เข้าได้ทุกที่
สองสามปีก่อน เพื่อนคนหนึ่งเชิญผมให้ไปร่วมชมการแข่งขันกอล์ฟระดับอาชีพ ผมไม่เคยไปมาก่อนจึงไม่รู้ว่าจะพบเจออะไรบ้าง เมื่อเราไปถึง ผมประหลาดใจที่ได้รับของขวัญ ข้อมูลและแผนที่สนามกอล์ฟ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเราได้สิทธิ์เข้าไปในเต็นท์วีไอพีหลังกรีนที่ 18 ซึ่งมีทั้งอาหารฟรีและมีที่นั่ง หากโดยลำพัง ผมไม่มีทางเข้าเต็นท์บริการได้ แต่กุญแจสำคัญคือเพื่อนผม ผมได้สิทธิ์เต็มที่ผ่านทางเขา
สุดใจ
คาเลบเป็นคนที่ “สุดใจ” เขาเป็นคนหนึ่งในสิบสองคนที่ไปสอดแนมดินแดนพันธสัญญาและบอกโมเสสและประชาชนว่า “ให้เราขึ้นไปทันทีและยึดเมืองนั้น เพราะพวกเรามีกำลังสามารถที่จะเอาชัยชนะได้” (กดว.13:30) แต่อีกสิบคนบอกว่าไม่มีทางสำเร็จแม้พระเจ้าจะทรงสัญญาไว้ พวกเขาก็มองเห็นแต่อุปสรรค (ข้อ 31-33)
โลกแห่งความเป็นจริง
แม้จะผ่านไปหลายปีหลังจากสูญเสียเมลิสสา ลูกสาววัยสิบเจ็ดปีจากอุบัติเหตุรถยนต์ในปี 2002 ผมยังพบว่าบางครั้งเมื่อโศกเศร้าผมก็หลงเข้าสู่โลก “ถ้าหาก” เป็นเรื่องง่ายมากที่จะจินตนาการเหตุการณ์ในค่ำคืนเดือนมิถุนายนอันน่าเศร้านั้นเสียใหม่ และคิดหาว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง ที่หากเปลี่ยนแปลงไปจะทำให้ลูกผมกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย
แต่ในความเป็นจริง โลก “ถ้าหาก” ไม่ใช่ที่ที่เราควรอยู่ ที่นั่นเป็นโลกแห่งความเสียใจสงสัยและสิ้นหวัง แม้ความทุกข์ใจจะมีอยู่จริงและความเศร้าไม่เคยหายไป แต่จะเป็นผลดีกับเรามากกว่าและพระเจ้าจะทรงได้รับเกียรติเมื่อเราอยู่ในโลก “จริง”
ในโลกจริง เราจะได้พบความหวัง การหนุนใจและการปลอบประโลม เรามีความหวัง (1 ธส.4:13) คือความมั่นใจว่าเพราะเมลิสสารักพระเยซู เธอจึงไปอยู่ในที่ที่ “ประเสริฐกว่ามากนัก” (ฟป.1:23) พระเจ้าแห่งการชูใจทุกอย่างทรงสถิตกับเรา (2 คร.1:3) เรามี “ความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก” จากพระเจ้า (สดด.46:1) และเรามักได้การหนุนใจจากเพื่อนผู้เชื่อ
ไม่มีใครอยากพบโศกนาฏกรรมในชีวิต แต่เมื่อเราเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความช่วยเหลือที่ดีที่สุดของเรามาจากการวางใจพระเจ้า ผู้ทรงเป็นความหวังอันแน่นอนในโลกแห่งความเป็นจริง
บากบั่น
รายการโทรทัศน์รายการหนึ่งที่ผมชอบคือ ดิ อเมซิ่ง เรซ (The Amazing Race) เป็นรายการถ่ายทอดเหตุการณ์จริงหรือเรียลลิตี้ที่คู่รักสิบคู่จะถูกส่งไปต่างประเทศเพื่อเดินทางทั้งทางรถไฟ รถเมล์ แท็กซี่จักรยานและเดินจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งเพื่อรับคำสั่งสำหรับภารกิจถัดไป เป้าหมายคือคู่ที่ไปถึงจุดหมายปลายทางที่กำหนดไว้ก่อนคู่อื่น จะได้รับของรางวัลมูลค่าหนึ่งล้านดอลล่าร์
พระคุณที่สมบูรณ์แบบ
คำสอนของพระเยซูเรื่องความถูกต้องที่สมบูรณ์แบบและพระคุณที่สมบูรณ์แบบดูจะขัดแย้งกันพระเยซูไม่เคยลดทอนความถูกต้องที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า ทรงตอบผู้ปกครองหนุ่มผู้มั่งคั่งว่า “ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีรอบคอบ เหมือนอย่างพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีรอบคอบ” (มธ.5:48) พระองค์ตรัสกับผู้เชี่ยวชาญพระบัญญัติที่ถามว่าข้อใดใหญ่ที่สุดว่า “จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้าและด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า” (22:37) ไม่มีใครทำตามพระบัญชาเหล่านี้ได้โดยไม่มีผิดพลาด
พระกิตติคุณที่ถูกแชร์
โครงการไวรัลเท็กซ์ของมหาวิทยาลัยนอร์ธอีสเทิร์นในบอสตัน ศึกษาเรื่องการเผยแพร่เนื้อหาด้วยสิ่งพิมพ์ในทศวรรษที่ 1800 ผ่านทางหนังสือพิมพ์ซึ่งถือเป็นสื่อสังคมยุคนั้น บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำมากกว่า 50 ครั้งถือว่าเป็นบทความที่ “ถูกแชร์”มากที่สุดในยุคอุตสาหกรรมนั้น บริตต์ ปีเตอร์สันเขียนในนิตยสารสมิธโซเนียนว่า มีบทความสมัยศตวรรษที่ 19 บทความหนึ่งเกี่ยวกับสาวกของพระเยซูและการสละชีวิตเพื่อความเชื่อปรากฏในสิ่งพิมพ์ต่างๆ มากกว่า 110 ฉบับ
ต้นไม้ริมน้ำ
ต้นไม้นี้น่าอิจฉา มันเติบโตอยู่ริมน้ำ ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศอุณหภูมิที่โหดร้ายหรืออนาคตที่ไม่แน่นอน มันได้อาหารและความเย็นสบายจากลำธาร วันทั้งวันชูกิ่งก้านกลางแสงอาทิตย์ ยึดผืนดินไว้ด้วยราก ฟอกอากาศด้วยใบ และให้ร่มเงาแก่ทุกคนที่ต้องการหลบแดด
ดีกว่าปิญาตา
ไม่มีงานปาร์ตี้เม็กซิกันงานไหนที่ไม่มีปิญาตา ซึ่งเป็นกล่องหรือภาชนะดินที่บรรจุขนมและลูกกวาดไว้เต็ม เด็กๆ จะพยายามเอาไม้ตีให้แตกเพื่อจะได้กินขนมข้างใน
นักบวชสมัยศตวรรษที่ 16 ใช้ปิญาตาสอนชนพื้นเมืองในเม็กซิโก ปิญาตามีรูปร่างเป็นดาวเจ็ดแฉกที่ใช้แทนบาปเจ็ดประการ การตีปิญาตาก็คือการต่อสู้กับความชั่วร้าย และเมื่อขนมข้างในตกลงพื้น ทุกคนสามารถเก็บขนมกลับบ้านเป็นที่ระลึกแทนรางวัลของการรักษาความเชื่อ
แต่เราไม่สามารถต่อสู้ความชั่วร้ายได้ด้วยตัวเอง พระเจ้าไม่ได้ทรงรอให้เราพยายามแล้วจึงทรงสำแดงพระเมตตา พระธรรมเอเฟซัสสอนว่า “ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ...พระเจ้าทรงประทานให้” (2:8) เราไม่ได้ชนะความบาปเอง เพราะพระเยซูทรงชนะแล้ว
เด็กๆ ต่อสู้เพื่อจะได้ขนมในปิญาตา แต่ของประทานของพระเจ้าเป็นของเราทุกคนเมื่อเราเชื่อพระเยซู พระเจ้า “ทรงโปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรานานาประการ” (1:3) เราได้รับการอภัยบาป การไถ่ การเป็นบุตร ชีวิตใหม่ ความชื่นชมยินดี ความรักและอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ใช่ว่าเราได้รับพระพรฝ่ายวิญญาณเหล่านี้ เพราะเรารักษาความเชื่อและเข้มแข็ง แต่เราได้รับเพราะเราเชื่อพระเยซู พระพรฝ่ายวิญญาณมาได้ทางเดียวคือ ทางพระคุณที่เราไม่สมควรได้รับ
ประภาคาร
ศูนย์พันธกิจในรวันดาชื่อ “ไลท์เฮ้าส์” (ประภาคาร) ตั้งอยู่เป็นสัญลักษณ์แสดงการไถ่ ศูนย์นี้อยู่บนผืนดินที่เคยเป็นบ้านหลังใหญ่โตของประธานาธิบดีในช่วงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี 1994 แต่อาคารใหม่นี้ถูกสร้างโดยคริสเตียนเพื่อเป็นดวงประทีปนำความสว่างและความหวัง ที่นั่นมีสถาบันพระคริสตธรรมเพื่อสร้างผู้นำคริสเตียนรุ่นใหม่ และมีโรงแรม ร้านอาหารและบริการอื่นๆ สำหรับชุมชน ชีวิตใหม่เกิดขึ้นท่ามกลางเถ้าถ่าน ผู้คนที่ช่วยกันสร้างไลท์เฮ้าส์ต่างยึดเอาพระเยซูเป็นแหล่งความหวังและการไถ่
เมื่อพระเยซูเสด็จไปยังธรรมศาลาในนาซาเร็ธในวันสะบาโต พระองค์ทรงอ่านพระธรรมอิสยาห์และประกาศว่าพระองค์เป็นผู้ที่ทรงเจิมตั้งไว้ให้ประกาศความโปรดปรานของพระเจ้า (ดู ลก.4:14-21) พระองค์ทรงเป็นผู้เสด็จมาเพื่อเล้าโลมคนที่ชอกช้ำและประทานการไถ่และการอภัย ในพระเยซูเราได้เห็นความงดงามแทนขี้เถ้า (อสย.61:3)
การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาเป็นการต่อสู้ระหว่างชนเผ่า ที่ทำให้สูญเสียชีวิตกว่าครึ่งล้านทั้งยังเหี้ยมโหดเกินจินตนาการและน่าสะพรึงกลัว และเราไม่มีคำพูดใดจะอธิบาย แต่เรารู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงไถ่ให้พ้นความชั่วร้ายได้ ไม่ว่าจะในโลกนี้หรือในสวรรค์ พระองค์ผู้ประทานน้ำมันแห่งความยินดีแทนการไว้ทุกข์ทรงให้ความหวังกับเราท่ามกลางสถานการณ์ที่มืดมิดที่สุด