เดือน: กันยายน 2021

ทั้งหมดที่คุณต้องการ

ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร ฉันมองความวุ่นวายอันเปี่ยมสุขรอบๆตัว ทั้งป้า ลุง ลูกพี่ลูกน้อง หลานสาวและหลานชายต่างกำลังมีความสุขกับอาหารและการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว ฉันเองก็มีความสุขเช่นกัน แต่ความคิดหนึ่งเสียดแทงใจฉัน เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในนี้ที่ไม่มีลูก ไม่มีครอบครัวของตัวเอง

สาวโสดหลายคนมีประสบการณ์ที่คล้ายกันนี้ ในวัฒนธรรมแบบเอเชียของฉัน การแต่งงานและการมีลูกถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก การไม่มีครอบครัวอาจทำให้คนๆหนึ่งรู้สึกไม่สมบูรณ์ อาจรู้สึกเหมือนคุณขาดสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณหรือสิ่งที่ทำให้คุณสมบูรณ์

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมความจริงของพระเจ้าทรงเป็น “ส่วน” ของฉัน จึงทำให้ฉันอบอุ่นหัวใจอย่างมาก (สดด.73:26) เมื่อเผ่าต่างๆของอิสราเอลได้รับส่วนแบ่งที่ดิน เผ่าเลวีซึ่งเป็นเผ่าแห่งปุโรหิตไม่ได้รับ แต่พระเจ้าทรงสัญญาว่าพระองค์เองจะเป็นส่วนมรดกของเขา (ฉธบ.10:9) พวกเขาจะพบความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยมในพระองค์ และเชื่อวางใจว่าพระองค์จะประทานสิ่งจำเป็นทุกอย่างแก่พวกเขา

สำหรับพวกเราบางคน ความรู้สึกขาดอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับครอบครัวบางทีเราก็อยากได้งานที่ดีกว่าหรือมีความสำเร็จด้านการศึกษาที่สูงขึ้น ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานการณ์ใด เราสามารถให้พระเจ้าทรงมาเป็นส่วนของเรา พระองค์จะทำให้เราสมบูรณ์ ในพระองค์เราไม่ขาดสิ่งใด

การเรียนรู้อย่างชื่นบาน

ในเมืองไมซอร์ประเทศอินเดีย มีการนำเอาตู้รถไฟเก่ามาต่อกันและสร้างเป็นโรงเรียน กลุ่มครูท้องถิ่นร่วมกับบริษัทเซาท์เวสเทิร์นเรลเวย์ ซื้อตู้โดยสารรถไฟเก่ามาปรับปรุง ตู้พวกนั้นเป็นกล่องเหล็กขนาดใหญ่ที่ใช้การไม่ได้จนกระทั่งมีการติดตั้งบันได พัดลม ไฟ และโต๊ะ คนงานทาสีและวาดภาพสดใสลงบนผนังทั้งภายในและภายนอก ตอนนี้มีนักเรียนหกสิบคนเรียนหนังสือที่นั่นเพราะการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งที่เกิดขึ้น

สิ่งที่อัศจรรย์ยิ่งกว่าจะเกิดขึ้นเมื่อเราทำตามคำสอนของเปาโลว่า “จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่” (รม.12:2) เมื่อเรายอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์แยกเราออกจากโลกและวิถีของโลก ความคิดและท่าทีของเราจะเริ่มเปลี่ยน เราจะรักมากขึ้นและมีความหวังมากขึ้น และเปี่ยมด้วยสันติสุขภายใน (8:6)

มีสิ่งอื่นเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน แม้กระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ และมักจะมีการหยุดและเริ่มออกตัวบ่อยกว่าการนั่งรถไฟ แต่มันจะช่วยให้เราเข้าใจว่าพระเจ้าทรงต้องการอะไรสำหรับชีวิตของเรา ซึ่งจะพาไปถึงจุดที่เรา “ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า” (12:2) การเรียนรู้น้ำพระทัยมักปรับเปลี่ยนเราให้เข้ากับพระลักษณะของพระเจ้าและพระราชกิจของพระองค์ในโลกนี้เสมอ

โรงเรียนแห่งนั้นมีชื่อว่า นาลิ กาลิ แปลว่า “การเรียนรู้อย่างชื่นบาน” ฤทธิ์เดชแห่งการเปลี่ยนแปลงของพระเจ้านำคุณไปสู่การเรียนรู้น้ำพระทัยของพระองค์อย่างชื่นบานอย่างไร

การหนีของอีคาโบด

ในตำนานแห่งสลีปปี้ ฮอลโล วอชิงตัน เออร์วิงเล่าถึงอีคาโบด เครน ครูผู้หมายปองสาวสวยชื่อคาทริน่า กุญแจของเรื่องคือชายขี่ม้าไร้หัวที่ไล่ล่าคนตามชนบทในยุคอาณานิคม คืนหนึ่งอีคาโบดเผชิญหน้ากับปีศาจบนหลังม้าและหนีไปด้วยความกลัว “ชายขี่ม้า” นี้แท้จริงแล้วคือคู่แข่งที่หมายปองคาทริน่าเช่นกัน ซึ่งภายหลังได้แต่งงานกับเธอ

อีคาโบดเป็นชื่อที่พบครั้งแรกในพระคัมภีร์และมีเบื้องหลังที่น่าเศร้าเช่นกัน ขณะทำสงครามกับคนฟีลิสเตีย อิสราเอลหามหีบแห่งพระเจ้าเข้าไปในสนามรบ พวกเขาคิดผิด อิสราเอลพ่ายแพ้และหีบแห่งพระเจ้าถูกยึดไป โฮฟนีและฟีเนหัสบุตรสองคนของเอลีมหาปุโรหิตก็ถูกฆ่าตาย (1 ซมอ.4:17) เอลีเองก็สิ้นชีวิต (ข้อ 18) เมื่อภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของฟีเนหัสรู้ข่าว นางก็ “คลอดบุตรเพราะความเจ็บปวดบังเกิดขึ้นแก่นาง” (ข้อ 19) ก่อนสิ้นใจนางตั้งชื่อลูกว่า อีคาโบด แปลว่า “พระสิริได้พรากไปจากอิสราเอลแล้ว” (ข้อ 22)

ขอบคุณพระเจ้า พระองค์ทรงเปิดเผยเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก พระสิริของพระเจ้าจะปรากฏในพระเยซูผู้ตรัสถึงสาวกของพระองค์ว่า “เกียรติซึ่งพระองค์ (พระบิดา) ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ได้มอบให้แก่เขา” (ยน. 17:22)

ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้ว่าหีบแห่งพระเจ้าอยู่ที่ไหน แต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ อีคาโบดได้หนีไปแล้ว และพระเจ้าได้ทรงประทานพระสิริของพระองค์แก่เราผ่านทางพระเยซู!

ไร้ขีดจำกัด

ผมนั่งอยู่ที่ศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้า ร่างกายตึงเครียดและท้องปั่นป่วนเพราะกำหนดส่งงานที่ใกล้เข้ามา ขณะที่ผมแกะเบอร์เกอร์รับประทาน ผู้คนรอบตัววิ่งวุ่นกับงานของตน ผมคิดในใจว่าเราทุกคนมีขีดจำกัด จำกัดทั้งเวลา พลังงาน และความสามารถ

ผมคิดว่าจะเขียนรายการสิ่งที่ต้องทำใหม่และให้ความสำคัญกับสิ่งเร่งด่วนก่อน แต่ในขณะที่ผมหยิบปากกาออกมา ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมอง ผมคิดถึงพระเจ้าผู้เป็นนิรันดร์ ไร้ขีดจำกัด ผู้ทรงสามารถกระทำสิ่งที่ทรงปรารถนาให้บรรลุได้อย่างง่ายดาย

อิสยาห์บอกว่า พระเจ้าองค์นี้ทรงตวงน้ำทั้งสิ้นด้วยอุ้งพระหัตถ์ และบรรจุผงคลีของแผ่นดินโลกไว้ในถังเดียว (อสย.40:12) พระองค์ตั้งชื่อดวงดาวและกำหนดเส้นทางของพวกมัน (ข้อ 26) ทรงรู้จักผู้ครอบครองแผ่นดินโลกและดูแลการงานของพวกเขา (ข้อ 23) ทรงเห็นเกาะทั้งหลายเป็นเหมือนผงคลีและประชาชาติเป็นเหมือนหยดน้ำ (ข้อ 15) ทรงตรัสถามว่า “เจ้า​จะ​เปรียบ​เรา​กับ​ผู้ใด​เล่า” (ข้อ 25) อิสยาห์ตอบว่า “พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์...พระองค์มิได้ทรงอ่อนเปลี้ยหรือเหน็ดเหนื่อย” (ข้อ 28)

ความเครียดและความกดดันไม่เคยส่งผลดีต่อเรา แต่ในวันนี้มันสอนบทเรียนที่ทรงพลัง พระเจ้าผู้ทรงไร้ขีดจำกัดไม่เหมือนกับผม พระองค์ทรงบรรลุทุกสิ่งที่ทรงปรารถนา ผมรับประทานเบอร์เกอร์เสร็จแล้วก็หยุดนิ่งอีกครั้ง และนมัสการพระเจ้าอย่างเงียบๆ

หยุดพัก

นาฬิกาบอกเวลา 1:55 น. บทสนทนาทางแชทข้อความเมื่อตอนดึกทำให้ฉันหนักใจและนอนไม่หลับ ฉันปลดผ้าปูที่นอนที่พันรอบตัวออกแล้วค่อยๆเดินไปที่โซฟา ฉันค้นหาในกูเกิ้ลว่าทำอย่างไรจึงจะหลับได้ แต่กลับเจอสิ่งที่ไม่ควรทำ เช่น อย่างีบหลับ ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือทำงานจนดึก ฉันเช็คผ่านทุกข้อ เมื่ออ่านต่อ มีคำแนะนำไม่ให้ดู “หน้าจอ” จนดึก อุ้ย การส่งข้อความไม่น่าใช่ความคิดที่ดี เมื่อพูดถึงการพักผ่อน มีหลายอย่างที่เราไม่ควรทำ

ในพันธสัญญาเดิม พระเจ้าทรงมอบกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสิ่งที่ห้ามทำในวันสะบาโตเพื่อจะได้หยุดพัก ในพันธสัญญาใหม่พระเยซูทรงให้แนวทางใหม่ คือ แทนที่จะเน้นกฎระเบียบ พระองค์ทรงเรียกให้เหล่าสาวกเข้ามาสู่ความสัมพันธ์ “บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มธ.11:28) ในข้อก่อนหน้านั้น พระเยซูทรงชี้ถึงความสัมพันธ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกันมาตลอดของพระองค์กับพระบิดาผู้ซึ่งพระองค์ทรงสำแดงแก่เรา ความช่วยเหลือที่พระบิดาทรงจัดเตรียมให้พระองค์อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่เราสามารถมีได้เช่นกัน

เราอาจรู้วิธิีหลีกเลี่ยงงานอดิเรกที่จะรบกวนการนอนหลับของเรา แต่การหยุดพักในพระคริสต์เป็นเรื่องของความสัมพันธ์มากกว่ากฎระเบียบ ฉันปิดหน้าจอที่อ่านแล้ววางหัวใจที่แบกภาระหนักลงบนหมอนแห่งคำเชื้อเชิญของพระเยซูที่ตรัสว่า “จงมาหาเรา”

พระเจ้ารู้ว่าเรารู้สึก

เซียร์ร่าท่วมท้นไปด้วยความทุกข์ใจที่ลูกชายต้องต่อสู้กับการติดยาเสพติด “ฉันรู้สึกแย่” เธอบอก “เวลาอธิษฐานฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้เลย พระเจ้าจะคิดว่าฉันไม่มีความเชื่อไหม”

“ฉันไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงคิดอย่างไร” ฉันตอบ “แต่ฉันรู้ว่าพระองค์รับมือกับอารมณ์ที่แท้จริงได้ พระองค์รู้ว่าเรารู้สึกอย่างไร” ฉันอธิษฐานและหลั่งน้ำตากับเซียร์ร่าเมื่อเราวิงวอนขอการปลดปล่อยให้แก่ลูกชายของเธอ

พระคัมภีร์มีตัวอย่างมากมายของคนที่ปล้ำสู้กับพระเจ้าในยามที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ ผู้เขียนสดุดี 42 แสดงถึงความปรารถนาที่จะได้สัมผัสกับสันติสุขแห่งการทรงสถิตด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า ท่านรับรู้ถึงน้ำตาและความกดดันจากความทุกข์ใจที่มีความว้าวุ่นภายในคลี่คลายลงด้วยเสียงสรรเสริญด้วยความวางใจ เมื่อท่านเตือนตนเองถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้า ท่านให้กำลัง “จิตวิญญาณ” ของตนว่า “จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์และพระเจ้าของข้าพเจ้า​” (ข้อ 11) ท่านต่อสู้ระหว่างความจริงที่ท่านรู้เกี่ยวกับพระเจ้า และอารมณ์อันท้วมท้นที่ไม่อาจปฏิเสธได้

พระเจ้าทรงสร้างเราตามพระฉายาของพระองค์ให้มีความรู้สึก หยดน้ำตาที่ไหลเพื่อผู้อื่นแสดงถึงความรักและความเมตตา ไม่ใช่การขาดความเชื่อ เราเข้าหาพระเจ้าได้ทั้งที่แผลยังใหม่อยู่หรือกลายเป็นแผลเป็นไปแล้วเพราะพระองค์รู้ว่าเรารู้สึกเช่นไร คำอธิษฐาน ความเงียบ ไม่ว่าจะไร้เสียง มีเสียงสะอื้น หรือด้วยเสียงตะโกนอย่างมั่นใจ ล้วนแสดงว่าเราเชื่อวางใจในพระสัญญาว่าพระองค์จะทรงฟังและดูแลเรา

สิ่งใดๆ

ทุกเย็นวันศุกร์ รายการข่าวที่ครอบครัวของเราดูจะสรุปท้ายรายการด้วยเรื่องราวดีๆที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ตรงกันข้ามกับข่าวที่ผ่านมาทั้งหมด ข่าว “ดี” ของวันศุกร์เมื่อไม่นานมานี้เป็นเรื่องของนักข่าวที่เคยทุกข์ทรมานจากโควิด 19 และได้รับการรักษาจนหายดี จากนั้นเธอตัดสินใจบริจาคพลาสม่าเพื่อจะมีโอกาสได้ช่วยคนอื่นที่ต่อสู้กับไวรัสนี้ ในเวลานั้นยังไม่มีใครรู้ว่าแอนติบอดี้จะมีประสิทธิภาพแค่ไหน แต่ในขณะที่คนมากมายรู้สึกหมดหนทางและแม้จะไม่ค่อยสบายใจกับการบริจาคพลาสม่า (ด้วยเข็มฉีดยา) เธอรู้สึกว่ามันเป็น “การลงทุนเพียงเล็กน้อยเพื่อผลตอบแทนที่อาจจะคุ้มค่า”

หลังจบรายการในวันศุกร์นั้น ผมและครอบครัวรู้สึกมีกำลังใจ พูดได้เลยว่ามีความหวังเต็มเปี่ยม นั่นคือพลังของคำว่า “สิ่งใด” ที่เปาโลอธิบายไว้ในฟีลิปปี 4 ว่า “สิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทรงคุณ” (ข้อ 8) เปาโลคิดถึงเรื่องการบริจาคพลาสม่าอยู่หรือไม่ ไม่ใช่เลย ท่านคิดถึงการเสียสละเพื่อผู้ที่ขัดสน หรือเรียกว่าการทำตามอย่างพระคริสต์อยู่ใช่ไหมผมมั่นใจว่าใช่

แต่ข่าวที่ให้ความหวังนั้นจะไม่ส่งผลอย่างเต็มที่หากไม่ถูกนำมาออกอากาศ เราได้รับสิทธิพิเศษในฐานะพยานถึงความดีเลิศของพระเจ้า ที่ได้เห็นและได้ยินถึง “สิ่งใด” รอบตัวเรา แล้วให้เราแบ่งปันข่าวดีนั้นแก่คนอื่นเพื่อพวกเขาจะได้รับการหนุนใจ

เต้นโลดในเสรีภาพ

จิมเป็นชาวไร่ในรุ่นที่ 3 ของครอบครัว เขาตื้นตันใจเมื่อได้อ่าน “คนเหล่านั้นที่ยำเกรงนามของเรา...จะกระโดดโลดเต้นออกไปเหมือนลูกวัวออกไปจากคอก” (มลค.4:2) เขาจึงอธิษฐานรับชีวิตนิรันดร์จากพระเยซู เขาจำได้ชัดเจนว่าลูกวัวของเขากระโดดด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ออกมาจากคอก ในที่สุดจิมก็เข้าใจถึงพระสัญญาแห่งเสรีภาพที่แท้จริงของพระเจ้า

ลูกสาวของจิมเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังเมื่อเราคุยกันถึงภาพเปรียบเทียบในมาลาคี 4 เรื่องที่ผู้เผยพระวจนะพูดถึงความแตกต่างของผู้ที่ยำเกรงพระนามของพระเจ้าและยังคงสัตย์ซื่อต่อพระองค์ กับผู้ที่เชื่อมั่นในตนเอง (4:1-2) ผู้เผยพระวจนะหนุนใจคนอิสราเอลให้ติดตามพระเจ้าในยามที่คนมากมายรวมถึงผู้นำทางศาสนาละเลยพระเจ้าและมาตรฐานของพระองค์ในการดำเนินชีวิตที่สัตย์ซื่อ (1:12-14; 3:5-9) มาลาคีขอให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างสัตย์ซื่อเพราะอีกไม่นานพระเจ้าจะแยกคนสองกลุ่มนี้ออกจากกันอย่างเด็ดขาด ในบริบทนี้มาลาคีใช้ภาพการกระโดดโลดเต้นของลูกวัว เพื่ออธิบายถึงความสุขที่เกินบรร-ยายที่กลุ่มคนผู้สัตย์ซื่อจะได้พบเมื่อ “ดวงอาทิตย์แห่งความชอบธรรมซึ่งมีปีกรักษาโรคภัยได้จะขึ้นมา” (4:2)

พระเยซูคือความสำเร็จสูงสุดแห่งพระสัญญานี้ โดยทรงนำข่าวดีมาบอกว่าเสรีภาพที่แท้จริงนั้นมีสำหรับทุกคน (ลก.4:16-21) และวันหนึ่ง เมื่อพระองค์เจ้าทรงรื้อฟื้นและฟื้นฟูสรรพสิ่งทั้งหลายขึ้นใหม่ เราจะได้สัมผัสกับเสรีภาพแท้อย่างเต็มที่ จะมีความชื่นชมยินดีที่ไม่อาจบรรยายได้เพียงใดที่ได้กระโดดโลดเต้น ณ ที่แห่งนั้น!

ไม่มีความเข้าใจผิด

อเล็กซ่า สิริ หรือผู้ช่วยที่รับคำสั่งด้วยเสียงซึ่งอยู่ในเครื่องใช้อัจฉริยะในบ้านของเราบางครั้งก็เข้าใจผิดในสิ่งที่เราพูด เด็กหญิงวัยหกขวบคุยกับเครื่องใช้อัจฉริยะใหม่ในบ้านของเธอเรื่องคุกกี้และบ้านตุ๊กตา ต่อมาแม่ของเธอได้รับอีเมลว่าคำสั่งซื้อคุกกี้ 3 กิโลกรัมและบ้านตุ๊กตาราคา 5,400 บาทกำลังจะมาส่งที่บ้าน แม้แต่นกแก้วพูดได้ในลอนดอนที่เจ้าของไม่เคยซื้อของออนไลน์ ยังสามารถสั่งซื้อชุดกล่องของขวัญสีทองได้โดยที่เจ้าของไม่รู้ มีคนหนึ่งบอกให้อุปกรณ์ “เปิดไฟในห้องนั่งเล่น” แต่มันตอบว่า “ไม่มีห้องพุดดิ้ง”

การเข้าใจผิดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับพระเจ้าเมื่อเราทูลต่อพระองค์ พระองค์ไม่เคยสับสนเพราะทรงรู้จักใจของเราดีกว่าตัวเราเอง พระวิญญาณทรงชันสูตรใจเราและทรงทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า อัครทูตเปาโลบอกกับคริสตจักรในกรุงโรมว่า พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงกระทำให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จ คือการทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่และเป็นเหมือนพระบุตรมากยิ่งขึ้น (รม.8:28-29) แม้ในขณะที่ “เราอ่อนกำลัง” เราไม่รู้ว่าเราต้องการสิ่งใดเพื่อจะเติบโต พระวิญญาณก็ทรงอธิษฐานแทนเราตามน้ำพระทัยของพระเจ้า (ข้อ 26-27)

คุณมีปัญหาในการแสดงความรู้สึกต่อพระเจ้าอยู่หรือไม่ ไม่รู้ว่าควรจะอธิษฐานขออะไรและอย่างไรใช่ไหม จงพูดสิ่งที่อยู่ในใจคุณ พระวิญญาณทรงเข้าใจและจะทรงทำให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา