ผู้เขียน

ดูทั้งหมด

บทความ โดย James Banks

ความเชื่อสดใหม่

เมื่อลูกชายของเราต่อสู้กับการเสพติดเฮโรอีน ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ วันหนึ่งพระเจ้าจะใช้ประสบการณ์นี้เพื่อหนุนใจครอบครัวอื่นที่ต้องเผชิญกับการต่อสู้แบบเดียวกัน พระเจ้าทรงมีวิธีที่จะให้สิ่งดีเกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งไม่ง่ายที่จะมองเห็นในขณะที่คุณกำลังอยู่ในสถานการณ์นั้น

ชิ้นที่ดีที่สุด

"ชิ้นของน้องใหญ่กว่าของผม!” ตอนเป็นเด็กผมกับพี่น้องมักโต้เถียงกันเรื่องแม่แบ่งพายให้ไม่เท่ากัน พ่อรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าขบขัน วันหนึ่งท่านยิ้มขณะส่งจานให้แม่แล้วบอกว่า “ช่วยตักพายชิ้นใหญ่เท่าหัวใจคุณให้ผมหน่อย” ผมกับพี่น้องมองด้วยความประหลาดใจขณะที่แม่หัวเราะและตักพายชิ้นใหญ่ที่สุดให้พ่อ

ก้าวด้วยกำลัง

"เราจะเจองูไหมครับ” อัลลัน เด็กแถวบ้านถามเมื่อเราออกเดินเที่ยวริมแม่น้ำใกล้บ้าน “ฉันไม่เคยเห็นนะ” ผมตอบ “แต่วันนี้อาจจะเจอก็ได้! มาอธิษฐานขอพระเจ้าคุ้มครองกัน” เราหยุดเดินและอธิษฐานด้วยกันและเดินต่อ

สันติสุขและความวางใจ

ตอนที่ผมอายุ 6 ขวบ ผมได้นั่งรถไฟเหาะเป็นครั้งแรกกับพี่ชาย ขณะที่รถไฟกำลังเลี้ยวด้วยความเร็วสูง ผมร้องว่า “หยุดเดี๋ยวนี้ ผมจะลง ”แน่นอนว่ารถไฟเหาะไม่หยุด ผมจึงต้อง “นั่งเกร็ง” บนรถไฟเหาะไปจนจบ

มอบให้พระเยซู

ใครๆ เรียกมันว่า “รอยเท้ามาร” เป็นรูปรอยเท้าที่ปรากฏบนแผ่นหินตรงเนินเขาข้างโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองอิพสวิตช์ รัฐแมสซาชูเซ็ท ตามตำนานท้องถิ่นกล่าวว่า “รอยเท้า” ปรากฏขึ้นวันหนึ่งในปี 1740 เมื่อนักประกาศจอร์จ ไวท์ฟิลด์ เทศนาอย่างทรงพลังจนมารกระโดดหนีออกจากหลังคาโบสถ์ลงมายังแผ่นหินนี้และออกไปจากเมือง

พระเจ้าเรียก

เช้าวันหนึ่งลูกสาวผมเอาโทรศัพท์มือถือให้ลูกชายวัย 11 เดือน เล่นแก้เบื่อ ไม่ถึงนาทีโทรศัพท์ผมดังขึ้น และผมได้ยินเสียงเขาเมื่อรับสาย เขาไปกดถูกปุ่ม “โทรด่วน” ที่เป็นเบอร์ผม และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ “บทสนทนา” ที่ผมจะจำไปอีกนาน หลานชายผมพูดได้เพียงไม่กี่คำ แต่เขาจำเสียงผมได้และตอบ ผมจึงคุยกับเขาและบอกว่ารักเขามาก

สวยงามในความแตกร้าว

คินทสึกิ (Kintsugi) คือศิลปะการซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผาโดยใช้ผงทองคำผสมกับเรซินเป็นตัวประสานชิ้นส่วนที่แตกหรือเติมในรอยร้าว เกิดเป็นการเชื่อมประสานที่แปลกตา ศิลปะนี้เผยให้เห็นความงามของรอยแตกแทนที่จะพยายามปกปิดรอยซ่อมนั้น

พระคัมภีร์บอกเราว่า พระเจ้าทรงเห็นคุณค่าของใจที่แตกสลายเพราะสำนึกบาป เมื่อดาวิดล่วงประเวณีกับบัทเชบาและวางแผนฆ่าสามีของเธอ ผู้เผยพระวจนะนาธันตักเตือนและท่านได้สารภาพบาป คำอธิษฐานของท่านหลังจากนั้นทำให้เราได้เห็นถึงสิ่งที่พระเจ้าปรารถนา นั่นคือ “เพราะพระองค์มิได้ทรงปีติยินดีในเครื่องสัตวบูชา ถึงข้าพระองค์จะถวายเครื่องเผาบูชาพระองค์จะมิได้พอพระทัย เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงรับได้คือจิตใจที่ชอกช้ำ จิตใจที่สำนึกผิดและชอกช้ำนั้น ข้าแต่พระเจ้าพระองค์มิได้ทรงดูถูก” (สดด.51:16-17)

เมื่อใจของเราแตกร้าวเพราะบาป พระเจ้าจะทรงซ่อมด้วยการยกโทษ โดยพระผู้ช่วยของเราที่กางเขนทรงยอมรับเราด้วยความรักเมื่อเราถ่อมตัวลงหน้าพระองค์ และความสนิทสนมกับพระองค์จะกลับคืนมา

พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงปรารถนาจิตใจที่ถ่อมและทรงมีพระกรุณาต่อเรา ขอให้ข้อพระคัมภีร์ที่จะเป็นคำอธิษฐานของเราในวันนี้คือ “ข้าแต่พระเจ้าขอทรงค้นดูข้าพระองค์และทรงทราบจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงลองข้าพระองค์และทรงทราบความคิดของข้าพระองค์ และทอดพระเนตรว่ามีทางชั่วใดๆ ในข้าพระองค์หรือไม่ และขอทรงนำข้าพระองค์ไปในมรรคานิรันดร์” (สดด.139:23-24)

หาทางออก

ถนนสายหนึ่งในเมืองซานตาบาบาร่า รัฐแคลิฟอร์เนีย มีชื่อที่น่าสนใจว่า “ซัลซิเปวเดส” แปลว่า “ถ้าเป็นได้ จงไปให้พ้น” ตอนที่ตั้งชื่อถนน แถวนั้นมีน้ำล้อมรอบและมักมีน้ำท่วม คนวางผังเมืองที่พูดภาษาสเปน จึงเรียกชื่อแถบนั้น เป็นคำเตือนให้อยู่ห่างๆ

พระคำพระเจ้าเตือนเราให้อยู่ห่าง “เส้นทางที่ผิด” ของบาปและการทดลอง “จงหลีกเสียอย่าเดินบนนั้น เลี้ยวออกไปเสียและจงผ่านไป” (สภษ.4:15) ซึ่งไม่ใช่เพียง “ถ้าทำได้ จงไปให้พ้น” แต่ยังให้คำมั่นว่า “พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วยเพื่อท่านจะมีกำลังทนได้” (1 คร.10:13)

พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่ยอมให้เราถูกทดลองจนเกินกว่าที่เราจะทนได้ เป็นคำเตือนที่หนุนใจเรา เมื่อเราหันมาหาพระเจ้ายามที่ถูกทดลอง เรารู้ว่าพระองค์ทรงยินดีที่จะช่วยให้เราห่างจากการทดลองนั้น

พระคัมภีร์ย้ำว่าพระเยซูทรง “เห็นใจในความอ่อนแอของเรา” พระองค์ได้ทรง “ถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป” (ฮบ.4:15) พระเยซูทรงรู้จักทางที่จะออกจากทุกการทดลอง พระเยซูจะทรงชี้ให้เราเห็นเมื่อเราวิ่งไปหาพระองค์!

สรรเสริญในความมืด

ถึงแม้ว่ามิกกี้ เพื่อนของผมจะสูญเสียการมองเห็น แต่เขาบอกผมว่า “ผมจะสรรเสริญพระเจ้าทุกวัน เพราะพระองค์ทรงทำสิ่งต่างๆ มากมายให้ผม”

พระเยซูได้ประทานสิ่งที่ทำให้มิกกี้และเราสรรเสริญพระองค์ได้ไม่รู้จบ มัทธิว 26 เล่าถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงเสวยมื้อปัสการ่วมกับเหล่าสาวกในคืนก่อนทรงถูกตรึงกางเขน ข้อ 30 บอกว่าอาหารมื้อนั้นจบลงอย่างไร “เมื่อร้องเพลงสรรเสริญแล้ว เขาก็พากันออกไปยังภูเขามะกอกเทศ”

เพลงที่สาวกร้องในคืนนั้นเป็นเพลงสรรเสริญ นานนับพันปีแล้วที่ชาวยิวจะร้องเพลงสดุดีที่เรียกว่า “เพลงฮัลเลล” ในเทศกาลปัสกา (ฮัลเลล เป็นภาษาฮีบรูแปลว่า “สรรเสริญ”) ท่อนสุดท้ายของคำอธิษฐานและบทเพลงสรรเสริญนี้มาจากสดุดี 113-118 ที่ยกย่องพระเจ้าผู้ทรงเป็นความรอดของเรา (สดด.118:21) พูดถึงศิลาที่ถูกทอดทิ้งซึ่งกลายเป็นศิลามุมเอก (สดด.118:22) และผู้ซึ่งเสด็จมาในพระนามของพระเจ้า (สดด.118:26) พวกเขาคงร้องเพลงร่วมกันว่า “นี่เป็นวันซึ่งพระเจ้าได้ทรงสร้าง ให้เราเปรมปรีดิ์และยินดีในวันนั้น” (สดด.118:24)

ขณะที่พระเยซูทรงร่วมร้องเพลงกับสาวกในคืนปัสกา พระองค์กำลังสอนให้เราละสายตาจากปัญหาเพื่อมองไปยังเบื้องบน พระองค์ทรงนำเราให้สรรเสริญความรักและความสัตย์ซื่ออันไม่สิ้นสุดของพระเจ้า

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไป นั่นเป็นการแสดงว่าท่านยอมรับ นโยบายการใช้คุกกี้ของเรา