Category  |  ODB

คำหนุนใจจากพระสัญญาของพระเจ้า

วันนั้นเป็นวันที่ยาวนานในโรงพยาบาล ยังคงไม่มีคำอธิบายถึงอาการป่วยที่เกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปีผู้ร่าเริงสดใส ครอบครัวกลับมาถึงบ้านด้วยความรู้สึกท้อแท้ แต่พวกเขาต้องประหลาดใจที่มีกล่องตกแต่งอย่างสวยงามวางอยู่ที่ขั้นบันไดโดยมีข้อพระคัมภีร์อิสยาห์ 43:2 พิมพ์ไว้ด้านหน้า ส่วนด้านในมีข้อพระคัมภีร์หลากหลายที่เพื่อนๆเขียนด้วยลายมือเพื่อให้กำลังใจ หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นพวกเขาใช้เวลาไปกับคำหนุนใจจากข้อพระคัมภีร์และท่าทีที่เป็นห่วงเป็นใยจากมิตรสหายของครอบครัว

ผู้คนที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากหรือปัญหาในครอบครัวต้องการกำลังใจที่จริงใจเสมอ พระคัมภีร์ทั้งที่ยกมาทั้งตอนหรือเพียงข้อเดียวก็สามารถหนุนใจทั้งตัวคุณ เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวได้ อิสยาห์ 43 เต็มไปด้วยคำหนุนใจสั้นๆที่จะนำไปใช้เป็นข้อๆหรือใช้ทั้งตอน ลองพิจารณาข้อความที่เลือกมาสองสามข้อต่อไปนี้ พระเจ้าได้ “สร้างท่าน” “ปั้นท่าน” “ไถ่ [ท่าน]แล้ว” และทรงเรียกคุณ “ตามชื่อ” (ข้อ 1) พระเจ้า “จะอยู่กับเจ้า” (ข้อ 2) พระองค์ทรงเป็น “องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล” และพระองค์ทรงเป็น “[พระ]ผู้ช่วยให้รอด” ของเรา (ข้อ 3)

เมื่อคุณใคร่ครวญถึงพระสัญญาของพระเจ้า ขอให้พระสัญญาเหล่านั้นหนุนใจแก่คุณ และเมื่อพระองค์ทรงจัดเตรียมสิ่งที่คุณต้องการแล้ว คุณก็สามารถให้กำลังใจผู้อื่นได้ กล่องใส่ข้อพระคัมภีร์ไม่ได้มีราคาแพง แต่ส่งผลที่ประเมินค่าไม่ได้ แม้จะผ่านไปห้าปีแล้ว การ์ดข้อพระคัมภีร์บางอันก็ยังคงมีคุณค่าทางใจสำหรับครอบครัวนี้

ชีวิตใหม่ในพระเยซู

บาเฮียร์และเมเด็ตเป็นเพื่อนสนิทที่สุด ซึ่งเติบโตมาด้วยกันในแถบเอเชียกลาง แต่เมื่อบาเฮียร์มาเป็นผู้เชื่อในพระเยซูทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หลังจากที่เมเด็ตแจ้งความต่อหน่วยงานของรัฐ บาเฮียร์ก็ต้องทนทุกข์กับการถูกทรมานอย่างเจ็บปวด ผู้คุมตะคอกใส่เขาว่า “ปากนี้จะไม่พูดถึงพระนามของพระเยซูอีกต่อไป” แม้ว่าบาเฮียร์จะเลือดออกมาก แต่เขาก็พูดออกมาจนได้ว่า พวกผู้คุมอาจหยุดเขาไม่ให้พูดถึงพระคริสต์ แต่จะไม่มีวัน “เปลี่ยนแปลงสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำในใจของผม”

คำพูดนั้นยังคงอยู่กับเมเด็ต ไม่กี่เดือนต่อมาเมเด็ตทนทุกข์กับความเจ็บป่วยและความสูญเสีย เขาจึงเดินทางไปตามหาบาเฮียร์ที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกแล้ว เขาเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งและขอให้เพื่อนแนะนำเขาให้รู้จักกับพระเยซู

เมเด็ตแสดงออกตามความรู้สึกผิดที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในแบบเดียวกับผู้คนที่มารวมตัวกันรอบๆเปโตรในเทศกาลเพ็นเทคอสต์ พวกเขารู้สึก “แปลบปลาบใจ” เมื่อเห็นพระคุณของพระเจ้าที่หลั่งไหลมาและได้ยินคำพยานของเปโตรเกี่ยวกับพระคริสต์ (กจ.2:37) เปโตรเรียกร้องผู้คนให้กลับใจและรับบัพติศมาในพระนามของพระเยซู และมีประมาณสามพันคนที่ทำตาม พวกเขาละทิ้งวิถีชีวิตแบบเก่า เช่นเดียวกับที่เมเด็ตเองก็กลับใจและติดตามองค์พระผู้ช่วยให้รอด

ของขวัญแห่งชีวิตใหม่ในพระเยซูนั้นมีให้สำหรับทุกคนที่เชื่อในพระองค์ ไม่ว่าเราจะเคยทำอะไรมาก่อน เราก็ยังสามารถชื่นชมยินดีในการที่บาปของเราได้รับการอภัยเมื่อเราวางใจในพระองค์

ทดลองและทดสอบ

สแตนลี่ย์รักในความยืดหยุ่นและอิสระของงานที่เขาทำในฐานะคนขับรถรับจ้างส่วนบุคคล โดยเฉพาะการที่เขาสามารถเริ่มและหยุดงานได้ตามเวลาที่ต้องการ และไม่ต้องรายงานเรื่องเวลาทำงานและความเคลื่อนไหวของตนให้กับใคร แต่เขากล่าวว่านั่นกลับเป็นเรื่องยากที่สุด

“การทำงานแบบนี้ทำให้มีเรื่องชู้สาวเข้ามาได้ง่ายมาก” เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมา “ผมรับผู้โดยสารทุกประเภท แต่ไม่มีใครรู้ว่าผมอยู่ที่ไหนในแต่ละวันรวมทั้งภรรยาของผมด้วย” การต่อต้านการทดลองนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเพื่อนๆคนขับรถหลายคนก็ต้านทานไม่ไหว เขาอธิบายว่า “สิ่งที่หยุดผมไว้คือการคิดว่าพระเจ้าจะทรงคิดเช่นไร และภรรยาของผมจะรู้สึกอย่างไร”

พระเจ้าผู้ทรงสร้างเราแต่ละคนทรงทราบถึงจุดอ่อนของเรา ความปรารถนาที่มี และทรงรู้ว่าเราถูกล่อลวงได้ง่ายเพียงใด แต่ตามที่ 1 โครินธ์ 10:11-13 เตือนว่า เราสามารถขอความช่วยเหลือจากพระองค์ได้ “พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้” เปาโลกล่าวว่า “เมื่อท่านถูกทดลองนั้น [พระเจ้า ]จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้” (ข้อ 13) “ทางที่จะหลีกเลี่ยงได้” นั้นอาจเป็นความกลัวต่อผลที่ตามมา เป็นความรู้สึกผิด เป็นการคิดถึงข้อพระคัมภีร์ มีสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจในเวลานั้นพอดี หรือสิ่งอื่นนอกเหนือจากนี้ เมื่อเราขอกำลังจากพระเจ้า พระวิญญาณจะหันสายตาของเราจากสิ่งที่ล่อลวงเรา และช่วยให้เรามองไปยังทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ซึ่งพระองค์ประทานให้

หัวใจของคริสต์มาส

ในงานเลี้ยงอาหารค่ำวันคริสต์มาสที่จัดขึ้นที่คริสตจักรของเราเพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรมนานาชาติของผู้ที่มาร่วมงาน ฉันปรบมืออย่างสนุกสนานไปกับเสียงดาร์บูกา (กลองชนิดหนึ่ง) และเสียงอู๊ด (เครื่องดนตรีคล้ายกีตาร์) ขณะที่วงดนตรีบรรเลงเพลงคริสต์มาสดั้งเดิมของตะวันออกกลางชื่อว่า “เลย์ลัต อัล-มิลาด” นักร้องประจำวงได้อธิบายความหมายของชื่อเพลงว่า “คืนแห่งคริสต-สมภพ” เนื้อร้องเตือนใจผู้ฟังว่าหัวใจของคริสต์มาสคือการรับใช้ผู้อื่นในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดหาน้ำให้แก่ผู้ที่กระหายน้ำ หรือการปลอบโยนผู้ที่ร้องไห้

บทเพลงนี้น่าจะนำมาจากคำอุปมาตอนหนึ่งที่พระเยซูทรงชมเชยผู้ติดตามของพระองค์ในสิ่งที่พวกเขากระทำเพื่อพระองค์ คือพวกเขาได้จัดเตรียมอาหารเมื่อพระองค์ทรงหิว หาน้ำดื่มให้เมื่อทรงกระหาย และเป็นเพื่อนดูแลเมื่อพระองค์เจ็บป่วยและอยู่ลำพัง (มธ.25:34-36) แทนที่จะตอบรับคำชมเชยของพระเยซู ผู้คนในคำอุปมากลับประหลาดใจเพราะคิดว่าพวกเขาไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้เพื่อพระคริสต์ พระองค์ตรัสตอบว่า “ซึ่งท่านได้กระทำแก่คนใดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรานี้ ถึงแม้จะต่ำต้อยเพียงไร ก็เหมือนได้กระทำแก่เราด้วย” (ข้อ 40)

ในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ ผู้คนมักได้รับการหนุนใจให้เข้าถึงหัวใจของคริสต์มาสด้วยการแสดงท่าทีในการเฉลิมฉลอง แต่ “เลย์ลัต อัล-มิลาด” เตือนว่าเราสามารถนำหัวใจที่แท้จริงของคริสต์มาสไปปฏิบัติโดยการห่วงใยผู้อื่น และที่น่าประหลาดใจคือเมื่อเราทำเช่นนั้น เราไม่เพียงแต่รับใช้ผู้อื่นเท่านั้น แต่เรายังได้รับใช้พระเยซูด้วยเช่นกัน

คำอธิษฐานตามพระทัยพระเจ้า

ขณะเป็นผู้เชื่อใหม่ในพระเยซู ฉันหยิบพระคัมภีร์เพื่อการเฝ้าเดี่ยวเล่มใหม่ขึ้นมาและอ่านข้อที่คุ้นเคยว่า “จงขอแล้วจะได้” (มธ.7:7) มีคำอธิบายเขียนไว้ว่า สิ่งที่เราควรทูลขอจากพระเจ้าจริงๆคือขอให้ความตั้งใจของเราสอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระองค์ เมื่อเราแสวงหาให้น้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จ เราก็มั่นใจได้ว่าเราจะได้รับสิ่งที่ทูลขอ นั่นเป็นแนวคิดใหม่สำหรับฉัน และฉันก็ได้อธิษฐานขอให้น้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของฉัน

ต่อมาในวันเดียวกันนั้นเอง ฉันรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่คาดคิดเกี่ยวกับโอกาสในการทำงานที่ฉันได้ปฏิเสธในใจไปแล้ว และฉันก็นึกถึงคำอธิษฐานนั้น บางทีสิ่งที่ฉันไม่คิดว่าตัวเองต้องการอาจเป็นส่วนหนึ่งของน้ำพระทัยพระเจ้าสำหรับชีวิตฉัน ฉันอธิษฐานต่อไปและรับงานนั้นในที่สุด

พระเยซูทรงวางแบบอย่างนี้ให้แก่เราในช่วงเวลาที่จริงจังและมีความสำคัญชั่วนิรันดร์ ก่อนการทรยศและถูกจับไปตรึงกางเขน พระองค์อธิษฐานว่า “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไป... แต่...อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด” (ลก.22:42) คำอธิษฐานของพระคริสต์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานขณะที่ทรงเผชิญความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ (ข้อ 44) แต่พระองค์ยังทรงสามารถอธิษฐาน “อย่างจริงจัง” (TNCV) เพื่อให้น้ำพระทัยของพระเจ้านั้นสำเร็จ

ให้น้ำพระทัยพระเจ้าสำเร็จได้กลายเป็นคำอธิษฐานสูงสุดของชีวิตฉัน หมายความว่าฉันอาจปรารถนาสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องการหรือไม่ งานที่ฉันไม่ต้องการแต่แรกกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางในสำนักพิมพ์คริสเตียน เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันเชื่อว่าน้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จแล้วในเวลานั้น

เมื่อชีวิตปรากฏ

ในปีค.ศ.1986 ภัยพิบัตินิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครนได้รับความสนใจจากทั่วโลก เมื่อความรุนแรงของภัยพิบัติปรากฏชัดเจน เจ้าหน้าที่ก็รีบเร่งทำภารกิจที่สำคัญยิ่งยวดในการจำกัดวงของรังสี รังสีแกมม่าที่เป็นอันตรายจากเศษซากที่มีกัมมันตภาพรังสีสูงยังคงทำลายหุ่นยนต์ที่นำไปใช้ในการเก็บกวาดสิ่งที่เป็นพิษเหล่านี้

ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้ “หุ่นยนต์ที่มีชีวิต” ซึ่งก็คือมนุษย์นั่นเอง! วีรบุรุษหลายพันคนกลายเป็น “ผู้ชำระล้างเชอร์โนบิล” พวกเขากำจัดวัตถุอันตรายด้วยการ “ผลัดเวร” ครั้งละเก้าสิบวินาทีหรือน้อยกว่านั้น คนเหล่านั้นทำในสิ่งที่เทคโนโลยีทำไม่ได้ โดยที่แต่ละคนตกอยู่ในความเสี่ยงสูงยิ่ง

นานมาแล้ว การกบฏของเราต่อพระเจ้าทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงที่นำไปสู่หายนะทั้งหลายที่ตามมา (ดูปฐก.3) โดยทางอาดัมและเอวา เราได้เลือกที่จะแยกทางกับพระผู้สร้างของเรา และเราได้ทำให้โลกนี้อยู่ในภาวะเป็นพิษที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เราไม่มีทางเก็บกวาดได้ด้วยตัวเราเอง

นั่นคือความหมายทั้งหมดของวันคริสต์มาส อัครทูตยอห์นเขียนถึงพระเยซูว่า “และชีวิตนั้นได้ปรากฏ และเราได้เห็น และเป็นพยาน และประกาศชีวิตนิรันดร์นั้นแก่ท่านทั้งหลาย ชีวิตนั้นได้ดำรงอยู่กับพระบิดาและได้ปรากฏแก่เราทั้งหลาย” (1ยน.1:2) แล้วยอห์นประกาศว่า “พระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (ข้อ 7)

สรรพสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างไม่สามารถให้ในสิ่งที่พระเยซูประทานนี้ได้ เมื่อเราเชื่อในพระองค์ พระองค์จะทรงฟื้นฟูเราให้มีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระบิดาของพระองค์ พระเยซูเป็นผู้ชำระล้างความตาย ชีวิตนั้นได้ปรากฏแล้ว

พระเจ้าทรงรู้จักฉัน

เมื่อพี่สาวฉันพบหนังสือนิทานในวัยเด็กของเรา แม่ของฉันซึ่งตอนนี้อายุเจ็ดสิบปีแล้วรู้สึกดีใจมาก ท่านจำรายละเอียดตลกๆทั้งหมดของเจ้าหมีที่ขโมยน้ำผึ้งและถูกฝูงผึ้งที่โมโหไล่ล่าได้ ท่านยังจำได้ว่าฉันกับพี่หัวเราะกันขนาดไหนในขณะที่คอยลุ้นให้เจ้าหมีหนีไปได้ ฉันบอกแม่ว่า “ขอบคุณค่ะที่คอยเล่าเรื่องต่างๆให้ฟังตอนเรายังเด็ก” ท่านรู้เรื่องราวทั้งหมดของฉันรวมถึงสิ่งที่ฉันเป็นในวัยเด็กด้วย ตอนนี้ฉันโตแล้ว ท่านก็ยังรู้จักและเข้าใจฉัน

พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ทรงรู้จักเราอย่างลึกซึ้งเกินกว่าที่มนุษย์คนใดจะสามารถรู้จักได้ รวมถึงตัวเราเองด้วย ดาวิดบอกว่าพระองค์ทรง “ตรวจสอบ” เรา (สดด.139:1) พระองค์ทรงตรวจสอบเราด้วยความรักและเข้าใจเราอย่างถ่องแท้ พระเจ้าทรงทราบความคิดของเรา ทรงเข้าใจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังและความหมายของสิ่งที่เราพูด (ข้อ 2, 4) พระองค์ทรงสนิทสนมคุ้นเคยกับทุกรายละเอียดที่ทำให้เราเป็นเรา และพระองค์ทรงใช้ความรู้นี้เพื่อช่วยเรา (ข้อ 2-5) พระองค์ผู้ทรงรู้จักเรามากที่สุดจะไม่หันหลังใส่เราด้วยความไม่พอใจ แต่จะทรงเข้ามาหาเราด้วยความรักและพระปัญญาของพระองค์

เมื่อเรารู้สึกโดดเดี่ยว ถูกมองข้าม หรือถูกลืม เรารู้สึกมั่นคงได้ในความจริงที่ว่าพระเจ้าสถิตอยู่กับเราเสมอ ทรงมองเห็นเรา และรู้จักเรา (ข้อ 7-10) พระองค์ทรงรู้จักเราในทุกแง่มุมที่คนอื่นไม่รู้ และอื่นๆอีกมากมาย เราสามารถพูดด้วยความมั่นใจเช่นเดียวกับดาวิดว่า “พระองค์ได้...ทรงรู้จักข้าพระองค์...พระหัตถ์ของพระองค์จะนำข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์จะยึดข้าพระองค์ไว้” (ข้อ 1, 10)

ผู้ให้กำลังใจ

“กำลังใจแบบจัดเต็ม” นั่นคือวลีที่ เจ.อาร์.อาร์.โทลคีน ใช้เพื่อบรรยายถึงกำลังใจที่ี ซี.เอส.ลูอิส ผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้ร่วมงานของเขา ได้มอบให้ในขณะที่เขาเขียนมหากาพย์ไตรภาคเรื่องเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ งานเขียนชุดนี้ต้องใช้ความอุตสาหะและพิถีพิถันมาก และตัวเขาเองต้องพิมพ์ต้นฉบับที่ยาวมากนี้ มากกว่าสองครั้ง เมื่อเขาส่งต้นฉบับนั้นไปให้ลูอิส ลูอิสก็ตอบว่า “สมแล้วกับที่คุณใช้เวลาเขียนนานหลายปี”

ผู้ให้กำลังใจซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในพระคัมภีร์น่าจะเป็นโยเซฟจากไซปรัส หรือที่รู้จักกันดีในชื่อบารนาบัส (แปลว่า “ลูกแห่งการหนุนน้ำใจ”) ซึ่งเป็นชื่อที่อัครทูตตั้งให้ท่าน (กจ.4:36) บารนาบัสเป็นผู้แก้ต่างให้เปาโลต่อบรรดาอัครทูต (9:27) ต่อมาเมื่อผู้เชื่อที่ไม่ใช่ชาวยิวเริ่มมาเชื่อในพระเยซู ลูกาบอกเราว่าบารนาบัส “ก็ปีติยินดีจึงได้เตือนคนเหล่านั้นให้ตั้งใจมั่นคงติดสนิทอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า (11:23) ลูกาอธิบายว่าเขาเป็น “คนดี ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และความเชื่อ” และเพิ่มเติมอีกว่าเพราะเขา “คนเป็นอันมากก็เพิ่มเข้ากับคนขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (ข้อ 24)

คำพูดที่ให้กำลังใจมีคุณค่าเกินกว่าจะวัดได้ เมื่อเรามอบถ้อยคำแห่งความเชื่อและความรักแก่ผู้อื่น พระเจ้าผู้ทรงประทาน “ความชูใจนิรันดร์” (2 ธส.2:16) อาจทำงานผ่านสิ่งที่เราแบ่งปันเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครบางคนตลอดไป ขอพระองค์ทรงช่วยเรามอบ “กำลังใจแบบจัดเต็ม” ให้กับใครสักคนในวันนี้

ชื่อเสียงดีเพื่อพระคริสต์

สมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา ชาร์ลี วอร์ดาเป็นนักกีฬาในสองประเภท ในปีค.ศ. 1993 ควอเตอร์แบ็กหนุ่มคนนี้ได้รับรางวัลไฮส์แมนโทร-ฟี่ในฐานะนักอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศ และเขายังเป็นดาวเด่นในทีมบาสเกตบอลอีกด้วย

วันหนึ่งในระหว่างการพูดคุยก่อนการแข่งขัน โค้ชบาสเกตบอลของเขาใช้ภาษาที่ไม่สุภาพขณะพูดคุยกับผู้เล่น เขาสังเกตเห็นว่าชาร์ลี “มีท่าทีอึดอัด” จึงพูดว่า “มีอะไรหรือเปล่าชาร์ลี” ชาร์ลีกล่าวว่า “โค้ชครับ คือว่า โค้ชโบว์เดน [โค้ชฟุตบอล] ไม่ได้ใช้ภาษาแบบนั้น และเขาก็ทำให้เราเล่นกันอย่างเต็มที่”

ลักษณะที่เหมือนพระคริสต์ของชาร์ลีทำให้เขาพูดคุยอย่างสุภาพกับโค้ชบาสเกตบอลเกี่ยวกับปัญหานี้ได้ จริงๆแล้ว โค้ชบอกนักข่าวว่า เวลาที่เขาคุยกับชาร์ลีนั้น “มันราวกับว่ามีทูตสวรรค์กำลังมองมาที่คุณ”

ชื่อเสียงที่ดีในหมู่ผู้ไม่เชื่อและคำพยานที่สัตย์ซื่อในเรื่องพระคริสต์นั้นยากที่จะรักษาไว้ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เราผู้เชื่อในพระเยซูสามารถเป็นเหมือนพระองค์ได้มากขึ้นโดยมีพระองค์ทรงคอยช่วยเหลือและนำทางเรา ในทิตัส 2 บอกให้ชายหนุ่มและรวมถึงผู้เชื่อทุกคน “ ให้รู้จักควบคุมตนเอง ” (ข้อ 6 TNCV) และให้ “สำแดงความซื่อตรง...และถ้อยคำอันมีหลักซึ่งไม่มีใครตำหนิได้” (ข้อ 7-8 TNCV)

เมื่อเราดำเนินชีวิตเช่นนั้นด้วยกำลังของพระคริสต์ เราจะไม่เพียงถวายเกียรติแด่พระองค์เท่านั้น แต่ยังสร้างชื่อเสียงที่ดีด้วย แล้วเมื่อพระเจ้าทรงประทานสติปัญญาที่เราต้องการ คนอื่นจึงจะยอมฟังในสิ่งที่เราพูด

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา