Category  |  ODB

ปลดปล่อยจากการเป็นทาส

“ท่านเป็นเหมือนโมเสส ผู้นำเราออกจากการเป็นทาส” จามิล่าร้องออกมาเสียงดัง เธอเป็นคนงานเตาเผาอิฐที่ต้องอยู่ทำงานเพื่อใช้หนี้ในประเทศปากีสถาน เธอและครอบครัวทุกข์ทรมานเนื่องจากเป็นหนี้เจ้าของเตาเผาในจำนวนที่มากเกินไป เงินที่ได้มาจากการทำงานส่วนใหญ่ก็แค่พอสำหรับจ่ายค่าดอกเบี้ยเท่านั้น แต่เมื่อพวกเขาได้รับของขวัญจากหน่วยงานที่ไม่แสวงกำไรที่ช่วยปลดหนี้ให้พวกเขา พวกเขารู้สึกว่าได้รับการปลดปล่อยครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นการขอบคุณตัวแทนของหน่วยงานสำหรับอิสรภาพนี้ จามิล่าซึ่งเป็นผู้เชื่อในพระเยซู ได้ชี้ไปที่ตัวอย่างที่พระเจ้าปลดปล่อยโมเสสและคนอิสราเอลจากการเป็นทาส

คนอิสราเอลถูกชาวอียิปต์กดขี่ข่มเหงเป็นเวลาหลายร้อยปี ถูกใช้แรงงานในสภาพที่โหดร้าย พวกเขาร้องหาพระเจ้าเพื่อขอความช่วยเหลือ (อพย.2:23) แต่พวกเขากลับถูกใช้งานหนักกว่าเดิม เพราะฟาโรห์องค์ใหม่ไม่ได้สั่งให้พวกเขาทำอิฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องไปเก็บฟางสำหรับใช้ทำอิฐด้วย (5:6-8) เมื่อคนอิสราเอลไม่หยุดที่จะร้องขอเพื่อให้พ้นจากการถูกกดขี่ข่มเหง พระเจ้าจึงทรงย้ำถึงคำสัญญาที่จะทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา (6:7) พวกเขาจะไม่เป็นทาสอีกต่อไป เพราะพระองค์จะช่วยกู้พวกเขาด้วย “แขนที่เหยียดออก” (ข้อ 6 TNCV)

ภายใต้ข้อปฏิบัติจากพระเจ้า โมเสสก็ได้นำคนอิสราเอลออกจากอียิปต์ (ดูบทที่ 14) วันนี้ พระเจ้ายังทรงช่วยกู้เราด้วยแขนที่เหยียดออกของพระเยซู พระบุตรของพระองค์ที่บนไม้กางเขน เราเป็นอิสระจากการตกเป็นทาสต่อบาปที่ครั้งหนึ่งเคยควบคุมเราไว้ ขณะนี้เราไม่ใช่ทาสอีกต่อไป แต่เป็นอิสระแล้ว!

สิ่งสำคัญต่อหน้าพระเจ้า

ในปี 2009 ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ทำการศึกษานักเรียนมากกว่าสองร้อยคนในงานทดลองหนึ่งที่ให้มีการสลับกันระหว่างการทำงานและการใช้ความจำ น่าประหลาดใจที่ผลวิจัยพบว่า นักเรียนที่มองว่าตัวเองสามารถทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน เพราะมีนิสัยชอบทำอะไรหลายอย่างไปพร้อมๆกัน กลับได้ผลแย่กว่ากลุ่มที่ชอบทำงานทีละอย่าง การทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันทำให้ยากต่อการจดจ่อความคิดและการกรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง การรักษาสมาธิขณะมีสิ่งรบกวนอาจเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

เมื่อพระเยซูทรงเสด็จเยี่ยมมารีย์และมารธาที่บ้าน มารธาก็ยุ่งในการทำงานและ “ยุ่งในการปรนนิบัติมาก” (ลก.10:40) ส่วนน้องสาวของเธอคือมารีย์นั้นเลือกที่จะนั่งฟังพระเยซูสอน รับเอาสติปัญญาและสันติสุขที่ไม่มีใครจะชิงเอาไปจากเธอได้ (ข้อ 39-42) เมื่อมารธาขอให้พระเยซูบอกมารีย์ให้มาช่วยเธอ พระองค์ตรัสตอบว่า “เธอกระวนกระวายและร้อนใจด้วยหลายสิ่งนัก สิ่งซึ่งต้องการนั้นมีแต่สิ่งเดียว” (ข้อ 41-42)

พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะได้ความสนใจจากเรา แต่เช่นเดียวกับมารธาที่บ่อยครั้งเราถูกหันเหความสนใจไปด้วยการงานและปัญหาต่างๆ เราละเลยการทรงสถิตอยู่ของพระเจ้าแม้ว่าพระองค์เพียงผู้เดียวที่สามารถมอบสติปัญญาและความหวังที่เราต้องการได้ เมื่อเราให้การใช้เวลากับพระองค์โดยการอธิษฐานและจดจ่อที่พระคัมภีร์มาก่อนสิ่งอื่นใด พระองค์ก็จะมอบคำแนะนำและกำลังที่เราต้องการเพื่อจัดการกับปัญหาที่เราเผชิญอยู่นั้น

ผู้ให้ที่ลี้ภัย

ฟิลและแซนดี้รู้สึกประทับใจกับเรื่องราวของเด็กๆที่เป็นผู้ลี้ภัย พวกเขาเปิดใจและเปิดบ้านรับเลี้ยงเด็กสองคน หลังจากไปรับเด็กๆที่สนามบินแล้ว ในความเงียบนั้นพวกเขาขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกกังวล พวกเขาจะพร้อมรับสิ่งที่ต้องเจอไหม พวกเขามีความแตกต่างทั้งทางวัฒนธรรม ภาษา และศาสนา แต่ตอนนี้พวกเขาได้กลายมาเป็นผู้ให้ที่ลี้ภัยแก่เด็กที่มีค่าสองคนนี้แล้ว

โบอาสประทับใจกับเรื่องราวของนางรูธ เขาได้ยินว่าเธอจากญาติพี่น้องของเธอมาเพื่อช่วยเหลือนางนาโอมี และเมื่อนางรูธมาเก็บข้าวในนาของเขา เขาจึงได้อธิษฐานอวยพรเธอว่า “ขอพระเจ้าทรงตอบแทนความดีของเจ้าตามที่เจ้าได้กระทำมาแล้วนั้นเถิด และขอให้พระเจ้าของชนชาติอิสราเอล ซึ่งเจ้าเข้ามาพึ่งใต้ร่มบารมี [ปีก]ของพระองค์นั้น จงทรงปูนบำเหน็จอันบริบูรณ์แก่เจ้า” (นางรูธ 2:12)

นางรูธเตือนให้โบอาสคิดถึงคำอวยพรของเขาตอนที่เธอเข้ามาขัดจังหวะการนอนของเขาในคืนหนึ่ง โบอาสรู้สึกตัวตื่นเมื่อมีความเคลื่อนไหวอยู่ที่ปลายเท้า เขาจึงถามว่า “เจ้าเป็นใคร” นางตอบว่า “ดิฉันคือรูธคนใช้ของท่านค่ะ ขอให้ท่านกางชายเสื้อของท่านห่มคนใช้ของท่านด้วย เพราะท่านเป็นญาติสนิทถัดมา” (3:9)

ในภาษาฮีบรู คำว่าชายเสื้อและปีก[ร่มบารมี]เป็นคำเดียวกัน โบอาสจึงให้ที่ลี้ภัยแก่นางรูธด้วยการแต่งงานกับเธอ และเหลนของพวกเขาคือดาวิดผู้ได้สะท้อนเรื่องราวนี้ในคำสรรเสริญพระเจ้าของชาวอิสราเอลว่า “ข้าแต่พระเจ้า ความรักมั่นคงของพระองค์ประเสริฐสักเท่าใด ลูกหลานของมนุษย์เข้าลี้ภัยอยู่ใต้ร่มปีกของพระองค์” (สดด.36:7)

ความจริงใจและความอ่อนแอ

“สวัสดี เป่าฟาง!” เพื่อนที่โบสถ์คนหนึ่งส่งข้อความมา “ในการประชุมกลุ่มแคร์ของเดือนนี้ ขอให้ทุกคนทำตามที่ยากอบ 5:16 กล่าวไว้กันเถอะ ให้เรามาสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของการไว้ใจและการรักษาความลับ เพื่อเราจะสามารถแบ่งปันสิ่งที่เรากำลังต่อสู้ในชีวิตและอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน”

ฉันไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไรอยู่ชั่วครู่หนึ่ง แม้ว่าสมาชิกในกลุ่มเล็กๆของเราจะรู้จักกันมาหลายปี แต่เราไม่เคยแบ่งปันความเจ็บปวดหรือสิ่งที่เราต้องต่อสู้ให้กันและกันฟังเลย เพราะในท้ายที่สุดแล้วการให้คนอื่นรู้จุดอ่อนแอของเราเป็นเรื่องที่น่ากลัว

แต่ความจริงคือเราทุกคนเป็นคนบาปและต่างก็มีปัญหา เราทุกคนล้วนต้องการพระเยซู การพูดคุยอย่างจริงใจถึงพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าและการพึ่งพาในพระคริสต์ เป็นทางหนึ่งที่จะหนุนใจเราให้เชื่อวางใจในพระองค์ต่อไป เมื่อเรามีพระเยซูนั้น เราก็ไม่ต้องแสร้งทำเป็นว่าชีวิตเราไม่มีปัญหาอีกต่อไป

ดังนั้นฉันจึงตอบว่า “ได้สิ เรามาเริ่มกันเลย” ตอนแรกเราก็รู้สึกแปลกๆ แต่เมื่อมีคนหนึ่งเปิดใจและแบ่งปัน คนต่อมาก็ทำตาม แม้จะยังมีบางคนที่ไม่พูด แต่เราก็เข้าใจ ไม่มีใครกดดันใคร ในตอนท้ายเราจบลงด้วยการทำในส่วนที่สองของพระธรรมยากอบ 5:16 ที่ว่า “จงอธิษฐานเพื่อกันและกัน”

ในวันนั้นฉันได้พบกับความงดงามของการสามัคคีธรรมกับผู้เชื่อในพระเยซู เพราะความเชื่อที่เรามีร่วมกันในพระคริสต์ เราจึงสามารถเปิดเผยถึงความอ่อนแอของเราต่อกันและกัน และพึ่งพาพระองค์และเพื่อนๆคนอื่นที่จะช่วยเหลือในความอ่อนแอและปัญหาของเรา

ผู้มีอำนาจและผู้อ่อนแอ

ประเพณีที่อบอุ่นหัวใจที่สุดในฟุตบอลมหาวิทยาลัยนั้นอาจจะเป็นที่มหาวิทยาลัยไอโอวา ที่นั่นมีโรงพยาบาลเด็กชื่อสเตดแฟมิลี่ที่อยู่ติดกับสนามกีฬาไอโอวาคินนิค และที่ชั้นบนสุดของโรงพยาบาลมีหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นถึงเพดานที่ทำให้มองเห็นวิวของสนามได้ชัดเจน ในวันที่มีการแข่งขันเด็กๆที่เป็นคนไข้และครอบครัวจะมากันเต็มชั้นนั้นเพื่อดูการแข่งขันด้านล่าง และในช่วงท้ายของการเล่น 15 นาทีแรก บรรดาโค้ช นักกีฬา และแฟนบอลนับพันคนจะหันมาทางโรงพยาบาลและโบกมือให้ ในช่วงเวลานั้นดวงตาของเด็กๆจะเปล่งประกาย เป็นสิ่งที่ทรงพลังมากเมื่อได้เห็นนักกีฬา คนดูที่แน่นขนัดเต็มสนามและอีกหลายพันคนที่รับชมทางโทรทัศน์ใช้เวลาที่จะหยุดและแสดงความห่วงใย

พระคัมภีร์สอนผู้มีอำนาจ (และเราทุกคนมีอำนาจในทางใดทางหนึ่ง) ให้ห่วงใยผู้อ่อนแอ ดูแลผู้ที่กำลังมีปัญหา และเอาใจใส่ผู้ที่ร่างกายบอบช้ำ แต่ทว่าหลายครั้งที่เราละเลยคนเหล่านั้นที่ต้องการการดูแล (อสค.34:6) ผู้เผยพระวจนะเอเสเคียลได้กล่าวโทษผู้นำอิสราเอลในความเห็นแก่ตัวของพวกเขา ที่ไม่เอาใจใส่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างมากที่สุด พระเจ้าตรัสผ่านเอเสเคียลว่า “วิบัติแก่ผู้เลี้ยงแกะแห่งอิสราเอล...ตัวที่อ่อนเพลียเจ้าก็ไม่เสริมกำลัง ตัวที่เจ็บเจ้าก็ไม่รักษา” (ข้อ 2,4)

บ่อยครั้งแค่ไหนที่ความสำคัญในเรื่องส่วนตัว หลักปรัชญาการเป็นผู้นำหรือนโยบายเศรษฐกิจของเรา ทำให้เราไม่ค่อยได้ใส่ใจคนเหล่านั้นที่ทุกข์ยาก พระเจ้าได้ทรงสำแดงให้เราเห็นวิถีทางที่แตกต่างออกไป เป็นวิถีทางที่ผู้มีอำนาจจะคอยเฝ้าดูแลผู้ที่อ่อนแอ (ข้อ 11-12)

ความเชื่อของเด็ก

ขณะที่ยายบุญธรรมของเรานอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลหลังจากเกิดเส้นเลือดในสมองอุดตันหลายครั้ง หมอไม่แน่ใจว่าสมองของท่านได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด พวกเขาต้องรอจนยายมีอาการดีกว่านี้อีกหน่อยก่อนที่จะตรวจการทำงานของสมอง ยายพูดน้อยมากและสิ่งที่ท่านพูดส่วนใหญ่เราก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่เมื่อยายวัย 86 ที่ดูแลลูกสาวของฉันมา 12 ปีเห็นหน้าฉัน ท่านก็เปิดปากอันแห้งผากและถามว่า “เคย์ล่าเป็นอย่างไรบ้าง” คำแรกที่ท่านพูดกับฉันนั้นเป็นเรื่องลูกสาวของฉันที่ท่านรักของท่านอย่างเต็มหัวใจ

พระเยซูก็ทรงรักเด็กด้วยเช่นกัน และพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับพวกเขาแม้เหล่าสาวกจะไม่เห็นด้วย พ่อแม่บางคนแสวงหาพระคริสต์และมอบลูกๆให้กับพระองค์ พระองค์ทรงเลือกที่จะอวยพรเด็กๆขณะที่พระองค์ “ถูกต้องทารกนั้น” (ลก.18:15) แต่ไม่ใช่ทุกคนจะดีใจที่พระองค์อวยพรเด็กๆ บรรดาสาวกต่อว่าพวกพ่อแม่และขอให้เลิกรบกวนพระเยซูได้แล้ว แต่พระเยซูทรงเข้ามาห้ามและบอกว่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาเรา” (ข้อ 16) พระองค์เรียกพวกเขาว่าเป็นตัวอย่างของการที่เราจะได้รับแผ่นดินของพระเจ้า คือเพียงแค่เราพึ่งพา ไว้วางใจ และบริสุทธิ์ใจ

เด็กเล็กนั้นมักไม่มีอะไรแอบแฝงอยู่ในใจ เห็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ขณะที่พระบิดาในสวรรค์ทรงช่วยให้เรามีความไว้วางใจเหมือนเด็กอีกครั้งนั้น ก็ขอให้เราเชื่อและพึ่งพาในพระองค์อย่างตรงไปตรงมาเหมือนเช่นเด็กเล็กๆ

อยู่ในทางของพระเจ้า

เมื่อหลายปีก่อนรถไฟบรรทุกผู้โดยสาร 218 คนตกรางทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 79 คนและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกกว่า 66 คน คนขับไม่สามารถอธิบายถึงสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ แต่คลิปวิดีโอสามารถอธิบายได้ว่ารถไฟขบวนดังกล่าวแล่นเร็วเกินไปก่อนที่จะพุ่งเข้าสู่โค้งมรณะ มีการจำกัดความเร็วสูงสุดที่รถไฟสามารถวิ่งได้เพื่อปกป้องผู้โดยสารรถไฟทุกคน แม้คนขับจะเป็นพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศสเปนที่มีประสบการณ์มานานถึงสามสิบปี แต่เขาก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้นที่จะเพิกเฉยต่อการจำกัดความเร็วซึ่งทำให้คนจำนวนมากต้องเสียชีวิต

ในเฉลยธรรมบัญญัติ 5 โมเสสได้ทบทวนขอบเขตของพันธสัญญาเดิมให้ประชากรของพระเจ้าฟัง โมเสสหนุนใจคนรุ่นใหม่ให้ถือว่าคำสอนของพระเจ้าเป็นพันธสัญญาระหว่างพวกเขากับพระเจ้า (ข้อ 3) จากนั้นท่านก็ทบทวนพระบัญญัติสิบประการ (ข้อ 7-21) โดยการย้ำถึงพระบัญญัติและบทเรียนจากการไม่เชื่อฟังของคนรุ่นก่อน โมเสสได้เชื้อเชิญให้คนอิสราเอลมีความยำเกรง ความถ่อมใจ และระลึกถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้า พระเจ้าทรงเตรียมทางไว้ให้กับประชากรของพระองค์เพื่อพวกเขาจะไม่ทำลายชีวิตของตนเองหรือของผู้อื่น หากพวกเขาเพิกเฉยต่อพระปัญญาของพระเจ้า พวกเขาจะต้องพบกับอันตราย

วันนี้ในขณะที่พระเจ้าทรงนำเรา ขอให้พระคัมภีร์ทั้งหมดเป็นความยินดี เป็นที่ปรึกษา และเป็นรั้วป้องกันให้กับชีวิตของเรา และในขณะที่พระวิญญาณทรงชี้นำเรา เราสามารถอยู่ในทางที่มีการปกป้องอันชาญฉลาดของพระองค์ และมอบถวายชีวิตทั้งหมดของเราให้กับพระองค์ด้วยสุดใจ

คนชั้นล่าง

เพื่อนของฉันทำงานอยู่บนเรือพยาบาลที่มีชื่อว่าแอฟริกาเมอร์ซี่ ซึ่งให้บริการด้านการรักษาพยาบาลฟรีแก่ประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเจ้าหน้าที่จะให้บริการผู้ป่วยที่ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงการรักษาพยาบาลวันละหลายร้อยคน

ทีมงานโทรทัศน์ที่ขึ้นไปบนเรือเป็นระยะๆได้ถ่ายทำเรื่องราวที่น่าทึ่งของบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังทำการรักษาคนไข้ที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่และโรคเท้าปุก บางครั้งพวกเขาจะลงไปที่ชั้นล่างเพื่อสัมภาษณ์ลูกเรือคนอื่นๆ แต่งานที่มิคทำมักจะไม่มีใครสังเกตเห็น

มิคซึ่งเป็นวิศวกรยอมรับว่าเขารู้สึกประหลาดใจที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำงานในสถานที่เช่นนั้น คือที่ห้องบำบัดน้ำเสียของเรือ ปริมาณขยะบนเรือในแต่ละวันนั้นมีมากกว่าสามหมื่นกิโลกรัม การจัดการกับขยะพิษนี้เป็นงานที่ยาก ถ้าไม่มีมิคคอยดูแลท่อและปั๊มน้ำ ปฏิบัติการช่วยชีวิตของแอฟริกาเมอร์ซี่จะยุติลง

เป็นเรื่องง่ายที่จะยกย่องคนเหล่านั้นที่อยู่บน “ดาดฟ้าเรือชั้นบนสุด” ของพันธกิจคริสเตียน ในขณะที่มองข้ามผู้ที่อยู่ในครัวด้านล่าง เมื่อชาวโครินธ์ ยกย่องผู้ที่มีของประทานพิเศษเหนือผู้อื่น เปาโลเตือนพวกเขาว่าผู้เชื่อทุกคนต่างก็มีบทบาทหน้าที่ในงานของพระคริสต์ (1 คร.12:7-20) และของประทานทุกอย่างล้วนมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโรคหรือการช่วยเหลือผู้อื่น (ข้อ 27-31) อันที่จริงยิ่งบทบาทนั้นโดดเด่นน้อยเท่าไหร่ ยิ่งสมควรจะได้รับเกียรติมากขึ้นเท่านั้น (ข้อ 22-24)

คุณเป็นคน “ชั้นล่าง” หรือเปล่า จงเงยหน้าขึ้น งานของคุณจะได้รับเกียรติจากพระเจ้าและสำคัญสำหรับเราทุกคน

กรุณาอยู่เงียบๆ

กรีนแบงก์ในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียเป็นชุมชนเล็กๆบนเทือกเขาแอปปาลาเชียนที่ขรุขระ เมืองนี้มีข้อยกเว้นที่สำคัญประการหนึ่ง ซึ่งคล้ายกับเมืองเล็กๆ อีกหลายสิบเมืองที่อยู่ในบริเวณใกล้กัน คือชาวเมืองทั้ง 142 คนที่อาศัยอยู่ในเมืองจะไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณไวไฟได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันคลื่นรบกวนจากสัญญาณไวไฟ หรือเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือใกล้กับหอสังเกตการณ์กรีนแบงก์ ซึ่งมีกล้องโทรทรรศน์ที่หันตรงไปยังท้องฟ้า ด้วยเหตุนี้กรีนแบงก์จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ปลอดเทคโนโลยีมากที่สุดในอเมริกาเหนือ

บางครั้งความเงียบคือสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับการก้าวไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า พระเยซูเองทรงวางแบบอย่างในเรื่องนี้โดยการออกไปยังที่เปลี่ยวและเงียบสงบเพื่อพูดคุยกับพระบิดา ในลูกา 5:16 (TNCV) เราพบว่า “พระเยซูมักจะทรงปลีกตัวไปอยู่ในที่สงบและอธิษฐาน” คำสำคัญในข้อนี้อาจจะอยู่ที่คำว่า มักจะ นี่เป็นสิ่งที่พระคริสต์ทำเป็นประจำ และเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบสำหรับเรา หากพระผู้สร้างจักรวาลยังตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาพระบิดา เราจะยิ่งต้องการพระองค์มากสักเพียงใด!

การออกไปยังสถานที่ที่เงียบสงบเพื่อรับกำลังที่สดใหม่ท่ามกลางการทรงสถิตของพระเจ้าจะช่วยเตรียมเราให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกำลังใหม่จากพระองค์ วันนี้คุณจะพบสถานที่เช่นนี้ได้ที่ไหนบ้าง

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา