี้ทำให้พวกฟาริสีขาดคุณสมบัติเพราะพวกเขาเป็นผู้นำที่ตาบอด โดยนำผู้คนไปสู่หายนะ (มธ.15:14) และพวกเขาต้องยึดถือสิ่งสำคัญในการติดตามอาจารย์ของพวกเขา ดังนั้น เป้าหมายของผู้ติดตามพระคริสต์ก็คือการเป็นเหมือนพระเยซู จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาจะต้องใส่ใจในคำสอนของพระคริสต์เรื่องการมีน้ำใจและความรัก และปฏิบัติตามนั้น

ขณะที่ผู้เชื่อเพียรพยายามเลียนแบบพระเยซูในวันนี้ ขอให้เรามอบชีวิตให้พระอาจารย์ของเรา เพื่อเราจะเป็นเหมือนพระองค์ในความรู้ สติปัญญา และการกระทำ พระองค์เท่านั้นที่จะช่วยให้เราสะท้อนถึงวิถีแห่งการมีใจกว้างขวางและความรักของพระองค์ได้

พระพรในน้ำตา

ผมได้รับอีเมลจากชายหนุ่มคนหนึ่งในประเทศอังกฤษ ในฐานะบุตรชาย เขาเขียนมาอธิบายว่าพ่อของเขา (ซึ่งอายุเพียง 63 ปี) อยู่ในโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส พยายามต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตรอด แม้เราจะไม่เคยพบกัน แต่สายงานของพ่อเขากับผมมีความเกี่ยวข้องกันหลายอย่าง บุตรชายผู้พยายาม ให้กำลังใจพ่อได้ขอให้ผมส่งวิดีโอพร้อมข้อความหนุนใจและคำอธิษฐานไปให้ผมรู้สึกสะเทือนใจจึงอัดข้อความสั้นๆและคำอธิษฐานเพื่อการรักษา ผมได้ยินว่าพ่อของเขาดูวิดีโอและยกนิ้วโป้งให้อย่างชื่นใจ น่าเศร้าที่อีกสองวันหลังจากนั้น ผมได้รับอีเมลอีกฉบับบอกว่าเขาเสียชีวิตแล้ว เขาจับมือภรรยาไว้ขณะที่หายใจเฮือกสุดท้าย

หัวใจผมแตกสลาย ช่างเป็นเรื่องราวของความรักและการสูญสลายอะไรเช่นนี้ ครอบครัวนี้สูญเสียสามีและพ่อเร็วเกินไป แต่กระนั้นก็น่าประหลาดใจที่ได้ยินพระเยซูทรงยืนยันว่า ผู้โศกเศร้าเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับการอวยพร “บุคคลผู้ใดโศกเศร้า ผู้นั้นเป็นสุข” พระเยซูตรัส (มธ.5:4) พระองค์ไม่ได้หมายความว่าความทุกข์และการเศร้าโศกเป็นสิ่งดี แต่ทรงหมายความว่าพระเมตตากรุณาของพระเจ้าจะเทลงมาเหนือผู้ที่ต้องการมากที่สุด คนเหล่านั้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้าเพราะความตายหรือความบาปของพวกเขาเองคือผู้ที่ต้องการการเอาใจใส่และการปลอบประโลมจากพระเจ้ามากที่สุด และพระเยซูทรงสัญญาว่า “เขาจะได้รับการทรงปลอบประโลม” (ข้อ 4)

พระเจ้าทรงเข้ามาใกล้เราผู้เป็นบุตรที่รักของพระองค์ (ข้อ 9) พระองค์ทรงอวยพรเราในท่ามกลางน้ำตา

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา