Category  |  ODB

สำแดงพระสิริของพระเจ้า

ผมชื่นชอบกีฬาเบสบอลและเป็นแฟนตัวจริงของกีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่เด็ก ทีมที่ผมชอบเป็นพิเศษ ได้แก่ ทีมดีทรอยต์ ไทเกอร์ส แต่ในฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาเล่นได้ไม่ดีและแพ้ตั้งแต่ต้นฤดูการแข่งขัน ซึ่งทำให้ผมผิดหวังมากผมจึงต้องพักเป็นเวลาสี่วัน เพื่อช่วยให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น โดยไม่ข้องแวะกับอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับทีมโปรดของผม

การเสียสละที่แท้จริง

เอริคเป็นคนดีคนหนึ่ง ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจเขามองว่างานของเขาคือการให้บริการชุมชนและทุ่มเททุกสิ่งในการปฏิบัติหน้าที่เห็นได้จากพระธรรมยอห์น 15:13 ซึ่งเขาติดไว้ที่ประตูล็อคเกอร์ของเขาที่สถานีตำรวจ

ในพระธรรมข้อดังกล่าว องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน” (ยน.15:13) แต่ถ้อยคำนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุดมคติที่ยอดเยี่ยมข้อหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของเอริคในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ เป็นความมุ่งมั่นที่ต้องจ่ายราคาแพงเมื่อเขาเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เป็นการแสดงถึงหัวใจแห่งการเสียสละแท้ในชีวิตจริง

พระเยซูคริสต์ก็มีชีวิตตามพระธรรมยอห์น15:13 ซึ่งเต็มไปด้วยฤทธิ์อำนาจ ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่พระองค์ตรัสถ้อยคำนี้ พระเยซูตรัสถึงการเสียสละนี้ขณะที่อยู่ในห้องชั้นบน ตามด้วยการสนทนากับพระบิดาในสวนเกทเสมนีการถูกไต่สวนนอกกฏหมายและการถูกตรึงต่อหน้าฝูงชนที่เยาะเย้ยพระองค์

ในฐานะพระบุตรของพระเจ้า พระเยซูสามารถหลีกเลี่ยงการทนทุกข์ การทรมาน และความโหดเหี้ยมได้ พระองค์ไม่มีบาปและไม่สมควรตายแม้แต่น้อย แต่ความรักซึ่งอยู่เบื้องหลังการเสียสละที่แท้จริงได้ผลักดันให้พระองค์เสด็จไปที่กางเขน เป็นเหตุให้เราทั้งหลายได้รับการยกโทษ หากเรายอมรับการสละพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ด้วยความเชื่อ คุณวางใจในพระองค์ผู้ทรงสละชีวิตของพระองค์เพื่อคุณแล้วหรือยัง? -BC

 

ลูกหนี้

ในช่วงที่เป็นวัยรุ่น โรเบิร์ต โรบินสัน (1735-1790) กับเพื่อนชอบสร้างปัญหาเสมอ แต่เมื่อเขาอายุ 17 ปี เขาได้ฟังคำเทศนาของจอร์จวิทฟิลด์ จากพระธรรมมัทธิว 3:7 และตระหนักว่าเขาต้องการความรอดในพระคริสต์ พระเจ้าทรงเปลี่ยนชีวิตของโรบินสันและเขาได้กลายมาเป็นนักเทศน์ เขายังได้เขียนบทเพลงชีวิตคริสเตียนหลายเพลง ซึ่งบทเพลงที่รู้จักกันดี คือ“ขอพระพรจากเบื้องบน”

เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่ฉันกำลังใคร่ครวญถึงพระคุณพระเจ้าที่มีต่อเราและมาถึงประโยคสุดท้ายของบทเพลงนี้ที่ร้องว่า “ข้าเป็นหนี้พระคุณพระเยซู เพราะทรงพลีชีวิตเพื่อไถ่!”บทเพลงนี้ทำให้ฉันคิดถึงถ้อยคำของอัครทูตเปาโลที่ว่า “เพราะว่าความรักของพระคริสต์ได้ครอบครองเราอยู่...เพื่อคนเหล่านั้นที่มีชีวิตอยู่จะมิได้อยู่เพื่อประโยชน์แก่ตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะเห็นแก่เขาทั้งหลาย”(2คร.5:14-15)

เราไม่สามารถทำสิ่งใดเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักและพระคุณของพระเจ้าแต่เพราะพระองค์ทรงประทานให้เราเปล่าๆ ดังนั้น เราคงทำสิ่งใดไม่ได้นอกจากรักพระองค์เป็นการตอบแทนโดยมีชีวิตอยู่เพื่อพระองค์! เราต้องใกล้ชิดพระองค์ ฟังพระคำของพระองค์ ปรนนิบัติและเชื่อฟังพระองค์ด้วยความรักและสำนึกในพระคุณ

ในฐานะลูกหนี้ เราได้รับการทรงเรียกให้ดำเนินชีวิตในแต่ละวันเพื่อพระเยซูผู้ทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา - AMC

 

 

แล่นฝ่าพายุ

ชาวอาซัมในสมัยโบราณ (เป็นประเทศที่ตั้งอยู่แถบทะเลแดงในประเทศเอธิโอเปียปัจจุบัน) ค้นพบว่าพวกเขาสามารถแล่นเรือให้เร็วได้ โดยใช้ใบเรือรับลมพายุในฤดูมรสุมแทนที่จะเป็นกังวลกับลมและฝนที่รุนแรง พวกเขาเรียนรู้ที่จะแล่นฝ่าพายุไปในเส้นทางที่พวกเขาต้องการได้

เมืองสวรรค์

สมัยที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย ฉันและเพื่อนสนิทพากันออกไปขี่ม้าเล่นในบ่ายวันหนึ่งเราค่อยๆ ขี่ไปช้าๆ ผ่านทุ่งดอกไม้และผืนป่า แต่เมื่อเราชักม้าให้หันไปยังทิศทางที่จะกลับโรงนาพวกมันรีบเร่งฝีเท้าควบอย่างเร็วราวกับจรวดม้าคู่หูของเรารู้ว่าใกล้เวลาอาหารเย็นและเวลาแปรงขนของพวกมันแล้ว และพวกมันแทบจะรอไม่ไหว

ผู้เลี้ยงมือหนึ่ง

ในฤดูใบไม้ผลิ คนเลี้ยงแกะในเมืองไอดาโฮจะเคลื่อนย้ายฝูงสัตว์ของพวกเขาจากที่ลุ่มขึ้นไปบนภูเขา แกะหลายพันตัวจะเดินผ่านเส้นทางแคบๆ ขึ้นไปยังที่สูงก่อนที่จะพบทุ่งหญ้าในฤดูร้อน

อาหารกลางวันที่หายไป

สำหรับผม อาหารไม่ได้เป็นแค่สิ่งจำเป็นในชีวิต แต่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมีความสุขมาก! ผมสุขใจที่ได้นั่งลงตรงหน้าอาหารที่จัดเตรียมอย่างดีโดยเฉพาะเวลาหิว ผมคิดว่าสาวกของพระเยซูก็คงจะหิวเช่นกัน เมื่อพวกเขากลับมาที่บ่อน้ำและพบพระเยซูสนทนาอยู่กับหญิงชาวสะมาเรีย พวกเขารีบบอกว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า เชิญรับประทานเถิด” (ยน.4:31) พระองค์ทรงตอบพวกเขาว่า “เรามีอาหารรับประทานที่ท่านทั้งหลายไม่รู้” (ยน.4:32) ซึ่งทำให้พวกเขาสงสัยว่ามีใครนำอาหารมาถวายพระองค์แล้วหรือ (ยน.4:33)

ไม่ถูกทอดทิ้ง

เมื่อหลายปีที่แล้ว ขณะที่ฉันและสามีไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนี่ยน แอร์แอนด์ สเปซที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เราสังเกตเห็นรถเข็นเด็กถูกทิ้งไว้โดยไม่มีใครอยู่ข้างๆ เราคิดเอาเองว่าพ่อแม่เด็กคงจะทิ้งมันไว้เพราะกลัวเกะกะและคงจะอุ้มเด็กเข้าไป แต่เมื่อเราเข้าไปใกล้ๆ เราจึงได้เห็นว่ามีเด็กนอนหลับอยู่ในรถเข็นด้วย แล้วพ่อแม่เด็ก พี่ของเด็ก...หรือพี่เลี้ยง หายไปไหน? เรายืนรออยู่ตรงนั้นสักพักใหญ่ก่อนที่จะตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ ไม่มีใครมาแสดงตัวเพื่อขอรับเด็กที่มีค่าคนนี้เลย! ครั้งสุดท้ายที่เราเห็นเขาคือ ตอนที่เขาถูกเข็นไปไว้ในที่ที่ปลอดภัย

ความรอดที่แน่นอน

มีเรื่องเล่าว่าพระราชินีวิคทอเรียแห่งสหราชอาณาจักรทรงซาบซึ้งใจมากเมื่อไปนมัสการที่คริสตจักรแห่งหนึ่ง พระนางตรัสถามอนุศาสกว่า “เราจะมั่นใจในชีวิตนิรันดร์ที่ปลอดภัยนี้ได้จริงหรือ?” เขาตอบไม่ได้ แต่ผู้ประกาศข่าวประเสริฐที่ชื่อจอห์น ทาวน์เซนด์ได้ยินคำถามนั้น เขาอธิษฐานอยู่พักใหญ่ จากนั้นได้ส่งสาสน์ไปถึงพระนางว่า “ด้วยมือที่สั่นเทาแต่จิตใจเปี่ยมด้วยความรัก หม่อมฉันรู้ว่า เรามั่นใจได้อย่างแน่นอนในเวลานี้ถึงชีวิตนิรันดร์ในบ้านที่พระเยซูทรงไปจัดเตรียมไว้ให้กับเราหม่อมฉันขอกราบทูลให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอ่านพระธรรมยอห์น 3:16 และโรม 10:9-10 ได้หรือไม่พะย่ะค่ะ”

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา