Category  |  ODB

ประตูชัย

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2023 คริสเตียน อัตซูยิงประตูแห่งชัยชนะให้กับทีมของเขาในการแข่งขันฟุตบอลที่ประเทศตุรกี ผู้เล่นที่โด่งดังระดับนานาชาติคนนี้เรียนรู้การเล่นกีฬาชนิดนี้ขณะยังเป็นเด็กวิ่งเท้าเปล่าอยู่ในประเทศกาน่าบ้านเกิด อัตซูเป็นผู้เชื่อในพระคริสต์ เขาบอกว่า “พระเยซูคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของผม” อัตซูแบ่งปันข้อพระคัมภีร์ในโซเชียลมีเดีย เปิดเผยความเชื่อของตน และถ่ายทอดออกมาเป็นการกระทำโดยให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่โรงเรียนสอนเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง

หนึ่งวันหลังจากยิงประตูชัย ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ถล่มเมืองอันทักยา ซึ่งในสมัยพระคัมภีร์คือเมืองอันทิโอก ตึกอพาร์ตเม้นต์ของคริสเตียน อัตซูถล่มลงมา และเขาได้ไปอยู่กับพระผู้ช่วยให้รอดของเขา

สองพันปีที่แล้วเมืองอันทิโอกเป็นต้นกำเนิดของคริสตจักรยุคแรก “ในเมืองอันทิโอกนั่นเอง พวกสาวกได้ชื่อว่าคริสเตียนเป็นครั้งแรก” (กจ.11:26) อัครสาวกคนหนึ่งชื่อบารนานัส ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “คนดี ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์” (ข้อ 24) เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำผู้คนมาหาพระคริสต์ “คนเป็นอันมากก็เพิ่มเข้ากับคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (ข้อ 24)

เราไม่ได้มองไปที่ชีวิตของคริสเตียน อัตซูเพื่อยกย่องเขา แต่มองถึงโอกาสในชีวิตของเขา ไม่ว่าสถานการณ์ในชีวิตของเราจะเป็นเช่นไร เราไม่รู้ว่าเมื่อใดที่พระเจ้าจะทรงรับเราไปอยู่กับพระองค์ เราจึงควรถามตัวเองให้ดีว่า เราจะเป็นอย่างบารนาบัสหรือคริสเตียน อัตซู ในการสำแดงความรักของพระคริสต์แก่ผู้อื่นได้อย่างไร และนี่คือประตูชัยที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด

รับผิดชอบต่อคำพูด

แทบไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยที่สถาบันต่างๆจะยอมรับความผิดหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรม แต่หนึ่งปีหลังจากที่นักเรียนวัยสิบเจ็ดปีคนหนึ่งเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย โรงเรียนอันทรงเกียรติแห่งหนึ่งยอมรับว่า “บกพร่องอย่างร้ายแรง” ในการปกป้องเขา นักเรียนคนนี้ถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ แม้พวกผู้นำในโรงเรียนจะทราบถึงการกลั่นแกล้งนี้ แต่ก็แทบไม่ได้ทำสิ่งใดเพื่อปกป้องเขาเลย ในตอนนี้โรงเรียนมุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับการกลั่นแกล้งและดูแลสุขภาพจิตของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น

ความเสียหายที่เกิดจากการกลั่นแกล้งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงพลังของคำพูด ในพระธรรมสุภาษิตสอนเราว่าอย่าคิดว่าผลกระทบของคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะ “ความตายความเป็น อยู่ที่อำนาจของลิ้น” (สภษ.18:21) สิ่งที่เราพูดสามารถให้กำลังใจหรือไม่ก็ทำลายผู้อื่นได้ ที่เลวร้ายที่สุดคือคำพูดโหดร้ายอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการตายขึ้นจริง

เราจะให้คำพูดของเรานำมาซึ่งชีวิตได้อย่างไร พระคัมภีร์สอนว่าคำพูดของเรานั้นเกิดจากปัญญาหรือไม่ก็ความโง่เขลา (15:2) เราพบปัญญาได้โดยการติดสนิทกับพระเจ้าผู้เป็นแหล่งแห่งปัญญาที่ให้ชีวิต (3:13, 17-19)

เราทุกคนต้องรับผิดชอบในคำพูดและการกระทำของเรา โดยตระหนักถึงผลกระทบของคำพูดอย่างจริงจัง รวมทั้งดูแลและปกป้องผู้ที่บาดเจ็บจากคำพูดของผู้อื่น คำพูดสามารถฆ่าคนได้ แต่คำพูดที่แสดงความเห็นอกเห็นใจก็ช่วยเยียวยาได้เช่นกัน และคำพูดนั้นจะกลายเป็น “ต้นไม้แห่งชีวิต” (15:4) แก่ผู้คนรอบตัวเรา

การแตกสลายที่เป็นพร

เขาหลังค่อมและต้องเดินโดยใช้ไม้เท้า แต่การเป็นผู้เลี้ยงฝ่ายวิญญาณในตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือหลักฐานที่บอกว่า เขาพึ่งพาในพระเจ้าผู้ทรงเป็นแหล่งแห่งกำลังของเขา ในปี ค.ศ. 1993 ศาสนาจารย์วิลเลียม บาร์เบอร์ ที่ 2 ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่ทำให้อ่อนเพลียซึ่งส่งผลให้ข้อกระดูกสันหลังอักเสบยึดติดเข้าด้วยกัน เขาได้รับคำพูดที่ไม่ค่อยถนอมน้ำใจนักว่า “บาร์เบอร์ คุณอาจต้องคิดที่จะทำอย่างอื่นนอกจากการเป็นศิษยาภิบาล เพราะคริสตจักรคงจะไม่ต้องการ[คนพิการ]มาเป็นศิษยาภิบาล” แต่บาร์เบอร์เอาชนะคำพูดที่น่าเจ็บปวดนี้ พระเจ้าไม่เพียงใช้เขาเป็นศิษยาภิบาล แต่เขายังเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังและน่าเคารพให้กับคนด้อยโอกาสและคนชายขอบด้วย

แม้ผู้คนในโลกนี้อาจจะไม่รู้ทั้งหมดว่าควรปฏิบัติเช่นไรต่อคนพิการ แต่พระเจ้าทรงรู้ ผู้คนที่ให้คุณค่ากับความงาม ความแข็งแรง และสิ่งต่างๆที่ใช้เงินซื้อหามาได้ก็อาจพลาดสิ่งดีที่มาพร้อมกับการแตกสลายซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ คำถามชวนคิดของยากอบและหลักการที่แฝงอยู่นั้นควรค่าอย่างยิ่งที่จะนำมาพิจารณา “พระเจ้าได้ทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้ให้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ และให้เป็นผู้รับมรดกแผ่นดินซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้แก่ผู้ที่รักพระองค์มิใช่หรือ” (ยก.2:5) เมื่อสุขภาพ เรี่ยวแรง หรือสิ่งอื่นๆเสื่อมถอยลง ความเชื่อของคนคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องเสื่อมถอยตามไปด้วย แต่อาจตรงกันข้ามด้วยพระกำลังจากพระเจ้า สิ่งที่เราขาดแคลนจะเป็นตัวเร่งที่ทำให้เราไว้วางใจพระองค์มากขึ้น พระองค์ทรงสามารถใช้การแตกสลายของเราเช่นเดียวกับในกรณีของพระเยซู เพื่อนำสิ่งดีมาสู่โลกของเรา

เสริมเรี่ยวแรงของเราใหม่

นกอินทรีคู่หนึ่งสร้างรังขนาดยักษ์บนต้นไม้ที่อยู่ห่างจากบ้านของฉันไปไม่กี่กิโลเมตร ไม่นานเจ้านกตัวโตก็มีลูก พวกมันช่วยกันฟูมฟักลูกน้อยด้วยกันจนกระทั่งนกอินทรีตัวหนึ่งถูกรถชนและตายไปอย่างน่าเศร้า เป็นเวลาหลายวันที่นกอีกตัวบินขึ้นลงบริเวณแม่น้ำราวกับกำลังตามหาคู่ที่หายไป ที่สุดแล้วเจ้านกอินทรีก็กลับไปที่รังและทำหน้าที่ในการดูแลลูกทั้งหมดด้วยตัวเอง

ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใด การเป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ย่อมเป็นเรื่องที่ท้าทาย ความชื่นบานที่ได้รับจากลูกบวกกับความกดดันทางการเงินและทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นนั้น จะทำให้พบเจอกับประสบการณ์ที่หลากหลาย แต่ยังมีหวังสำหรับผู้ที่ต้องสวมบทบาทอันสำคัญนี้ และสำหรับทุกคนที่พยายามรับมือกับสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกหนักใจ

พระเจ้าสถิตกับเราในยามที่เรารู้สึกเหน็ดเหนื่อยและท้อแท้ เพราะพระองค์ทรงมหิทธิฤทธิ์เปี่ยมด้วยฤทธานุภาพทั้งสิ้น และไม่ทรงเปลี่ยนแปลง พระกำลังของพระองค์จะไม่มีวันหมดสิ้นไป เราจึงสามารถวางใจได้ตามที่พระคัมภีร์บอกว่า “เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้าจะเสริมเรี่ยวแรงใหม่” (อสย.40:31) สถานการณ์ของเราไม่ได้ถูกกำหนดด้วยขีดความสามารถที่เรามี เพราะเราสามารถพึ่งพาพระเจ้าให้ทรงเสริมเรี่ยวแรงเราอย่างอัศจรรย์ การมีความหวังใจในพระองค์จะทำให้เราเดินและไม่อ่อนเปลี้ย และ “บินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี” (ข้อ 31)

วางไว้ในกล่องของพระเจ้า

แม่คนหนึ่งอธิษฐานเป็นเวลาหลายปีในขณะที่ช่วยลูกสาวที่โตแล้วหาหนทางในการรับรักษาพยาบาล รับคำปรึกษาจากแพทย์และยาที่ดีที่สุด ในแต่ละวัน แม่ผู้นี้แบกรับภาระอันเกิดจากอารมณ์สุดขั้วทั้งในทางดีและแย่ของลูกสาว เธอมักจะเหนื่อยล้าจากความโศกเศร้าและตระหนักว่าเธอต้องดูแลตัวเองด้วย เพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้เธอเขียนความกังวลและสิ่งต่างๆที่เธอไม่สามารถควบคุมได้ลงในกระดาษแผ่นเล็กๆแล้ววางไว้ใน “กล่องของพระเจ้า” ที่ข้างเตียงนอน การปฏิบัติง่ายๆนี้ไม่ได้ขจัดความเครียดทั้งหมดไป แต่การมองเห็นกล่องใบนั้นเตือนใจเธอว่าความกังวลเหล่านั้นอยู่ในการดูแลของพระเจ้า ไม่ใช่ของเธอ

ในแง่หนึ่ง เพลงสดุดีของดาวิดหลายบทก็เป็นการที่ท่านเขียนถึงปัญหาต่างๆ ที่มีและมอบไว้ในการดูแลของพระเจ้า (สดด.55:1, 16-17) หากความพยายามก่อการกบฏของอับซาโลมโอรสของดาวิดเป็นไปตามที่บรรยายไว้ นั่นก็เท่ากับว่าอาหิโธเฟล “เพื่อนสนิท” ของดาวิดได้ทรยศต่อท่านและมีส่วนเกี่ยวข้องในแผนการสังหารท่านจริง (2 ซมอ.15-16) ดังนั้น “ทั้ง​เวลา​เช้า เวลา​เย็น และ​เวลา​เที่ยง ข้าพเจ้า​ร้อง​ทุกข์​และ​คร่ำ​ครวญ” และพระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานของท่าน (สดด.55:1-2, 16-17) ท่านเลือกที่จะ “มอบภาระของท่านไว้กับพระเจ้า” และอยู่ในการทรงดูแลของพระองค์ (ข้อ 22)

เราสามารถยอมรับได้อย่างตรงไปตรงมาว่าความกังวลและความกลัวส่งผลต่อเราทุกคน เราอาจมีความคิดแบบเดียวกับดาวิดว่า “โอ ข้า​อยาก​มี​ปีก​อย่าง​นกพิราบ จะ​ได้​บิน​หนี​ไป​และ​อยู่​สงบ” (ข้อ 6) พระเจ้าทรงอยู่ใกล้และทรงเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ จงวางทุกอย่างลงในกล่องของพระองค์

จากรุ่นสู่รุ่น

เมื่อไม่นานมานี้คุณยายสองคนจากรัฐเท็กซัสได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ เพราะเดินทางรอบโลกสำเร็จภายในเวลาแปดสิบวันด้วยวัยแปดสิบเอ็ดปี เพื่อนรักนักเดินทางท่องโลกคู่นี้ซึ่งรู้จักกันมายี่สิบสามปี ได้เดินทางไปครบทั้งเจ็ดทวีป พวกเธอเริ่มจากทวีปแอนตาร์กติกา ไปเต้นแทงโก้ที่อาร์เจนตินา ขี่อูฐที่อียิปต์ และนั่งเลื่อนหิมะขณะอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ พวกเธอไปเยือนสิบแปดประเทศ รวมทั้งแซมเบีย อินเดีย เนปาล บาหลี ญี่ปุ่น โรม และจบการเดินทางที่ออสเตรเลีย ทั้งคู่หวังว่าพวกตนจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้สนุกกับการท่องเที่ยวรอบโลกโดยไม่ต้องคำนึงถึงอายุ

ในพระธรรมอพยพเราได้อ่านเรื่องราวของคนวัยแปดสิบสองคน ซึ่งพระเจ้าทรงเลือกให้พบกับการผจญภัยที่พวกเขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต พระองค์ทรงเรียกโมเสสให้ไปเฝ้าฟาโรห์และเรียกร้องให้ปลดปล่อยประชากรของพระองค์จากการเป็นทาส พระเจ้าทรงส่งอาโรนพี่ชายของโมเสสมาช่วย “เมื่อเขาทั้งสองไปทูลฟาโรห์นั้น โมเสสมีอายุแปดสิบปี และอาโรนมีอายุแปดสิบสามปี” (อพย.7:7)

พระบัญชานี้เป็นที่น่าตระหนกสำหรับคนทุกวัย แต่พระเจ้าทรงเลือกพี่น้องคู่นี้ให้ทำหน้าที่นี้ และพวกเขาก็ทำตามพระบัญชา “โมเสสกับอาโรนจึงเข้าไปเฝ้าฟาโรห์ เขากระทำตามที่พระเจ้าทรงบัญชา” (ข้อ 10)

โมเสสกับอาโรนได้รับเกียรติให้เป็นพยานในเหตุการณ์ที่พระเจ้าทรงปลดปล่อยประชากรของพระองค์จากการเป็นทาสมานานกว่าสี่ร้อยปี ชายทั้งคู่เป็นตัวอย่างว่าพระเจ้าทรงสามารถใช้เราไม่ว่าเราจะอายุเท่าใด ไม่ว่าเราจะเป็นคนหนุ่มสาวหรือชรา ให้เราติดตามพระองค์ไปทุกแห่งหนที่ทรงนำไป

ข่าวที่ควรค่าแก่การฉลอง

เป็นเวลานานกว่าสองศตวรรษที่บทเพลง “อยากจะมีลิ้นสักพันบรรเลง” ได้อยู่บนหน้าแรกในหนังสือเพลงนมัสการของคริสตจักรเมธอดิสต์ เพลงนี้ประพันธ์โดยชาร์ลส์ เวสลี่ย์ และมีชื่อเดิมว่า “เพลงฉลองวันครบรอบการกลับใจใหม่” ซึ่งแต่งขึ้นเพื่อระลึกถึงจุดเริ่มต้นการฟื้นฟูครั้งใหญ่ที่เกิดจากความเชื่อของเขาในพระเยซู ประกอบด้วยเนื้อเพลงสิบแปดท่อนที่ป่าวประกาศถึงพระเกียรติสิริแห่งความดีของพระเจ้าที่มีต่อผู้ที่กลับใจและติดตามพระคริสต์

นี่เป็นความเชื่อที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลองและแบ่งปัน ใน 2 ทิโมธี บทที่ 2 เปาโลหนุนใจทิโมธีให้ยังคงยึดมั่นและทุ่มเทในการส่งต่อความเชื่อของเขา ท่านบอกว่า “ตามข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าประกาศนั้น และเพราะเหตุข่าวประเสริฐนั้นข้าพเจ้าจึงทนทุกข์ ถูกล่ามโซ่ดังผู้ร้าย” (ข้อ 8-9) แทนที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่เปาโลเลือก ท่านเตือนทิโมธีให้ระลึกถึงเนื้อหาของข่าวประเสริฐที่ว่า “พระเยซูคริสต์ผู้ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงสืบเชื้อสายจากดาวิด” (ข้อ 8) ได้เสด็จมาไม่ใช่เพื่อจะปกครองแต่มาเพื่อรับใช้ และในที่สุดได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของโลกนี้เพื่อเราจะได้มีสันติสุขในพระเจ้า ความตายหาได้มีชัย เพราะพระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์

เช่นเดียวกับที่ข่าวประเสริฐได้ปลดปล่อยบรรดาผู้เชื่อให้เป็นอิสระ ข่าวประเสริฐเองก็มิได้ถูกผูกมัด “พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่มีผู้ใดเอาโซ่ล่ามไว้ได้” เปาโลกล่าว (ข้อ 9) แม้จากสถานที่ที่ความตายดูเหมือนจะมีชัยอย่างห้องขัง เตียงในโรงพยาบาล หรือข้างหลุมฝังศพ แต่ในพระคริสต์นั้นมีความหวังสำหรับมนุษย์ทุกคน นี่คือข่าวดีที่ควรค่าแก่การเฉลิมฉลอง!

จงอุทิศตัวในการอธิษฐาน

“ฉันอธิษฐานเผื่อคุณมาเป็นเวลาห้าสิบปีแล้ว” หญิงชรากล่าว ลูเพื่อนของผมมองตาเธอด้วยความซาบซึ้งใจอย่างที่สุด เขาไปเยี่ยมหมู่บ้านในบัลแกเรียที่พ่อของเขาเติบโตมาและจากไปตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น หญิงคนนี้เป็นผู้เชื่อในพระเยซู บ้านของเธออยู่ติดกับบ้านคุณปู่คุณย่าของเขา เธอเริ่มอธิษฐานเผื่อลูทันทีที่รู้ข่าวการเกิดของเขาในอีกทวีปหนึ่ง เวลาผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ ลูเดินทางไปทำธุรกิจและแวะไปเยี่ยมหมู่บ้านแห่งนี้ ขณะที่อยู่ที่นั่นเขาได้พูดคุยกับคนกลุ่มหนึ่งในเรื่องความเชื่อของเขา ลูไม่ได้เชื่อในพระเยซูจนกระทั่งเขาอายุเกือบสามสิบ และเมื่อผู้หญิงคนนี้เข้ามาหาหลังจากที่เขาพูดจบ เขารู้สึกประหลาดใจที่คำอธิษฐานที่ไม่หยุดหย่อนของเธอส่งผลให้เขามาเชื่อในพระเยซู

เราไม่มีวันรู้ถึงผลกระทบทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการอธิษฐานในฟากนี้ของสวรรค์คือบนโลกนี้ แต่พระคัมภีร์ให้คำแนะนำแก่เราว่า “จงขะมักเขม้นอธิษฐาน จงเฝ้าระวังอยู่ในการนั้นด้วยขอบพระคุณ” (คส.4:2) เมื่อเปาโลเขียนข้อความเหล่านั้นถึงผู้เชื่อในเมืองเล็กๆอย่างโคโลสี ท่านยังขอให้อธิษฐานเผื่อตัวท่านเองด้วยเพื่อพระเจ้าจะ “เปิดประตู” ให้กับคำสอนของท่านในทุกที่ที่ท่านไป (ข้อ 3)

บางครั้งเราอาจคิดว่า ฉันไม่มีของประทานฝ่ายวิญญาณด้านการอธิษฐาน แต่ในบรรดาของประทานฝ่ายวิญญาณที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์ ไม่มีเรื่องการอธิษฐานรวมอยู่ด้วย บางทีอาจเป็นเพราะพระเจ้าทรงปรารถนาให้เราแต่ละคนอธิษฐานอย่างสัตย์ซื่อ เพื่อเราจะได้เห็นในสิ่งที่พระองค์เท่านั้นสามารถทำได้

ร่วมกันในพระคริสต์ย่อมดีกว่า

ดร.ทิฟฟานี่ โกลสันได้เห็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบหลายด้านต่อเมืองอีสต์เซนต์หลุยส์ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆในรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา แต่ภายในปี 2023 สถิติการฆาตกรรมในเมืองนี้้ลดลง 31 เปอร์เซ็นต์ และอาชญากรรมโดยรวมลดลง 37 เปอร์เซ็นต์ เกิดอะไรขึ้นกับเมืองนี้ ด้วยการร่วมมือกันทำงานของคนหลายกลุ่มที่บังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยสาธารณะของเมือง ซึ่งประกอบด้วยตำรวจประจำรัฐและเมือง เขตการศึกษาประจำเมือง และองค์กรด้านศาสนา ได้ผนึกกำลังกันเพื่อพลิกสถานการณ์ให้กับพลเมืองทุกคน

“เราพูดกันว่ามันคือการรวมเป็นหนึ่ง” ดร. โกลสันกล่าว โดยสมาชิกทั้งหมดของเมืองนี้ได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือประชาชน ศูนย์ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษากับกลุ่มวัยรุ่นในเขตการศึกษาภายใต้การนำของเธอนั้น ได้นำนักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนไปช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากอาชญากรรมหรืออุบัติเหตุ หน่วยงานอื่นๆได้ใช้จุดแข็งของตนเองเข้ามาช่วย ขณะที่ตำรวจก็ตั้งใจพูดคุยและรับฟังเสียงของประชาชนบนท้องถนนมากขึ้น

ดาวิดผู้แต่งเพลงสดุดีเขียนว่า “ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็เป็นการดีและน่าชื่นใจมากสักเท่าใด” (สดด.133:1) พร้อมทั้งเสริมว่า “เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน” (ข้อ 3) ดาวิดหมายถึงผู้คนที่มีความเชื่อเป็นหนึ่งเดียวกันในพระเจ้า โดยไม่แบ่งแยกตามหลักคำสอนหรือการเมือง แต่เป็นหนึ่งเดียวกัน แนวคิดนี้อาจฟังดูเข้าใจยาก แต่เป็นพรกับทุกคน เป้าหมายอันงดงามของผู้เชื่อคือการแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองที่ต้องการความรักของพระเยซูอย่างมากที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา