Category  |  ODB

คอยเชียร์

บางคนคิดว่าพระเจ้าเป็นพระเจ้าที่ไม่รักและรอให้เราพลาด เพื่อจะได้ลงโทษเรา ดังนั้น เราได้รับสิทธิพิเศษให้บอกคนเหล่านั้นถึงความรักอันลึกซึ้งของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา ลองคิดถึงความสุขที่จะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขาได้ยินถึงพระเจ้าผู้ทรงรักพวกเขามาก จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อสิ้นพระชนม์บนกางเขน เพราะบาปของพวกเขาและพระองค์ต้องการเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา! - RK

พ่อจ๋าไม่ต้องห่วง

เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ฉันและสามีรับเป็นผู้จัดคอนเสิร์ตระดมทุนเพื่อสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งในเด็ก เราวางแผนที่จะจัดงานในสวนหลังบ้าน แต่ฟังจากพยากรณ์อากาศแล้วคงไม่สามารถทำได้ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนงานจะเริ่มเราเริ่มโทรแจ้งแขกกว่า 100 คนให้ทราบเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานที่ ขณะที่เพื่อนๆ และครอบครัวของเราช่วยกันขนย้ายอาหาร อุปกรณ์ตกแต่ง และข้าวของเครื่องใช้ไปที่โรงยิมของคริสตจักรอย่างรีบเร่ง โรซี่ ลูกสาวของเรา ได้ปลีกตัวไปกอดพ่อครู่หนึ่งและพูดย้ำในฐานะตัวแทนของลูกหลานว่าจะอยู่เคียงข้างพ่อ “ไม่ต้องห่วงค่ะพ่อ เราจะอยู่ช่วยพ่อเอง”

คำพูดของเธอเป็นที่หนุนใจ เพราะเป็นการเตือนว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง บางคนก็พูดว่า“ฉันจะอยู่ช่วย และคอยดูว่ามีอะไรขาดเหลือ ฉันจะเป็นหูเป็นตาและเป็นลูกมือให้คุณเอง”

ขณะที่ชาวอิสราเอลกำลังหลบหนีจากการเป็นทาส กษัตริย์ฟาโรห์ได้ส่งรถรบและพลม้าออกไล่ล่าพวกเขา (อพย.14:17) แต่ “ทูตของพระเจ้าซึ่งนำพลโยธานั้นกลับไปอยู่ข้างหลัง และเสาเมฆซึ่งอยู่ข้างหน้า ก็กลับมาตั้งอยู่ข้างหลังเขา” (อพยพ 14:19) ด้วยวิธีนี้ พระเจ้าทรงซ่อนและปกป้องพวกเขาไว้ตลอดทั้งคืน วันต่อมาพระองค์ทรงแยกทะเลแดง ทำให้พวกเขาข้ามไปได้อย่างปลอดภัย

พระเจ้าทรงบอกเราเช่นกันว่า “อย่ากังวล” “ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเราใครจะขัดขวางเรา” (รม.8:31) - CHK

อินทรีทอง

ระหว่างที่ผมและมาร์ค ลูกชายผมเดินทางจากไคลด์ ปีเตอร์สัน ไวโอมิง กลับไปมิชิแกน เราแลเห็นนกตัวใหญ่แต่ไกล มันกำลังเกาะอยู่บนต้นไม้ซึ่งยืนตระหง่านอยู่ต้นเดียว จ้องมองไปที่หุบเหวลึก เมื่อเราเข้าไปใกล้ เจ้านกอินทรีสีทองก็โผออกจากต้นไม้ และทะยานขึ้นเหนือหุบเหวลึก แถบสีทองบนปีกของมันส่องประกายวับวาวยามต้องแสงแดดยามเช้า ขนาดที่ใหญ่และความงดงามของมันทำให้เราตื่นตะลึง ถือเป็นสิทธิพิเศษที่เราได้เป็นพยานถึงการสำแดงอันยิ่งใหญ่ให้เห็นความคิดสร้างสรรค์อันน่าเกรงขามของพระเจ้า

สิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างสำแดงถึง “พระราชกิจอัศจรรย์ของพระองค์” (สดด.145:5) และเมื่อเราพักสงบเพื่อภาวนาถึงพระราชกิจเหล่านั้น เราจะอดตื่นตะลึงไม่ได้ ขณะที่จิตใจและจิตวิญญาณของเราใคร่ครวญถึงพระลักษณะของพระเจ้าผู้ทรงสร้างสิ่งเหล่านั้น

นกอินทรีทองตัวนั้นบอกเล่าเรื่องราวการทรงสร้างอันอัจฉริยะของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ นกที่ชอบร้องเพลงขับขานอยู่เสมอ กวางตัวเมียลายจุดสีน้ำตาลอ่อนตามตัว เสียงคลื่นที่ซัดฝั่งและดอกไม้ดอกเล็กๆ ที่บอบบาง อย่างดอกบานไม่รู้โรย และความงามในฤดูใบไม้ผลิก็เช่นเดียวกัน ในเวลาและสถานที่ที่เราไม่คาดคิดเลย พระเจ้าทรงทอแสงแห่งพระสิริของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อสำแดงพระองค์เองต่อเราทั้งหลาย เวลาที่ไม่คาดคิดเหล่านั้น เป็นโอกาสที่เราจะ “ภาวนา...ถึงพระราชกิจอัศจรรย์ของพระองค์” (สดุดี 145:5) - DCE

เราวางใจในพระองค์ได้

ฉันรู้น้อยมากเรื่องการกดขี่ข่มเหง ฉันไม่เคยถูกคุกคามสวัสดิภาพเพราะเหตุที่ฉันเชื่อหรือพูดออกไป ความ “รู้” อันเล็กน้อยของฉันในเรื่องนี้มาจากการอ่านและฟัง แต่สำหรับพี่น้องหญิงชายมากมายทั่วโลกไม่ใช่เช่นนั้น มีบางคนที่ชีวิตตกอยู่ในอันตรายทุกวัน เพียงเพราะพวกเขารักพระเยซูและต้องการให้ผู้อื่นมารู้จักพระองค์ด้วย

มีการข่มเหงอีกแบบหนึ่งที่อาจไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ก็ทำให้หัวใจสลาย คือการข่มเหงจากคนในครอบครัวที่ไม่ได้เป็นคริสเตียน เมื่อคนที่เรารักพูดจาเยาะเย้ยความเชื่อและความรักที่เรามีต่อพระเจ้าว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน เราย่อมรู้สึกถูกปฏิเสธและไม่มีใครรัก

เปาโลเตือนผู้เชื่อว่า การติดตามพระเยซูจะทำให้เราถูกข่มเหง “แท้จริงบรรดาคนที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์จะถูกกดขี่ข่มเหง” (2 ทธ.3:12) และเรารู้ว่าบางครั้งคนที่ปฏิเสธเราคือคนที่เรารัก (มธ.10:34-36) แต่เมื่อคนที่เรารักปฏิเสธพระเจ้าที่เรารัก เราจะรู้สึกราวกับว่าเขากำลังปฏิเสธตัวเรา

พระเจ้าบอกให้เราอธิษฐานเผื่อผู้ที่ข่มเหงเรา (มธ.5:44) ซึ่งไม่ได้หมายความเฉพาะคนแปลกหน้าที่เกลียดชังเราเท่านั้น พระเจ้าสามารถประทานพระคุณให้เราอดทนผ่านการข่มเหงได้ แม้กระทั่งในเวลาที่การข่มเหงนั้นมาจากคนที่เรารัก - JAL

เตรียมพร้อมเสมอ

ขณะที่ลูกชายของผมกลับมาเยี่ยมบ้าน เขามาเคาะประตูห้องทำงานของผมในเช้าวันหนึ่ง และถามว่า ผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมบอกเขาว่า “พ่อกำลังเตรียมบทเรียนรวี” และเมื่อคิดได้ว่าผมอยู่แต่ในห้องทำงานทั้งวัน ผมจึงกล่าวว่า “ดูเหมือนพ่อจะมีสิ่งที่ต้องเตรียมอยู่ตลอดเวลา”

ผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับโอกาสที่ได้ปรนนิบัติผู้อื่น แม้จะมีความกดดันอยู่บ้างเวลาที่ต้องเตรียมบางสิ่งให้พร้อมสำหรับบางคน และเป็นเรื่องยากที่จะจัดลำดับความสำคัญให้สมดุลภายใต้ความกดดันที่คุณคิดอยู่ตลอดว่าต้องเตรียมบทเรียน คำเทศนา หรือเอกสาร

ผมรู้สึกทึ่งกับแนวคิดที่ว่าเราต้องเตรียมตัวอยู่เสมอ ผมจึงลองศึกษาดูว่าพระคัมภีร์พูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างไร ผมพบว่าพระเจ้าเรียกให้เราเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หัวใจที่อุทิศให้กับพระเจ้าจะต้องพร้อมที่จะปรนนิบัติพระองค์ (1 ซมอ.7:3) เราต้องเตรียมพร้อมที่จะทำการดี (2 ทธ.2:21) และปกป้องความจริงของพระกิตติคุณ (1 ปต.3:15) และเปาโลย้ำเตือนเราว่า แม้กระทั่งเมื่อเราอยากจะให้ก็ยังต้องมีการวางแผน (2 คร.9:5)

นี่คือจุดเริ่มต้น การมีชีวิตที่พอพระทัยพระเจ้าจะต้องมีการเตรียมทั้งฝ่ายร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ แต่เราไม่ต้องเครียด เพราะพระองค์จะช่วยเราให้ทำได้โดยฤทธิ์อำนาจของพระองค์ ให้เราทูลขอให้พระเจ้านำขณะที่เราเตรียมตัวที่จะปรนนิบัติ ถวายเกียรติ และบอกผู้อื่นเกี่ยวกับพระองค์ - JDB

ย่อยพระคำ

คิงส์ เจมส์ เป็นที่รู้จักเพราะพระคัมภีร์ฉบับแปล ที่ตั้งตามชื่อของเขา แต่ในช่วงเดียวกันกับที่พระคัมภีร์ฉบับนี้ ได้รับการตีพิมพ์ เขายังได้ขอให้มีการตีพิมพ์หนังสือคำอธิษฐาน (The Book of Common Prayer) ซึ่งยังคงใช้จนถึงปัจจุบัน แนวทางในการอธิษฐานและการนมัสการเล่มนี้ มีคำอธิษฐานที่เหมาะสำหรับการใคร่ครวญพระคัมภีร์ที่ว่า “สาธุการแด่พระเจ้าผู้ทรงดลใจให้มีการเขียนพระคัมภีร์บริสุทธิ์เพื่อให้เราได้เรียนรู้ ขอให้เราได้ยิน ได้อ่าน บันทึกเรียนรู้ และย่อยรับเอาพระคำของพระองค์ไว้ในใจ และโดยความอดทนและความชูใจจากพระวจนะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ เราจะได้โอบกอดและยึดมั่นความหวังใจในชีวิตนิรันดร์”

เมื่อหลายศตวรรษก่อน ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์กล่าวแบบเดียวกัน เกี่ยวกับการให้พระวจนะของพระเจ้าหล่อเลี้ยงหัวใจเรา “เมื่อพบพระวจนะของพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ก็กินเสีย พระวจนะของพระองค์เป็นความชื่นบานแก่ข้าพระองค์ และเป็นความปีติยินดีแห่งจิตใจของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าจอมโยธา เพราะว่าเขาเรียกข้าพระองค์ตามพระนามของพระองค์” (ยรม.15:16) เรารับพระวจนะเข้ามาในใจ เมื่อเรา“ได้อ่านบันทึก เรียนรู้ และย่อย” ผ่านทางการใคร่ครวญด้วยการอธิษฐาน

ขอพระเจ้าช่วยให้เรารับพระวจนะของพระเจ้าเข้าไว้ในใจของเราในวันนี้ ใช้เวลาคิดใคร่ครวญทั้งเนื้อและน้ำนมแห่งพระวจนะพระเจ้า (ฮบ.5:12) เมื่อใจเราสงบ พระเจ้าจะสอนเราเกี่ยวกับพระองค์เองผ่านทางพระวจนะของพระองค์ - HDF

บทเพลงจากการต่อสู้

ในภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับนักเล่นกีต้าร์ทั้งสามผู้เป็นตำนาน แจ็ค ไวท์ ได้พูดถึงหัวใจสำคัญของการแต่งเพลงว่า “หากคุณไม่มีการต่อสู้อยู่ภายในหรือรอบข้างคุณ จงสร้างมันขึ้นมา”

บทเพลงที่มีความหมายต่อเรามากที่สุด คือบทเพลงที่มาจากความรู้สึกส่วนลึกที่สุดของเรา บทเพลงสดุดี ซึ่งมักจะถูกเรียกว่า “หนังสือเพลงในพระคัมภีร์” หลายบทล้วนกลั่นออกมาจากการต่อสู้ดิ้นรน บทเพลงเหล่านั้นเข้าถึงความรู้สึกผิดหวังและความกลัวของมนุษย์ แต่ชี้ให้เราเห็นถึงความรักมั่นคงของพระเจ้าเสมอ

ในสดุดี 31 ดาวิดเขียนไว้ว่า “ข้าแต่พระเจ้าขอทรงพระกรุณาแก่ข้าพระองค์ เพราะข้าพระองค์กำลังทุกข์ใจ นัยน์ตาของข้าพระองค์ก็ร่วงโรยไปเพราะความระทม ทั้งจิตวิญญาณและร่างกายของข้าพระองค์ด้วย” (สดด.31:9) ท่านพูดถึงข่ายที่ดักท่านอยู่ (สดด.31:4) ความบาปของท่านเอง (สดด.31:10) การถูกเพื่อนๆ ทอดทิ้ง (สดด.31:11-12) และแผนปองร้ายชีวิตท่าน (สดด.31:13)

แต่ถึงกระนั้น ดาวิดไม่ได้หวังใจในกำลังของตนเอง แต่หวังใจในพระเจ้า“ข้าแต่พระเจ้า แต่ข้าพระองค์วางใจในพระองค์ ข้าพระองค์ทูลว่า ‘พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์’ วันเวลาของข้าพระองค์อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ขอพระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นมือศัตรู และผู้ข่มเหงของข้าพระองค์” (สดด.31:14-15)

พระธรรมสดุดีเชิญชวนให้เราเทหัวใจของเราออกต่อพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสะสมความดีไว้เพื่อผู้ที่วางใจในพระองค์ (สดด.31:19) -DC

กฎของคุณแม่

ผมได้พบกับผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความสุขคนหนึ่งชื่อว่า “คุณแม่ชาลี” ซึ่งรับเด็กกว่าสิบคนมาเป็นบุตรบุญธรรม โดยศาลเป็นผู้มอบหมายให้เธอเป็นผู้ดูแลเด็กเหล่านี้ และเธอได้ให้ที่พักพิงที่มั่นคงปลอดภัย รวมทั้งคำแนะนำและความรักแก่เด็กๆ เธอบอกผมว่า ทุกครั้งที่มีเด็กมาใหม่ สิ่งแรกที่เธอจะทำคือ อธิบาย “กฎของคุณแม่” ให้ฟัง ซึ่งก็คือมาตรฐานความประพฤติ บวกกับงานบ้านที่จำเป็นต้องช่วยกันทำในบ้านที่วุ่นวายหลังนี้ เพื่อสอนเด็กที่ไม่ค่อยได้รับการฝึกฝนมาก่อน ให้มีความรับผิดชอบ

เด็กบางคนอาจรู้สึกต่อต้าน “กฎของคุณแม่” เพราะคิดว่าจะทำให้พวกเขาหมดสนุก ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น มาตรฐานเหล่านั้นทำให้บ้านช่องมีระเบียบ ขณะเดียวกันเด็กๆ และคุณแม่ยังสามารถใช้ชีร่วมกันได้อย่างสันติ

ในทำนองเดียวกัน บางคนมองว่ามาตรฐานของพระเจ้าที่กำหนดไว้ในพระคัมภีร์เป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเราไม่สามารถสนุกสนานกับชีวิตได้ แต่แท้จริงแล้ว ขอบเขตที่พระเจ้าทรงวางไว้มีขึ้นเพื่อป้องกันเราจากการโน้มเอียงไปในทางที่แย่ที่สุด และช่วยให้เราตอบสนองต่อพระองค์อย่างเหมาะสม

ตัวอย่างเช่น ในพระธรรมเอเฟซัส 4 เปาโลได้ชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตให้กับเรา เมื่อเราดำเนินตามแนวทางนั้นและปฏิบัติตามคำสั่งข้ออื่นๆที่มาจากความรัก เราจะได้รับการปกป้องและโอกาสที่จะได้รับความสุขแท้และนิรันดร์ - BC

คำขอให้อธิษฐานเผื่อ

เมื่อไม่นานมานี้มิชชันนารีคนหนึ่งแวะมาเยี่ยมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ที่ฉันเข้าร่วม เธอเล่าถึงความรู้สึกที่ต้องเก็บข้าวของลาจากเพื่อนฝูง และย้ายไปประเทศที่ห่างไกล เมื่อเธอและครอบครัวไปถึง สิ่งที่รอต้อนรับอยู่คือการค้ายาที่มีให้เห็นดาษดื่น และถนนหนทางที่เต็มด้วยภยันตรายอุปสรรคทางด้านภาษา ทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวอยู่พักหนึ่ง พวกเขาติดเชื้อไวรัสในกระเพาะอาหารถึงสี่ชนิด และลูกสาวคนโตของเธอเฉียดตายเพราะหล่นลงไปตรงช่องบันไดที่ไม่มีราวกันตก พวกเขาต้องการคำอธิษฐาน

อัครทูตเปาโลผ่านความทุกข์ยากลำบาก และภยันตรายในฐานะมิชชันนารี ท่านถูกจำคุกเรือแตก และถูกเฆี่ยน ด้วยเหตุนี้ท่านจึงเขียนมาในจดหมายว่าให้อธิษฐานเผื่อท่านด้วย ท่านขอให้ผู้เชื่อในเมืองเธสะโลนิกาอธิษฐานเผื่อความสำเร็จในการเผยแพร่ข่าวประเสริฐ เพื่อที่พระวจนะของพระเจ้าจะได้ “แผ่ไปและมีชัย”(2ธส.3:1) และเพื่อพระเจ้าจะได้ช่วยท่านจาก “คนพาลชั่วร้าย” (2ธส.3:2) เปาโลรู้ดีว่าท่านต้อง“มีคำพูดและเกิดใจกล้า” ในการประกาศพระกิตติคุณ (อฟ.6:19) ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านขอให้อธิษฐานเผื่อ

คุณรู้จักใครที่ต้องการความช่วยเหลือแบบเหนือธรรมชาติ ในขณะที่พวกเขาประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์หรือไม่? จงระลึกถึงคำวิงวอนของเปาโลที่ว่า “พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดจงอธิษฐานเผื่อเรา” (2ธส.3:1) และอธิษฐานวิงวอนเพื่อเขาเหล่านั้นต่อหน้าบัลลังก์ของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ - JBS

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา