เผาผลาญสิ่งไร้ค่า
ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1497 บาทหลวงที่ชื่อจิโรลาโม ซาโวนาโรลาได้ทำการจุดไฟเผา หลังจากที่เขาและสาวกใช้เวลาหลายเดือนรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ที่พวกเขาคิดว่าจะล่อลวงผู้คนให้ทำบาปและไม่ทำภารกิจทางศาสนา สิ่งของนั้นได้แก่ งานศิลปะ เครื่องสำอาง เครื่องดนตรี และเสื้อผ้า เมื่อถึงวันนัดหมาย ข้าวของนับพันชิ้นถูกนำมากองไว้ที่จัตุรัสกลางกรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี และเผาไฟ เหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า พระเพลิงเผากิเลส
เล่นด้วยความปลาบปลื้ม
ไบรอันลูกชายเราเป็นโค้ชทีมบาสเกตบอลของโรงเรียนมัธยม ปีหนึ่งขณะที่ทีมของเขากำลังไต่ระดับเข้าสู่การแข่งขันของรัฐวอชิงตัน มีชาวเมืองผู้หวังดีถามว่า “พวกคุณจะคว้าแชมป์ในปีนี้มาให้เราใช่ไหม” ทั้งโค้ชและผู้เล่นต่างก็รู้สึกกดดัน ไบรอันจึงนำคติที่ว่า “เล่นด้วยความปลาบปลื้มใจ” มาใช้กับทีม
พระเจ้าทรงเริงโลด
เมื่อไม่นานมานี้ ย่าของฉันได้ส่งสมุดรูปภาพเก่ามาให้ ขณะที่พลิกดูสมุดเล่มนั้น ฉันสะดุดตากับภาพหนึ่ง เป็นภาพฉันตอนสองขวบกำลังนั่งอยู่หน้าเตาผิง มีพ่อนั่งโอบไหล่แม่อยู่อีกด้านหนึ่ง ทั้งสองกำลังจ้องมาที่ฉันด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความชื่นชม
เล่นซ่อนหา
"เขาต้องหาผมพบแน่ๆ” ผมคิด หัวใจผมเริ่มเต้นถี่ขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของลูกพี่ลูกน้องวัย 5 ขวบที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ห่างออกไปแค่ห้าก้าว สาม สอง “โป้ง”
หยุดความอิจฉา
เอ็ดการ์ เดอกาส์ ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่โด่งดังไปทั่วโลกจากภาพวาดนักเต้นระบำปลายเท้า แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขาอิจฉาเอดัวร์ มาเน่ต์ศิลปินเอกอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งของเขา เดอกาส์พูดถึงมาเน่ต์ว่า “ทุกสิ่งที่เขาทำมักถูกเสมอ ขณะที่ผมทำอะไรก็ผิดพลาดและต้องเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา”
ความอิจฉาเป็นความรู้สึกที่แปลก ซึ่งอัครทูตเปาโลจัดให้เป็นนิสัยหนึ่งที่แย่ที่สุด “สรรพการอธรรม ความชั่วร้าย ความโลภ ความมุ่งร้าย ความอิจฉาริษยา การฆ่าฟัน การวิวาท การล่อลวง การคิดร้ายพูดนินทา” (รม.1:29) ความอิจฉาเกิดจากความคิดโง่เขลา อันเป็นผลของการนมัสการรูปเคารพ แทนที่จะนมัสการพระเจ้า (ข้อ 25)
คริสติน่า ฟอกซ์ นักประพันธ์กล่าวว่า เมื่อเกิดความอิจฉาขึ้นท่ามกลางผู้เชื่อ แสดงว่า “หัวใจของเราได้หันออกจากความรักที่เที่ยงแท้” เพราะเมื่อเราอิจฉา “เราก็กำลังไล่ตามความสุขที่ด้อยกว่าของโลกนี้แทนที่จะมองไปที่พระเยซู ส่งผลให้เราลืมว่าเราเป็นของใคร”
วิธีแก้คือ กลับมาหาพระเจ้า เปาโลกล่าวว่า “จงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า” (รม.6:13) ทั้งในการทำงานและชีวิตส่วนตัว ในจดหมายอีกฉบับหนึ่งท่านกล่าวว่า “ทุกคนจงสำรวจการกระทำของตนเอง จึงจะมีอะไรๆ ที่จะอวดได้ในตัวไม่ใช่เปรียบกับผู้อื่น” (กท.6:4)
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรของพระองค์ ที่ไม่ใช่แค่วัตถุสิ่งของแต่รวมถึงเสรีภาพที่เกิดจากพระคุณ เราจะพบกับความอิ่มใจได้อีกครั้งเมื่อเราพิจารณาดูของประทานที่พระเจ้าประทานให้
สถิตท่ามกลางพายุ
เปลวเพลิงได้เผาผลาญบ้านของครอบครัวหนึ่งซึ่งมีสมาชิก 6 คนในคริสตจักร พ่อกับลูกชายรอดชีวิตแต่ยังต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ขณะที่ภรรยา แม่ และลูกเล็กอีกสองคนเสียชีวิต น่าเศร้าที่เหตุการณ์ทำนองนี้ยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมกับคำถามเดิมที่ว่า ทำไมคนดีๆ ถึงต้องเจอแต่เรื่องเลวร้าย และไม่น่าแปลกใจเลยที่คำตอบยังคงเหมือนเดิม
ในความอ่อนแอของเรา
แอน เชฟเฟ มิลเลอร์จากไปในปี 1999 ด้วยวัย 90 ปี แต่ในปี 1942 เธอเกือบเสียชีวิตเพราะติดเชื้อในกระแสเลือดหลังจากการแท้งลูกและการรักษาไม่ได้ผล เมื่อผู้ป่วยคนหนึ่งบอกว่ารู้จักนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังวิจัยยามหัศจรรย์ แพทย์จึงกดดันรัฐบาลเพื่อขอให้เขาได้ใช้ยานั้นกับแอนเล็กน้อย ภายในวันเดียวอุณหภูมิร่างกายของเธอกลับเป็นปกติ ยาเพนนิซิลินช่วยชีวิตแอนไว้
การช่วยกู้วายร้าย
วีรบุรุษในหนังสือการ์ตูนยังเป็นที่นิยมเช่นเคย ในปี 2017 เพียงปีเดียวภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ 6 เรื่องทำรายได้สูงถึงกว่า 4 พันล้านดอลล่าร์ เหตุใดหนังบู๊แอคชั่นฟอร์มยักษ์จึงได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายเพียงนี้
บทเรียนจากภาพแท่งไม้
เพื่อน ซึ่งที่จริงแล้วคือผู้ให้คำปรึกษาของฉัน วาดภาพแท่งไม้ลงบนกระดาษ เธอเรียกภาพนี้ว่า ตัวเองในที่ “ส่วนตัว” แล้วก็ขีดเส้นล้อมรอบภาพ ห่างจากภาพราวครึ่งนิ้ว เธอเรียกภาพนั้นว่า ตัวเอง “ต่อหน้าคนอื่น” ระยะห่างระหว่างภาพตัวเองในที่ส่วนตัวกับต่อหน้าคนอื่นแสดงถึงระดับความซื่อสัตย์ของเรา